ขวัญสุตา ทำเื่ขอลาออกจากการเป็พนักงานของบริษัท และได้ขึ้นมากราบลา หัศนัย ผู้เป็เ้านายที่แสนดีมากคนหนึ่ง
“ขวัญ ขอบคุณพี่นัย ที่ดีกับขวัญ เห็นขวัญเป็น้องเสมอมานะคะ ขวัญนับถือพี่เป็พี่ชายของขวัญเหมือนกันค่ะ ขวัญไม่ได้ไปแล้วไปเลย ถ้ามีโอกาสขวัญจะกลับมาเยี่ยมพี่นัยนะคะ” ขวัญสุตา กล่าวกับ หัศนัย เมื่อได้มาบอกลา หัศนัย ที่ห้องทำงาน
“เลขาพี่เป็คนที่สองแล้วที่ต้องลาออกไป ประเทศไทยเราเสียดลให้กับต่างชาติหมดแล้วนะเนี้ย! แต่ไม่เป็ไรถ้าน้องพี่ไปได้ดี พี่ก็ดีใจด้วย พี่ยังเป็ห่วงและหวังดีกับเรา และทุกคนเสมอ” หัศนัย เอ่ยบอกจากใจที่คิดอย่างนั้น
“ขอบคุณนะคะ พี่นัย สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง” ว่าแล้ว ขวัญสุตา ก็น้ำตาร่วงหล่นลงมาโดยไม่รู้ตัวเลย
“ขี้แยไปได้น้องพี่ เราได้ดีพี่ก็ดีใจ พี่ชายคนนี้ก็อยากให้น้องทุกคนได้ดีกันทั้งนั้นแหละ” หัศนัย เอ่ยบอกพร้อมกับยื่นทิชชูส่งให้น้องสาวต่างพ่อต่างแม่ อย่างเอ็นดูและเสียดาย เพราะไม่ว่าจะเป็ เวทิดา หรือ ขวัญสุตา ต่างทำงานให้เขาได้ดีไม่แพ้กันเลยทีเดียว
“แต่พี่ต้องหาเลขาใหม่กะทันหันอีกแล้วสินะ เฮ่ย!” หัศนัย เอ่ยออกมาอย่างขำๆ
“ขวัญขอโทษจริงๆ ค่ะ เพราะ คุณออเวน เขาต้องบินกลับด่วน เขามาอยู่ที่นี่เป็อาทิตย์กว่าแล้ว เป็ห่วงงานที่โน้นเลยอยากบินกลับเร็วน่ะค่ะ ก็เลยต้องลาออกแบบปัจจุบันทันด่วนไปนิดหนึ่ง” ขวัญสุตา เอ่ยบอกคนที่นั่งตรงข้าม อย่างรู้สึกผิด
“พี่ไม่ได้ว่าอะไร ไม่เป็ไรเดี๋ยวก็เปิดรับสมัครเลขาใหม่ก็เท่านั้นเอง แต่พี่แค่เสียดายเราเท่านั้นเอง ไม่เป็ไรหรอก ทุกอย่างมันต้องเป็ไปตามทางเดินของมัน อย่าไปคิดมากเลยน่ะ” หัศนัย บอกอดีตเลขานุการให้คลายความรู้สึกผิด
ขวัญสุตา ออกมาจากห้องทำงานของ หัศนัย มาเก็บของส่วนตัวของตัวเองลงในกล่องเพื่อเตรียมขนกลับ
“อุ้ย! ต๊าย ตาย ลาออกอีกคนแล้วหรือเนี้ย แย่จัง คงไม่ได้หนีตามผู้ชายที่มานั่งคอยเธอหรอกนะ” พิมประภา เอ่ยพูดจากถากถางอย่างจงใจ
“ปากเหรอค่ะ ที่พูดน่ะ อุ้ย! แต่ไม่สิเพราะปากพี่พิม ก็เป็อย่างนี้ประจำอยู่แล้วนี้เนอะ เป็ธรรมดาของพี่สินะ ถึงชอบแหวะคนโน้นที หาเื่คนนี้ทีอย่างนี้น่ะค่ะ คงสนุกนะคะ แต่ระวังจะเข้าตัวเองไม่รู้ด้วยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าขวัญไม่เตือน” ขวัญสุตา กล่าวตอบโต้ออกไปอย่างไม่คิดจะถนอมน้ำใจกันอีกต่อไป รุ่นพี่ก็รุ่นพี่เถอะ เธอไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่แล้วนี่ จะแคร์ทำไมกับคนพวกนี้ ชอบจิกกัดคนอื่นไปวันๆ งานการไม่มีทำหรือไงก็ไม่รู้สิ
“อ้าย! ขวัญสุตา เธอกล้าว่าฉันเหรอย่ะ มันจะมากไปแล้วนะ” พิมประภา ของขึ้นทันที เมื่อเจอคำสวนกลับจาก ขวัญสุตา
“แล้วพี่จะทำไมค่ะ พี่เป็เลขารองกรรมการผู้จัดการ ควรจะวางตัวให้สมกับที่เป็เลขาของท่านบ้างนะคะ ไม่ควรมาทำกิริยาแบบนี้เลย เสียหายไปถึงเ้านายพี่หมดเลย” ขวัญสุตา เอ่ยสั่งสอนออกไป เพื่ออยากจะให้สำนึกถึงภาพพจน์ของผู้เป็เ้านายบ้าง
“อย่ามาสั่งสอนฉัน เธอมันระดับไหน แล้วฉันระดับไหนควรจะรู้ซะบ้างสิ” พิมประภา แว้ดใส่ ขวัญสุตา ออกไปอย่างลืมตัว
“ระดับไหน ไม่สำคัญหรอกนะพี่ว่า เพราะคนเราทำงานกันต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ข่มเหงรังแกกันอย่างนี้หรอก ที่เราทำอยู่นี้พี่ว่าไม่สมควรอย่างยิ่งนะ” หัศนัย เดินออกมาและทันได้ยินสิ่งที่ พิมประภา พูดต่อว่า ขวัญสุตา
“เอ่อ!.. พี่นัย พิมแค่เตือนน้องก็เท่านั้นเองค่ะ” พิมประภา ก้มหน้าและใที่ หัศนัย ได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมา
“พี่ว่าคำที่เราเตือน ขวัญสุตา มันแรงเกินไปนะ เพราะขวัญอยู่กับพี่เขาไม่เคยทำตัวเสื่อมเสียเลยสักครั้ง แต่ถึงจะทำก็เป็เื่ส่วนตัวของเขา พวกเราไม่เกี่ยวนี้ โตๆ กันแล้ว เขามีวิจารณญาณพอที่จะแยกแยะอะไรเองได้ ไม่ต้องให้คนอื่นมาบอกมาสอนหรอกนะ” หัศนัย กล่าวอย่างเป็ผู้หลักผู้ใหญ่
“อ้อ! และอีกอย่างนะ บริษัทเราพนักงานทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันทุกคน ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะใดๆ ทั้งสิ้น จงเข้าใจไว้ซะด้วย” หัศนัย กล่าวจบก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที หัศนัย พึ่งได้เห็นท่าแท้ของ พิมประภา ก็วันนี้แหละซึ่งทำให้ หัศนัย รับไม่ได้เอาเสียเลยจริงๆ เมื่อ พิมประภา โดนตำหนิจากผู้ใหญ่อย่างนั้นก็อายแทบแทรกแผ่นดินหนีเลย หันหลังกลับไปที่โต๊ะทำงานของตนทันที
ขวัญสุตา มองพร้อมกับส่ายหน้าตามหลังของ พิมประภา ที่เดินกลับไปโต๊ะทำงาน อย่างสมเพช เวทนา และสมน้ำหน้า สาแก่ใจเป็อย่างยิ่ง พิมประภา คิดว่าตัวเองมีเ้านายที่ตำแหน่งใหญ่โต จะพูดให้ใครก็ได้ ไม่ต้องเกรงกลัวใคร และพูดออกไปไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่พอเจอเข้าอย่างนี้กลับกลายเป็หมาหงอยไปเลย ต่อไปคงไม่กล้าไปพูดให้คนอื่นอีกนาน
๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖