สำนักดูดวงอันดับหนึ่ง

    ก่อกวน(ตอนปลาย)

    ยามดึกสงัดท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำ ทั่วทั้งเรือนนอนของชายผู้นั้นถูกปกคลุมไปด้วยไอเย็น แต่ทว่าด้านในตัวเรือนกลับรู้สึกร้อนราวกับถูกแผดเผาด้วยไฟโลกันตร์ กรอบหน้าคมมีเม็ดเหงื่อผุดพลายไปทั่วใบหน้า เขานอนพลิกไปมาด้วยความกระสับกระส่าย สุดท้ายทนความร้อนที่ผิดปกตินี้ไม่ไหวจึงลุกขึ้นมานั่งด้วยความโมโห

    “ใครอยู่ข้างนอก! เข้ามาพัดให้ข้าหน่อย” เขาเอ่ยสั่งเสียงเข้ม

    โดยไม่คาดคิดอากาศรอบด้านกลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันราวกับเล่นกล จากความร้อนระอุเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นหนาวเย็นยะเยือกราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ ชายหนุ่มได้ยินเสียงกุกกักที่หน้าประตูห้อง พลันหน้าซีดลง แต่เมื่อนึกได้ว่าคงเป็นบ่าวไพร่จึงมีสีหน้าที่ดีขึ้นเล็กน้อย

    แอ๊ดด...

    “มาแล้วเจ้าค่ะ..” บ่าวรับใช้หญิงท่าทางเรียบร้อย เดินก้มหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มในห้อง

    “เจ้ารู้สึกว่าวันนี้อากาศผิดปกติหรือไม่ เมื่อครู่ข้ายังรู้สึกร้อน แต่ทว่าตอนนี้ข้ากลับรู้สึกหนาว” ชายหนุ่มตัวสั่นเล็กน้อย เขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่อหุ้มกายเอาไว้

    “ข้าก็รู้สึกหนาวเจ้าค่ะ ข้าหนาวววว..หนาวเหลือเกิน....” สาวใช้เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นโฉมหน้าที่มีบาดแผลเหวอะหวะ น้ำหนองสีเหลืองไหลเยิ้มออกจากบาดแผลจนเปื้อนไปทั่วหน้าของนาง

    “เฮ้ยยยย! ผีหลอกๆ ใครก็ได้ช่วยข้าด้วยยย!” ชายหนุ่มผงะตกใจสุดขีด เขาถอยกรูดออกไปจนตกจากเตียงลงไปอยู่บนพื้นเย็น

    วี๊ดดด วี๊ดดด....

    เสียงร้องของบางสิ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดด้านนอก มันดังเข้ามาใกล้เรือนนอนของชายหนุ่มขึ้นเรื่อยๆ หน้าต่างที่เคยปิดสนิทถูกลมพายุพัดเข้ามาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจึงทำให้เปิดอ้าออกราวกับกำลังต้อนรับบางสิ่ง

    ชายหนุ่มตัวสั่นเทางันงก เขาไม่กล้าวิ่งหนีออกไปทางด้านประตูทางเข้า เพราะผีสาวใช้นางนั้นยังคงนั่งอยู่ไม่จากไปไหนทั้งนางยังพูดตลอดเวลาว่า 'หนาววว หนาวเหลือเกิน’ เขามองไปทางหน้าต่างเห็นเงาดำทะมึนคล้ายกับเงาของสัตว์ร้ายมันกำลังคืบคลานเข้ามาจวนจะถึงเรือนนอนของเขาอยู่รอมร่อ มือหนาตัดสินใจเอื้อมไปหมายจะปิดหน้าต่างไว้ให้สนิท แม้มือนั้นจะสั่นเทาจนมิอาจควบคุมได้แต่ทว่าเขาก็พยายามอย่างสุดความสามารถ จนในที่สุดเขาก็สามารถปิดหน้าต่างบานนั้นลงได้ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขากวาดตามองไปรอบห้อง ไม่เห็นผีสาวใช้อีกแล้ว เขายันตัวลุกขึ้นด้วยขาที่สั่นเทาจนมิอาจเดินได้เฉกเช่นคนปกติ สองขาเดินย่องช้าๆ ไปเกือบถึงประตูทางออก แต่เหมือนสวรรค์จะมิเข้าข้าง

    “มืดค่ำเช่นนี้ จะไปไหนหรืออออ ท่านพี่...” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบนเตียงนอนของเขา

    เสียงที่คุ้นหูนั้นดังขึ้นทำให้เขา ‘ซุนไห่’ ตัดสินใจหันกลับไปมองที่มาของเสียง คนบนเตียงนั้นช่างเหมือนกับฮูหยินผู้ล่วงลับของเขาไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ว่านางได้สิ้นใจไปแล้ว นางจะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

    “ซูซู...” เขาราวกับละเมอออกมา

    “ท่านพี่...มาหาน้องสิเจ้าคะ” มือเรียวตบลงบริเวณว่างข้างกาย

    “ไม่...ไม่ ไม่!เจ้าตายไปแล้ว อย่ามาหลอกหลอนข้า” เขาถอยหลังหนี

    “ท่านพี่ไม่รักน้องแล้วหรือเจ้าคะ” นางปาดน้ำตา ร่างบางเดินออกจากเตียงนอนช้าๆ นางเดินตรงไปยังซุนไห่ ระหว่างนั้นใบหน้าก็นางก็แปรเปลี่ยนเป็นแผลพุพอง ไม่เหลือเคล้าความงามดั่งเช่นตอนมีชีวิตอยู่

    “เจ้าอย่าเข้ามานะ ออกไปนะ ข้ากลัวแล้วๆ ข้าขอโทษ” เขาก้มหัวคารวะโขลกพื้นจนหน้าผากปูนแดง

    ทันใดนั้นวิญญาณฮูหยินของเขาก็จางหายไป เขาคิดว่าฮูหยินของตนคงจะยกโทษให้แล้ว ในคราที่นางยังมีชีวิตอยู่ เขาทุบตีนางทุกวัน ซ้ำยังรับอนุมานับไม่ถ้วนสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้นาง วันนั้นเขาลงมือทำร้ายนางดั่งเช่นทุกวัน คาดไม่ถึงว่านางจะถึงขั้นปลิดชีวิตตนหนีความทรมานนี้ไปเสียวันนั้น

    เมื่อได้สติแล้วเขาก็วิ่งหนีออกมาจากเรือนไม่คิดชีวิต แม้แต่รองเท้าก็ยังไม่เวลาใส่ เขารู้สึกราวกับทั่วทั้งเรือนมีเพียงเขาผู้เดียว ทุกอย่างเงียบสงบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ไม่ว่าเขาจะตะโกนเรียกบ่าวไพร่หรือคนในเรือนเช่นไรก็ไม่มีผู้ใดออกมาแม้แต่ผู้เดียว ครั้นวิ่งไปเรือนนอนของท่านแม่ก็ปรากฏว่ามันเปิดไม่ออก ไม่ว่าเขาจะวิ่งไปเปิดประตูที่เรือนใดของไม่สามารถเปิดออกได้แม้แต่เรือนเดียว

    นั่นก็เป็นเพราะว่าเยว่ซินได้ให้หานฉีสะกดคนทั่วทั้งเรือนให้หลับใหลไม่ตื่นขึ้นมา ส่วนที่ประตูเปิดไม่ออกนั่นก็เพราะว่าไป๋ซื่อและไป๋อู๋ดึงประตูไว้นั่นเอง แรงมนุษย์หรือจะมาสู้แรงวิญญาณ

    “จะไปไหนหรือออ.... ข้าหิววว หิวเหลือเกินนน...” วิญญาณหลายตนเริ่มเข้ามามุงล้อมตัวชายหนุ่มเอาไว้ ให้เขาหมดหนทางวิ่งหนี

    โฮกกกก! โฮกกก!

    ซุนไห่ได้ยินเสียงสัตว์ร้ายคำรามก็ยิ่งเพิ่มความกลัวเข้าไปจนแทบเสียสติ “ปล่อยข้าไปเถิด ข้ากลัวแล้วๆ”

    วิญญาณตนหนึ่งทำหัวหลุดออกจากบ่าอย่างจงใจ มันกลิ้งหลุนตรงไปยังชายหนุ่มพอดิบพอดี “อ๊าาาาาาาา”

     เขาภาพตัดไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของวิญญาณร้าย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหายนะที่แท้จริงกำลังมาเยือน.....


    ยามฟ้าสางบริเวณโดยรอบยังคงมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ชายหนุ่มผู้โชคดีเริ่มได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว เขาขยับตัวเล็กน้อยไล่ความขบเมื่อยออกไป ไม่นานเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้น คราแรกเขานึกว่านั่นอาจจะเป็นความฝัน แต่เมื่อมองไปบริเวณโดยรอบขนแขนก็พลันลุกตั้งขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน สถานที่เขาอยู่ขณะนี้ เป็นสถานที่ที่เขามิคุ้นเคย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เขาลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นเทาแล้วเดินไปเรื่อยๆ เพื่อหาทางออก

    แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไร เขาก็หาทางออกไม่เจอ บางคราเขาก็เดินชนบางสิ่งที่ไม่รู้ว่าคือสิ่งใด เนื่องจากด้านในนี้มืดสนิทเสียยิ่งกว่าด้านนอกมากนัก

    ทันใดนั้นเขาก็เดินตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่ แต่ไม่ว่าจะปืนป่ายขึ้นมาอย่างไรก็ไม่สามารถทำได้เขา มือหนาสัมผัสถูกบางสิ่งที่มีลักษณะเหนียวหนืดแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะคิดว่าคงเป็นโคลนดินตามปกติทั่วไป เขานั่งรออยู่ภายในนั้นจนกว่าจะมีแสงสว่างมากว่านี้เสียก่อนจึงค่อยหาทางออกไป “โอ๊ยย! อะไรกันนี่ เหตุใดข้าถึงซวยขนาดนี้”

    ซุนไห่นั่งรออยู่ครู่หนึ่งจึงเริ่มเห็นบริเวณรอบด้านอย่างชัดเจน เขาจึงพยายามปืนออกจากหลุมนั้นออกไป แต่ทว่าเขากลับไม่เข้าใจว่าหลุมลึกไม่มากนัก เหตุใดก่อนหน้านี้เขาจึงปืนออกมาไม่ได้ เมื่อออกมาอยู่ด้านบนแล้วเขาจะต้องผงะตกใจจนล้มลงกับพื้นดิน เมื่อพบว่าบริเวณนี้เต็มไปด้วยหลุมศพ เพราะมันคือป่าช้าสำหรับฝังศพไร้ญาตินั่นเอง

    เขาทอดมองลงไปภายในหลุมเมื่อครู่ จึงมองเห็นศพหญิงสาวนางหนึ่งเริ่มมีน้ำเลือดน้ำหนองไหลออกมาจนเต็มพื้นไปหมด ดวงตาคู่นั้นของนางมีหนอนมากมายกำลังชอนไชกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ชายหนุ่มมองอาภรณ์ตนเองที่เปื้อนไปด้วยน้ำสีเหลืองเป็นบางแห่ง บางจุดก็มีสีแดงคล้ำคล้ายเลือดเสีย ก็พลันอาเจียนออกมาทันที ยิ่งได้กลิ่นเน่าของศพลอยมาปะทะจมูกเขาก็ยิ่งคลื่นไส้ไปยิ่งกว่าเดิม


    เวลาไล่เลี่ยกันก็มีข่าวออกมาว่าหลุมศพในป่าช้าถูกลื้อค้น โดยเฉพาะศพของหญิงสาว แต่ทว่าซากศพพวกนั้นมิได้หายไป เมื่อทางการตรวจสอบแล้วจึงพบว่าหญิงสาวทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับซุนไห่

    ชายผู้หนึ่งเล่าว่าเขาเคยเห็นซุนไห่ผู้นั้นออกมาจากป่าช้า ซ้ำเนื้อตัวยังเปื้อนไปด้วยน้ำเลือดน้ำหนอง ยามที่เข้าไปใกล้เขาก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมา ผู้คนจึงร่ำลือกันว่า ‘ซุนไห่ร่วมเสพสุขกับศพอนุของตนในป่าช้า’


    อีกด้านหนึ่งในบ้านหลังพอเหมาะบนพื้นที่กว้างขวาง เยว่ซินกำลังลิ้มรสสุราผลไม้ที่ตนหมักขึ้นมา พร้อมกับรับฟังความบรรเทิงจากเหยียนเหยาด้วยความเพลิดเพลิน

    “ก็สมควรแล้ว ทั้งสามีและอนุต่างก็ทารุณกรรมนาง แม้แต่ตอนที่นางได้จากไปพวกมันก็ยังคงไม่สำนึก”นางยิ้มอย่างพอใจในบทเรียนของคนที่กล้ามาก่อกวนนาง

    คล้ายกับเรื่องสำนักดูดวงอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017