ตอนที่7
เป็เวลากว่า 1 เดือนที่หลิน ั้แ่หลินกินยาร่างจักรพรรดิ แล้วดูดซับลูกแก้วแก่นแท้
“หลินหลินเ้ารู้สึกเป็ยังไงบ้าง” ลุงชางถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็ไรท่านพ่อ ข้ารู้สึกดีมากๆ ร่างกายของข้ารู้สึกเบาสบาย และรับรู้ได้ถึงพลัง” หลินพูดด้วยความดีใจ
“หลังจากที่เ้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกาย และดูดซับลูกแก้วแก่นแท้ธาตุเข้าไป นี้ก็ผ่านไปแล้ว 1 เดือนแล้ว เ้าลองตรวบสอบตัวเ้าดูสิว่าสามารถดูดซับพลังจากลูกแก้วได้มากน้อยขนาดไหน”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ [ตรวจสอบ]”
ชื่อ หลิน อายุ 12 ปี ผู้สืบทอดราชันย์จื่อหลาน
ระดับ ปุถุชน อายุขัย 200 ปี
ธาตุไฟ 260(+65)
ธาตุดิน 260(+58)
ธาตุไม้ 260(+88)
ธาตุน้ำ 140(+32)
ธาตุทอง 100(+18)
ธาตุหยิน 18(+0)
ธาตุหยาง 10(+0)
ยังไม่สามารถเลื่อนระดับได้
“ดีมาก ดีมาก แสดงว่าลูกของพ่อจะต้องมีพรสรววค์อย่างมากแน่นอนเลย หลินเ้าสามารถดูดซับได้ถึง 85% ของพลังดังเดิมของแม่เ้า ดีมาก ดีมาก
ข้าละดีใจจริงๆ ฮ่าๆ~” ลุงชางหัวเราะด้วยความดีใจ
“มันดีมากขนาดนั้นเลยหรือท่านพ่อ” หลินถามด้วยความสงสัย
“เท่าที่พ่อรู้มามันขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวผู้ดูดซับและก็โชคด้วย เท่าที่พ่อรู้มานั้น คนที่สามารถดูดซับลูกแก้วแก่นแท้ธาตุได้อย่างมากที่สุดก็แค่ 50% จากพลังดังเดิม พ่อยังไม่เคยเจอใครที่สามารถดูดซับได้ถึง 85% เท่าลูกมาก่อน แล้วอย่างงี้จะไม่ให้พ่อดีใจได้ยังไง ่ที่ลูกดูดซับลูกแก้วลูกคงจะได้พบเจอกับแม่ของลูกแล้วสินะ ภาพของแม่ที่ลูกเห็นนั้นคือเจตจำนงสุดท้ายของแม่ลูก ลูกต้องจดจำวิชาของแม่เ้าเอาไว้ให้ดีๆ และตั้งใจฝึกให้มากๆ เพราะตอนนี้ลูกได้เลือกทางเดินของผู้ฝึกตนแล้ว หลังจากนี้ต่อไปพ่อไม่สามารถปกป้องเ้าได้อีกแล้ว เ้าจะต้องรักษาตัวและดูแลตัวเองให้ดีๆเข้าใจไหม หลินหลิน” ลุงชางพูดด้วยความห่วงใย
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ ยังไงข้าก็เดินทางด้วยกันกับนิล ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก”
“อึก อ..อืม พ่อเขาใจแล้ว”
‘แก นิลกาฬถ้าไม่ดูแลลูกสาวข้าดีๆ ข้านี้และจะตามไปไล่ล่าฆ่าเ้าถึงที่เลย’
ลุงชางกำลังคิดในใจ
“ท่านพ่อ ท่านเป็อะไรไป”
ลุงชางเรียกสติกลับมาทันที “ป..เปล่าจ๊ะลูกไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเลยจริ๊งๆ ฮ..ฮ่าๆ~”
“??” หลินเห็นพ่อของเขาทำตัวแปลกๆ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อนางแปลกไปยังไง
ภายใจจิตของนิลกาฬ
‘เป็ยังไงบ้างเ้าหนู ฝึกไปถึงไหนแล้ว’ นนทกถาม
‘ข้าสามารถฝึก ขั้นที่ 1 มหาเวทย์ดูดดาวสำเร็จแล้ว’
‘ห่ะ เ้าว่ายังไงนะ ฝึกมหาเวทย์ดูดดาวสำเร็จแล้ว’ นนทกถามด้วยความใ
‘ใช่ข้าฝึกสำเร็จแล้ว ถ้าไม่เชื่อเดียวข้าจะลองใช้ให้ท่านดู [มหาเวทย์ดูดดาว]’
หลังจากที่นิลกาฬนึกถึงทักษะมหาเวทย์ดูดดาว เขาก็ได้ยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า มือที่ยื่นออกไปก็เกิดมวลอากาศที่บิดเบี้ยว กลายเป็วังวลขนาดเล็กดูดกลืนพลังจักรวาลข้างหน้านิลกาฬอย่างรวดเร็ว ทำให้นิลกาฬรับรู้ได้ว่าตัวของเขาเริ่มเข้าใจในศาสตร์แห่งจักรวาลมากขึ้นไปอีกระดับนึง
ส่วนนนทกนั้นใกับภาพที่เห็นเป็อย่างมาก นางไม่อยากจะเชื่อว่าวิชาที่นางเป็คนคิดค้นขึ้นมาเองและให้เวลากว่าหลายปีในการฝึกแต่ละขั้น กว่าจะสำเร็จแต่ละขั้น และมีความยากลำบากมากขนาดไหนกว่าจะฝึกสำเร็จ แต่เ้าหนูนี้กลับสามารถฝึกสำเร็จศาสตร์แห่งจักรวาลสำเร็จขั้นแรกใน 1 เดือน นี้มันจะบ้ามากไปแล้ว อะไรจะเรียนรู้และเข้าใจในศาสตร์แห่งจักรวาลได้รวดเร็วขนาดนั้น เ้าหนูนี้มันเป็สัตว์ประหลาดหรือยังไง
‘เป็ยังไงบ้างนนทก ข้าบอกแล้วว่าข้าสามารถฝึกสำเร็จขั้นที่1 แล้ว’
‘หึ ความสามารถของเ้าก็งั้นๆ ฝึกขั้นที่1ให้ชำนาญก่อน หลังจากเ้าเลื่อนระดับเป็ผู้วิวัฒนาการ ค่อยเริ่มฝึกขั้นที่ 2 ฝนดาวฤกษ์ต่อเข้าใจไหม’
‘ข้าเข้าใจแล้ว’
“นิล~ นิล~ ข้าเข้าไปได้หรือไม่”
‘เ้าหนูดูเหมือนว่าผู้หญิงของเ้าจะมาหาเ้านะ หึหึหึ’
‘นางไม่ใช่ผู้หญิงของข้า นางกับข้าเป็แค่เพื่อนกันเท่านั้น’
‘โถ้วๆๆ ถ้าข้าเป็นางและมาได้ยินเ้าพูดแบบนี้ บางทีนางคงจะเสียใจน่าดู’
‘ข้าไม่คุยกับเ้าแล้ว’ นิลกาฬรีบออกจากจิตของตัวเองทันที
“ได้สิ เข้ามาเลย”
หลินก็ได้เข้ามาให้ห้องของนิลกาฬ
“เ้าเป็ยังไงบางนิล อาการดีขึ้นแล้วหรือยัง”
“อาการของข้าดีขึ้นมากแล้ว”
จริงๆแล้วอาการาเ็ของนิลกาฬนั้นหายดีนานแล้ว แต่เขาเลือกที่จะไม่บอกลุงชางและหลิน
“แล้วเ้าละหลิน การฝึกวิชาของเ้ายังไงบ้างราบลื่นดีหรือไม่”
“ตอนข้ากินยาร่างจักรพรรดิเพื่อปรับโครงสร้างร่างกายเสริมกล้ามเนื้อ ขยายเส้นและเส้นลมปราณ ข้าทรมาน และปวดตามร่ายกายเหมือนกับว่าข้านั้นโดนฝุงมดรุมกัดยังไงยังงั้นเลย ยังดีที่ข้าสามารถอดทนมาได้ข้าไม่ได้ร้องออกมาสักนิดเลย ข้าเป็ยังไงบ้างนิล เก่งไหมๆ”
นิลกาฬได้ยื่นมือไปลูบหัวของหลิน
“เด็กดีๆ เ้าเก่งมากๆเลยที่เ้าอดทนมาได้ เ้าทำได้ดีมาก”
หลินทั้งดีใจและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พร้อมกับเขินอายอีกด้วย นางบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าความรู้สึกของนางตอนเป็เช่นไรทั้งดีใจและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้มันต่างจากความอบอุ่นของพ่อแม่ ซึ่งนางเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
“ว่าแต่นิล ตอนที่เ้าออกไปขอโทษพวกชาวบ้านเจอเป็ยังไงบ้าง”
“ข..ข้าไม่ได้โดนชาวบ้านโกรธและเกรียดข้าเลยแม้แต่สักคนเดียว มีแต่คนขอบคุณข้าที่ช่วยพวกเข้าให้รอดจากหมาป่าทมิฬ ต..แต่ข้าก็ยังรู้สึกผิดต่อพวกเขาอยู่ดี” นิลกาฬก็ลดมือลงหลังจากนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในขณะนั้นเอง
“นี้เป็กรรมของเ้าที่จะต้องประสบพบเจอ เหตุการณ์ในครั้งนี้มันไม่ใช่ครั้งเดียวที่เจอจะได้พบ เ้ายังต้องพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีกจนกว่ากรรมของเ้าจะหมดลง เ้าจะต้องก้าวผ่านความเศร้านี้ไปให้ได้ และจงมีสติสมาธิทำอะไรก็อย่าได้ประมาท เข้าใจไหม”
นิลกาฬรีบหันไปทางหลินทันที “หลินเมื่อกี่เ้าพูดว่ายังไงนะ”
“เอ๋ ข้า ข้าพูดอะไรไปยังงั้นหรอ ข้าไม่เห็นจำได้เลย” หลินถามด้วยความงุนงง
‘หรือว่าเมื่อกี่จะเป็ประสงค์ของพระพุทธองค์’ นิลกาฬกำลังคิดในใจ
“นิล นิลเ้าเป็อะไรไป ได้ยินที่ข้าพูดไหม นิล นิล”
“อ..อืม ข้าไม่เป็อะไร เ้าว่ายังไงนะหลิน”
“โถ่ นิลละก็ ข้าเรียกเ้าตั้งนาน เ้าก็ไม่ตอบข้าสักที ข้านึกว่าเ้าเป็อะไรไปแล้วสะอีก”
“ฮ่าๆ~ โทษทีๆ ข้าแค่กำลังคิดเื่อะไรนิดหน่อยนะ ว่าแต่เ้าฝึกเสร็จแล้วใช่ไหม”
“อืม ข้าฝึกสำเร็จหมดแล้ว พร้อมที่จะออกเดินทางไปกับเ้าแล้ว” หลินพูดด้วยความเขินอาย
“ถ้ายังงั้น อีก 3 วัน พวกเราก็เตรียมออกเดินทางได้เลย”
“งั้นข้ากลับไปที่ห้องไปเตรียมของก่อนนะ”
“อืม”
หลินรีบกลับที่ห้องของตัวเองทันที เพื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็สำหรับเดินทาง
‘เ้าหนูแล้วเ้าไม่เตรียมของมั้งหรอ’
‘ถ้าเป็ของที่จำเป็สำหรับการเดินทางละก็ข้าเตรียมไว้หมดแล้ว’
นนทกสงสัยเป็อย่างมาก เนื่องจากนนทกสังเกตุนิลกาฬมาหลายวันแล้ว นิลกาฬไม่ได้มีการเตรียมการสิ่งใดเลย แถมในห้องของนิลกาฬเองก็ไม่ค่อยมีของใช้จำเป็อะไรมากมาย
“แล้วไหนเ้าหนูถึงบอกว่าได้เตรียมของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” นนทกคิด
ยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าเต็มได้ด้วยดวงดาว และพระจันทร์เต็มดวงเหลืองอร่าม
“ชั่งเป็ค่ำคืนที่สวยงานเหลือเกิน” นิลกาฬนั่งอยู่ริมหน้าต่างมองดูภาพบรรยากาศยามค่ำคืนที่สวยสดงดงาม ซึ่งในโลกเก่าของเขานั้นทุกค่ำคืนมีแต่าและฝุ่นควันจากะเิ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนแบบนี้ได้
“ท่านจะยืนอยู่หน้าประตูอีกนานไหมลุงชาง ถ้าท่านมีเื่จะพูดกับข้าก็พูดมาเถอะ ข้าเองก็รู้ว่าท่านลุงก็เป็ห่วงหลิน แต่เื่ที่จะมาคุยกับข้าคืนนี้นั้นคงจะเป็เื่อื่นสินะ”
ลุงชางใเป็อย่างมาก เขาว่าเขาลบจิตแล้ว แต่ถึงยังงั้นนิลกาฬก็ยังสามารถตรวจพบเขาได้อีก ทำให้ลุงชางคิดว่าพลังของนิลกาฬจะต้องไม่ธรรมดาจริงๆ
ที่นิลกาฬสามารถรับรู้ถึงตัวตนของลุงชางได้นั้น เนื่องจากนิลกาฬเองก็กำลังฝึกศาสตร์แห่งจักรวาล ในการรับรู้ถึงพลังจักรวาลรอบๆตัวในบริเวณ 10 เมตร เมื่อลุงชางเข้ามาในรัศมีของเขา ที่กำลังฝึกอยู่นั้นพลังของจักรวาลก็สั่นไหวทำให้ตรวจพบได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้เขา พลังแห่งจักรวาลเป็พลังที่ยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากจะสามารถตรวจพบได้แล้วยังสามารถมองเห็นภาพรอบๆในบริเวณ 10 เมตร เหมือนกับภาพ 3 มิติ
ทำให้สามารถรู้ได้ว่าเป็ใครที่อยู่ในบริเวณนี้
ลุงชางก็เดินเข้ามาในห้องของนิลกาฬ
“ข้าอยากให้เ้าค่อยปกป้องและดูแลหลินตลอดกาลเดินทาง จนกว่านางจะรู้สึกว่าไม่อยากจะเดินทางไปกันเ้าอีกต่อไป เมื่อถึงตอนนั้นให้เ้าพานางมาส่งยังหมู่บ้านนี้ เ้าเองก็คงจะไม่เข้าใจหัวอกคนเป็พ่อแม่หรอก ไม่มีพ่อแม่คนไหน้าจะให้ลูกของตัวเองลำบาก แต่ในเมื่อลูกตัดสินใจที่จะทำอะไรแล้วเราที่เป็พ่อแม่ก็ต้องสนับสนุนให้ถึงที่สุด ถึงแม้มันจะเป็ทางเลือกที่อันตรายก็ตาม แล้วที่ข้ามาในวันนี้ข้าอยากให้เ้าพกตราประจำตระกลูอันนี้ติดตัวไปด้วย ถ้าเกิดว่ามีอันตรายจากบุคคลที่เ้าไม่สามารถต่อกรได้ แล้วบุคคลคนนั้น้าชีวิตลูกสาวข้า ข้าข้อให้เ้าแสดงตราสัญลักษณ์นี้กับตระกลูจื่อสะ แล้วบอกกับพวกเขาว่านางเป็ลูกของแม่นางจื่อหลาน พวกเขาจะเข้าใจเอง และก็เื่นี้ห้ามบอกหลินเป็อันขาดเพราะข้าสัญญากับแม่ของนางไว้ว่าจะไม่บอกเื่ภูมิหลังของตระกลูแม่ของนาง เ้าเข้าใจไหม”
“ครับลุงชาง ข้าเข้าใจแล้วครับ”
“ดีมาก ถ้าเข้าใจก็ดีแล้ว ข้าขอฝากลูกของข้าด้วย”
หลังจากพูดจบลุงชางก็หายตัวออกไปจากห้องทันที
“ไปไวมาไวจริงๆ ลุงชาง ถ้าท่านไม่ให้ข้าบอกหลินเื่นี้ข้าก็จะเก็บเงียบไว้เอง ส่วนเื่ความปลอดภัยของหลินนั้นท่านไม่ต้องเป็ห่วงถึงแม้ว่าข้าจะตายข้าก็จะปกป้องนางให้จงได้” นิลกาฬพูดด้วยความหนักแน่
ลุงชางที่ออกจากห้องของนิลกาฬและกำลังจะเข้าห้องของตัวเองนั้น เมื่อได้ยินคำพูดของนิลกาฬ ก็หยุดอยู่หน้าห้องของตัวเอง แล้วหันไปมองทางห้องของนิลกาฬแล้วก็ยิ้มขึ้นมา ก่อนจะเดินเขาห้องของตัวเองไป
‘คนหนุ่มสาวสมัยนี้ดีใช้ได้จริงๆ สมัยข้าอายุเท่าเ้าข้ายังเป็เด็กขี้แยอยู่เลย ฮ่า~ ข้าคิดถูกจริงๆที่ฝากหลินหลินไว้กับเขา’