กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟไม่ว่าจะได้กลิ่นกี่ครั้งก็ยังคงหอมหวนอบอวลอยู่ภายในใจเสมอพรนับพันทำงานที่ร้านกาแฟแห่งนี้มาได้สี่ปีกว่าแล้ว ได้กลิ่นกาแฟทุกๆวันจนตกหลุมรักในกลิ่นของกาแฟเธอไม่ได้มีความรู้ในเื่ของกาแฟแต่เพราะคุณติณห์ผู้เป็เ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ที่เมตตารับเธอเข้ามาทำงานเธอถึงได้ทำงานอยู่ภายในร้านกาแฟแห่งนี้
หกโมงครึ่งเป็เวลาปิดร้านพรนับพันมักจะเป็คนรับหน้าที่ทำความสะอาดร้านอยู่เสมอถ้าพนักงานคนอื่นมีเวลาว่างพวกเขาก็มักจะอยู่ช่วยเธอทำความสะอาดร้านบ้างในบางครั้งตามปกติพรนับพันจะใช้เวลาทำความสะอาดประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดหน่อย
"เหนื่อยหน่อยนะนับ"
เสียงนุ่มๆของติณห์ดังขึ้นจากประตูหน้าร้าน เขาไม่ได้เข้าร้านมาอาทิตย์กว่าแล้ว แต่อยู่ๆเขากลับปรากฏตัวในตอนที่ร้านปิดแล้ว
ติณห์พลาธร ชายหนุ่มนักธุรกิจวัย 31ปี สถานะโสดสนิท เ้าของร้านกาแฟที่พรนับพันทำงานอยู่นอกจากนี้เขายังเป็ทายาทบริษัทั์ใหญ่ผู้หญิงมากหน้าหลายตาล้วนพยายามเข้าหาเขาเพื่อหวังเลื่อนสถานะของตัวเองแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยพัฒนาความสัมพันธ์กับใครไปมากเกินคำว่าเพื่อนเลยสักคน
"คุณติณห์มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมถึงได้เข้ามาตอนนี้ละคะ?" พรนับพันถามออกมาอย่างสงสัยใคร่รู้
"เปล่าหรอก พี่แค่เข้ามาตรวจเช็กกล้องวงจรปิดเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ"
เขาตอบกลับมาด้วยสายตาที่อบอุ่นสายตาของเขามีแต่ความห่วงใย มันทำให้พรนับพันรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อได้คุยกับเขาแม้ว่าโอกาสที่ได้พูดคุยกับเขาจะไม่มากนักก็ตามที
"นับกลับบ้านก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวพี่เก็บร้านต่อเองนับจะได้ไม่ต้องอยู่ดึก"
"จะดีเหรอคะ เหลือแค่เก็บพวกเก้าอี้เองให้นับทำดีกว่าค่ะ"
"คุณติณห์ก็จะได้ทำงานของคุณติณห์ด้วย"
"โอเค เอาแบบนั้นก็ได้"
"เก็บร้านเสร็จแล้วรีบกลับบ้านเลยนะ" เขาเอ่ยก่อนเดินไปยังห้องทำงานที่อยู่หลังร้าน
กว่าพรนับพันจะเก็บร้านเสร็จเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสองทุ่มอพาร์ทเม้นท์ที่เธออาศัยอยู่ห่างจากที่ตั้งของร้านไม่ไกลมากนักสภาพโดยรอบไม่ได้เป็ทางเปลี่ยวหรือน่ากลัวจนเกินไปมีไฟจากเสาไฟฟ้าส่องแสงสว่างตลอดทางเดิน ที่พักของพรนับพันเป็อพาร์ทเม้นท์ราคากลางที่เธอพอจะจ่ายไหวอีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างดีเยี่ยม
"ไงคุณทองหยิบ หลับสบายหรือเปล่า นับกลับบ้านมาแล้วนะ"
พรนับพันเอ่ยปากทักทายทองหยิบแมวพันทางสีส้มครอบครัวตัวสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ทองหยิบอยู่กับพรนับพันมาเข้าปีที่สิบสองแล้ว นับว่าเป็ครึ่งหนึ่งของชีวิตเธอเป็เพื่อนเป็ครอบครัวคนสำคัญที่สุด
"คุณทองหยิบรอนับอาบน้ำก่อนนะคะ"
"เหมี้ยววว" ทองหยิบเงยหน้ามองเ้าของเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเอนกายลงนอนอย่างเดิม
"น่ารักจังเลย คุณทองหยิบ" พรนับพันมองด้วยความเอ็นดู
หลังจากอาบน้ำเสร็จเก็บกวาดห้องสักนิดสักหน่อยเวลาก็เลยสามทุ่มเข้าไปแล้วพรนับพันเดินเข้าไปหาคุณทองหยิบที่นอนอยู่บนเบาะของตัวเอง
"คุณทองหยิบหิวหรือยังคะ"
"อาหาร...อาหาร...ตายแล้วคุณทองหยิบ อาหารของคุณทองหยิบหมดแล้ว"
"คุณทองหยิบไม่ได้แอบกินอาหารไปใช่ไหมคะ?" พรนับพันมองอย่างคาดโทษแต่ก็สู้สายตาของคุณทองหยิบไม่ได้อยู่ดี
"โอเคค่ะ เดี๋ยวนับออกไปซื้อมาให้ก็ได้ รอนับหน่อยนะคะคุณทองหยิบเดี๋ยวนับกลับมา"พรนับพันลูบหัวเ้าก้อนขนก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์และมือถือออกไปร้านสะดวกซื้อที่ใกล้อพาร์ทเม้นท์ของเธอ
"เอ้อ...ทางเดินตรงนี้มืดจังเลย"
พรนับพันเดินไปตามทางเรื่อยๆจนกระทั่งเธอได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากถังขยะที่อยู่ไม่ไกลตรงนั้นช่างมืดสนิทแม้แต่แสงจากพระจันทร์ยังส่องไปไม่ถึง
"เสียงอะไรกัน"
"คงไม่ได้มีใครเอาเด็กมาทิ้งเหมือนในข่าวหรอก ใช่ไหม?"
เธอเดินเข้าไปใกล้ๆแม้ว่าในใจจะกลัว แต่เพราะความอยากรู้ที่มีชนะทุกอย่าง หญิงสาวค่อยเดินเข้าไปใกล้ๆกองขยะสิ่งที่เห็นไม่ใช่เด็กแต่กลับเป็ผู้ชายคนหนึ่ง
"คะ...คุณเป็อะไรหรือเปล่า มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?" ขณะที่เอ่ยปากถาม เธอสำรวจดูสภาพของชายหนุ่มคร่าวๆ
"คุณมีเืออกนี้ คุณถูกทำร้ายเหรอ คุณ!!! ตอบนับหน่อยสิคะ?" พรนับพันพยายามเรียกให้ชายนิรนามได้สติ
"หนวกหูจริง" เสียงเข้มของชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรงเปลือกตายังคงปิดอยู่ใบหน้าและริมฝีปากของเขาซีดเซียวไร้สีของเื
เมื่อหญิงสาวเห็นว่าชายนิรนามยังพอมีสติอยู่บ้างเธอจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกเพื่อเรียกรถพยาบาล
"คุณชื่ออะไรมีเบอร์คนที่บ้านไหมนับจะโทรให้รถพยาบาลมารับคุณ...นี้!!!"
"คุณจะทำอะไรของคุณเนี้ย ถ้าช้าคุณได้เืหมดตัวตายแน่" อยู่ๆชายนิรนามตรงหน้าก็แย่งโทรศัพท์มือถือไปจากเธอ
"หุบปากซะ ยัยผู้หญิงปากมาก" เสียงเข้มที่แม้จะไร้เรี่ยวแรงแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง
"ห้ามโทรหาใครทั้งนั้น เธอแค่เก็บปากเงียบๆแล้วเดินไปซะไม่ต้องมายุ่งกับฉัน"ชายหนุ่มสะบัดมือแขนของหญิงสาวจนเธอเสียหลักล้มลงก้นกระแทกพื้น
"ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน"
"แล้วคุณจะทำยังไง นอนให้เืหมดตัวอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ?"
"ช่างฉันเถอะ ฉันไม่้าความช่วยเหลือจากเธอ"
พรนับพันไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำที่จะปล่อยให้คนตายเธอไม่สนว่าเขาจะพูดอะไรออกมาอีก เธอแค่ไม่อยากให้ใครต้องมาตายทั้งๆที่เธอสามารถช่วยเขาได้
หลังจากที่พาเขามาถึงอพาร์ทเม้นท์อย่างทุลักทุเลเธอค่อยๆ เช็ดเนื้อเช็ดตัวและทำแผลของเขา สาเหตุของเืคือแผลถูกแทงบริเวณสีข้างใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ปากและคิ้วแตก
ขณะที่ทำแผลของชายหนุ่มพรนับพันคอยสังเกตใบหน้าของเขา ชายหนุ่มหน้าตาดีแถมยังตัวสูงมากร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม จากสายตาที่คาดคะเนน่าจะสูงราวๆ 185ซม. แถมยังมีรอยสักรูปดาวบนหน้าอก
"คุณไปทำอะไรมาละคะ? ถึงได้โดนทำร้ายขนาดนี้"เธอเริ่มถามถึงสาเหตุที่ชายหนุ่มถูกทำร้าย
"คงไม่ได้ไปยุ่งกับพวกมาเฟียใช่ไหม?"
"หรือว่าไปแอบแซ่บกับแฟนชาวบ้านเข้าละคะ"
"นี้ตอบนับบ้างสิ นับคุยกับคุณอยู่นะคะ" ชายหนุ่มเอาแต่เงียบนั่งนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไรกับาแ
"นี้ยัยผู้หญิงปากมาก เลิกพูดจาไร้สาระแล้วก็รีบทำแผลให้เสร็จๆ ซะที"เขาตอกกลับเธอซะหน้าชา ‘ผู้ชายปากร้าย’ นั่นคือนิยามที่เธอมอบให้เขา
"พรนับพันค่ะ ไม่ใช่ยัยผู้หญิงปากมาก นับมีชื่อได้โปรดเรียกชื่อของนับด้วย"
"พร-นับ-พัน" พูดย้ำชื่อของตัวเองอีกครั้งให้ชายหนุ่มได้ยินชัดๆ
“คุณเรียกว่านับก็ได้”
"แล้ว...คุณละคะ ชื่ออะไรงั้นเหรอคะ?" พรนับพันถามออกมาขยับเข้าไปใกล้เขานั่งมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาจนเพลินตาแต่จนแล้วจนรอดชายตรงหน้าก็ไม่คิดที่จะปริปากบอกชื่อเสียงเรียงนามของเขาให้เธอรู้
"มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องบอกชื่อให้เธอรู้มิทราบ"
"ถ้าคุณไม่อยากบอกชื่อ แล้วนับจะเรียกคุณว่าอะไรละคะ?"
"กันต์"
"คะ?" เสียงของเขาเอ่ยออกมาอย่างแ่เบาจนเธอแทบไม่ได้จนต้องถามย้ำเขาอีกครั้ง
"คุณว่าอะไรนะคะ เมื่อกี้นับได้ยินไม่ถนัด"
"นี้นอกจากจะพูดมากแล้วยังหูตึงอีกหรือไง"
"นี้!!! ทำไมถึงได้ปากร้ายกับผู้หญิงขนาดนี้นะ"ใบหน้าของพรนับพันบึ้งตึงไม่ชอบใจจากคำพูดของเขา จ้องมองไปในดวงตาคู่งามของเขาดวงตาสีฟ้าแกมเขียวรูปตาเรียวยาวดุจดั่งหมาป่าแพขนตายาวชวนหลงใหลรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อมาบินวนอยู่ในท้อง
"จะจ้องหน้าฉันอีกนานไหม?" พรนับพันจ้องมองอยู่นานจนชายหนุ่มเอ่ยทักหญิงสาวถึงได้รู้สึกตัว
"ขอโทษค่ะ นับไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณอึดอัด แล้วทำไมได้มานอนอยู่ข้างถังขยะล่ะคะ?"
“พวกคนที่ทำร้ายคุณเขาคงไม่ได้จะทำร้ายให้คุณถึงตายแค่อยากสั่งสอนคุณหรือเปล่าคะ?"
"ทำไมถึงคิดแบบนั้น"
"ก็แผลของคุณมันไม่ได้ลึกมากแล้วพวกคนที่ทำร้ายคุณเขายังเอาคุณมาทิ้งในเขตชุมชนแบบนี้อีกไม่ช้าก็เร็วยังไงก็ต้องมีคนมาเจอคุณอยู่ดี จริงไหมคะ?"
"มันไม่ใช่เื่อะไรที่เธอจะมาสนใจเื่ที่ฉันถูกทำร้ายฉันจะนอนแล้ว"พอพูดจบชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนแสนนุ่มสบายของเธอโดยไม่สนใจว่าเธอจะอนุญาตหรือเปล่า
"นับยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้คุณนอนบนเตียงของนับ ถ้าคุณนอนบนเตียงแล้วนับจะไปนอนที่ไหนละคะ"?
"นั่นก็เื่ของเธอหรือเธออยากจะมานอนด้วยกันไหมล่ะ"
"บ้า!!!"
"ผู้ชายนิสัยเสีย"
พรนับพันมองร่างกายของชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนยึดเอาเตียงนอนแสนสบายของเธอไปใช้อย่างหงุดหงิดหัวใจซ้ำยังมีเ้าก้อนขนที่ขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกันข้างๆร่างของชายหนุ่ม ทั้งๆ ที่ปกติเ้าก้อนขนติดเบาะนอนของตัวเองอย่างกับอะไรดีหญิงสาวจำใจต้องระเห็จตัวเองมานอนบนพื้นแทน