เมืองหลวงแคว้นหานทั้งเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งทั้งอาคารบ้านเรือนหรือก็ใหญ่โตสวยงามมีถนนศิลาดำทอดยาวทำให้การเดินทางในเมืองเป็ไปอย่างสะดวกสบาย
เพื่อความเป็ระเบียบเรียบร้อยเมืองหลวงจึงแบ่งออกเป็หลายเขต ทั้งเขตการค้า เขตรื่นเริง เขตที่อยู่อาศัยของขุนนางเขตพำนักของเหล่าราชนิกุล และสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นวังหลวงอันใหญ่โตแห่งแคว้น
ไม่ว่าจะมองไปที่ใด ก็เจอแต่ผู้คนแต่งกายด้วยอาภรณ์อันงดงามนอกจากนี้ยังสามารถพบเห็นคนจากแคว้นอื่น ๆ ที่เข้ามาลงทุนทำการค้าหรือท่องเที่ยวเยี่ยมชมเมืองหลวงที่ได้ชื่อว่างดงามกว่าแคว้นใดในดินแดนใกล้เคียง
ที่นี่เป็แหล่งรวมสิ่งต่าง ๆทั้งในและนอกแคว้น ทำให้บรรยากาศการซื้อขายสินค้าเป็ไปอย่างคึกคักหาก้าสิ่งใดเพียงไปหายังย่านการค้าก็จะเจออย่างแน่นอน ทั้งแพรพรรณ ขนสัตว์เครื่องประดับ รวมไปถึงสมุนไพร ไม่เว้นแม้แต่สัตว์หายากจากต่างแคว้นแต่ถ้า้าสั่งทำเครื่องประดับก็เพียงแวะไปยังร้านค้าเก่าแก่ของช่างฝีมือแห่งเมืองหลวง
เนื่องจากอยู่ภายใต้เงาขององค์ฮ่องเต้ทำให้บรรยากาศสุขสงบไร้เื่ร้ายรบกวนหรือหากจะเกิดเื่ก็มิพ้นสายตาของมือปราบแห่งเมืองหลวงไปได้
เขตที่อยู่อาศัยของราชนิกุล
ในบรรดาที่พำนักของราชนิกุลจวนฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรง ผู้เป็พระอนุชาร่วมสายพระโลหิตของฮ่องเต้ มู่เหวินหลงกินอาณาเขตกว้างขวางที่สุด
งานประดับตกแต่งและวัสดุในการสร้างล้วนเป็ของชั้นหนึ่งไม่ว่าจะเป็สิงโตหินคู่ที่นั่งพิทักษ์ประตูบานใหญ่เคียงข้างองครักษ์หลวงในชุดเกราะน่าเกรงขามเื้ับานประตูไม้มะเกลื่อสีดำขลับขนาดใหญ่เป็ทางเดินศิลาทอดยาวถึงประตูโค้งใต้มุขหน้าจวนสองข้างทางขนาบไปด้วยต้นสนขนาดใหญ่ให้บรรยากาศเคร่งครึมทำให้เหล่าผู้มาเยือนรู้สึกถึงความสูงส่งของผู้เป็เ้าของจวน
ภายในห้องโถงต้อนรับโอ่อ่างดงามเครื่องประดับตกแต่งและภาพวาดประดับผนังล้วนเป็สมบัติโบราณมีค่าควรเมืองที่นั่งประธานตรงกลางโถงทำจากไม้สักฉลุลายพยัคฆ์จากช่างฝีมือของวังหลวงเพิ่มความนุ่มสบายด้วยเบาะผ้าแพรหรูหราสำหรับหน้าร้อนและปูด้วยขนจิ้งจอกเงินสำหรับฤดูหนาว บรรยากาศโดยรอบเคลือบแผงกลิ่นอายอันสูงศักดิ์ของราชนิกุลทุกกระเบียด
ส่วนของเรือนพำนักประกอบด้วยเรือนหลักเรือนเล็ก และเรือนสำหรับต้อนรับแขกรวมทั้งสิ้นสิบสองหมู่ระหว่างทางเดินเชื่อมไปยังเรือนต่าง ๆ จะมีสวนไม้ดอกไม้ประดับเจริญตาอย่างยิ่งนอกจากนี้ภายในจวนยังมีสระบัว สวนหิน รวมไปถึงหุบเขาจำลองขนาดใหญ่อีกด้วย
บัดนี้หิมะละลายสิ้นแม้ยังมีลมหนาวพัดผ่านแต่ท่ามกลางแสงอาทิตย์อันอบอุ่นก็ช่วยให้อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน
ภายในศาลาริมสระบัวขนาดใหญ่ปรากฏเงาร่างของสองบุรุษหนึ่งคือถางซือเซิน อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย สหายของผู้เป็เ้าของจวนหลังงามนี้เขามีใบหน้าคมคาย ปากบางคล้ายอมยิ้มเล็กน้อย ั์ตาลุ่มลึกสวมอาภรณ์สีฟ้าจากผ้าเนื้อดี เปล่งรัศมีของผู้มีภูมิอย่างเต็มเปี่ยมอีกหนึ่งคือฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรงผมสีดำขลับราวปีกกาถูกครอบเก็บใต้กวานทองซึ่งเป็เครื่องแสดงฐานะ บุรุษในอาภรณ์สีฟ้าแผ่รัศมีสูงศักดิ์ตามแบบฉบับราชนิกุลอันดับหนึ่ง
“เ้าคิดนานไปแล้วซือเซิน” มู่เลี่ยงหรงเปล่งวาจาเร่งรัดบุรุษที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกระดานหมากมุมปากระตุกเป็รอยยิ้มคล้ายเย้ยหยัน ั์ตาดุจเหยี่ยวฉายแววเ็าเหมือนยามปกติ
“ซือเซินแพ้แล้ว” อัครเสนาบดีกล่าวเสียงขรึมทว่าหาได้มีแววใส่ใจกับความพ่ายแพ้อยู่ในน้ำเสียงสักนิด
“ผิดแล้ว...หมากของเ้ามิได้เลวแต่วันนี้สหายของข้าไม่มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่ามีเื่ใดทำให้กังวลใจอย่างนั้นหรือ” มู่เลี่ยงหรงถามพลางละสายตาขึ้นจากกระดานหมาก
ผู้สูงศักดิ์ผินมองนางกำนัลที่ยืนรอรับใช้เพียงเท่านั้นนางพลันกระวีกระวาดรินชาชั้นดีลงจอกแล้วยื่นให้ผู้เป็นายอย่างรู้งาน
จมูกโด่งสูดดมไอร้อนแฝงกลิ่นหอมล้ำเลิศก่อนจรดริมฝีปากหยักได้รูปจิบชาเบาๆ ครั้นเห็นสหายยังคงนิ่งเฉยจึงเอ่ยถามอีกคราหนึ่ง
“ซือเซิน เ้ามีอะไรก็ว่ามาเถิด”
“งานเลี้ยงชมดอกเหมยปีนี้ฝ่าาอยากให้ท่านอ๋องไปด้วย”
“แค่ชมดอกไม้ หากข้าไม่ไปงานก็คงยังจัดได้อยู่กระมัง อีกอย่างพระเชษฐาทรงรับปากแล้วว่าจะไม่พระราชทานสาวงามคนไหนให้อีกหากข้ามิได้ร้องขอ”มู่เลี่ยงหรงขมวดคิ้วเมื่อคิดถึงงานชมดอกเหมยปีก่อน เขาจำต้องแต่งกับบุตรีฝาแฝดของเ้ากรมอาญามาเป็ชายารองของตนก่อนหน้านั้นก็ได้ชายารองคนแรกเป็บุตรสาวเสนาบดีกรมพระคลัง
หลังจากได้ชายารองอย่างไม่เต็มใจสองปีติดต่อกันมู่เลี่ยงหรง แทบไม่ร่วมงานประเภทรวมเหล่าสตรีอีกเลย หากหลีกเลี่ยงมิได้บางทีก็หาเื่กลับออกจากงานก่อน บางครั้งก็เร้นกายหายออกจากที่นั่ง
ความจริงเขารู้สึกไม่เป็สุขที่ต้องเสียมารยาทในงานพิธีต่างๆ ยิ่งนัก จนในที่สุดท่านอ๋องหนุ่มจึงตัดสินใจเข้าเฝ้าโอรสัแล้วเอ่ยขอคำสัญญาเกี่ยวกับการเลือกพระชายาจากพระเชษฐาพระองค์ก็ทรงรับปากว่าจะไม่พระราชทานหญิงสาวให้หากพระอนุชาไม่ร้องขอ
แต่เหมือนฮ่องเต้มู่เหวินหลงจะชอบอกชอบใจยามเห็นใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีหากบุคคลผู้นี้มิใช่ฮ่องเต้ท่านอ๋องหนุ่มก็อยากจะเอามีดกรีดบนใบหน้าอันรื่นเริงของพระเชษฐาร่วมอุทรยิ่งนัก