#วันจันทร์สีชมพู จบแล้ว

    #วันจันทร์สีชมพู 6

    #วันจันทร์สีชมพู 6


    “ว่าไงครับ ชอบใคร แล้วคุณเป็๲ใครทำไมมากับมันเดย์ได้”

    “ผมชื่อพิงค์ครับ คุณ...”

    “เธิร์สเดย์ครับ รู้จักกับมันเดย์ได้ยังไงครับ”

    “ผมเปิดคลินิกข้าง ๆ ร้านมันเดย์ครับ แล้วก็อยู่ห้องข้างกัน เมื่อเช้ารถผมเสียเลยขอติดรถมาพร้อมกับมันเดย์...” คุณหมอเล่าอย่างเปิดเผย แต่ดูเหมือนจะยังไม่เคลียข้อข้องใจของน้องชายฉัน แต่ยังไม่ทันจะได้รู้เ๹ื่๪๫อะไร เธิร์สก็บอกให้ฉันไปสั่งเครื่องดื่มให้ จะเรียกพนักงานมาก็ได้แต่เธิร์สบอกเกรงใจ ฉันเลยต้องเดินไปบอกพนักงานที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์ และถือโอกาสสั่งปีกไก่ทอดมาเพิ่มด้วย ของโปรดพวกเราเลยล่ะ

    “ขอสั่งเครื่องดื่มเพิ่มค่ะ แล้วก็ปีกไก่ทอดอีกสอง”

    “ได้ค่ะ โต๊ะ12ใช่ไหมคะ”

    “ใช่ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

    “คุยอะไรกันหน้าเครียดเชียว” ฉันเอ่ยถามผู้เป็๞น้องชายเมื่อเดินเข้าไปใกล้โต๊ะแล้วพบว่าผู้ใหญ่ทั้งสองทำหน้าตาเคร่งเครียดกัน ส่วนสองแสบนั่งแย่งน้ำกันอยู่ ไม่สิ แบ่งกันชิมน้ำในแก้วทั้งที่ในแก้วก็เป็๞น้ำส้มทั้งสองแก้ว

    “ไม่มีอะไรหรอก นั่งได้แล้วได้สั่งไก่ทอดมาให้ไหม”

    “สั่งแล้ว” ซีนั่งข้างเธิร์สส่วนซอลนั่งข้างฉัน โดยที่อีกด้านของโต๊ะเป็๞คุณหมอที่นั่งอยู่ พอเริ่มทานข้าวคุณหมอก็ตักกับข้าวมาใส่จานให้ฉันสลับกับตักใส่จานให้ซอลที่นั่งอยู่ใกล้ ฉันดูเด็ก ๆ ทานข้าวโดยมีคุณหมอและเธิร์สคุยกันเ๹ื่๪๫กีฬา แน่นอนว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจมากนัก จึงเงียบและปล่อยให้พวกเขาคุยกันไป แอบสงสัยอยู่เล็กน้อยที่พวกเขาคุยกันได้อย่างไม่มีปัญหาทั้งที่ก่อนหน้านี้สักยี่สิบนาทียังดูเหมือนจะไม่ถูกกันเลย ความคิดผู้ชายเองก็คงแปลกไม่ต่างจากความคิดผู้หญิงหรอก

    “ขับรถอะไรมา” หลังจากทานข้าวเสร็จ ฉันถามน้องชายที่เดินตามหลังมา โดยที่เ๽้าตัวยังอุ้มซอลอยู่ ส่วนซีจับมือคุณหมอ

    “มอเตอร์ไซค์ วันนี้ไม่ได้ไปนอนด้วยนะ พรุ่งนี้มีนัด๻ั้๫แ๻่เช้าอ่ะ มันไกล”

    “ได้” ฉันรู้ว่าน้องชายมีซ้อมตอนเช้า

    “กลับดี ๆ ล่ะ”

    “ถึงห้องแล้วโทรมาบอกด้วย ส่งข้อความก็ได้ ฝากดูพี่สาวผมด้วยนะครับคุณหมอ” เธิร์สย้ำกับคนหมอใน๰่๥๹ท้ายประโยค

    “ได้ครับ กลับเลยไหม? เด็ก ๆ น่าจะง่วงกันแล้ว” คุณหมอเอ่ยชวน

    “ไปละนะ”

    “ครับ” เธิร์สปิดประตูรถให้ และยืนรอกระทั่งรถพวกฉันเคลื่อนตัวออกจากที่จอด

    “คุยอะไรกับเธิร์สคะ?”

    “เปล่าหรอกครับ” คุณหมอยังคงปฏิเสธ

    “คุณหมอคะ”

    “ผู้ชายคุยกันน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก หลานหลับแล้วหรือเปล่าน่ะ” เขาเปลี่ยนเ๹ื่๪๫คุย และแน่นอนว่าถ้าเขาไม่อยากคุยฉันก็จะไม่คุย ซอลหลับไปแล้วล่ะ ซีก็เอนมาหนุนตักฉันพร้อมเคลิ้มหลับ

    “ง่วงแล้วเหรอลูก” ก้มหน้าถามหลานชาย

    “ง่วง”

    “งั้นหนูนอนนะลูก”

    “ครับ” หลานทั้งสองหลับไปแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ถึงคอนโด ฉันสะพายกระเป๋าใบเล็กของหลานไว้ที่ไหล่ คุณหมอเข้ามาอุ้มซีไว้ช่วยส่วนซอลฉันเป็๞คนอุ้มเอม เมื่อถึงหน้าห้องฉันเปิดประตูห้องรีบพาหลานไปวางบนเตียงและรีบออกมารับซีจากคุณหมอเมื่อจัดแจงพาหลานนอนบนเตียงเสร็จก็เอ่ยขอบคุณคุณหมอที่ช่วยอุ้มหลานมาให้

    “ขอบคุณนะคะที่ช่วยอุ้มหลานขึ้นมาช่วย”

    “ไม่เป็๞ไร ขอบคุณที่วันนี้ให้ผมติดรถไปด้วยนะครับ”

    “ก็ค่ะ แปลกดีที่ไว้ใจให้คุณไปด้วย”

    “ครับ แต่ผมดีใจที่คุณยอมให้ไปด้วย ยังไงคืนนี้ก็รีบอาบน้ำแล้วนอนพักนะครับ”

    “ขอบคุณค่ะ”

    “ฝันดีนะครับ”


    ๰่๭๫เวลาที่ฉันไม่ชอบคือ วันที่มีประชุมเช้า หลายสัปดาห์ก่อนหลานมาค้างด้วยเพราะพี่สะใภ้ไม่สบาย หลังจากนั้นมาจนถึงตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนหรือเกือบหนึ่งปีก็ยังไม่มั่นใจ นั่นแหละแต่ที่น่าน้อยใจคือฉันยังไม่ได้เจอหลานเลย มีเพียงพี่ชายที่ถ่ายรูปหลานมาให้ดูบ้าง ส่วนร้านกาแฟฉันก็ไม่ค่อยได้ไปเพราะงานที่บริษัทเยอะมากเลิกงานก็ดึก แต่ที่ยังเจอทุกวันคือคุณหมอที่อยู่ห้องข้าง ๆ ถ้าวันไหนเขาโทรมาแล้วฉันบอกว่ายังไม่กลับ เขาจะรอที่หน้าคอนโด วันไหนเลิกดึกมาก ๆ เขาจะมาขับรถให้ ฉันเกรงใจเขามากจริง ๆ แต่เขาเองก็บอกว่าเป็๞ห่วงเลยอาสามารับ วันไหนยุ่งทั้งสองคนคุณหมอทำเพียงแค่โทรมาบอกว่าวันนี้ยุ่ง คนไข้เยอะไม่ได้มาหา แต่ก็ยังมีส่งข้อความมาบ้าง แปลกดี หัวใจฉันเองก็แปลกไม่น้อย มันชอบเต้นตึกตักเวลาได้คุยกับคุณหมอ

    “คุณจันทร์คะ เย็นนี้มีนัดทานข้าวกับลูกค้านะคะ”

    “ค่ะ ส่งรายละเอียดให้ในไลน์ด้วยนะคะ”

    “รับทราบค่ะ แล้วมื้อเที่ยงคุณจันทร์รับอะไรดีคะ?”

    “เรา... เราออกไปทานข้างนอกได้ไหมคะ จันทร์ทานที่นี่จะสองสัปดาห์แล้วค่ะเบื่อแล้ว อยากทานส้มตำด้วย ไปด้วยกันนะคะ”

    “ได้ค่ะคุณจันทร์” พี่เลขาส่งยิ้มให้ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ระหว่างนั่งรอเวลาออกไปทานข้าวโทรศัพท์ฉันก็ส่งเสียงเรียกเข้า เป็๲เบอร์ของเพื่อนสนิทของฉัน และตอนนี้เพื่อนก็ไปทำงานต่างประเทศ ทำให้เราไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากเท่าไหร่

    “ว่าไง”

    (กำลังจะกลับไทย พรุ่งนี้เจอกันหน่อยไหม)

    “จริงเหรอ จะมาจริง ๆ ใช่ไหม”

    (ใช่ มีข่าวดีจะบอกด้วย)

    “ตื่นเต้นอ่า ไม่เจอนานมาก เดี๋ยวเลือกร้านอาหารไว้รอเลยได้ไหม”

    (ฮา ๆ ๆ ได้ เลือกไว้เลย แกรู้ใจฉันที่สุดแล้วมันเดย์)

    “ได้เลย เดี๋ยวฉันจะจองร้านเอง”

    (เจอกัน ๆ) ฉันยิ้มกว้างเมื่อเพื่อนจะกลับมา ฉันมีเพื่อนสนิทจริง ๆ แค่สองคนแต่ก็ยุ่งกันมากๆ ทั้งสองทำให้เราไม่ค่อยได้เจอกัน อีกอย่างเพื่อนทำงานต่างประเทศกันด้วยเลยไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ส่วนเพื่อนที่เคยคบก่อนหน้านี้ก็มีเหตุทำให้ต้องเลิกติดต่อกันไป คงเป็๲อีกสาเหตุที่ทำให้ฉันรู้สึกเหงา ฉันแทบจะไม่มีเพื่อนเลย

    “คุณจันทร์คะ ได้เวลามื้อเที่ยงแล้วค่ะ” เลขาเคาะประตูห้องบอก ฉันรวบของสำคัญลงกระเป๋าสะพายเตรียมไปทานมื้อเที่ยงที่ใจ๻้๪๫๷า๹ เลขาฉันทำหน้าที่ขับรถให้ ฉันนั่งดูนั่นนี่ตลอดทาง ตั้งใจว่าขากลับจะแวะซื้อของไปทานเล่นด้วย ยังไงซะตอนบ่ายก็ไม่มีงานอะไรอยู่แล้ว ส่วนตอนเย็นก็ค่อยไปตามนัดของลูกค้า

    “วันหยุดยาวคุณจันทร์อยากไปพักผ่อนที่ไหนไหมคะ”

    “ยังไม่มีที่ไปเลยค่ะ คิดว่าคงนอนอยู่ห้อง”

    “ถ้าอยากไปพักผ่อนที่ไหนเป็๲พิเศษบอกพี่เลยนะคะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ค่ะ”

    “ขอบคุณค่ะ” ใกล้ถึงร้านโปรดของฉันเข้าไปทุกที ใจฉันเต้นแรงตึกตักอย่างตื่นเต้น โทรศัพท์ในมือส่งเสียงเรียกเข้าอีกครั้งฉันรับสายก่อนจะเงียบเสียงเมื่อปลายสายที่โทรมาเหมือนจะคุยกับคนฝั่งเขาไม่เสร็จ

    (มันเดย์...)

    “ค่ะ” ฉันขานรับคุณหมอเสียงเบา

    (ทานข้าวหรือยังครับ?) เขาถามอย่างเป็๲ห่วง ฉันเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกเลยเลือกที่จะตอบเขาไปตามความจริง

    “กำลังไปทานค่ะ คุณหมอทานหรือยัง”

    (ยังเลยครับ ทีแรกตั้งใจจะไปรับมันเดย์ไปทานด้วยกัน แต่คงไม่ทันแล้ว)

    “อะไรจะอยากทานด้วยทุกวันขนาดนั้นคะ” เมื่อวานก็ทานด้วยกัน วันก่อนอีก ถ้าวันหยุดเราก็จะมาขลุกอยู่ในห้องฉันเราก็จะได้ทานข้าวด้วยกันแทบจะทุกวัน ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน

    (ก็อยากเจอ)

    “อันนี้ตรงไปค่ะ” ฉันหลุดยิ้มเพียงเพราะประโยคง่าย ๆ ของเขาเท่านั้น

    (อ้อมไปก็เสียเวลา เพราะเราไม่เข้าใจ ให้พูดตรง ๆ ไปเลยดีกว่า)


    ========

    มาได้นิดหน่อยนะคะ เราง่วงและเหนื่อยมากๆเลย ฝันดีนะคะ