ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 126 สูญเสียความทรงจำในอดีต

            ระหว่างทางที่มู่อวิ๋นจิ่นเดินกลับเรือนลี่เฉวียนในใจของนางเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เดินไปก็ก่นด่าฉินมู่หนานไป

            “คนตระกูลฉิน ช่างหน้าไม่อายกันทั้งนั้น!” มู่อวิ๋นจิ่นกัดฟันด่าทอ

            จื่อเซียงที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “คุณหนู การกระทำของแม่ทัพฉินเมื่อครู่นี้องค์ชายหกจะสงสัยในตัวพวกเราหรือไม่เจ้าคะ?”

            “ทำทุกอย่างเปิดเผยไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” มู่อวิ๋นจิ่นตอบกลับอย่างรวดเร็ว

            พอกลับถึงห้องแล้วมู่อวิ๋นจิ่นให้จื่อเซียงกลับไปพักผ่อนได้ ส่วนนางก็ทิ้งตัวลงบนเตียงมองบรรยากาศภายนอกผ่านหน้าต่าง

            หลังจากนั้นไม่นานฉู่ลี่ได้ปรากฏตัวที่เรือนลี่เฉวียน

            มู่อวิ๋นจิ่นสังเกตเห็นสีหน้าของเขาราบเรียบไม่มีความผิดปกติใด ๆ ภายในใจที่เป็นกังวลจึงวางค่อยใจลงได้คนอย่างเขาไม่ว่าจะเจอเรื่องใดก็คงไม่สนใจทั้งนั้น!

            จนกระทั่งฉู่ลี่เหล่มองเข้ามาภายในห้องมู่อวิ๋นจิ่นรีบลุกขึ้นไปปิดหน้าต่างแล้วนั่งพิงลงทันทีก่อนถอนหายใจด้วยว่ารอดจากสายตาของฉู่ลี่อย่างหวุดหวิด

            จากนั้นไม่รู้ว่านางนั่งจิตใจก็ร้อนรุ่มบนเตียงนานเพียงใดในที่สุดก็เดินไปเปิดประตูห้องออก เพื่อสูดอากาศภายนอก

            ในขณะเดียวกันห้องที่อยู่เยื้องกันนั้นได้เปิดแง้มออก

            สัญชาตญาณของมู่อวิ๋นจิ่นสั่งให้นางรีบหลบในทันใดแต่ว่าคนในห้องที่อยู่เยื้องกันนั้นเข้ามาประชิดข้างกายนางแล้ว

            “มู่อวิ๋นจิ่น” ฉู่ลี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

            มู่อวิ๋นจิ่นยิ้มแห้งๆ “มีอะไร?”

            “เจ้าลองดูสิ่งนี้สิ” ฉู่ลี่แบมือเห็นกระดาษที่เขียนอักษรถูกขยำยับยู่ยี่

            มู่อวิ๋นจิ่นยื่นมือไปรับมาก่อนค่อย ๆ คลี่ออกเพื่อมองเนื้อความข้างใน เมื่อเห็นดังนั้นนางถึงกับเบิกตาโพลง

            “สมควรตายนัก ฉินมู่หนานบังอาจหลอกข้า!!!” มู่อวิ๋นจิ่นฉีกกระดาษในมือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

            เนื้อความในกระดาษเกือบทำให้มู่อวิ๋นจิ่นกระอักเลือดพุ่งออกมาด้วยตัวอักษรไม่เพียงเขียนได้อย่างน่าเกลียดเท่านั้นแต่ยังเต็มไปด้วยความคลุมเครืออย่างยิ่ง… “อีกสองวันจะเป็นเทศกาลชีซี[1]อวิ๋นจิ่นเย็บถุงหอมเรียบร้อยแล้วเจอกันที่ประตูหลังจวนอัครเสนาบดีมู่ ขอให้พี่มู่หนานมารับด้วย”

            ฉู่ลี่หัวเราะให้กับการฉีกกระดาษของมู่อวิ๋นจิ่น “เปิ่นหวงจื่อดูไม่ออกมาก่อนเลยว่าเจ้ามีความสามารถที่จะเย็บถุงหอมเป็นด้วย”

            “ข้า…” มู่อวิ๋นจิ่นไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรที่สำคัญนางมิอาจบอกฉู่ลี่ว่าเจ้าของร่างเดิมของมู่อวิ๋นจิ่นได้ตายจากไปแล้วส่วนวิญญาณในร่างของนาง ข้ามเวลามาจากอนาคต

            แผนการของฉินมู่หนานในครั้งนี้ช่างยอดเยี่ยมและเจ้าเล่ห์สมกับเป็นแม่ทัพ

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นนวดขมับก่อนนั่งลงที่เก้าอี้หินกลางลาน แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบของนางนางจึงคิดหาทางแก้ไขปัญหาให้กับเรื่องนี้ได้ และเมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงเงยหน้ามองฉู่ลี่

            “อันที่จริง มีเรื่องบางเรื่องที่ข้าปิดบังเจ้ามาโดยตลอด”

            ฉู่ลี่ปรายตามองเพื่อรอฟังสิ่งที่นางจะพูดต่อ

            “ข้าสูญเสียความทรงจำเรื่องราวเมื่อก่อนไป…” มู่อวิ๋นจิ่นก้มหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่

            ฉู่ลี่เกิดความแปลกใจขึ้นเล็กน้อยสังเกตได้จากสายตาของเขา

            “สำหรับเรื่องเมื่อก่อนที่ผู้คนต่างพูดว่าข้าเป็นคนไม่ได้เรื่องข้าก็จำไม่ได้เช่นกัน”

            “เรื่องของฉินมู่หนาน ข้ายิ่งไม่รู้มาก่อน”

            มู่อวิ๋นจิ่นเล่าจบลมยามค่ำคืนพัดโชยมาจนรอบข้างเงียบสงัดไปทั่ว

            เมื่อเห็นฉู่ลี่ไม่เอ่ยคำใดมู่อวิ๋นจิ่นจึงขบฟันครุ่นคิด ไม่รู้ว่าการเล่าแบบนี้จะหลอกฉู่ลี่ได้หรือเปล่า?

            ฉู่ลี่เปลี่ยนมาชายตามองนางดังเดิมพิจารณาคำพูดของนางเมื่อครู่ พลางคิดว่าหรือเพราะเหตุนี้นิสัยของนางจึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ?

            สูญเสียความทรงจำที่แท้นางก็เสียความทรงจำไป มิอาจจำเรื่องราวในอดีตได้นี่เอง!

            “หากวันใดความทรงจำเจ้ากลับคืนมา เจ้าจะไปกับฉินมู่หนานหรือไม่?” ฉู่ลี่นึกถึงข้อตกลงระหว่างเขากับมู่อวิ๋นจิ่นที่เป็นสามีภรรยากันแค่ในนามเฉยๆ ขึ้น

            มู่อวิ๋นจิ่นชะงักชั่วครู่ไม่รู้ว่านางหลงตัวเองหรืออะไรทำไมนางรู้สึกว่าคำพูดของฉู่ลี่แฝงความหึงหวงลงไปด้วย

            นางคงคิดมากไปเอง!

            “เรื่องนั้นข้าไม่รู้เหมือนกัน” มู่อวิ๋นจิ่นยักคิ้วหลิ่วตาพลางคิดในใจว่าฉู่ลี่กับนางเป็นเพียงสามีภรรยาแค่ในนามไม่จำเป็นที่จะต้องบอกเขาทุกอย่างหรอกกระมัง

            หลังจากที่ตอบกลับไปแล้วฉู่ลี่ก้มหน้าขบฟันเหมือนจะโกรธ ก่อนที่เขาจะรีบหันหลังเดินกลับเข้าห้องไป

            “ปั้ง” เสียงประตูปิดดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ว

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความงุนงงทว่ายังนั่งลงอยู่อย่างเดิม ด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง

            …

            เช้าวันถัดมามู่อวิ๋นจิ่นลืมตาตื่นตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่ขึ้นขอบฟ้านางมองไปรอบห้องและพบว่าทุกอย่างยังคงเงียบสงบ

            ไม่นานนักเสียงประตูของห้องที่อยู่เยื้องกันถูกเปิดออก

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบกระโจนลงจากเตียงโดยไม่สนใจจะสวมรองเท้า นางรีบวิ่งไปเปิดประตูออกทันที

            ฉู่ลี่ที่สวมอาภรณ์อย่างเรียบร้อยเดินหน้าเคร่งเครียดออกจากเรือนลี่เฉวียนไป โดยไม่หันมาชายตาห้องมู่อวิ๋นจิ่นเลยแม้แต่น้อย

            มู่อวิ๋นจิ่นค่อยๆ ปิดประตูด้วยความเศร้าสร้อย ก่อนจะก้มหน้าพึมพำ “หรือว่าเรื่องสูญเสียความทรงจำทำให้เขาโกรธเป็นจริงเป็นจัง?”

            “ก๊อก ๆ ๆ ๆ” เสียงเคาะประตูห้องของนางดังขึ้นจากด้านนอก

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบฉีกยิ้มก่อนจะยกมือเปิดประตูด้วยความดีใจ พอเห็นหน้าคนมาเยือนแล้ว นางกลับหุบยิ้มลงทันที

            “คุณหนู มีเรื่องใดเกิดขึ้น ทำไมสีหน้าของคุณหนูดูไม่มีความสุขเลยเจ้าคะ?”จื่อเซียงถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นท่าทางของนาง

            มู่อวิ๋นจิ่นส่ายหน้าผายมือปฏิเสธ ก่อนเดินไปล้มตัวลงบนเตียง

            “คุณหนูยังไม่ตื่นอีกหรือเจ้าคะ?” จื่อเซียงถามอย่างระวัง

            “วันนี้ข้าไม่อยากขยับตัวไปไหนทั้งนั้น!” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยอย่างขี้เกียจและยังไม่ลืมที่จะถามขึ้นว่า “ฉู่ลี่ไปไหนแล้ว?”

            จื่อเซียงได้ฟังก็รีบยิ้มมุมปาก “เมื่อครู่องค์ชายเดินไปที่ห้องโถงบอกว่าจะออกนอกเมืองไปสองสามวันค่อยกลับเจ้าค่ะ”

            “ออกไปนอกเมือง…” มู่อวิ๋นจิ่นถอนหายใจ อยู่ ๆใบหน้าของฉินมู่หนานก็ปรากฏขึ้นในหัว คงไม่ใช่ว่าฉู่ลี่จะไปหาฉินมู่หนานกระมัง

            “คุณหนู คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ? คุณหนูไปทำอะไรให้องค์ชายหกโกรธเคืองเข้าหรือเจ้าคะ?เมื่อครู่บ่าวแอบสังเกตเห็นสีหน้าขององค์ชายดูหงุดหงิดไปหมดเลยเจ้าค่ะ” จื่อเซียงเล่า

            มู่อวิ๋นจิ่เบ้ปาก “ข้าไปทำให้เขาโกรธเคืองที่ไหน คนอย่างเขาผีเข้าผีออก เอาแน่เอานอนไม่ได้”

            หลังจากที่นางเล่าจบเสียงประตูก็ดังเอียดอาด ต่อด้วยเสียงหัวเราะกดต่ำ

            มู่อวิ๋นจิ่นสอดสายตาไปข้างนอกเห็นฉู่ลี่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างประตู ส่วนติงเสี่ยนเอาแต่ก้มหน้าก้มตากลั้นหัวเราะสุดกำลังจนร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด

            หรือว่าที่นางด่าทอฉู่ลี่ไปเมื่อครู่ฉู่ลี่อาจได้ยินหมดแล้ว?

            “มิใช่ว่าเจ้าจะออกนอกเมืองหรือ? ทำไมกลับมาแล้วล่ะ?”มู่อวิ๋นจิ่นถามขึ้นอย่างโมโห

            ฉู่ลี่พยายามควบคุมอารมณ์ขัดเคืองไว้ภายในโดยเลือกเอ่ยอย่างเย็นชาแทน “เพิ่งไปเปลี่ยนชุดมาใหม่”

            จากนั้นประตูห้องของมู่อวิ๋นจิ่นถูกปิดลงดัง “ปั้ง”

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือเกาหัวลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้าหมายหยิบชุดกระโปรงขาวลายเรียบ ๆ ทว่าหางตากลับเหลือบเห็นชุดกระโปรงสีชมพูขลิบทองจึงคว้าเข้ามาสวมแทน

            จื่อเซียงอ้าปากตาค้างอย่างกับเห็นผีเพราะตั้งแต่ที่ชุดนี้ถูกแขวนอยู่ในตู้ ตนไม่เคยเห็นคุณหนูหยิบมาใส่เลยสักครั้งแต่ชุดกระโปรงขาวลายเรียบๆ ตัวนั้น นางสวมมาหลายรอบแล้ว

            หลังจากที่เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีชมพูเรียบร้อยมู่อวิ๋นจิ่นให้จื่อเซียงเกล้าผมให้ โดยใช้ปิ่นสองชิ้นปักลงไปบนผม

            รอจนกระทั่งมู่อวิ๋นจิ่นแต่งตัวเสร็จเป็นที่เรียบร้อยพอเปิดประตูห้องกลับเห็นฉู่ลี่รอนางจนหงุดหงิดพอเห็นนางในชุดกระโปรงสีชมพูเท่านั้น ฉู่ลี่ถึงกับขมวดคิ้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นมองไปทางฉู่ลี่ “เจ้าเรียกข้ามีธุระเรื่องใด?”

            “ฉินไท่เฟยใกล้จะสิ้นใจแล้ว รีบเข้าไปเยี่ยมในวังเร็วเข้า”

            “วันนี้เจ้าแต่งตัวจัดจ้านราวกับเป็นนกยูงหลากสีไปทำไมกัน?”

            ……

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบปิดประตูถอดชุดกระโปรงสีชมพูออกเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงขาวตามเดิม

            ฉินไท่เฟยใกล้สิ้นพระชนม์แล้วอย่างนั้นหรือ?

            ก็ไม่น่าแปลกฉินมู่เยว่ใช้กู่ฉง[2]ให้กัดกินร่างกายของฉินไท่เฟยเห็นทีอีกไม่นานนางคงสิ้นใจแล้ว

            ระหว่างที่นั่งรถม้าเข้าวังมู่อวิ๋นจิ่นดูเหมือนนิ่งสงบ ไม่แตกตื่นตกใจ ไม่ร้อนใจ และไม่แสดงอาการเสียใจใด ๆกับข่าวร้ายที่เกิดขึ้น

            ตลอดทางตั้งแต่ที่ออกจวนมาฉู่ลี่ไม่ปริปากพูดกับนางแม้สักประโยคเดียว

            มู่อวิ๋นจิ่นแน่ใจแล้วว่าดฉู่ลี่ต้องโกรธเคืองนางเป็นแน่เพียงแต่นางไม่รู้ว่าระดับความโกรธของเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้นั้น อยู่ในระดับไหน

            เมื่อรถม้าเดินทางมาถึงหน้าประตูวังหลวงมู่อวิ๋นจิ่นกับฉู่ลี่ที่เดินลงมาจากรถม้าบังเอิญพบเข้ากับรถม้าของจวนหรงที่หยุดลงในเวลาเดียวกัน

            พระชายาหรงก้าวเดินลงมาจากบนรถม้า

            มู่อวิ๋นจิ่นกับพระชายาหรงสบตากันโดยบังเอิญจากนั้นต่างฝ่ายต่างส่งสายตามองค้อนใส่กันก่อนจะสะบัดหน้าเดินเข้าวังหลวงกันไปคนละทิศละทาง ไร้ซึ่งคำทักทายปราศรัยต่อกัน

            ตลอดทางมู่อวิ๋นจิ่นก้าวย่างด้วยความไม่รีบร้อน ส่วนพระชายาหรงรีบสาวเท้านำหน้าไปมู่อวิ๋นจิ่นที่เดินตามหลังพระชายาหรงนั้นรู้สึกอยากจะหากริชสักเล่มกระซวกจ้วงแทงนางจากด้านหลังอย่างเหลือทน

            ฉินไท่เฟยเวลานีกำลังพักผ่อนอยู่ในตำหนักโดยมีคนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ไม่น้อย

            แม่นมชวียืนร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าประตูพอเห็นมู่อวิ๋นจิ่น เสียงร้องไห้ของนางยิ่งดังสนั่น “พระชายาหกสองวันมานี้ฉินไท่เฟยเริ่มไอเป็นเลือดแล้ว ขอพระชายาเข้าไปพูดคุยกับฉินไท่เฟยหน่อยเถอะเจ้าค่ะเห็นแก่ฉินไท่เฟยที่คอยเอ็นดูพระชายาหกมาตลอด”

            ประโยคนี้ของแม่นมชวีทำให้สายตาของคนในตำหนักหันมาจับจ้องมู่อวิ๋นจิ่นเป็นตาเดียว

            มู่อวิ๋นจิ่นมองไปที่เตียงเห็นพระชายาหรง ฉินมู่หนาน ฉู่ชิงเฉียงและเจิ้งไทเฮา อยู่รอบกายล้อมหน้าล้อมหลังฉินไท่เฟยไม่ห่าง

            คนพวกนี้ต่างคาดหวังให้ฉินไท่เฟยตายๆ ไป โดยเร็วที่สุด

            “อวิ๋นจิ่นมาแล้วหรือ พวกเราช่วยแบ่งที่ให้นางหน่อยช่วงนี้เซียงเสียนเอ็นดูมู่อวิ๋นจิ่นยิ่งกว่าใคร ให้นางมาบอกลาเซียงเสียนก่อนเถอะ”เจิ้งไทเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอย่างคนได้ใจและมิอาจปกปิดความดีใจที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงเอาไว้ได้

            มู่อวิ๋นจิ่นค่อยๆ เดินเข้ามาที่เตียงอย่างช้า ๆ  ก่อนจะพบว่าฉินไท่เฟยดูซูบผอมกว่าวันนั้นเป็นอย่างมากในตอนนี้สายตาของนางจ้องมาที่มู่อวิ๋นจิ่น ริมฝีปากเหมือนพึมพำบางอย่างอยู่

            ฉู่ลี่ที่เห็นภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าได้แต่นิ่งเงียบ

            “จิ่นเอ๋อร์ ขยับเข้ามาใกล้อายเจียหน่อย…” ฉินไท่เฟยใช้พลังอย่างมากกว่าจะพูดขึ้นได้

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบก้มหน้าเข้าไปใกล้ฉินไท่เฟย

            ฉินไท่เฟยทำปากขมุบขมิบอย่างอ่อนแรงด้วยเสียงที่ให้ได้ยินเพียงสองคน “อายเจีย…อยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ต่อให้อายเจียตายไปแล้ว… จะไม่ปล่อยให้เจ้าอยู่เป็นสุข”

            “วัดสุ่ยอวิ๋น… ใต้ต้นถาว[3]…  จำไว้…อย่าลืมไปดู!”

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ฟังทุกประโยคอย่างชัดเจนนางยืดตัวตรง ก่อนส่งยิ้มมุมปากเย้ยหยันไปให้ฉินไท่เฟย

            “ฉินไท่เฟยวางใจได้ อวิ๋นจิ่นกับองค์ชายหกจะต้องอยู่เป็นสุขแน่นอนเพคะ!”มู่อวิ๋นจิ่นตั้งใจเพิ่มเสียงให้ทุกคนในตำหนักได้ยินจนทั่ว

            ฉินไท่เฟยไอออกมาหลายทีก่อนชายตาไปมองฉู่ลี่เผยให้เห็นรอยยิ้ม

            “พี่สะใภ้อวิ๋นจิ่น ไท่เฟยกระซิบว่าอะไรหรือ? บอกให้พวกเราฟังหน่อยได้หรือไม่?”ฉินมู่เยว่ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้มู่อวิ๋นจิ่น

            ..................................................................................................................................

            [1] เทศกาลชีซี เป็นวันแห่งความรักของจีน เทียบเท่าเทศกาลวันวาเลนไทน์ของสากล

            [2] กู่ฉง เป็น สัตว์พิษที่ผ่านพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ โดยนำแมลงสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ ใส่ภาชนะแล้วปล่อยให้กัดกินกันเอง โดยตัวที่เหลือรอดมาได้นับว่ามีพิษร้ายแรงที่สุด ซึ่งจะนำมาใช้วางพิษสังหารคนหรือใช้ถอนพิษก็ได้

            [3] ต้นถาว คือ ต้นพีช

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359