5 1-2
บทที่ 9 แม่ลูกร่วมแรงร่วมใจ (1)
ยามบ่ายแสนสงบเงียบ จางอวิ๋นม่านนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับลูกสาวทั้งสามของเธอ หลายวันที่ผ่านมา ล้วนอัดแน่นไปด้วยความลุ้นระทึกและวุ่นวายสารพัด ่เวลาบ่ายใกล้ตกเย็นแบบนี้ล่ะที่ชวนให้รู้สึกจิตใจสงบที่สุดแล้ว นับเป็่เวลาทองคำอันหาได้ยากยิ่ง
นับั้แ่ที่จางอวิ๋นม่านได้ยินเสียงความคิดภายในใจของลูกสาวคนเล็ก และได้รับรู้ถึงทิศทางความเป็ไปในอนาคต รวมถึงบทสรุปชีวิตของแต่ละคน หัวใจของเธอก็ตกอยู่ในสภาพตึงเครียดมาโดยตลอด วันนี้เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า ่เวลาแห่งความสุขเช่นนี้ช่างล้ำค่าอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ละวันที่ล่วงเลยผ่านไป เสมือนเวลาของเธอกำลังลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ
ขณะที่นอนอยู่บนเตียง จางอวิ๋นม่านรู้สึกสับสนอยู่ภายในใจว่า เธอควรจะบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับการนอกใจของหลินเจียงให้ลูกสาวอีกสองคนรู้ดีหรือไม่
การบอกความจริงเช่นนี้ให้ลูกสาวที่ยังไร้เดียงสาได้รับรู้ ดูเหมือนจะเป็เื่ที่โหดร้ายมากจนเกินไป แต่ในบ้านที่เต็มไปด้วยอันตรายและผู้คนที่โหดร้ายเหมือนหมาป่าเช่นนี้ หากลูกสาวของเธอต้องใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่รู้ความจริงพร้อมกับความใสซื่อบริสุทธิ์อยู่แบบนี้ เธอกลัวเหลือเกินว่า ลูกๆจะถูกหมาป่าพวกนั้นกลืนกินจนไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูกในภายภาคหน้า
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จางอวิ๋นม่านจึงตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะต้องเล่าความจริงให้ลูกๆของเธอฟัง
เพราะการใช้ชีวิตด้วยความไร้เดียงสาโดยไม่รู้อะไรไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต อาจเป็เื่ที่น่าเศร้าเสียยิ่งกว่า หากเปรียบเทียบแล้ว การเผชิญกับความจริงอย่างมีสติและรับมือกับมันในชีวิตจริงนั้น ดูเหมือนจะเป็ทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน
จางอวิ๋นม่านลุกขึ้นเปิดประตูห้องออกไป สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วบริเวณบ้านหนึ่งรอบ ในยามบ่ายที่ร้อนระอุเช่นนี้ ทุกคนต่างพากันหลบเข้าไปพักผ่อนภายในห้องของตัวเอง ไม่มีใครอยู่ด้านนอกเลยแม้แต่คนเดียว
เธอปิดประตูห้องแล้วรีบล็อกไว้อย่างแ่า
"เสี่ยวจือ เสี่ยวเย่ เสี่ยวอวี่ แม่มีเื่จะบอกกับลูกๆทุกคนจ้ะ" จางอวิ๋นม่านลดเสียงเบาลง แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความขึงขังจริงจัง
บนเตียง พี่น้องสามสาวกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน คนนี้แหย่คนนั้น ส่วนอีกคนก็ตอบโต้ตีกันไปตีกันมา แต่เมื่อได้ยินแม่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสีหน้าจริงจัง ทั้งหมดก็รับรู้ได้ในทันทีว่า เื่ที่แม่กำลังจะพูดต่อไปนั้นต้องไม่ใช่เื่ธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน
"พ่อของลูกแอบไปมีผู้หญิงอื่นอยู่นอกบ้าน แล้วยังมีลูกชายกับผู้หญิงคนนั้นด้วย"
จางอวิ๋นม่านโยนข่าวสุดตะลึงนี้ลงใส่กลางวงสามพี่น้องโดยตรงไม่มีอ้อมค้อมใดๆ
ในบรรดาพี่น้องทั้งสาม มีเพียงหลินเสี่ยวอวี่ที่ดูไร้อารมณ์และไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาเลย เพราะเธอนั้นล่วงรู้เื่นี้อยู่ก่อนแล้ว ส่วนหลินเสี่ยวจือและหลินเสี่ยวเย่นั้น ต่างฝ่ายต่างก็อยู่ในอาการตะลึงงัน เสมือนถูกฟ้าผ่าตอนกลางวันแสกๆ ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างไม่อยากจะเชื่อ
แม้ก่อนหน้านี้พวกเธอจะรู้ดีว่าอนาคตอันเลวร้ายที่รออยู่ข้างหน้านั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของพ่อ แต่พวกเธอก็ไม่เคยคิดเลยว่า พ่อจะแอบไปมีผู้หญิงคนอื่นอยู่นอกบ้านมานานแล้ว มิหนำซ้ำยังมีลูกชายกับผู้หญิงคนนั้นด้วย
ที่แท้ ทุกอย่างมันเกี่ยวโยงกันมาั้แ่แรกแล้วนี่เอง
ปรากฏว่า กระทั่งพ่อเองก็แอบไปมีลูกชายกับผู้หญิงคนอื่นนอกบ้านนานแล้ว นั่นจึงเป็เหตุผลที่พ่อไม่เคยแยแสสนใจพวกเธอ มิหนำซ้ำยังยินยอมให้ทุกคนในตระกูล ใช้พวกเธอสามพี่น้องเป็เครื่องมือปูทางไปสู่อนาคตอันสดใสงดงาม เป็ที่เชิดหน้าชูตาให้กับตระกูลของตัวเอง…
[นี่แม่กล้าพูดเื่ใหญ่ขนาดนี้ออกมาตามตรงเลยเหรอเนี่ย?]
[ก็นะ เมื่อชาติก่อน แม่โดนปิดบังเื่พรรค์นี้จนวันตาย ถึงไม่เคยล่วงรู้ความจริงอะไรกับเขาสักอย่าง]
[ฮ่าๆๆ แต่พอแม่หลุดพ้นจากวงจรอุบาทของผู้ชายเลวๆนั่นได้แล้ว ดูท่าสมงสมองของแม่เองก็เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางเป็ปกติซะที]
[อืม...เวลาแบบนี้มันต้องพูดว่าไงนะ? เหมือนจะมีคำพูดประโยคหนึ่งที่ดูเหมาะมากกับสถานการณ์ในตอนนี้ อ้อ ใช่แล้ว ‘เมื่อไม่มีรักบังตา โลกจึงกลับมาสว่างไสว’]
หลินเสี่ยวอวี่แอบคิดสนุกๆอยู่ในหัว
แต่จางอวิ๋นม่าน: ...ความรักบังตาบ้าอะไรกัน?
ความเศร้าโศกเสียใจของหลินเสี่ยวจือและหลินเสี่ยวเย่ค่อยๆเลือนหายไป เมื่อได้ยินเสียงความคิดของน้องสาวคนเล็กดังแทรกขึ้นมา
จริงด้วย! จะเสียใจให้กับพ่อที่ทอดทิ้งพวกเราไปทำไมกัน คนแบบนั้นไม่คุ้มค่ากับน้ำตาของพวกเราแม้แต่หยดเดียว
หลินเสี่ยวอวี่นอนคว่ำหน้าอยู่บนตักของจางอวิ๋นม่าน ส่วนหลินเสี่ยวจือและหลินเสี่ยวเย่ก็เข้ามาซบอยู่ข้างกายแม่คนละด้าน
"ที่แม่ตัดสินใจบอกความจริงกับพวกหนู ก็เพื่อให้พวกหนูระมัดระวังตัวจากพวกสัตว์เดรัจฉานสวมหนังหน้ามนุษย์ในบ้านของเรา"
"ส่วนเื่ที่แม่แจ้งความเอาตำรวจมาจับตัวย่าไปขังไว้ ปู่ของพวกลูกเองคงรีบคาบข่าวนี้ไปบอกทั้งพ่อทั้งลุง เพื่อให้พวกเขารีบกลับบ้านมาจัดการแทนแน่นอน"
"แต่ตอนนี้ยังดีที่มีลุงกู่อยู่ข้างเรา พวกมันถึงได้ไม่กล้าบุกมาเล่นงานเราสี่แม่ลูกซึ่งหน้า แต่ลับหลังพวกมันต้องแอบเล่นสกปรกแน่ๆ"
“พวกมันคงพยายามใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง หวังเพื่อบีบให้แม่ออกปากช่วยขอร้องลุงกู่ ให้ยอมปล่อยตัวย่าของพวกลูกแน่ๆ”
จางอวิ๋นม่านเอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นลูบใบหน้าของลูกๆทั้งสามอย่างอ่อนโยน แต่คำพูดที่หลุดออกมากลับเย็นเยียบราวกับเกล็ดน้ำแข็งก็ไม่ปาน
“มันหน้าไหนก็ตามที่กล้ารังแกลูกๆของแม่ ถ้ามันไม่ตาย ก็ต้องถูกถลกหนังออกมาทั้งเป็! แม่สัญญาว่าจะปกป้องลูกๆเอง!”
【คนอะไรทั้งสวยทั้งโหด ยิ่งรู้จักยิ่งรักเข้าไปใหญ่! หนูรักแม่สุดหัวใจเลยค่ะ!】
สามพี่น้องพูดขึ้นมาพร้อมกันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “แม่คะ พวกเราจะช่วยแม่เอง”
จางอวิ๋นม่านยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ดีมากจ้ะ ลูกๆสามารถช่วยแม่ได้นะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ลูกๆจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็หลักใหญ่ ที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่แม่จัดการเอง!”
“มีแม่อยู่ตรงนี้ทั้งคน ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรลูกๆได้แน่นอน!”
เมื่อทั้งสามได้ยินคำพูดประโยคนี้จากปากแม่ น้ำตาก็ไหลพรากออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ภายในใจของพวกเธอได้แต่คิดว่า ถ้าในชาติก่อนแม่ของพวกเธอยังมีชีวิตอยู่ พวกเธอคงจะไม่ถูกคนอื่นข่มเหงรังแกจนต้องพบพานกับจุดจบที่แสนเลวร้ายแบบนั้น!
การมีแม่อยู่ข้างกายเช่นนี้ ช่างเป็อะไรที่ล้ำค่าเกินพรรณนา ขอเพียงมีแม่อยู่ตรงนี้ด้วยคน ไม่ว่าอนาคตจะเลวร้ายสักเพียงใด พวกเธอเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้!