เวลาที่อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ของตระกูลแบล็กวูฟผ่านไปอย่างรวดเร็วมันเป็่เวลาอันแสนสบายที่ทำเอาผมอยากเปลี่ยนใจอยู่ที่นี่ไปเลยวันละหลายรอบ โดยแม้ในระหว่างนั้นดยุคลูอัสผู้เป็พ่อของไมร่าจะพยายามเปลี่ยนใจผมอีกหลายครั้งแต่สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ไปจนได้
ดังนั้นเื่การออกจากตระกูลก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดีจากนี้ที่เหลือก็แค่สร้างเื่นิดหน่อยเพื่อให้มีเหตุผลในการที่อยู่ๆตระกูลแบล็กวูฟก็ไล่หญิงสาวที่แม้สถานะจะไม่ชัดเจนแต่ก็เคยเป็คู่หมั้นของเ้าชายออกจากตระกูล
ส่วนเื่ที่ทำไมผมถึงต้องมาขอออกจากตระกูลทั้งที่ตั้งใจจะสร้างเื่อยู่แล้วน่ะหรอเพราะผมรู้ไงว่าถ้าผมไม่มาบอกไว้ก่อนพ่อและพี่ชายของไมร่าจะต้องยื้อไว้แบบสุดตัวอีกแน่ไม่แน่คราวนี้ตระกูลอาจล่มสลายเลยด้วยซ้ำ
“ดูเหมือนพวกเราจะถึงกันแล้วค่ะคุณหนู ” ลิลี่บอกกับผมเมื่อรถม้าหยุดเคลื่อนที่หน้าอาคารขนาดใหญ่สีขาวบริสุทธิ์แห่งหนึ่งเป็อาคารที่นอกจากจะมีไว้รับรองผู้มาเยือนก่อนเข้าสู่พื้นที่อื่นด้านในสถานศึกษาแห่งนี้แล้วก็ยังเป็กลุ่มอาคารเรียนหลักที่ผมเคยได้ใช้ในปี1 อีกด้วย
ส่วนลิลี่คนนี้นั้นเธอก็คือหญิงสาวที่ถูกใส่ความคนนั้นนั่นเองหลังจากอาการดีขึ้นเธอได้บอกกับผมว่าเธอเป็แค่สาวใช้ทั่วไปที่ในวันนั้นเธอเพียงแค่บังเอิญผ่านไปบริเวณเกิดเหตุพอดีเป็หญิงสาวน่าสงสารที่โชคร้ายดังนั้นผมจึงได้รับเธอมาเป็สาวใช้ส่วนตัว
ซะที่ไหนกัน ความจริงแล้วเพราะผมออกปากไว้ว่าจะดูแลเธอทำให้ผมไม่สามารถไล่เธออกได้โดยไม่มีเหตุผลแต่การจะปล่อยเธอไว้ที่ตระกูลโดยที่ไม่มั่นใจว่าเธอเป็สาวใช้ธรรมดาจริงๆหรือเป็สายของคนอื่นอีกทีก็เสี่ยงเกินไป
ดังนั้นผมเลยให้เธอมาเป็สาวใช้ส่วนตัวแล้วคอยจับตาดูน่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดแล้วและอีกไม่นานยังไงผมก็จะออกจากตระกูลอยู่แล้วเธอคงไม่ได้อะไรจากผมมากนักหรอก
“ นี่คืออุปกรณ์ยืนยันตัวตนครับกรุณาดูแลให้ดีด้วย ” พนักงานชายคนหนึ่งบอกขณะยื่นสายรัดข้อมือหนังที่มีหินเวทย์ให้ผมและลิลี่คนละชิ้น
กำไลนี้เป็สิ่งยืนยันตัวตนของทุกคนที่อาศัยอยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้โดยมันจะบันทึกข้อมูลแทบทุกอย่างของเ้าของเอาไว้ทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนแต้มที่ผู้ใช้มีและสามารถสร้างบาเรียเพื่อปกป้องผู้ใช้จากการโจมตีถึงตายที่อาจจะเกิดขึ้นได้1 ครั้งด้วย
เป็ระบบที่จำลองมาจากแท็กกิลของกิลนักผจญภัยเพื่อให้นักเรียนของสถาบันคุ้นชิ้นกับระบบนี้ก่อนเจอของจริงแน่นอนว่ากำไลสามารถใช้ได้แค่ในเขตของสถาณศึกษาบริลฮาแห่งนี้เท่านั้น
แม้ในปี 1 ที่มีการเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีและการควบคุมพลังเวทย์เท่านั้นจะแทบไม่ได้ใช้งานมันเลยแต่ั้แ่ปี2 เป็ต้นไปจะมีฝึกฝนการต่อสู้จริงของนักเรียนจากการล่าสัตว์ปีศาจในป่า ท้าประลองกันหรือจับกลุ่มตะลุยดันเจี้ยนเพื่อสะสมแต้มไว้ใช้แทนเงินตราในสถาบันแห่งนี้สำหรับแลกอุปกรณ์หรือคะแนนรายบุคคลทำให้ต่อไปจะมีการใช้งานมันมากขึ้นแน่นอน
นอกจากนี้ในปี 3และ4จะให้เลือกศึกษาศาสตร์ที่สนใจโดยเฉพาะและตั้งหรือเข้าร่วมสังกัดต่างๆเพื่อให้นักเรียนมีความเคยชินกับการทำงานในกลุ่มโดยบางสังกัดก็กลายเป็หน่วยทหารของอาณาจักรหรือเป็กลุ่มทหารรับจ้างเลยหลังจากจบการศึกษาไป
และสุดท้ายในปีที่5ทั้งปีทุกคนจะเตรียมตัวเพื่อเข้าร่วมการประลองใหญ่ครั้งสุดท้ายเพื่อเป็การจบการศึกษาและจัดอันดับไปในตัว
แน่นอนว่าผมไม่มีทางอยู่ถึงปี5 แน่นอนเพราะยิ่งอยู่ใกล้กับพวกตัวละครหลักในเกมอันตรายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นจะรีบออกจากที่นี่ทันทีที่ถ้าสามารถเอาชนะสัตว์ปีศาจระดับBหรือAได้
หลังจากรับสายรัดข้อมือมาสวมแล้วผมก็แยกตัวกับลิลี่เพื่อไปยังห้องรับรองสำหรับงานปฐมนิเทศสำหรับเหล่านักศึกษาความจริงมันก็คือห้องเรียนเก่าของผมในปี 1 นั่นแหละ เป็ห้องสำหรับแยกลูกหลานชนชั้นสูงจากนักเรียนธรรมดาทั่วไป
ทันทีที่เดินเข้ามาผมก็ััได้ถึงสายตามากมายตามคาดคงเพราะข่าวต่างๆ่การพิจารณาคดีทำให้แม้แต่กลุ่มที่มักจะเข้ามาทักเป็ประจำในปีก่อนก็ไม่มีเข้ามาเลยซักคน
ก็ถือว่าดีกว่าถูกกลั่นแกล้งแบบโจ่งแจ้งนั่นแหละส่วนหนึ่งอาจเพราะข่าวเื่ที่องค์ชายลำดับที่ 1 มาร์คัสได้ทำ่พิธีประทานพรกระจายออกไปแล้วทำให้บางส่วนยังลังเลว่าจะวางตัวยังไงกับผม
ผมเดินเลี่ยงไปเลือกที่นั่นที่ห่างคนอื่นที่สุดก่อนจะนั่งเงียบๆคนเดียวปล่อยให้พิธีปฐมนิเทศผ่านไปโดยไม่สนใจและจดจ่ออยู่กับการดูดซับพลังเวทย์เงียบๆคนเดียว
การดูดซับพลังเวทย์นั้นก็คือการดึงพลังเวทย์ในอากาศเข้ามาเก็บไว้ในตัวเช่นเดียวกับพลังศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะใช้เวทย์มนต์ได้จำเป็ต้องเก็บพลังเวทย์เข้ามาไว้ในร่างก่อนเช่นกันเพียงแต่ที่ผมไม่ได้เริ่มทำมันทันทีในตอนที่ฟื้นเพราะในโบสที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นมีพลังเวทย์อยู่น้อยจนไม่สามารถเริ่มดูดซับพลังเวทย์ได้
แน่นอนหลังออกมาจากโบสผมก็ทำการดูดซับพลังเวทย์เพื่อเพิ่มความสามารถตัวเองตลอดมาทั้งอย่างนั้นพลังเวทย์ที่ผมพยายามดูดซับมาตลอดก็ยังเทียบไม่ได้กับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ผมดูดซับแค่7 วันที่โบสนั้น ตอนนี้ผมยังใช้เวทย์ไม่ได้เลยซักอย่าง
“ถ้าอย่างนั้นขอให้นักเรียนทุกคนโชคดีในปีนี้ สวัสดีครับ ”หลังจากร่ายยาวมานานงานพิธีการฟังอาจารย์พูดครั้งนี้ก็จบลง ผมลุกขึ้นช้าๆเตรียมเดินกลับหอเงียบๆในวันแรกนี้มันไม่น่าจะมีอะไรให้กังวลมากอยู่แล้ว
ซ่า~ ลูกบอลน้ำขนาดใหญ่ตกลงมาใส่หัวผมจนทำให้เปียกไปทั้งตัว สิ่งนี้มันเกิดขึ้นในห้องเรียนที่ยังไม่มีใครเดินออกไปซักคนแม้แต่ตัวอาจารย์ที่พึ่งพูดจบเมื่อกี้ด้วยสายตาของผมเหลือบมองรอบตัวเพื่อหาตัวการอย่างรวดเร็วทันทีคนที่ทำแบบนี้น่าจะมีแค่คนเดียว
“ ฮุๆขอประทานโทษด้วย พอดีหลังจากที่ได้ยินอาจารย์บอกว่าในปี 2 นี้จะมีการฝึกใช้งานเวทย์มนต์จริงมากขึ้นทำให้ดิฉันเกิดอยากจะทดสอบเวทย์ของตัวเองมากไปหน่อย” เสียงที่ผมรู้สึกคุ้นเคยดังออกมาจากหลังกลุ่มคนที่แหวกทางออกให้เธออย่างรวดเร็ว เส้นผมสีฟ้าที่โดดเด่นของเธอช่วยยืนยันตัวตนของเธอให้ผมเป็อย่างดี
ลูเซีย โฟเทียบุตรสาวของดยุคโฟเทียผู้ดูแลการคลังของอาณาจักร เธอตัวร้ายที่จะโผล่ออกมาเมื่อนางเอกเลือกรูทของเ้าชายลำดับที่1 และเ้าชายลำดับที่ 3 มาร์คัสและครีซ และนอกจากเธอจะไม่ถูกกับไมร่าแล้วเธอก็ยังเป็ตัวร้ายที่มีจุดจบคือถ้าไม่ถูกบังคับให้ใช้ชีวิตในโบสไปตลอดชีวิตก็อาศัยอยู่ในตระกูลไปตลอดชีวิต
“ช่างเป็อุบัติเหตุที่น่าเศร้าเสียจริงหวังว่าคุณหนูจากแบล็กวูฟจะให้อภัยในความผิดพลาดในครั้งนี้นะ ”เธอยกยิ้มอย่างพอใจขณะกล่าวออกมาด้วยท่าทางหาเื่
“ นั่นสินะถึงจะแย่ไปหน่อยแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะมันเป็อุบัติเหตุฉันไม่ถือโทษโกรธคุณหนูโฟเทียหรอกที่ไม่รู้เื่ที่คนปกติทั่วไปไม่ควรใช้เวทย์มนต์ในห้องเรียนอย่างนี้” ผมตอบกลับไปแบบไม่ใส่ใจมาก แม้จะโกรธอยู่บ้างแต่คงจะดีถ้าไม่สร้างเื่อะไรให้ปวดหัวเพิ่มอีก
“ ว่าไงนะ! ” ลูเซียแผดเสียงออกมา ทั้งที่ความจริงภายนอกเธอดูเป็ผู้หญิงนิ่งๆแต่พอโกรธแล้วเปลี่ยนเป็คนละคนเลยแต่นี่เธอจะจุดเดือดต่ำไปไหมนะ
“ อ่าเพราะดูเหมือนคุณหนูโฟเทียจะไม่เข้าใจ สิ่งที่ฉันหมายถึงคือถ้าเป็คนที่มีสมองหน่อยก็คงไม่ใช้เวทย์มนต์พร่ำเพรื่อโดยไม่สนใจความเหมาะสมของสถานที่และสถานการณ์อย่างนี้หรอก” ผมแย็บเล่นๆไปอีกหนึ่งหมัด ถือว่าเอาคืนนิดหน่อยเื่ที่ทำเสื้อปียกก็แล้วกัน
“ แก!ทั้งที่เป็ความอัปยศของชนชั้นสูงแท้ๆแต่คิดที่จะสั่งสอนฉันเื่เวทย์มนต์อีกอย่างนั้นหรอคนอย่างเธอถ้าไม่มีตระกูลเน่าๆนั่นหนุนหลังก็คงจบลงที่ขายร่างกายตัวเองกินไปวันๆนั่นแหละยัยหญิงงามเมือง*” ลูเซียกระแทกเสียงใส่ผมแล้วบางสิ่งในตัวก็เหมือนพึ่งถูกปลดล็อก
ใบหน้าของผมร้อนขึ้นมารู้สึกได้ถึงความโกรธที่ควบคุมไม่ได้จากส่วนลึกในตัวผมภาพที่ต้องคลานอยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพชนับครั้งไม่ถ้วน การดูถูกมากมายที่ผม ไม่สิไม่ร่าเคยได้รับมันกลับมาโดยผมไม่ทันได้ตั้งตัว ในครั้งนี้ทั้งที่น่าจะปล่อยให้มันเป็การกลั่นแกล้งเล็กๆแล้วผ่านไปแต่ตอนนี้ผมหยุดไม่ได้แล้ว
ร่างกายผมพุ่งตัวออกไปพร้อมเหวี่ยงกำปั้นในมือเป้าหมายคือใบหน้าสวยๆที่ประดับรอยยิ้มเย้ยเบื้องหน้าทุกสิ่งเกิดก่อนความคิดของผมจะตามทันเสียอีก
ปั๊ก! กำปั้นของผมไม่อาจแม้แต่จะััเส้นผมของลูเซีย ระหว่างตัวผมและเธอมีแผ่นน้ำแข็งหนาปรากฎขึ้นมาปกป้องเธอเอาไว้
และยังไม่ทันที่ผมจะได้ถอยหลังไปตั้งตัวลูกบอลน้ำขนาดไม่ใหญ่มากก็ก่อตัวขึ้นที่มือและเท้าของผมมันยกตรึงตัวผมลอยขึ้นจากพื้นโดยที่ผมไม่อาจขัดขืนได้แรงปริศนาที่ตรึงผมไว้ได้เลย
“ ฮึ! เป็นักเวทย์ที่ได้เข้ามาในโรงเรียนเวทย์มนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแต่กลับไม่รู้วิธีสู้ด้วยเวทย์มนต์เอาแต่เหวี่ยงมือไม่ต่างไปจากพวกสามัญชนที่ไร้พลังเวทย์ช่างสมกับที่เป็คนไร้ค่าแห่งตระกูลแบล็กวูฟเสียจริง” เสียงเย้ยหยันที่ดังมาจากอีกฟากของแผ่นน้ำแข็งนั้นชัดเจนขณะที่ลูกบอลน้ำค่อยๆรวมตัวและยิงใส่ร่างผมอย่างต่อเนื่อง
ผมได้แต่กำหมัดแน่นแม้จะเจ็บจากแรงแดกระแทกของลูกบอลน้ำที่ถูกยิงมาอย่างต่อเนื่องจนภายนอกเต็มไปด้วยรอยช้ำแต่ความจริงแล้วผมไม่ได้าเ็อะไรมากมายนักผมควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ให้เคลื่อนไปยังจุดที่ถูกกระแทกทันทีที่โดนโดยไม่ปล่อยมันออกมาคลุ่มร่างกายภายนอกทำให้าแภายในแทบจะถูกรักษาในทันที
ถึงอย่างงั้นมันก็เจ็บใจจริงๆที่ผมไม่อาจตอบโต้อะไรอีกฝ่ายได้เลย
“ อะแฮ่ม ”เสียงกระแอมทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากหน้าประตูห้องทำให้ลูเซียหยุดมือลง
“ขอโทษด้วยค่ะท่านอาจารย์ พอดีว่าดิฉันกับคุณหนูแบล็กวูฟฝึกซ้อมเวทย์มนต์กันนิดหน่อยหวังว่าอาจารย์คงจะไม่ว่าอะไรนะคะ ” ลูเซียตอบเสียงกระแอมนั้นไปก่อนจะละลายกำแพงน้ำแข็งตรงหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มของผู้ชนะบนใบหน้าเธอและสายตาที่มองผมอย่างดูถูก
“ อืมครั้งนี้ผมจะไม่เอาความอะไรแต่อย่าให้มีครั้งหน้าจะดีมากส่วนคุณหนูไมร่าหลังจากพักรักษาตัวแล้วขอให้ติดต่อกับทางอาจารย์อีกทีเพื่อหาแนวทางการเรียนของเธอด้วยจากที่ดูเธอน่าจะยังไม่พร้อมสำหรับหลักสูตรที่จะต้องเจอในปี 2 นี้ ”อาจารย์ประจำชั้นเอ่ยเรียบๆก่อนจะเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
ผมที่ถูกปล่อยลงแล้วได้แต่นั่งกองอยู่ที่พื้นขณะฟังคำพูดของอาจารย์ประจำชั้นตอนนี้ความโกรธได้หายไปแล้วแต่ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บใจ ผมรู้ดีตอนนี้ผมจะ ‘อยู่เงียบๆเหมือนไม่มีตัวตน’ อย่างที่ตั้งใจไว้ไม่ได้แล้วผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าไมร่าจะถูกกลั่นแกล้งด้วย
“ ลาล่ะนะยัยคนไร้ค่า ” ลูเซียหันหลังเดินจากไป กลุ่มคนบางส่วนที่มุงดูก็ค่อยๆบางตาลง ที่เก้าอี้ไกลๆนั่นมาร์คัสกำลังมองผมด้วยสายตาที่ดูสับสนเขาไม่ได้ใเื่ที่ผมถูกกลั่นแกล้งหรอกเพราะมันมีมานานแล้วแต่ตอนนี้คงกำลังคิดว่าจะทำยังไงเขาถึงจะคงความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งตระกูลแบล็กวูฟและโฟเทียได้หากผมพยายามต่อต้านลูเซียจนเกิดเื่อีก
แต่อีกไม่นานเขาคงไม่ต้องคิดเื่นี้แล้วเพราะเหตุการณ์นี้น่าจะพอเป็เหตุผลในการตัดสัมพันธ์กับตัวผมจากทางตระกูลแม้จะเร็วกว่าที่ผมตั้งใจไปมากแต่มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ
‘ต่อจากนี้คงต้องเตรียมตัวหาเงินซะแล้ว’ ผมบอกกับตัวเองในใจอย่างไม่มีทางเลือก แม้ค่าเทอมของทั้ง 5ปีจะถูกจ่ายจากทางตระกูลในรูปแบบสัญญาไปแล้วแต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจากนี้คงต้องหามาใช้เอง
ผมดันตัวลุกขึ้นโดยไม่สนใจสายตาที่ยังคงจ้องมองอยู่ห่างๆเ่าั้แล้วเคลื่อนตัวเพื่อไปที่ห้องพยาบาลอย่างช้าๆแม้ร่างกายภายในจะยังดีแต่เพราะผมไม่ได้ทำการรักษาร่างกายภายนอกทำให้ยังเคลื่อนไหวไม่สะดวกเท่าที่ควร
++ + + +
ก๊อกก๊อก ผมเคาะประตูห้องพยาบาลด้วยมือข้างที่เจ็บน้อยที่สุดก่อนจะดันมันเปิดออก
อาจเพราะรูปปั้นเทพธิดาชิ้นเล็กๆที่อยู่บนผนังนั่นทำให้ห้องนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกสงบที่คุ้นเคยของพลังศักดิ์สิทธิ์แม้จะไม่เข้มข้นมากเหมือนในโบสแต่ก็เพียงพอให้ผมใช้ฟื้นฟูส่วนที่ผมพึ่งใช้ไปได้
นอกจากนี้เตียงสีขาวสะอาดและชั้นที่มียาอยู่มากมายทำให้ที่นี่ดูสมกับเป็ห้องพยาบาลจริงๆในห้องนี้ถ้าจะมีสิ่งที่ดูขัดๆกับบรรยากาศไปบ้างก็คงเป็คุณลุงที่นั่งประจำโต๊ะของอาจารย์ห้องพยาบาลคนนั้นที่ตอนนี้กำลังมีใบหน้าในี่แหละเขาไม่ใช่คุณลุงแก่ๆใจดีแต่เป็คุณลุงที่ทั้งสูงและหุ่นล่ำอย่างกับเป็นักรบมากกว่า
“ห๊ะ! ปี 2 ปีนี้แค่วันแรกก็มีคนาเ็แล้วหรอ? ” เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยังสับสนแต่ก็ตรวจสอบาแของผมอย่างชำนาญ
“เอ…าแดูหนักแต่อาการกลับไม่หนักอย่างที่คิดนี่มันเพราะอะไรกันนะ ช่างเถอะ” เขาพูดเหมือนถามแต่ก็ตัดบทตัวเองไป มือของเขาขยับทำแผลผมอย่างชำนาญขณะบ่นว่าทำไมผมไม่ระวังจนได้แผลแบบนี้มา
“เพราะาแไม่ได้หนักอะไรเอาเป็ยาบำรุงเป็หลักก็แล้วกันถุงสีแดงนี่ยาบำรุงเืถึงจะไม่ได้ใช้วัตถุดิบระดับสูงทำแต่การันตีคุณภาพเลยนะส่วนถุงนี้--- ” อาจารย์ยื่นถุงหลายใบพร้อมอวดสรรพคุณยาในถุงด้วยท่าทางภูมิใจ ดูจากท่าทางเขาแล้วคงจะทำยาพวกนี้เองหมดเลยแน่ๆถึงได้ออกอาการขนาดนี้
“ขอบคุณมากเลยค่ะ ” ผมตอบเขาไปพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยให้กับท่าทางการโชว์ยาของตัวเองที่เหมือนเด็กอวดของของเขา
“ฮ่าๆ อย่ามีเื่ให้ต้องมาที่นี่บ่อยก็แล้วกัน ปี 2 ยิ่งมีคนเจ็บกันบ่อยอยู่ด้วย” เขายิ้มบอกลาผมด้วยท่าทางใจดีขณะที่ผมเดินออกจากห้องพยาบาลตรงไปยังห้องพักของตัวเอง
ตอนที่ผมเห็นรูปลักษณ์เขาผมนึกว่าเขาจะต่างไปจากในเกมที่ผมจำได้ซะแล้วแต่จากคำพูดที่ดูใจดีนั้นคงไม่มีอะไรต้องกังวลอีกnpcอาจารย์ประจำห้องพยาบาลลูออน ผู้ที่แม้จะใช้เวทย์มนต์ไม่ได้แต่ด้วยความสามารถด้วยความสามารถด้านการปรุงยาทำให้ในเกมเขาเป็ผู้ที่คอยผลิตยาสำคัญต่างๆเมื่อนางเอกเก็บวัตถุดิบมาให้
“ถ้าทำยาพวกนี้เองได้มั่งก็คงจะดีนะ ” ผมพูดกับตัวเองเบาๆขณะเดินกลับไปที่หอ
++ + + +
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเชยชมดวงจันทร์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์อยู่ที่ระเบียงของห้องพักเส้นผมสีทองของเขาส่องประกายอย่างงดงามยามต้องแสงสีนวลนั้น
“น่าแปลกใจจริงๆที่เธอถูกตระกูลของตัวเองตัดสัมพันธ์ง่ายขนาดนี้ ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆขณะยกไวน์ในมือขึ้นจิบถึงอย่างนั้นในใจของเขากลับร้อนรุ่ม
คู่หมั้นของเขาเธอแปลกไปมากหลังจากฟื้นขึ้นมาครั้งนี้โดยปกติแล้วเขาเพียงแค่ขู่นิดหน่อยเธอก็จะทำตัวสั่นแล้วทำตามคำสั่งเขาอย่างว่าง่ายเสมอมาเธอควรจะเป็อย่างนั้น แต่หลังจากฟื้นครั้งนี้เธอกลับมีท่าทีต่อต้านเขา ในพิธีประทานพรนั้นเขาคิดว่ามันเป็ความกล้าที่มาจากการไม่อยากเห็นภาพตัวเองซ้อนทับกับสาวใช้คนนั้นเสียอีก
แต่เื่ในวันนี้ที่เธอพยายามสู้กลับลูเซียทั้งที่ปกติจะร้องไห้อย่างน่าสมเพชและการที่ถูกตระกูลตัดสัมพันธ์อย่างรวดเร็วหลังจากข่าวเื่นี้ออกไปไม่นานราวกับตกลงกันมาก่อนแล้วมันทำให้เขาใมาก
เขาปวดหัวจริงๆในตอนนี้
ในวันที่เขาโจมตีตระกูลแบล็กวูฟโดยใช้คดีวางยาของเธอเป็หลักจนเกือบจะทำลายตระกูลแบล็กวูฟได้สำเร็จแล้วอยู่ๆเธอกลับฟื้นขึ้นมาและรับพิธีประทานพรจากทางโบสเป็การยืนยันไปในตัวว่าเธอไม่ใช่คนร้ายจนทำให้เขาจำใจต้องเปลี่ยนแผนแม้จะรู้ดีว่าคงญาติดีกับตระกูลนั้นแบบปกติไม่ได้อีกแล้ว
แล้วจึงตั้งใจที่จะยืนยันว่าการหมั้นยังคงอยู่เช่นเดิมเพื่อผูกมัดตระกูลแบล็กวูปเอาไว้แต่แล้วอีกครั้งเธอสร้างเื่ขึ้นมาและถูกไล่ออกจากตระกูลอย่างรวดเร็วราวกับได้นัดกันไว้ก่อนมันเป็การขัดขาเขาครั้งที่สองและครั้งนี้มันทำให้เขารู้สึกว่าอุปกรณ์แสนสะดวกชิ้นนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ตระกูลแบล็กวูฟนั้นเป็ตระกูลที่พึ่งได้รับตำแหน่งดยุคไม่นานแต่คนที่สังกัดตระกูลนี้ก็กระจายตัวทำงานอยู่ในฝ่ายที่สำคัญหลายฝ่ายและด้วยความสามารถที่ไม่อาจปฏิเสธได้ของพวกเขามีหลายคนที่พร้อมจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็ตำแหน่งที่สำคัญขึ้นในฝ่ายนั้นๆ
ในตอนนี้มันยังไม่มีปัญหาอะไรให้เห็นเป็พิเศษแต่หากสิ่งนี้ยังดำเนินต่อไปจนอำนาจของตระกูลนี้ฝังรากลึกและแข็งแกร่งขึ้นตระกูลนี้อาจมีอำนาจเหนือกว่าอีก4 ตระกูลดยุคที่เหลือเลยก็ได้
มันอาจจะดูเป็การกลัวเกินกว่าเหตุแต่สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงตระกูลแบล็กวูฟจะมีอำนาจที่สามารถสั่นคลอนราชวงได้และด้วยเหตุนี้เขาจึงได้เลือกหมั้นหมายกับบุตรสาวของตระกูลแบล็กวูฟ
ทว่าหลังได้พบกับโซเฟียเ้าหญิงแห่งออร์เนททำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแผนหากเขาแต่งกับไมร่าเขาอาจควบคุมอำนาจภายในอาณาจักรได้ดีขึ้นก็จริงถึงอย่างนั้นมันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตระกูลแบล็กวูฟมีอำนาจมากขึ้นตามที่เขาคาดเท่านั้น
แต่หากสามารถแต่งงานและสานสัมพันธ์กับออร์เนทได้สำเร็จมันจะมีประโยชน์กับการขยายอาณาเขตเป็อย่างมากบางทีอาจทำให้อาณาจักรโดเทรนแห่งนี้สามารถควบคุมทั้งทวีปได้เลยด้วยซ้ำ และถ้าเขาเลือกออร์เนทเขาก็ทำใจปล่อยตระกูลแบล็กวูฟที่อาจสั่นคลอนอำนาจเขาไว้ไม่ได้เช่นกัน
ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจที่จะทำลายมันลงซะ
“หรือข้าควรกดดันให้ยกเลิกการตัดสัมพันธ์ของตระกูลกับไมร่าดีนะ ” เขากระซิบกับตัวเองเบาๆขณะจ้องมองแสงสะท้อนของดวงจันทร์ในแก้วไวน์
*หญิงงามเมือง =เป็อีกคำเรียกที่หมายถึงโสเภณี