ลงให้อ่านทุกวัน วันละ 4 บท เวลา 20:00 น. [ส่วน E-BOOK มาวันที่ 21/04/68 ราคาเบา ๆ เพียง 149฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 17
่ส่ายของวันต่อมา
มหาวิทยาลัยเคลติก
คณะสื่อสารมวลชน
ฉันเดินเข้าไปในอาคารเรียนของคณะด้วยจิตใจที่ยังว้าวุ่น ภาพจากเมื่อคืนยังคงติดตา และฉันไม่สามารถสลัดมันออกไปจากความคิดได้เลย
"นิว!" เสียงของพลอยดังขึ้นก่อนที่ฉันจะรู้ตัว เพื่อนสนิทของฉันรีบวิ่งเข้ามาประชิดตัว "เมื่อวานแกหายไปไหน? ฉันกับเมฆตามหาแกแทบแย่!"
ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ "ขอโทษนะ พอดีฉัน...ติดธุระนิดหน่อย"
"ติดธุระ?" เมฆที่เดินตามมาสมทบขมวดคิ้ว
"อย่าบอกนะว่า...ไปอยู่กับพี่ลาสเตอร์อีก?" พลอยเสริม
ฉันเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินชื่อของเขา หัวใจฉันกระตุกวูบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
"ฉัน..." ฉันกำลังจะปฏิเสธ แต่ก็รู้ดีว่าต่อให้โกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ พลอยจับตาดูฉันอยู่ตลอด "ใช่ ฉันอยู่กับพี่เขา"
"ให้ตายสิ! นี่แกจริงจังกับพี่เขาแล้วใช่ไหม?" พลอยถอนหายใจ "ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่เื่งานแล้วนะ"
"ฉันยังไม่รู้..." ฉันพูดเสียงเบา "แต่ตอนนี้ฉันถอยไม่ได้แล้ว"
พลอยกับเมฆมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่พลอยจะยื่นมือมากุมมือฉันแน่น "ถ้าแกไม่มั่นใจ ฉันอยากให้แกถอยออกมานะนิว ฉันเป็ห่วง"
ฉันส่งยิ้มหวานให้เธอ ก่อนจะบีบมือของพลอยตอบ "ฉันรู้ ขอบคุณนะพลอย"
BLACKWOOD CAFÉ & GALLERY
ฉันกลับมาที่ร้านกาแฟของพี่ลาสเตอร์อีกครั้ง คราวนี้ฉันไม่ได้มาคนเดียว เพราะมีเมฆกับพลอยตามมาด้วย
"พวกเธอมาทำอะไรกัน?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง พี่ลาสเตอร์เดินเข้ามาใกล้ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ ดวงตาของเขามองมาที่ฉันก่อนจะแปรเปลี่ยนไปจับจ้องเมฆและพลอย
"สวัสดีค่ะพี่ลาสเตอร์" พลอยรีบปรับสีหน้าเป็ปกติ "พอดีพวกเรามาถ่ายฟุตเทจเพิ่มสำหรับโปรเจกต์สารคดีน่ะค่ะ"
เขาพยักหน้าเล็กน้อย "งั้นก็ถ่ายไปสิ"
"ขอบคุณค่ะ" พลอยพยายามทำตัวเป็ปกติ ขณะที่เมฆยังคงมองพี่ลาสเตอร์ด้วยแววตาระแวดระวัง
"แล้วเธอล่ะ?" เขาหันมาถามฉัน "วันนี้มีอะไร?"
"เอ่อ...หนูแค่มาทำงานต่อค่ะ" ฉันตอบเบา ๆ รู้สึกว่าพลอยกับเมฆกำลังแอบสังเกตปฏิกิริยาของฉันอยู่
"ดี" เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะฝั่งตรงข้ามก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่ฉัน "งั้นนั่งทำไป"
แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น แต่ฉันรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
ลาสเตอร์ Talk
โกดังร้าง
เขตชานเมือง
่ค่ำ
เสียงรองเท้าหนังกระทบกับพื้นปูนเย็นเฉียบเป็จังหวะช้า ๆ ก้องไปทั่วโกดัง ร่างของชายที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ขยับไม่ได้ เืไหลซึมจากแผลเก่า ผสมกับเหงื่อที่ไหลลงมาตามกรอบหน้า หยดลงบนพื้นสกปรก
ผมเดินวนรอบ ๆ ตัวของมัน มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง สายตากวาดมองร่างสะบักสะบอมตรงหน้า มันยังหายใจอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน
“ยังคิดจะปิดปากอยู่อีกเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำของผมดังขึ้นเบา ๆ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน
ชายคนนั้นหอบหายใจถี่ สั่นไปทั้งตัว มองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่มันยังคงกัดฟันแน่น ไม่เอ่ยอะไรออกมา
ไอ้คีที่ยืนอยู่ด้านหลังเหลือบมองผมแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “มันปากแข็งกว่าที่คิดนะครับ”
ผมแค่นหัวเราะในลำคอ หยุดยืนตรงหน้าชายที่ถูกมัดไว้ แล้วโน้มตัวลงไปให้ระดับสายตาของเราอยู่ในระนาบเดียวกัน
“คิดว่าความอดทนของมึงมีค่าพอจะแลกกับชีวิตได้เหรอ?”
ชายคนนั้นเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงกระท่อนกระแท่น “ผม...ไม่...รู้”
พลั่ก!
กำปั้นของผมซัดเข้าเต็มกรามมันจนหัวหันไปตามแรง ร่างของมันเซไปด้านข้าง เสียงกระดูกลั่นดังสะท้อนทั่วโกดัง
มันกระอักเืออกมาทันที ก่อนจะไอรุนแรงราวกับปอดแทบจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
“ผม...ไม่...รู้...จริง ๆ” ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยืดตัวตรง แล้วพยักหน้าให้ไอ้คี
“ทำให้มันพูด” ไอ้คียิ้มสนุก ก่อนจะก้าวเข้าไป ดึงใบหน้าของเหยื่อให้เงยขึ้น จากนั้นก็…
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น แต่ไม่ใช่การตบธรรมดา...ไอ้คีใช้มีดพับที่ถือนิ่ง ๆ ในมือฟาดลงไปด้วย
เืพุ่งกระเซ็นออกมาเป็ทางยาว
ชายคนนั้นสะดุ้งเฮือก พยายามดิ้นไปมา ทั้งที่ไม่มีทางหนีได้เลย
“กู...ไม่รู้...กูไม่รู้จริง ๆ!!”
“โกหก” ผมพูดเสียงเรียบ แล้วล้วงเข้าไปในเสื้อแจ็กเก็ต หยิบมีดพับของตัวเองออกมา
“งั้นก็ไม่ต้องใช้ปากแล้ว” ดวงตาของเหยื่อเบิกกว้างขึ้นทันที มันรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่มันไม่มีทางทำอะไรได้เลย
ผมกระชากคางของมันให้เงยขึ้น ก่อนจะใช้ปลายมีดจ่อเข้ากับริมฝีปากที่แตกยับเยิน
“อย่าดิ้น” ชายคนนั้นสั่นไปทั้งตัว เหงื่อซึมออกจากทุกอณูของร่างกาย
ผมแค่นหัวเราะ ก่อนจะออกแรงกรีดปลายมีดลากผ่านมุมปากของมันช้า ๆ
เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“อ๊ากกกกก!!” เสียงกรีดร้องของมันดังสะท้อนทั่วโกดัง มือของมันกำแน่น เืพุ่งออกมาเป็สายขณะที่มันดิ้นเร่า ๆ ด้วยความเ็ป
ผมปล่อยให้มันดิ้นทุรนทุรายต่อหน้า ก่อนจะใช้ปลายรองเท้าของตัวเองเหยียบมือที่กำแน่นไว้แน่น แล้วบดลงอย่างไร้ความปรานี
“ถ้าตอบช้าไปมากกว่านี้ มึงอาจจะไม่ได้มีลิ้นไว้พูดอีกต่อไป” ชายคนนั้นหอบหนัก น้ำตาไหลปนกับเื แต่ยังคงส่ายหัวไปมา
ผมจ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย
ในจังหวะนั้นเอง ผมสังเกตเห็นว่าปากของมันขยับแปลก ๆ เหมือนกำลังกลืนอะไรบางอย่าง
ผมชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะสบตากับไอ้คี และดูเหมือนว่าไอ้คีมันก็จะคิดออกในเวลาเดียวกัน
“มันจะฆ่าตัวตายครับนาย!” ทันทีที่ไอ้คีพูดจบ ผมกระชากคางของชายคนนั้นอีกครั้ง แล้วใช้นิ้วโป้งของตัวเองบีบแก้มมันให้ปากเปิดออกกว้าง
และแน่นอน...
เม็ดยาสีขาวกลม ๆ กำลังละลายอยู่ใต้ลิ้นของมัน
“คิดจะตายง่าย ๆ แบบนี้?” ผมหัวเราะเ็า ก่อนจะใช้นิ้วสองนิ้วล้วงเข้าไปในปากมัน กระชากเม็ดยาออกมาก่อนที่มันจะกลืนลงไป
ชายคนนั้นสำลัก น้ำลายและเืไหลทะลักออกมาจากปาก
“พวกที่คิดจะตายหนีความจริงแบบนี้น่ะ” ผมบีบคางมันแน่นขึ้นจนฟันมันแทบจะกระแทกกัน “กูเกลียดที่สุด”
ผมบิดข้อมือออกแรงกระชากจนกรามมันแทบหลุดจากบ่า
เสียงร้องโหยหวนของมันดังลั่น ก่อนที่ไอ้คีจะโน้มตัวมากระซิบข้างหูผมเบา ๆ
“มันใกล้จะหมดสติแล้วครับ” ผมมองชายคนนั้นที่ตอนนี้แทบไม่เหลือสติอยู่แล้ว ดวงตาของมันเริ่มพร่ามัว หัวโคลงไปมาเหมือนจะร่วงจากเก้าอี้
“ตื่นสิ” ผมดีดปลายนิ้วเข้าที่แก้มของมันเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ
“เกมของเรายังไม่จบเลย” ชายคนนั้นพยายามฝืนลืมตาขึ้น แต่ร่างกายของมันไม่ตอบสนองแล้ว
“ดึงมันขึ้น” ผมสั่งเสียงเรียบ
ไอ้คีพยักหน้า ก่อนจะกระชากเสื้อของมันขึ้น ให้มันได้สติกลับมาอีกครั้ง
“อย่าทำให้กูเสียเวลาไปมากกว่านี้” ผมพูดช้า ๆ ชัด ๆ “บอกมาว่าใครส่งมึงมา”
ชายคนนั้นอ้าปากจะพูด แต่เสียงของมันเบาเกินไปจนแทบไม่ได้ยิน
ผมโน้มตัวลงไปใกล้ หรี่ตาลงเล็กน้อย
"หืม? ว่าไงนะ?" ชายคนนั้นกระอักเืออกมาก่อนจะพึมพำเสียงแ่ “ผม...ผมไม่...”
ผมยิ้มมุมปากก่อนจะใช้มีดพับของตัวเองกดลงบนต้นขาของมัน ช้า ๆ ลึกลงไปเรื่อย ๆ
"คิดดี ๆ ก่อนจะตอบนะ" เสียงกรีดร้องของมันดังขึ้นอีกครั้ง และผมก็ยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม
คืนนี้ของผมกับมันยังอีกยาวไกล...
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————