เวลาผันผ่านมาถึงรุ่งเช้าของอีกวัน เย่หยุนซีที่เฝ้าหลิงจีั้แ่เมื่อคืนบัดนี้กำลังนั่งหลับไหลอยู่ข้างๆเตียงของนางราวกับคู่รักที่เฝ้าดูแลกันยามป่วยไข้
หลังจากผ่านไปอีกครู่ใหญ่! เปลือกตาของโฉมสะคราญก็พลันค่อยๆขยับและเปิดออกช้าๆ
“อื้อ~~ที่นี่ที่ไหนกัน” นางชันกายลุกขึ้นมาและเอื้อนเอ่ยถ้อยคำแรกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนแรงยิ่ง ซึ่งมันเป็เวลาเดียวกับที่สวีหนิงเดินเข้ามาพอดี
“อ้าว! ตื่นแล้วหรือ สาวน้อยหลิงจี”
“ท่าน.........ท่านคือฮูหยินเย่แห่งจวนแม่ทัพประจิม” หลิงจีหันไปมองยังต้นเสียงพลางอุทาน จากนั้นเอ่ยถามไปอีกว่า “เป็ท่านที่ช่วยเหลือข้างั้นหรือเ้าคะ?”
สวีหนิงส่ายศีรษะพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปทางบุตรชายที่กำลังหลับไหล “เป็เด็กคนนั้นต่างหากที่ช่วยเ้าเอาไว้ ไม่ใช่ข้า”
หลิงจีเมื่อได้ยินก็เบนสายตาไปมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเด็กหนุ่มอยู่สักพัก จู่ๆในหัวของนางก็พลันมีความทรงจำที่แปลกประหลาดพรั่งพรูเข้ามา
ซึ่งมันคือภาพประสบการณ์ที่เย่หยุนซีพุ่งลงมาช่วยเหลือนางขณะตกจากหน้าผา ภาพที่เขาป้อนโอสถที่น่าอัศจรรย์ให้กับนาง รวมไปถึงภาพที่เขาอาบน้ำให้
ใช่! ภาพทุกภาพ มันคือความทรงจำในตอนที่หลิงจีสลบไป แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆนางถึงเห็นมันได้อย่างชัดเจนยิ่ง
“ขะ เขาทำกับข้ามากมายถึงเพียงนี้!!” หลิงจียกมือขึ้นทาบอก สายตาที่มองชายหนุ่มเต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็ ความซาบซึ้ง ความสับสน และความอับอาย ทุกๆอย่างล้วนแต่ประดังเข้ามาในเวลาเดียวกัน
“ข้าได้ฟังเื่ทุกอย่างมาจากเขาแล้ว ต้นสายปลายเหตุมันเกิดจากอะไรกันแน่ ทำไมเ้าที่เป็ถึงธิดาของประมุขนิกายถึงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นเพียงลำพัง” ขณะที่โฉนสะคราญกำลังตกอยู่ในความว้าวุ่นใจ สวีหนิงก็นั่งลงข้างๆและเอ่ยถามถึงสาเหตุทันที ด้วยสถานะที่พิเศษและสูงส่งของหลิงจี มันไม่มีทางเลยที่นางออกไปข้างนอกโดยไม่มีผู้ติดตาม
“ทุกอย่างเป็เพราะสาวใช้คนสนิทของข้ารวมหัวกับ จื่อเฟิง นายน้อยของนิกายบรรพตโลหิต พวกมันแอบวางยาพิษและดักโจมตีข้าในระหว่างทางไปยังวังหยาดพิรุณเพื่อรับสิ่งของสำคัญ” นางละความสนใจจากเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยปากกล่าวอย่างไม่ปิดบัง
“ดูเหมือน 4 นิกายใหญ่ก็มาถึงจุดที่แตกร้าวได้เหมือนกันสินะ เอาล่ะ! เ้าพักผ่อนต่อเถอะ อีกประเดี๋ยวสาวใช้จะนำอาหารมาให้”สวีหนิงลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
หลิงจีจึงได้หันขวับไปหาเด็กหนุ่มอีกครา “ลุกขึ้นมาได้แล้ว จะแสร้งหลับไปถึงไหนกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เปลือกตาของเย่หยุนซีก็ค่อยๆเปิดออกช้าๆก่อนจะเงยหน้ามองหญิงงามด้วยแววตาซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ไม่ต่างจากสายตาของนางที่มองเขา
“ผู้คนภายนอกลือกันให้หนาหูว่านายน้อยแห่งจวนแม่ทัพประจิมไร้พร์ แต่พอมาเจอกับตัวจึงได้รู้ว่าคำวิจารณ์เ่าั้มันช่างไร้สาระสิ้นดี” หลิงจียิ้มบางพลางกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ
หากถามว่าทำไมนางถึงรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คือนายน้อยแห่งจวนแม่ทัพประจิม สาเหตุย่อมเป็เพราะนางสังเกตุเห็นเข็มกลัดประจำตระกูลเย่ติดอยู่ที่หน้าอกของเขา
“แม่นางกล่าวถึงเื่อะไรกัน ข้าก็แค่บังเอิญพบเจอท่าน ดังนั้นจึงได้ให้ความช่วยเหลือตามสามัญสำนึกของคนปกติทั่วไป” เย่หยุนซีตอบกลับราวกับไม่ใช่เื่ใหญ่ ในใจคิดว่าหลิงจีไม่มีทางรู้แน่ว่าเขาทำอะไรลงไปบ้าง เนื่องจาก ณ เวลานั้นนางกำลังอยู่ในสภาวะสลบไสล
หลิงจีป้องปากหัวเราะในทันใด“คิกคิก คุณชายเย่ ถึงแม้เมื่อตอนนั้นข้าจะสลบไป แต่ก็จำได้เป็อย่างดีว่าตนเองะโหน้าผา การที่ท่านช่วยเหลือข้าได้ย่อมต้องหมายความว่าอย่างน้อยท่านต้องเป็ ผู้ฝึกตน ไม่ใช่หรือ”
เย่หยุนซีนิ่งอึ้ง จริงด้วย! เขาลืมไปเลยว่าเื่นี้มันคาดเดาได้ไม่ยาก
“เห้อ ใช่! ข้าเป็ผู้ฝึกตนจริงตามที่แม่นางกล่าวมา และหวังว่าแม่นางจะเก็บมันเอาไว้เป็ความลับ” เมื่อเห็นว่าไม่สามารถกลบเกลื่อนอีกฝ่ายได้ เขาจึงตอบกลับไปตามความจริง
หลิงจียกยิ้ม “แน่นอน ท่านเป็ผู้มีพระคุณ ต่อให้ข้าตายก็ไม่คิดจะขายความลับของท่าน”
“ถ้าหากแม่นางยืนยันเช่นนั้นข้าก็สบายใจ......เอาล่ะ! เดี๋ยวข้าจะออกไปด้านนอกก่อน ส่วนตัวท่านก็นั่งปรับสมดุลพลังปราณเถอะ เมื่อคืนเลื่อนระดับมาเยอะเอาการ” พูดจบ! เย่หยุนซีก็เดินออกจากห้องไปทั้งอย่างนั้น
ทางด้านโฉมสะคราญเมื่อได้ยินก็พลันตรวจสอบระดับพลังของตนเองโดยไม่คิดรอช้า ซึ่งในอีกไม่กี่อึดใจต่อมาดวงตาของนางก็ฉายแววเหม่อลอยอย่างฉับพลัน แถมร่างกายอันงดงามยังสั่นสะท้านประดุจกำลังพบเจอเื่ที่น่าอัศจรรย์อยู่ตรงหน้า
“ระ ระดับแก่นแท้ขั้นที่9! นะ นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่!” หลิงจีรู้สึกตื่นตระหนกในใจ แต่ทว่าทันใดนั้น! ภาพที่ชายหนุ่มป้อนโอสถให้กับนางก็พลันปรากฏขึ้นในสมองอีกครา ส่งผลให้ดวงตาคู่งามเริ่มมีน้ำตาหลั่งไหล
“ถึงยอมใช้โอสถที่น่าอัศจรรย์ 2 เม็ดกับคนใกล้ตายเช่นข้า.......ดูเหมือนว่าหนี้บุญคุณครั้งนี้คงมีแต่จะต้องตายแทนเท่านั้นกระมังถึงจะชดใช้ไหว” หลิงจีกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
ตัวนางอยู่ในนิกายระดับสูงมาั้แ่เกิด เคยเห็นโอสถระดับสูงมาก็มาก ทว่ากลับยังไม่เคยเห็นโอสถชนิดไหนเลยที่มีประสิทธิภาพพลิกฟ้าดินได้เฉกเช่นโอสถของเย่หยุนซี
ดังนั้น! นางจึงคาดเดาได้ในทันทีว่าโอสถ 2 เม็ดนี้ย่อมต้องเป็โอสถที่อยู่เหนือกว่าระดับนภาซึ่งเป็ระดับสูงสุดโอสถในดินแดนเมฆคราม
"คุณชายเย่ สักวันข้าต้องตอบแทนท่านแน่" หลิงจีกล่าวพร้อมทั้งยกมือปาดน้ำตา บัดนี้สถานะของเย่หยุนซีในใจนางอยู่สูงเกินกว่าจะพรรณาหรือเอื้อนเอ้ยเป็คำพูดได้
ถึงแม้เขาจะเคยทำเื่น่าอายกับนางเอาไว้ ตัวนางก็ไม่คิดกล่าวโทษเขาเลยสักนิด