สุดยอดนักผจญภัย

เผ่ามนุษย์สัตว์และเผ่าคนแคระ

เวลาประมาณบ่ายโมงนิดๆ

บนท้องฟ้าเหนือเมืองรุ่งอรุณ

จู่ๆก็มีเสียงคำรามของมังกรดังขึ้น

เฮลเฟลชที่กำลังพูดคุยอยู่กับคนอื่นๆก็หยุกชะงักก่อนที่จะมองไปยังท้องฟ้าในทิศทางหนึ่ง เพราะเธอสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่คุ้นเคย

ไม่ใช่แค่เฮลเฟลชเท่านั้นที่มองไปยังทิศทางนั้น

ตัวตนระดับสูงทั้งหมดก็มองไปยังทิศทางเดียวกัน

ส่วนทางด้านชาวเมืองรุ่งอรุณ พวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามของมังกรเหมือนกัน บางคนถึงกับแสดงสีหน้าตกใจขึ้นมา เพราะเสียงคำรามเหล่านั้นแฝงไปด้วยพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งและทรงพลัง แต่มันก็ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับชาวเมืองคนไหน มีเพียงแค่ทำให้พวกเขาตกใจก็เท่านั้น

ชาวเมืองรุ่งอรุณรวมไปถึงนักท่องเที่ยวก็มองไปยังทิศทางหนึ่ง 

ไม่นานพวกเขาก็เห็นฝูงมังกรจำนวนมากกว่าร้อยตัวบินมายังเมืองรุ่งอรุณ

“ มังกร!! ” เสียงตะโกนของใครสักคนดังขึ้น

คนอื่นๆเมื่อได้สติ พวกเขาก็รีบหนีทันที แต่ได้เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยปลอบชาวเมืองและนักท่องเที่ยวว่า นี้คือเมืองรุ่งอรุณ และตอนนี้ตัวตนที่แข็งแกร่งทั่วโลกก็อยู่ที่เมืองนี้ ไม่มีทางที่พวกเขาจะยอมปล่อยให้มังกรบุกโจมตีหรอก และอีกอย่างนี้คือเมืองของท่านไลท์ ท่านไลท์จะต้องปกป้องทุกคนได้อย่างแน่นอน

เมื่องชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ค่อยๆกลับมามีสติอีกครั้ง

ใช่แล้ว 

ตอนนี้ตัวตนระดับสูงของเผ่ามนุษย์ได้รวมตัวกันอยู่ที่เมืองนี้นอกจากนี้พวกเขาก็ยังมีสมาชิกเดธปาร์ตี้อีกด้วย 

เมื่อคิดได้ดังนั้นชาวเมืองและนักท่องเที่ยวก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นพวกเขาก็ตั้งตารอคอยการมาถึงของพวกมังกร 

ทันใดนั้นบนท้องฟ้า ตัวตนระดับสูงของเผ่ามนุษย์ก็ปรากฏตัวขึ้น

พวกเขามองไปยังมังกรนับร้อยที่กำลังบินมาทางเมืองรุ่งอรุณด้วยแววตาจริงจัง เนื่องจากพวกเขาสัมผัสได้ว่าภายในหมู่มังกรเหล่านั้นมีตัวตนระดับSSSอยู่ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีตัวตนระดับSSอีกหลายตัว ส่วนที่เหลือก็คือตัวตนระดับSทั้งหมด

ทันใดนั้นสมาชิกเดธปาร์ตี้แต่ละคนก็ค่อยๆปรากฏตัวขึ้น พวกเขาไม่ได้มีสีหน้าและท่าทีจริงจังเพราะพวกเขารู้ดีว่าพวกมังกรที่มาคือใคร

“ ไม่ต้องจริงจังไป นั้นคือเพื่อนของพวกเราเอง ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

คนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันตกใจและสงสัย

“ พวกนั้นคงจะเป็นมังกรที่อาศัยอยู่ที่เมืองมังกรสินะ ” เกลกิรอสพูดขึ้นพร้อมกับครุ่นคิดออกมา

เมืองมังกร? 

จริงด้วย ลืมไปได้อย่างไร เฮลเฟลชก็คือเผ่ามังกร เธอยังมีความแข็งแกร่งในระดับSSอีกด้วย นอกจากนี้พวกไลท์ก็เคยไปเมืองมังกรมาก่อน 

ไม่แปลกใจเลยที่เผ่ามังกรจะมางานแต่งของไลท์ด้วยเหมือนกัน

เมื่อพวกมังกรมาถึง พวกเขาก็ค่อยๆกลายร่างกลับมาเป็นร่างครึ่งมนุษย์อีกครั้ง

คนแรกที่นำหน้าเผ่ามังกรทุกตัวก็คือไกเซอร์ เจ้าเมืองมังกรและยังเป็นคนรักของเฮลเฟลช 

ส่วนมังกรระดับSSก็คือเพื่อนๆของเฮลเฟลชทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นมาตินอส บาเฮล ยอร์คก้า แอสต้า แอสเทียร์และสกอล่า

“ ยินดีต้อนรับสหายจากแดนไกล ต้องขอโทษด้วยที่อาจารย์และพี่เบเรียลไม่สามารถมาต้อนรับพวกคุณไกเซอร์ได้เพราถตอนนี้ทั้งสองคนกำลังแต่งตัวอยู่ ” เดซี่พูดขึ้นในฐานะที่เธอเป็นลูกศิษย์ของไลท์ เธอย่อมมีสิทธิ์ที่จะพูดคุยกับตัวตนระดับSSSแม้ว่าเธอจะมีความแข็งแกร่งในระดับSSก็ตาม

ไม่สิต้องบอกว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนสามารถพูดคุยกับตัวตนระดับSSSได้อย่างเท่าเทียม

“ ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรๆ จริงสิฉันต้องขอโทษด้วยที่พวกเรามาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ” ไกเซอร์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“ ไม่เป็นไร แค่พวกคุณไกเซอร์มาร่วมพิธีแต่งงานก็เพียงพอแล้ว ฉันเชื่ออาจารย์และพี่เบเรียลก็ไม่ว่าอะไรพวกคุณไกเซอร์หรอก  ” เดซี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

หลังจากนั้นเดซี่และสมาชิกเดธปาร์ตี้ก็แนะนำตัวของเผ่ามนุษย์และเผ่ามังกรให้รู้จักกัน

ในฐานะที่พวกเขาจะต้องย้ายมาอยู่โลกภายนอก เผ่ามังกรก็ควรที่จะทำความรู้จักกับตัวตนระดับสูงของเผ่ามนุษย์เอาไว้ เผื่อเวลาเกิดปัญหาก็จะได้แก้ปัญหาเหล่านั้นได้

ในขณะที่เดซี่กำลังจะพาเผ่ามังกรเข้าไปในเมืองรุ่งอรุณ

จู่ๆก็มีคลื่นพลังที่แข็งแกร่งแลพทรงพลังกำลังมุ่งหน้ามาทางเมืองรุ่งอรุณด้วยความเร็ว

ซึ่งคลื่นพลังนี้มีจำนวนมากกว่าสองร้อยจุด นอกจากนี้ก็ยังมีตัวตนระดับSSSในหมู่คนเหล่านั้นอีกด้วย

เดซี่และสมาชิกเดธปาร์ตี้มองหน้ากันก่อนที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย พวกเขารู้ได้ทันทีว่ากลุ่มคนที่มาใหม่คือใคร

พวกเขาก็คือเผ่าเอลฟ์นั่นเอง

เอลฟ์สองร้อยกว่าคนนำมาโดยจักรพรรดินีแฟร์ซ่าและเหล่าผู้ติดตามของเธอ ส่วนคลื่นพลังระดับSSSก็ถูกปล่อยออกมาจากจักรพรรดินีแฟร์ซ่า

ในช่วงหลายปีมานี้จักรพรรดินีแฟร์ซ่าได้พัฒนาตัวเองอย่างหนักจนในที่สุดเธอก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับSSSได้สำเร็จ

ไม่นานเรือบินลำใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของทุกๆคน

เมื่อจักรพรรดินีแฟร์ซ่ามาถึง เธอก็เห็นมนุษย์กำลังพูดคุยกับมังกรอยู่ เธอก็สามารถเข้าใจได้ทันที 

เผ่ามังกรก็คงมาแสดงความยินดีกับไลท์และเบเรียล

“ ท่านแม่ ” เมลิซ่สพูดก่อนที่จะบินไปหาจักรพรรดินีแฟร์ซ่า 

“ ขออภัยที่เรามาช้าไปหน่อย หวังว่าพวกเราคงไม่ได้พลาดฉากสำคัญๆอะไรไปนะ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดด้วยรอยยิ้ม

“ เปล่าเลยคุณแฟร์ซ่า ทางนี้ต้องขอโทษด้วยที่อาจารย์และพี่เบเรียลไม่สามารถออกมาต้อนรับคุณแฟร์ซ่าได้ เนื่องจากตอนนี้ทั้งสองกำลังแต่งตัวอยู่ ” เดซี่พูดขึ้น

“เรื่องนั้นเราไม่คิดมากหรอก ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าส่ายหน้าเล็กน้อย เธอแค่มางานแต่งงานของเพื่อนเธอและเธอก็ไม่ใช่คนที่คิดเล็กคิดน้อยแบบนั้น

ตอนนี้ตัวตนระดับสูงก็พากันตกใจ พวกเขาแม้ว่าจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งแต่ก็ใช่ว่าจะได้เจอกับตัวตนระดับสูงของเผ่าอื่นๆ โดยเฉพาะเผ่าเอลฟ์และเผ่ามังกร

แต่วันนี้พวกเขาได้เจอกับไกเซอร์เจ้าเมืองมังกรที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSS ผู้ควบคุมมังกรหลายหมื่นตัว อย่างที่ทุกๆคนรู้กันเผ่ามังกรนั้นแข็งแกร่งกว่าเผ่าอื่นๆมาก เพียงแค่ร่างกายอย่างเดียวก็สามารถเอาชนะเผ่าอื่นๆที่มีความแข็งแกร่งเท่ากันแล้ว 

จักรพรรดินีแฟร์ซ่าแห่งเผ่าเอลฟ์ ผู้ที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSSเหมือนกับไกเซอร์ จักรพรรดินีผู้ควมคุมเผ่าเอลฟ์ทั้งหมด จักรพรรดินีผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายหมื่นปีของเผ่าเอลฟ์

นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับผู้คนอย่างมาก

หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดซี่ก็นำเผ่ามังกรและเผ่าเอลฟ์มาที่ภูเขากลางเมืองรุ่งอรุณ

เนื่องจากภูเขาลูกนี้คือที่พักของสมาชิกเดธปาร์ตี้นั่นเอง

ไม่นานข่าวที่ไกเซอร์เจ้าเมืองมังกรผู้ควบคุมดูแลเผ่ามังกรนับหมื่นและจักรพรรดินีแฟร์ซ่าผู้ควบคุมเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดมาที่เมืองรุ่งอรุณก็เพราะมาร่วมงานแต่งของท่านไลท์และท่านเบเรียล

เมื่อข่าวนี้กระจายออกไปก็ยิ่งทำให้ชาวเมืองรุ่งอรุณมีหน้ามีตาไปด้วย เพราะแม้แต่ตัวตนระดับสูงของเผ่าอื่นๆมาที่เมืองรุ่งอรุณก็เพื่อแสดงความยินดีกับท่านไลท์และท่านเบเรียล

นอกจากนี้ก็ทำให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ไม่เคยเห็นเผ่ามังกรและเผ่าเอลฟ์ก็พากันให้ความสนใจและอยากที่จะเห็นเผ่าอื่นๆ 

แต่น่าเสียดายที่พวกไกเซอร์และจักรพรรดินีแฟร์ซ่าไม่ออกมาจากเขากลางเมือง

ทำให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวพากันแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา

หลายชั่วโมงผ่านไป

ไม่นานก็มีเรือบินขนาดใหญ่หลายลำมุ่งหน้ามาทางเมืองรุ่งอรุณ

เรือบินลำนี้มีขนาดใหญ่และถูกตกแต่งอย่างหรูหรา

สมาชิกเดธปาร์ตี้และคนอื่นๆก็บินออกมานอกเมืองเพื่อที่จะดูว่าใครคือเจ้าของเรือบินลำนี้ เพราพวกเขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้เผ่าเอลฟ์ 

“ นี้คือเรือบินของเผ่ามนุษย์สัตว์ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้นหลังจากที่เห็นธงของเรือบินลำนั้น

“ เผ่ามนุษย์สัตว์ ” เดซี่ทวนคำ

คนอื่นๆก็มองไปที่เรือบินของเผ่ามนุษย์สัตว์ด้วยความสนใจ 

“ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าหมอนี้จะมาด้วย ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพึมพำออกมาดเวยความสนใจ

“ ใครงั้นหรอคุณแฟร์ซ่า ” เวโรนิก้าที่อยู่ใกล้ๆถามขึ้นด้วยความสงสัยและสนใจ คนอื่นๆก็รอฟังด้วยเหมือนกัน

“ เจ้าหมอนั้นคือเอลลูก้า จักรพรรดิของเผ่ามนุษย์สัตว์ ผู้ปกครองเผ่ามนุษย์สัตว์ทั้งหมด ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น 

เอลลูก้าจักรพรรดิของเผ่ามนุษย์สัตว์งั้นหรอ

คนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าจักรพรรดิของเผ่ามนุษย์สัตว์จะมาเข้าร่วมงานแต่งของไลท์และเบเรียลด้วย

ทุกๆคนมองไปยังมนุษย์สิงโตที่ยืนอยู่หัวเรือ 

มนุษย์สิงโตที่ตัวสูงใหญ่กว่าสามเมตร ผิวสีน้ำตาลแดง ใบหน้าดุดันและเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน บนหัวสวมมงกุฏสีทองเอาไว้พร้อมกับสวมผ้าคลุมสีแดงเพลิง ความแข็งแกร่งของเอลลูก้าอยู่ที่ระดับSSS

ส่วนด้านหลังของเอลลูก้าก็มีแม่ทัพของมนุษย์สัตว์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSอีกหลายตัวยืนอยู่

ส่วนด้านหลังของแม่ทัพก็คือทหารที่สวมชุดเกาะสีเงินจำนวนมากกว่าห้าร้อยตัวยืนอยู่อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งทหารทั้งห้าร้อยตัวนี้ต่างก็มีความแข็งแกร่งในระดับA

เมื่อเรือบินของเผ่ามนุษย์สัตว์มาถึง เอลลูก้าและแม่ทัพคนอื่นๆก็บินออกมาทันที

“ ขออภัยที่พวกเรามาโดยไม่ได้ถูกเชิญ ” เอลลูก้าพูดด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

“ ไม่เป็นไรท่านเอลลูก้า ” เดซี่พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกลับ สำหรับเอลลูก้า เดซี่ย่อมไม่สร้างความอับอายให้กับเขาโดยที่เรียกชื่อของเอลลูก้าโดยตรง เธอจึงเรียกเอลลูก้าว่าท่าน

“ ขอบคุณ ” เอลลูก้าพูดขึ้นจากนั้นเขาก็สังเกตรอบๆก็พบว่ารอบๆตัวของเดซี่มีทั้งเผ่ามนุษย์ เผ่ามังกรและเผ่าเอลฟ์

“ องค์จักรพรรดินี ” เอลลูก้าและแม่ทัพมนุษย์สัตว์พากันทำความเคารพต่อจักรพรรดินีแฟร์ซ่า

อย่างที่รู้กันว่าตอนนี้เผ่ามนุษย์สัตว์อยู่ในการดูแลของเผ่าเอลฟ์ เพราะฉะนั้นเผ่าเอลฟ์ก็เหมือนกันเจ้านายของพวกเขา เพราะฉะนั้นเมื่อพวกเขาเห็นจักรพรรดินีแฟร์ซ่าพวกเขาก็ต้องทำความเคารพเป็นปกติ

แต่ที่พวกเขาประหลาดใจก็คือ เผ่ามนุษย์แข็งแกร่งขนาดนี้เลยงั้นหรอ เพราะพวกเขาสัมผัสถึงคลื่นพลังระดับSSSจำนวนมากที่อยู่เบื้องหน้า

เผ่ามนุษย์สัตว์แม้ว่าจะไม่ใช่เผ่าที่มีประชากรเยอะ แต่ก็มีไม่ต่ำกว่าสองพันล้านตัว แต่พวกเขามีตัวตนระดับSSSเพียงแค่สองคนเท่านั้น หนึ่งคือจักรพรรดิเอลลูก้าและอดีตจักรพรรดิเอลตินารี่ 

คลื่นพลังระดับSSSที่พวกเอลลูก้าสัมผัสได้ก็คือเกลกิรอสผู้บัญชาการสูงสุดแห่งสภาจอมเวทย์ ซัมเมอร์ผู้นำสูงสุดของสมาคมนักผจญภับ และคนที่เหลือก็คือคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์

ในจังหวะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีเรือบินอีกลำที่บินมาทางนี้

พวกเดซี่ได้แต่ถอนหายใจ เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่ากลุ่มคนที่อยู่ในเรือบินลำนั้นก็แข็งแกร่งพอๆกับเผ่ามนุษย์สัตว์เลยทีเดียว แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเรือบินลำนั้นเป็นของใครกันแน่ 

ไม่นานทุกๆคนก็รู้แล้วว่าเรือบินลำนี้เป็นของใคร

เจ้าของเรือบินลำนี้ก็คือเผ่าคนแคระ 

แม้กระทั้งเผ่าคนแคระก็มาร่วมงานด้วยงั้นหรอ

ทุกๆคนพากันประหลาดใจ

อย่างที่ทุกคนทราบ เผ่าคนแคระเป็นเผ่าที่ชอบเก็บตัวและไม่ชอบยุ่งกับเผ่าอื่นๆ แต่ในวันนี้พวกเขามาที่นี่เพื่อที่จะเข้าร่วมงานแต่งของไลท์และเบเรียล

“ นั้นมันธงของอาณาจักรเติร์กนิ ” แมคโวลัคพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

อาณาจักรเติร์กอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปคนแคระ เพราะผู้ปกครองเผ่าคนแคระก็คือราชาของอาณาจักรเติร์กนั่นเอง และพวกเขาก็เป็นอาณาจักรที่ผลิตไวน์จิตวิญญาณอีกด้วย 

เพียงแต่แมคโวลัคไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำเรือบินลำนี้

ไม่นานพวกเขาก็เห็นคนแคระที่สวมชุดธรรมดายืนอยู่หัวเรือ 

คนแคระสูงประมาณหนึ่งเมตรสามสิบเซนติเมตร พวกเขาไว้หนวดเครายาว สีผมและหนวดของพวกเขาเป็นสีเดียวกันหมด ซึ่งก็คือสีน้ำตาลเข้ม

ไม่นานทุกๆคนก็เห็นผู้นำของเผ่าคนแคระ 

เป็นคนแคระวัยกลางคนใบหน้าดูอบอุ่น รูปร่างสูงที่สุด ซึ่งเขาสูงประมาณหนึ่งเมตรสี่สิบเซนติเมตรเท่านั้น สวมชุดธรรมดา แต่ออร่าของเขาอยู่ในระดับSSS

ด้านหลังของเขาก็เป็นคนแคระหนุ่ม ใบหน้าคล้ายกับคนแคระวัยกลางคน ออร่าของเขาอยู่ในระดับSS

เมื่อแมคโวลัคเห็นคนแคระหนุ่มก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาและพูดขึ้นว่า “ อูฟาร์? ” 

อูฟาร์คือเจ้าชายของเผ่าคนแคระและยังเป็นคนมอบไวน์จิตวิญญาณให้กับแมคโวลัค

เจ้าชายอูฟาร์แห่งเผ่าคนแคระที่เห็นแมคโวลัคก็ประหลาดใจเช่นกัน “ แมคโวลัคไม่ใช่หรอ? ”