“ฝ่าา พระราชทานงานแต่งงานให้เ้ากับ จิวเยว่อ๋องเป็บุญของเ้าแล้วป้ายป้าย”ฮูหยินใหญ่ ของตระกูลฉี ลอบยิ้มสาใจในความโชคร้ายของฉีป้ายป้าย บุตรีคนโต ที่ไร้ชายใดอยากจะแต่งเข้าตระกูลก็ในเมื่อนางมีเพียงต้อง เป็ผู้ทำครัวซักล้างดุจสาวใช้ในบ้าน หาได้ มีชีวิตที่สะดวกสบาย มือไม้หยาบกระดากผมเผ้ารุงรัง แล้วจิ่วเยว่อ๋องผู้พิการขานั่งในรถเข็น กับปาเยว่อ๋องที่บุตรีคนเล็ดที่เป็ที่รักใคร่จะแต่งเข้าไปพร้อมกันนั้นผิดกันที่ปาเยว่ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพ์จิ่วเยว่อ๋องผู้นั้นกับ พิการขา มีเพียงตำหนักให้ซุกกาย อีกทั้งฝ่าายังไม่อนุญาตให้จัดงาน แต่งเหมือน ป้ายหลิว บุตรีคนเล็กที่แต่งปาเยว่อ๋อง จะว่าไป ป้ายป้ายนางก็ไม่ควรจะแต่งกับใครควรอยู๋รับใช้บ้านตระกูลฉีต่อไปด้วยนางทำได้แทบทุกอย่างแต่ด้วยความที่บิดานางเผลอไผลกราบทูลกับฝ่าาเื่ที่ป้ายป้าย ยังไม่แต่งจะให้น้องแต่งก่อนพี่ก็ดูน่าเกลียด
“ขอบคุณฮูหยิน”ดวงตาเฉยชา ไม่ยินดียินร้ายป้ายปายหาสนใจไม่ว่าจะแต่งกับผู้ใดมีเพียงคำสั่งเสียจากมารดาที่บอกกับนางก่อนตายว่าออกไปจากตระกูลเสียไม่อย่างนั้นเ้าจะต้องทนทุกข์ทรมาน เหมือนตกนรกทั้งเป้น จะแต่งก้บใครก็ช่างขอแค่ได้ออกไปจากที่นี่
“ต่อไปก็ไม่ต้องเข้าครัว ทำอาหารซักล้าง ให้มือเน่าเ้าแต่งกับจิวเยว่อ๋องท่านเก้าผู้พิการขา วันๆ นั่งในรถเข็น แค่เพียงปรนนิบัติท่านเก้าเพียงคนเดียวดีกว่าต้องมาปรนนิบัติคนที่นี่นับสิบ”คำพูดที่เหมือนจะแสดงความเห็นใจ แต่ฉาบทาไว้ด้วย แววตาเย้ยหยัน
“เ้าค่ะฮูหยินอยากจะต่อคำแต่เคย ลิ้มรส ไม้เรียวจากมือนางที่หากทำให้นางโกรธเกรี้ยวสิ่งเดียวที่นางไม่ลังเลที่จะทำคือหยิบไม้เรียวขึ้นฟาดั้แ่ ป้ายป้ายจำความได้ มารดาของป้ายป้ายที่เป็อนุได้เพียงแต่เอาตัวเข้ารับไม้เรียวแทน เจ็บแสบสาหัสแค่ไหน ไม่รู้ในตอนนั้นแต่จำได้ว่านางยิ่งโมโหฟาดมารดาของป้ายป้ายจนไม้เรียวหักคามือแล้วยังร้องเรียกให้สาวใช้นำไม้อันใหม่เข้ามาเพิ่ม
“อีกสองวันจะแต่งออกไปแล้ว ข้าใจดีให้เขานำเศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บอาภรณ์ของป้ายหลิว ที่จะแต่งกับท่านแปดเช่นกันมาตัดเย็บอาภรณ์ให้เ้า สองสามวันนี้ไม่ต้องทำงาน ดูแลตัวเองเสียหน่อย ข้ายกกัวเฉาให้เ้านำไปใช้สอยที่จวนอ๋องเก้าด้วย นางอยู่ที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ในเมื่อข้าไม่ชอบหน้านางนัก”กัวเฉาสาวใช้ปากกล้า ที่ออกรับผิดแทนป้ายป้ายเสมอเมื่อนางถูกใส่ความในแต่ละครั้ง พูดเหมือน ว่าสองคนทำผิดทั้งๆ ที่ทุกอย่างล้วน เป็การใส่ความเพื่อความสนุกสนานของคุณหนูเล็กป้ายหลิว ที่ดูเหมือนคนเหงามักจะหาเื่ ใส่ความและสร้างปัญหาให้กับป้ายป้ายรายวัน
“ขอบคุณฮูหยิน”เป็สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกดีจริงๆ ในตอนนี้
“ท่านแม่ ข้าจะได้แต่งกับท่านแปดใช่ไหม”ป้ายหลิวเข้ามาในโถงกว้างของบ้าน ใบหน้าสดใสแต่จมูกเชิดหยิ่งอีกทั้งยังมีแววตาซุกซนน้ำเสียงออดอ้อนเป็ที่รักใคร่ของทั้งบิดาและมารดาอย่างฮูหยินใหญ่
“แน่นอน ท่านแปดยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในบรรดาอ๋องอีกทั้งฝ่าาโปรดปรานไว้วางใจให้ ช่วยงานในราชสำนักหลายหน้าที่เ้าแต่งกับท่านแปด จะต้องมีเงินใช้สอยมากมาย อีกทั้งยังสบายไปตลอดชาติ”ยิ้ม กว้างป้ายป้ายเงยหน้ามองใบหน้าของน้องสาวร่วมมารดาก่อนจะก้มหน้าลงเสียไม่อยากมีปัญหากับนางหากนางเห็นว่าป้ายป้ายอยู่ตรงนี้แบบสงบ นางจะต้องหาเื่จนได้
“ข้าได้ยินว่า นางก็จะแต่งออกไปเช่นกัน ท่านแม่ข้าไม่อยู่ท่านให้นางแต่งพร้อมข้าทำไมกัน นางรูปชั่วตัวดำยังได้แต่งอีกหรือแล้วใครจะคอยรับใช้ท่าน”
“นางแต่กับอ๋องเก้า ผู้พิการขา ไร้คนเหลียวแล ท่านพ่อของเ้าขัดบัญชาฝ่าาไม่ได้ น้องแต่งก่อนพี่ไม่เหมาะนัก ฝ่าาก็คงคิดว่าเสียไม่ได้เช่นกัน จับนางแต่งกับอ๋องเก้าที่ พิการ ไม่อยากมีใครคอยปรนนิบัติพัดวี ส่งนางไปเหมาะสมยิ่งแล้ว”
“โอ้ท่านแม่ ์ช่างเข้าข้างนางเสียจริง ไม่น่าเชื่อจะแต่งทั้งทียังแต่กับ อ๋องพิการ”ยิ้มสาใจป้ายป้าย รีบลุกขึ้นเดินจากตรงนั้นไป
หน้าเรือนเล็กที่พักที่คับแคบของป้ายๆ กัวเฉา วิ่งเข้ามาราวกับพายุในวสันต์ฤดู
“คุณหนู คุณหนูได้เข่าวเื่ท่านเก้าหรือยัง”ยังคงนิ่งมือสาระวนกับการพับผ้าที่เก็บมาจากราว เพื่อนำไปอบกำยานให้หอมอีกชั้นหนึ่ง
“บิดาของท่าน ให้ท่านแต่งกับท่านเก้า”
“ท่านจะไม่ พูดอะไรหน่อยหรือไร”กัวเฉา ต่างจากป้ายป้ายนางไม่ทนต่อทุกสิ่งทว่าป้ายป้ายไม่ทนก็ต้องทนเพราะกลัวว่าคนรอบข้างจะเดือดร้อน มีครั้งหนึ่ง คนครัวนำไก่ในวันไหว้ทั้งตัวมอบให้ป้ายป้าย เพื่อว่าในเทศกาลปีใหม่ป้ายป้ายก็ยังต้องกินหมั่นโถวกับซาลาเปาแข็งๆ ป้าคนครัวจึงแอบยกไก่มาให้ ฮูหยินใหญ่สั่งลงโทษนางโดยการโบยนับสิบไม้ ไม่ได้เสียดายไก่ในเมื่อมันมีมากมายเหลือเฟือแต่้าสั่งสอนให้ป้ายป้ายรู้ว่า ใครก็ตามใน เสนาฉีห้าม ดีกับป้ายป้าย
ั้แ่บัดนั้นป้ายป้ายจึงรู้ว่า การ ทำตัวนิ่งเฉยดีที่สุด
“ให้พูดอะไรกัน”
“คุณหนูท่านเก้าผู้นั้น สิบแปดเมียตายยี่สิบสองพิการ ตอนนี้ยี่สิบแปดขาดคนเหลียวแล ไม่มีใครกล้าแต่งกับเขาอีกอย่างเขาว่ากันว่าฝ่าาเกลียดชังที่สุด เพราะคำทำนายว่าท่านเก้าจะสูงสุดเหนือัทั้งปวง ฝ่าาไม่ชอบที่ดวงชะตาท่านเก้ากดดวงชะตาตัวเอง จึงให้เขาตายไม่อาจตาย”ช่วยป้ายป้ายพับผ้าลงใบหีบสำหรับอบกำยาน
“ก็ถูกแล้วตอนนี้ท่านเก้าก็พิการขา ไร้การเหลียวแลไม่ตายก็เหมือนตาย”
“นั่นอย่างไรเล่าคุณหนูท่านต้อง ไปปฏิเสธการแต่งงานกับบิดาท่านเสีย”ป้ายป้ายเผลออมยิ้ม พูดเหมือนบิดารักป้ายป้ายเสียเต็มทีเสนาฉีไม่เคยเหลียวแลปล่อยให้ฮูหยินใหญ่ข่มเหง ไม่เว้นแต่ละวัน
“ช่างเถอะข้าไม่ได้้าอะไรเ้าคิดว่าบัญชาฝ่าาใครกล้าขัด”
“แต่คุณหนู ท่านไม่ใช่ผักปลาอีกอย่างคุณหนูของ กัวเฉางดงามที่สุดอาบน้ำเสียหน่อยประทินผิวเสียนิดแต่งกายด้วยอาภรณ์ดีดีย่อมเจิดจรัส ชายใดได้พบพักตร์จักต้องหลงใหลแน่นอน” กัวเฉาพูดถูกแต่ป้ายป้ายไม่เคยได้ทำเื่แบบนั้น ในเมื่อแต่ละวันหมดไปกับ งานครัวและการซักล้าง
“สองวันกว่าจะแต่ง เ้าก็ประทินผิวให้ข้า บางทีท่านเก้าอาจจะเอ็นดูข้าขึ้นมาบ้าง”
“ท่าน ไม่..ไม่ รังเกียจเื่ราวหนหลังของท่านเก้าหรือไร”
“ข้าเลือกอะไรได้นเมื่อเป็บัญชาฝ่าา ก็ต้องทำให้ ท่านพ่อสบายใจขอแค่ได้ออกไปเหมือนที่ท่านแม่สั่งเสียเ้าว่าไม่ดีหรือ”
“แต่คุณหนูจะเป็ใครก็ได้ ในเมื่อท่านเป็ถึงบุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้าย ทำไมต้องแต่งกับ ท่านอ๋องที่พิการด้วย”ยิ้มบางๆ ในความไม่ยอมแพ้ของกัวเฉา
“พูดเหมือนกับเ้าจะเแต่งเสียเอง เป็ข้ามิใช่เหรือที่ต้องแต่งกับท่านเก้า เ้าจะเป็เดือดเป็ร้อนแทนทำไม”กัวเฉากอดเอวบางแน่น
“ข้าห่วงใยคุณหนูที่สุด กลัวว่าท่านไปอยู่ที่นั่นจะต้องทนทุกข์ยิ่งกว่าที่นี่ ข้าได้ยินฮูหยินกับคุณหนูเล็กหัวเราะเยาะท่านกันใหญ่”
“ฮูหยินใหญ่ใจดีให้เ้าไปอยู่ที่จวนอ๋องกับข้า พอใจหรือยัง”
“จริงหรือเ้าค่ะคุณหนู เป็เื่ดีที่สุด”ยิ้มด้วยความดีใจ ป้ายป้ายเองก็ยิ้ม
“แต่จะว่าไปคุณหนูใหญ่ ตระกูลฉี แต่งออกแต่งไม่ให้จัดงาน จัดงานยิ่งใหญ่ให้กับคุณหนูเล็กจะไม่เกินไปหน่อยหรือ”
“ท่านแปดกับป้ายหลิวเป็ที่โปรดปรานทั้งคู่ไม่แปลกหากจะจัดงานยิ่งใหญ่ข้าก็คงแค่ส่งเกี้ยวมารับท่านพ่อเองก็คงไม่อยากให้ออกหน้าออกตา”
“โธ๋ คุณหนู เอาอย่างนี้ดีกว่าค่ะ ข้าจับท่านประทินผิวกันสองสามวันนี้เราลองเปลี่ยนท่านเสียใหม่ตจะดีไหม”ป้ายป้ายยิ้มพยักหน้า ในเมื่อเป็อ๋องพิการแล้วทำไมต้องอยากให้เขาเอ็นดูในยเมื่ออย่างไรป้ายป้ายนก้จต้องดูแลเขาจนวันตายอยู่ดี
งานเฉลิมฉลองสมรสยิ่งใหญ่ผู้คนกล่าวขานไปทั่วของป้ายหล้ว แต่ป้ายป้ายกับมีเกี้ยวมารับตัวไปก็เท่านั้น กัวเฉาหอบเอาสัมภาระขึ้นไปบนเกี้ยว ด้วยสีหน้าสดใสยิ้มแย้มผิดกับ ป้ายป้ายที่อยากจะบอกลาบิดา แต่ใต้เท้าฉีผู้ยิ่งใหญ่กับ ยุ่งวุ่นวายกับงานสมรสของป้ายหลิวถึงไม่ยุ่งก็คงไม่อาจมา ป้ายป้ายจึงได้แค่มองลอดหน้าต่างเกี้ยวออกไปหวังจะได้พบบิดา
“คุณหนูใหญ่ของตระกูลฉี ที่ได้ยินว่าแต่งกับท่านเก้าเช่นกันจะว่าไปพี่น้องวาสนาต่างกัน บุตรีที่เกิดกับอนุหรือจะให้มีหน้ามีตาเท่าบุตรีจากเมียใหญ่”เสียง นินทา ด้านนอกจากพวกปากหอยปากปู ป้ายป้ายถอนหายใจ แล้ว มองตรงไปข้างหน้าไม่เหลียวหลัง บิดาไม่้าที่จะข้องแวะกับ ป้ายป้ายอยู่แล้วในเมื่อ จิ่วอ๋องไม่ได้ ยิ่งใหญ่เหมือน... ปาอ๋อง
จวนจิ่วอ๋อง
“คุณหนู คุณหนูเล็กมอบดอกคางหน่ายซิง ให้ท่าน” (ดอกคาเน่ชั่น ดอกไม้ต้องห้ามสำหรับงานแต่งไว้ใช้สำหรับงานศพเท่านั้น)
"ฝ่ากขอบคุณ นายหญิงของเ้า บอกนางว่าข้าไม่จำเป็ต้องใช้มันมอบดอกคางหน่ายซิงคืนให้นางเ้านำมันไปส่งมอบให้คุณหนูเล็กให้ที”กัวเฉาปิดปากขำในเมื่อออกมาแล้ว ป้ายป้ายก็ไม่จำเป็ต้องก้มหัวให้นางอีกต่อไป