เมื่อเข้ามาในตัวเมืองแล้วก็เดินทางต่อไปยังร้านขายสมุนไพรเฮงเฮงของเถ้าแก่เจา
“คารวะเถ้าแก่เจาเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือกล่าวทักทายทันทีที่เห็นเถ้าแก่เจาออกมาดูแลความเรียบร้อยในร้าน
“คารวะเถ้าแก่เจาเ้าค่ะ” หนิงลี่อินทำตามพี่สาวโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอก
เจาเจ๋อหันมองไปทางเสียงเรียกก็พบเข้ากับหนึ่งหญิงสาวหน้าตาถึงจะไม่งามล่มเมืองแต่ก็งดงามไม่น้อย กับอีกหนึ่งเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนข้างๆ พี่สาวของตนกำลังส่งยิ้มมาให้ วันนี้ก็ยังคงใส่ชุดสีเดียวกันเช่นเคย
“ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องมากพิธี ไหนๆ วันนี้มีสมุนไพรอันใดมาขาย”
“วันนี้ไม่มีสมุนไพรมาขายหรอกเ้าค่ะ ข้าเอาถังหูลู่กับปลามาขาย จะมาขอเช่าพื้นที่ข้างร้านเถ้าแก่เ้าค่ะ”
“ได้สิๆ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวข้าจะให้เด็กเอาโต๊ะไปตั้งไว้ที่เดิมก็แล้วกัน” เช่าอะไรกัน เขาไม่เอาหรอก “อาซือวันนี้ข้าซื้อปลาเ้า 5 ตัว เอาตัวใหญ่ๆ เลยนะ เมื่อวานข้าซื้อไปให้แม่ครัวที่บ้านทำอาหาร รสชาติดียิ่งนัก” เจาเจ๋อสั่งปลากับหนิงลู่ซือ เมื่อวานเนื้อปลาสดๆ อร่อยยิ่งนัก
“ได้เลยเ้าค่ะเถ้าแก่เจา”
“อาอินวันนี้มีถังหูลู่มาขายใช่หรือไม่” เจาเจ๋อหันไปถามกับเด็กน้อยที่ยืนฟังผู้ใหญ่คุยกันอย่างเงียบๆ
“ใช่เ้าค่ะเถ้าแก ถังหูลู่ของข้ามีถังหูลู่ซานจา กับถังหูลู่ผิงกั่ว ขายไม่แพงหรอกนะเ้าคะ ขายเพียงแค่ไม้ละ 2 อีแปะเท่านั้นเ้าค่ะ” ถังหูลู่ของนางขายถูกกว่าในตลาดอีกนะจะบอกให้
“ไอหยา ขายถูกกว่าในตลาดอีก งั้นลุงเอาอย่างละ 10 ไม้ อาอินจัดให้ลุงด้วยเล่า” เจาเจ๋อจะซื้อไปฝากเ้าลูกชายหน้าเหม็นทั้งสองของเขา ที่วันๆ เอาแต่เล่นซนเขาละปวดหัวจริงๆ
“ได้เลยเ้าค่ะเถ้าแก่ เดี๋ยวข้าจัดให้เ้าค่ะ” เมื่อลูกจ้างในร้านเอาโต๊ะไปตั้งให้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เข้ามาแจ้งแก่เถ้าแก่เจา สองพี่น้องจึงออกไปตั้งของขาย
ชาวบ้านบางคนจำได้ว่าสองพี่น้องนี้ เมื่อวานขายผลไม้กับปลาราคาถูก วันนี้พอเห็นสองพี่น้องก็รีบเข้ามาถามไถ่ พอรู้ว่ามีปลาที่ยังมีชีวิตก็รีบต่อแถวซื้อทันที นอกจากปลาแล้วก็ยังมีถังหูลู่หน้าตาน่ากินด้วย แถมราคายังถูกอีกด้วย ไม่นานแผงขายของเล็กๆ ของสองพี่น้องก็คึกคักเต็มไปด้วยผู้คน
หนิงลู่ซือจะเป็คนขายปลา ส่วนหนิงลี่อินจะเป็คนขายถังหูลู่ ตอนนี้หนิงลี่อินนับเลขบวกลบตัวเลขได้บ้างแล้ว เพราะโดนพี่สาวบังคับให้ท่องทุกวัน ถึงแม้จะยังไม่ค่อยคล่องก็ตาม
“ข้า้าเหมาปลาของเ้าทั้งหมด” จู่ๆ ในขณะที่หนิงลู่ซือกำลังชั่งปลาให้ท่านลุงคนหนึ่งอยู่นั้น ก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา หนิงลู่ซือจึงเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับชายรูปร่างเ้าเนื้อมีอายุคนหนึ่ง พร้อมกับคนติดตามอีก 2 คน
“ไม่ทราบว่าเมื่อสักครู่ท่านลุงกล่าวว่าอย่างไรนะเ้าคะ” หนิงลู่ซือได้ยินไม่ชัดจึงถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ข้าเจียงเฉินเป็หลงจู้จากเหลาอาหารเซียงเซียง ้าเหมาปลาพวกนี้ของเ้าทั้งหมด และจะให้ราคามากกว่าที่เ้าขายด้วย” เมื่อวานมีเด็กในร้านไปบอกเขาว่ามีคนมาขายปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ยินดังนั้นเขาก็รีบมายังจุดที่ขายทันที แต่มาไม่ทันเพราะตอนที่มาถึงปลาได้ถูกขายไปหมดแล้ว
ชาวบ้านที่ยังต่อแถวได้ยินว่าหลงจู้จากเหลาอาหาร จะซื้อปลาพวกนี้ในราคาที่แพงกว่าที่นางขายให้พวกชาวบ้าน ก็คิดกันไปว่าวันนี้คงไม่ได้กินปลาพวกนี้เป็แน่
ต่างจากหนิงลู่ซือที่ทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ ให้กับหลงจู้ผู้ยิ่งใหญ่ แล้วตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า “ข้าไม่ขายเ้าค่ะ”
หลายคนที่ได้ยินคำตอบจากปากเล็กๆ ของนางก็เกิดความงุนงง ไม่เข้าใจขึ้นมา
“เ้าว่าอย่างไรนะ” หลงจู้คิดว่าถ้าตนเสนอราคาที่แพงกว่าราคาที่นางขาย นางคงจะรีบขายให้เขาอย่างรวดเร็วไหนเลยจะคิดว่านางปฏิเสธ
“ข้าบอกว่าข้าไม่ขายเ้าค่ะ ต่อให้ท่านจะเสนอราคาให้ข้าชั่งละ 1 ตำลึง ถ้าก็ไม่ขายเ้าค่ะ” นางว่าอย่างไรนะ ชั่งละ 1 ตำลึง นางก็จะไม่ขายอย่างนั้นหรือ ตอนนี้ชาวบ้านหลายคนมึนงงไปหมดแล้ว เพราะถ้าเป็พวกเขาคงขายไปั้แ่หลงจู้บอกว่าจะให้ราคามากกว่าที่ขายตอนนี้แล้ว
“เ้ากล้าปฏิเสธข้าหรือ!” หลงจู้เมื่อโดนปฏิเสธก็เริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว “ข้าบอกว่าข้าจะเหมา เ้าก็ต้องขายให้ข้า!” ไม่ยอมยังไงวันนี้เขาก็ต้องได้ปลามีชีวิตพวกนี้ไปขายที่เหลาอาหารให้ได้
“ถ้าท่านอยากซื้อปลาก็เชิญท่านไปต่อแถวเ้าค่ะ เพราะข้าจะขายให้กับคนที่ต่อแถวเท่านั้น และเหตุผลที่ข้าไม่ขายปลาให้ท่านเพราะถ้าขายให้ท่านหมดแล้ว ชาวบ้านที่มาก่อนท่าน ชาวบ้านที่รอจะซื้อปลาพวกนี้ไปทำอาหารให้คนในครอบครัวกินเขาจะทำอย่างไรเ้าคะ ไม่ว่าท่านจะพอใจหรือไม่ แต่ข้ายังยืนยันคำเดิมคือถ้าท่านอยากได้ปลาก็เชิญไปต่อแถวเ้าค่ะ” ไม่ใช่นางไม่อยากได้เงินเยอะๆ เสียเมื่อไหร่ แต่ถ้านางขายให้หลงจู้คนนี้หมด แล้วชาวบ้านคนอื่นละ พวกเขาตั้งใจมาซื้อของของนาง นางจะทำให้พวกเขาผิดหวังกับนางได้อย่างไร
ชาวบ้านหลายคนที่ได้ยินต่างกันรู้สึกดีกับแม่ค้าสาว ถ้านางขายให้หลงจู้นางก็จะได้เงินเยอะกว่าขายให้พวกเขาหลายเท่าตัวนัก แต่นางกลับไม่ขายเพราะนางนึกถึงคนอื่นด้วย ไม่ได้นึกถึงแต่ตนเอง
หลงจู้ที่ทำอะไรไม่ได้จึงสั่งให้ลูกน้องไปต่อแถว อย่างน้อยๆ อาจจะได้ปลาสัก ตัว สองตัว ไปขายที่เหลาอาหารของตน
เหตุการณ์กลับมาสงบอีกครั้ง หนิงลู่ซือจึงหันกลับมาขายปลาของนางต่อ ฝั่งหนิงลี่อินก็ไม่น้อยหน้ามีเด็กๆ มาซื้อถังหูลู่ของนางหลายคน อีกทั้งยังมีท่านลุง ท่านป้า ที่มาซื้อปลากับพี่สาวและซื้อถังหูลู่ของนางไปฝากเด็กๆ ด้วย
“อาอินเก่งจังเลย ดูสิขายถังหูลู่หมดด้วย”
“อาอินเก่ง” เด็กน้อยยกยอตนเอง
“จ้าๆ ไหนแล้ววันนี้ขายได้เท่าไหร่
“ขายได้ 500 อีแปะเ้าค่ะ” ถังหูลี่มีทั้งหมด 300 ไม้ ขายไม้ละ 2 อีแปะ เป็เงิน 600 อีแปะ แต่บางครั้งก็แถมให้กับชาวบ้านที่ซื้อเยอะๆ สุดท้าจึงขายได้เงินทั้งหมด 500 อีแปะตามที่หนิงลี่อินบอก
“ว้าวว อาอินของพี่ใหญ่เก่งจังเลย” เด็กน้อยยิ้มรับคำชมจนหน้าบานเป็จานข้าวแล้ว “เงินนี้พี่ให้เ้าทั้งหมด อยากกินอะไร หรืออยากซื้ออะไรก็เอาเงินนี้ไปซื้อ”
“ไม่เอาเ้าค่ะ ข้ามีเงินที่พี่ใหญ่ฝากไว้ให้ในโรงรับฝากเงินแล้วนะเ้าคะ”
“เงินนั่นเป็เงินที่พี่ใหญ่จะให้เ้าเมื่อเ้าอายุครบ 15 หนาว แต่เงินนี้เป็น้ำพักน้ำแรงของเ้า เ้าเก็บเอาไว้ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะไปหากล่องไม้มาให้เ้าใช้เก็บเงินที่ขายของได้”
“ก็ได้เ้าค่ะ”
“ไอหยา อาอินน้อยจะร่ำรวยแล้ว ถ้ารวยแล้วอย่าลืมลุงแก่ๆ คนนี้เล่า” เจาเจ๋อออกมาได้ยินสองพี่น้องคุยกันพอดี ความคิดของหนิงลู่ซือถือว่าดีมากๆ
“อาอินไม่มีทางลืมเถ้าแก่เจาแน่นอนเ้าค่ะ” หนิงลี่อินหันมาตอบเจาเจ๋อ
“เถ้าแก่อะไรกัน ต่อไปพวกเ้าก็เรียกข้าว่าท่านลุงก็แล้วกัน”
“จะดีหรือเ้าคะ” หนิงลู่ซือเกรงใจ
“แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว” เจาเจ๋อยืนยัน
“เ้าค่ะท่านลุงเจา จริงสิอาอินเ้าไปเอาไข่มาให้ท่านลุงเจาหน่อย” หนิงลู่ซือนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้านางให้หนิงลี่อินเอาไข่ไก่มาฝากท่านลุงเจา เป็การตอบแทนที่ให้ใช้พื้นที่
“ไข่ไก่เ้าค่ะท่านลุงเจา อาอินเก็บเองเลยนะเ้าคะ” หนิงลี่อินยื่นไข่ไก่ให้กับเจาเจ๋อ
“พวกเ้าไม่เห็นต้องลำบากเอามาให้ข้าเลย”
“ถือว่าเป็ค่าเช่าที่ก็ได้เ้าค่ะ อาอินตื่นเช้ามาเก็บทุกวันเลยนะเ้าคะ” หนิงลี่อินได้ยินพี่สาวชมก็ยิ้มให้เจาเจ๋อจนปากจะถึงหูแล้ว
“อาอินเก่งจังเลย” อดไม่ได้ต้องยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อย อุ้มกลับบ้านไปเลยดีหรือไม่ ภรรยาของเขาจะต้องชอบเด็กคนนี้แน่ๆ
3 วันที่ผ่านมาสองพี่น้องตระตูลหนิงไม่ได้เข้าเมืองไปขายของที่ตลาด เพราะมีงานที่บ้านให้ทำเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็เพาะถั่วงอก ผสมมูลสัตว์กับดินเพื่อเตรียมปลูกผักที่ซื้อมา หลังผสมแล้วก็ต้องตากแดดเพิ่มอีก 7 วัน จึงจะทำการปลูกผักได้
ตอนนี้รอบๆ บ้านนางมีแปลงผักที่รอปลูกหลายแปลงเลยทีเดียว มีแปลงสำหรับปลูกสมุนไพรด้วยนะ แต่นางคิดว่าจะสร้างที่ปลูกสมุนไพรโดยเฉพาะตอนนี้จึงต้องรอไปก่อน
“พรุ่งนี้ก็น่าจะเอาถั่วงอกไปขายที่ตลาดได้แล้ว” หนิงลู่ซือพูดกับตัวเอง
“พรุ่งนี้เราจะไปขายถั่วงอกกันหรือเ้าคะพี่ใหญ่” หนิงลี่อินได้ยินพี่สาวพูดก็ถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่แล้วถั่วงอกโตจนเอาไปขายได้แล้ว ดูสิต้นมันอวบอ้วนยิ่งนัก” สำหรับการเพาะถั่วงอกครั้งแรกถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี นางเพาะทั้งหมด 20 ตะกร้าได้ถั่วงอกเยอะเลยทีเดียว ถ้าพรุ่งนี้ถั่วงอกขายดีนางคงต้องซื้อตะกร้าและผ้าเพิ่ม จะได้เพาะทุกวัน มีขายทุกวัน
“งั้นข้าขอเอาไข่ไปให้ท่านลุงเจากับพี่สาวมี่ได้หรือไม่เ้าคะ” ครั้งแรกที่ซื้อชุดพี่สาวมี่แถมผ้าผูกผมให้นางตั้ง 10 เส้น นางอยากเอาไข่ไปฝากเพื่อแสดงน้ำใจ ตอนนี้ไข่ไก่ที่บ้านนางมีมากจนกินไม่ไหวแล้ว เอาไปฝากท่านลุงกับพี่สาวมี่คนละ 10 ฟอง ก็ยังเหลือไข่อีกหลายฟอง
“ได้สิ อืม เราไม่ได้ขึ้นเขาหลายวันแล้ว วันนี้เราขึ้นเขากันดีกว่า” เผื่อโชคดีเจอสมุนไพรจะได้นำไปขายท่านลุงเจา หาเงินไปฝากที่โรงรับฝากเงินเพิ่ม
“เย้! งั้นข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนนะเ้าคะ” แค่ขึ้นเขาเสี่ยวอินถึงกับดีใจขนาดนี้เลยเหรอ?
สองพี่น้องเดินขึ้นเขาไปทางที่ไปประจำ เป้าหมายแรกที่ไปคือต้นซานจากับต้นผิงกั่ว อืม อีกไม่กี่วันคงสุก ไว้ค่อยมาเก็บวันหลัง แต่ก็มีบางลูกที่เหมือนจะเพิ่งหล่นลงพื้นแต่ไม่มากนัก จึงเก็บไปไว้กินเองและเอาไปฝากท่านลุงเจากับพี่สาวมี่
เดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็ยังไม่ได้อะไรเลยนอกกว่าผิงกั่วกับซานจา แต่อยู่ๆ สายตาของหนิงลู่ซือก็เห็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่คุ้นเคย ไม่รอช้านางรีบพุ่งเข้าใส่ทันที ชวนซินเลี่ยน (ฟ้าทะลายโจร) หนิงลี่อินที่เห็นว่าพี่สาววิ่งไปยังด้านหลังตน ก็วิ่งตามพี่สาวไป
“ชวนซินเลี่ยนเต็มไปหมดเลย!” มันไม่ได้มีแค่ต้น สองต้น แต่มันมีเยอะมาก “อาอินมาจัดการเ้านี้กันเถอะ”
“พี่ใหญ่ต้นพวกนี้คือสมุนไพรหรือเ้าคะ”
“ใช่แล้วต้นพวกนี้เรียกว่า ชวนซินเลี่ยน มีรสขม ใช้แก้อาการไข้หวัด เจ็บคอ คอบวม ร้อนใน ไอหอบ ท้องเสีย บิด ปัสสาวะขัดแสบร้อน แผลฝีหนอง แมลงกัดต่อย” ปากก็อธิบายมือก็จัดการถอนต้นชวนซินเลี่ยนไปด้วย “แต่วันพรุ่งคงไม่ได้ไปขาย เราต้องตากให้มันแห้งก่อนจึงจะนำไปขายได้”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะพี่ใหญ่” สองพี่น้องช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บชวนซินเลี่ยนใส่ตะกร้าที่เตรียมมา
หนิงลี่อินที่กำลังเก็บชวนซินเลี่ยนอยู่นั้นหางตาได้หันไปเห็นต้นไม้สั่นไหว ด้วยความสงสัยจึงเดินเข้าไปดู สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก สีส้มมีลายทางสีดำ กำลังพยายามลุกขึ้นเดินอย่างสะเปะสะปะ หนิงลี่อินไม่รอช้ารีบเข้าไปอุ้มเ้าสัตว์น่ารัก 2 ตัวขึ้นมาทันที
“พี่ใหญ่เ้าคะ”
“ว่าอย่างไรอาอิน” หนิงลู่ซือตอบรับน้องสาวแต่ไม่ได้หันไปมอง จึงไม่เห็นว่าในอ้อมแขนของน้องสาวมีสิ่งใด
“ข้าเลี้ยงแมวได้หรือไม่เ้าคะ” หนิงลี่อินถามต่อ
“ได้สิ”
“ถ้าเช่นนั้นเลี้ยง 2 ตัวได้หรือไม่เ้าคะ” ก็ในอ้อมแขนนางมี 2 ตัว นางต้องขอพี่สาวเลี้ยงทั้ง 2 ตัวสิ
“ได้สิ เดี๋ยวเข้าเมืองรอบนี้พี่สาวจะพาเ้าไปหาซื้อแมวมาเลี้ยง”
“ไม่ต้องซื้อหรอกเ้าค่ะพี่ใหญ่ ข้าเจอลูกแมวน่ารักๆ ตั้ง 2 ตัวเ้าค่ะ” เมื่อได้ยินน้องสาวบอกเช่นนั้น หนิงลู่ซือจึงละมือจากการเก็บสมุนไพรตรงหน้าหันมามองน้องสาว แต่นางก็ต้องใจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าน้องสาวตนกำลังอุ้มสิ่งใดอยู่
“เสือ!!” นี่น้องสาวนางต้องใจกล้าเพียงใดจึงไปอุ้มเสือแบบนั้น “อาอินเ้าวางมันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ เ้าไปเอามันมันจากตรงไหน”
“ข้าเห็นมันอยู่ตรงใต้ต้นไม้เ้าค่ะ ดูสิพี่ใหญ่มันน่ารักมากเลย” หนิงลี่อินยื่นสัตว์ตัวน้อยไปตรงหน้าพี่สาว
“อาอินนี่มันเสือ ไม่ใช่แมว เ้าเอามันไปไว้ที่เดิมเลยนะ” ถ้าแม่มันหาแล้วเห็นว่าน้องสาวนางอุ้มลูกของมันอยู่ เราได้ตกเป็อาหารมันแน่
“มันไม่ใช่แมวหรือเ้าคะ” แต่มันอยู่เหมือนแมวนี่นา ดูสิมันเอาหัวเล็กๆ ของมันถูแขนนางด้วย
“ไม่ใช่ เอามานี่เดี๋ยวพี่ใหญ่เอาไปไว้เอง” หนิงลู่ซือยื่นมืออันสั่นเทาไปรับลูกเสือในอ้อมกอดน้องสาว
“แต่พี่ใหญ่ถ้ามันไม่มีพ่อมีแม่ มันจะทำยังไงเ้าคะ” หนิงลี่อินยังไม่ยอมแพ้ที่จะเอาสัตว์ทั้ง 2 ตัวไปเลี้ยง นางคิดชื่อจะตั้งให้พวกมันแล้วด้วยนะ
“งั้นเ้าพาพี่ไปดูที่ที่เ้าเจอพวกมัน” หนิงลี่อินเดินนำพี่สาวมายังต้นไม้ต้นหนึ่งที่เจอกับเ้าสัตว์สี่ขา เมื่อมาถึงหนิงลู่ซือจึงเดินสำรวจรอบๆ เพื่อดูร่องรอยของสัตว์ป่า มีรอยเท้าสัตว์คาดว่าน่าจะเป็รอยเท้าของแม่เสือ นอกจากนี้ยังมีรอยเืด้วย เมื่อไม่พบความผิดอะไรอื่นอีก หนิงลู่ซือก็เดินกลับมาที่เดิม
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะพี่ใหญ่”
“ไม่รู้ว่าแม่ของเ้า 2 ตัวนี้อยู่ใด งั้นเราจะเอามันไปเลี้ยงก่อน แต่เ้าอย่าได้เข้าใกล้มันเกินไป มันคือเสือเป็สัตว์นักล่า เข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะ” เมื่อได้ข้อสรุปแล้วสองพี่น้องก็ช่วยกันขนตะกร้าที่อัดแน่นไปด้วยชวนซินเลี่ยนลงเขา กว่าจะหมดก็ต้องขึ้นลงเขาถึง 3 รอบเลยทีเดียว
เมื่อลงจากเขาแล้วหนิงลู่ซือก็เอาลูกเสือทั้ง 2 ตัวไปขังไว้ในห้องที่ยังว่างอยู่ มอบหน้าที่ล้างชวนซินเลี่ยนให้กับหนิงลี่อิน ส่วนตัวเองขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่เพื่อมาทำคอกให้เ้าลูกเสือ กว่าจะทำคอกเสร็จก็ยามเซินแล้ว
แต่ในตอนที่นางจะเอาสัตว์ทั้ง 2 ตัวเข้าคอกพวกมันกลับต่อต้านไม่ยอมเข้าเสียอย่างนั้น สุดท้ายก็ต้องยอมให้มานอนอยู่ข้างๆ หนิงลี่อินที่กำลังช่วยงานพี่สาว
หั่นชวนซินเลี่ยนเป็ท่อน แยกใบกับก้านออกจากกัน ใส่กระด้งรอตากพรุ่งนี้ ส่วนเมล็ดหนิงลู่ซือจะเก็บไว้ปลูกในแปลงสมุนไพรของนาง หนิงลี่อินตั้งชื่อให้ลูกเสือด้วยตัวแรกชื่อ ต้าเป่า ตัวที่สองชื่อ เสี่ยวเป่า
เสร็จจากงานล้างและหั่นสมุนไพร หนิงลู่ซือก็เข้าครัวทำอาหารเมนูวันนี้คือปลาราดพริก และหมูแดดเดียวทอด ทำของคนเสร็จก็ต้องทำให้เ้าต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าด้วย ดูจากขนาดตัวแล้วน่าจะเกิดได้ไม่กี่วัน ไม่รู้ว่าพวกมันกินเนื้อได้หรือยัง วันนี้ก็เอาข้าวคลุกเนื้อแดดเดียวไปก่อนนะ
****************************************
บ้านของสองพี่น้องตระกูลหนิงมีสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ถึง 2 ตัวแล้วนะเ้าคะ
ไม่รู้ว่ารี๊ดที่เข้ามาอ่านจะรู้สึกอย่างไรกับเื่นี้ เพราะกลัวว่าจะบรรยายและเขียนออกมาได้ไม่ดีพอ แต่ก็ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจ การติดตาม นะเ้าคะ
สามารถคอมเม้นพูดคุยกันได้นะคะ ^_^
ขอให้มีความสุขกับการอ่านเ้าค่ะ