
ตอนที่7 ชะตากรรมของสาวน้อย
เชฟเฮ้าส์
“แม่ขอโทษนะลูก เพราะแม่แท้ๆ ลูกถึงได้ต้องลำบากแบบนี้ แม่ผิดไปแล้วจริงๆ”
นางกะรัตน้ำตานองหน้าโผเข้าสวมกอดบุตรสาวในไส้ หลังจากฟังเื่ราวของลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อชดใช้หนี้สินก้อนโตที่เธอไม่ได้เป็ผู้ก่อ
เกรเกอร์เลขาหนุ่มของมาเฟียหน้าหล่อพาจัสมินมายังเซฟเฮ้าส์อันเป็สถานที่กักขังตัว ของนางกะรัตและนายโอลิเว่อร์มารดาและพ่อเลี้ยงของหญิงสาว ภายหลังจากที่เธอยอมเซ็นสัญญาทาสฉบับนั้น จัสมินไม่ได้พบมารดามาหลายเดือน เธอสังเกตว่ามารดาของเธอซูบผอมลงไปมาก ใบหน้าดำคล้ำ อิดโรยลงไปถนัดตา ต่างจากพ่อเลี้ยงของเธอที่ดูเหมือนจะไม่มีอาการทุกข์ร้อนใจใดๆ เขายังคงทำหน้าระรื่นยิ้มแย้มแจ่มใสจนหญิงสาวนึกเกลียดชังจับใจ
“ช่างเถอะค่ะคุณแม่ เื่มันก็ผ่านไปแล้ว หนูไม่อยากฟื้นฝอยอีก ขอแค่อย่าให้มีเื่แบบนี้ขึ้นอีกก็พอค่ะ เพราะหนูคงไม่มีปัญญาช่วยคุณแม่ได้อีกเป็ครั้งที่สอง”
“คุณก็นะ ร้องห่มร้องไห้ทำยังกับเป็เื่คอขาดบาดตายไปได้ จัสมินลูกสาวคุณแค่ทำงานใช้หนี้นะไม่ได้ไปเป็เมียของนายดิมิทรีสักหน่อย แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ ฮา ฮา ฮา ผมได้ข่าวว่าหมอนี้เ้าชู้ซะด้วยสิ ดีไม่ดีจัสมินลูกสาวคุณอาจจะได้สามีเป็มหาเศรษฐีก็ได้นะ คราวนี้ล่ะพวกเราได้สบายกันแน่ๆ”
“นั่นปากหรอค่ะ ถามจริงเหอะ คุณเคยสำนึกบ้างไหมว่าที่ฉันต้องเจอเื่เลวร้ายแบบนี้ก็เป็เพราะผีพนันอย่างคุณ”
จัสมินส่งเสียงกร้าว จ้องหน้าพ่อเลี้ยงของเธอตาเขม็ง
“นี่คุณไม่ได้รู้สึกว่าเื่ทั้งหมดนี่เป็ความผิดของคุณเลยสินะ”
“จัสมินไม่เอานะลูก อย่าพูดกับพ่อแบบนั้น”
ผู้เป็มารดาพยายามไกล่เกลี่ยลูกสาวกับสามี
“ความผิดอะไร ไม่ใช่ฉันคนเดียวสักหน่อยที่กู้เงินในกาสิโนมาเล่นพนัน แม่ของเธอก็เล่นเหมือนกันจะมาโบ้ยให้เป็ความผิดของฉันคนเดียวไม่แฟร์เลยนะ เวลาได้เงินมาก็ใช้จ่ายด้วยกัน”
นายโอลิเว่อร์เถียงลูกเลี้ยงสาวฉอดๆ ชนิดที่ไม่ยอมลดราวาศอก
“คุณแม่ฟังสามีของคุณแม่พูดนะคะ ผู้ชายคนนี้ไม่มีความรับผิดชอบเลยสักนิดเดียว คนแบบนี้น่ะหรอคะที่คุณแม่คิดว่าจะให้เป็ผู้นำครอบครัวได้ อ้อ อาจจะนำได้เหมือนกัน แต่เป็นำพาหายนะนะคะไม่ได้นำพาให้เจริญ”
“มันมันมากเกินไปหน่อยหรือไงห๊ะ ฉันเป็พ่อเลี้ยงของเธอนะนังหนู จะพูดจาอะไรก็ควรให้เกียร์ติกันบ้าง”
“ฉันให้เกียร์ติทุกคนที่มีเกียร์ติค่ะ แต่ดูแล้วผู้ชายอย่างคุณไม่น่าจะมีเกียร์ติเลยด้วยซ้ำ”
“หน็อย! ปากดีนักนะ”
นายโอลิเว่อร์เงื้อมือขึ้นพร้อมกับกัดกรามกรอด จังหวะนั้นเองเกรเกอร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากจัสมินมากนักก็ปรี่เข้ามาคว้าข้อมือของพ่อเลี้ยงอารมณ์ร้อนเอาไว้ได้ทัน ที่เขาจะทำร้ายลูกเลี้ยงสาว เกรเกอร์บีบข้อมือของนายโอลิเว่อร์อย่างแรงจนอีกฝ่ายหน้าถอดสี
“กรุณา… อย่า… หยาบคาย ตอนนี้คุณจัสมินเซ็นสัญญาทำงานให้กับบริษัท Ultra engineering plant นั่นแสดงว่าเธอเป็คนของบริษัทเรา จึงได้รับความคุ้มครองจากพวกเราทุกคน”
เกรเกอร์หรี่ตาพร้อมกับเพิ่มแรงบีบจนนายโอลิเว่อร์ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป
“ฉันเข้าใจแล้ว ได้โปรดปล่อยมือเถอะฉันเจ็บ”
“พวกนายเชิญคุณโอลิเว่อร์ออกไปข้างนอกก่อน”
เกรเกอร์ปล่อยมือแล้วถอยหลังไปยืนอยู่ในตำแหน่งเดิม จากนั้นบอดี้การ์ดสองคนก็ปรี่เข้ามาล็อกตัวนายโอลิเว่อร์แล้วลากออกไปจากห้อง
“ขอบคุณนะคะ”
จัสมินหันไปหาเลขาหนุ่ม
“ด้วยความยินดีครับ คุณจัสมินเหลือเวลาอีกห้านาทีนะครับ จากนี้ผมต้องพาคุณไปสถานที่ทำงานของคุณตามคำสั่งของบอส”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
หญิงสาวหันมาหามารดาของเธอ
“รักษาตัวด้วยนะคะคุณแม่ หนูคงต้องไปแล้วล่ะค่ะ”
“หนูเป็ลูกที่ประเสริฐจริงๆ ถ้าหากพ่อเค้ายังมีชีวิตอยู่ต้องภูมิใจในตัวลูกมากๆ บุญรักษานะลูก”
สองแม่ลูกสวมกอดกันอีกครั้ง ก่อนจัสมินจะเดินตามเกรเกอร์มายังยานพาหนะที่จัดเตรียมไว้รอบนดาดฟ้าตึกสูง เฮลิคอปเตอร์พร้อมนักบินติดเครื่องเอาไว้รอเธอ จากนั้นมันก็พาเธอทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตรงไปยังจุดหมายปลายทางที่เธอเองก็ไม่อาจคาดเดาว่าจะมีอะไรรออยู่เบื้องหน้าบ้าง