‘คุณคะ คุณช่วยหนูด้วย’
‘ช่วยหนูออกไปจากที่นี่ได้ไหมคะ ฮึก หนูขอร้อง’
‘สักวันฉันจะช่วยหนู’
“หนูจำได้ค่ะ ปะป๊าคือคนคนนั้นเองเหรอ” เคียงรักดีดตัวนั่งด้วยความใ
“ครับ ตอนที่กลับบ้านปะป๊ายังงงอยู่เลยว่าทำไมปะป๊าถึงบอกแบบนั้นไป เรายังไม่ได้คุยกันสักประโยค และปะป๊าก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเรายังไง ชื่อก็ไม่รู้ อะไรก็ไม่รู้สักอย่าง นอกจากเห็นหน้าเรากับยาที่มารับเราไป ดีที่เลขาของปะป๊าเผอิญซื้อยามาให้ปะป๊านอนด้วย ปะป๊าจำได้เลยเริ่มคิดที่จะช่วยหนู” เขาแอบโกหกเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้หญิงสาวคิดว่าเขาเป็พวกใคร่เด็กที่ถึงกับต้องตามสืบเพื่อหาเด็กที่เจอกันไม่ถึงสิบนาที
“หนูไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ หนูนึกว่าคนคนนั้นแค่รับปากส่งเดชเฉย ๆ แล้วก็ไม่รู้ด้วยทำไมอยู่ ๆ หนูถึงขอความช่วยเหลือไปแบบนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นหนูไม่กล้าทำเลย” เคียงรักตอบอย่างตื่นเต้นระคนดีใจ เธอแทบไม่เชื่อเลยว่าเขาคือพี่ชายที่อยู่ในความทรงจำของเธอ
“เพราะโชคชะตา เพราะความบังเอิญ หรือเพราะพรหมลิขิตกันครับ หืม ส้มของปะป๊า” พิธามองคนตรงหน้ายิ้ม ๆ เขารู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่พรหมลิขิต
“ไม่ว่าจะเพราะอะไร หนูก็ต้องขอบคุณปะป๊าจริง ๆ นะคะที่จำหนูได้และช่วยหนูเอาไว้” เคียงรักพนมมือไหว้เขาและปล่อยน้ำตาที่เอ่อล้นไหลออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ
มันเป็ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แต่บอกได้เลยว่าเธอมีความสุข มีความสุขมากจริง ๆ และสำนึกในบุญคุณของเขา ชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอเคยขอความช่วยเหลือในวันนั้น กลายเป็คนเดียวกันกับคนที่เธอรักและเคารพที่สุดในชีวิตนี้ ปะป๊าพิธา...
“แล้วหนูตอบคำถามของปะป๊ามาได้ไหมครับ ว่าหนูเสียใจหรือดีใจ เพราะหลังจากนี้คำตอบนี้ของหนูจะเปลี่ยนชีวิตของเราไปตลอด” พิธาพูดพลางใช้ปลายนิ้วปาดเช็ดน้ำตาที่หางตาให้หญิงสาวอย่างแ่เบา
“ตลอดไปเลยเหรอคะ” เคียงรักทวนถาม
เปลี่ยนชีวิตไปตลอดหมายความว่ายังไง
“ใช่ครับ ตลอดไป เอาตามที่ใจหนูบอก เอาตามที่ใจหนูรู้สึก ไม่ต้องโกหกและไม่ต้องกลัวปะป๊าจะโกรธ เพราะปะป๊ายอมรับทุกการตัดสินใจของหนู” เขาเลื่อนมือหนาไปวางบนศีรษะเล็ก
“....” เคียงรักเงียบอย่าง้าใช้ความคิด เพราะสิ่งที่เธอจะตอบออกไปนั้นจะต้องไม่ทำให้ตัวเองมาเสียใจตอนหลัง และไม่ทรยศต่อหัวใจของตัวเอง
“เอาตามที่ใจหนูคิดเลยครับ ไม่ต้องสนใจปะป๊า” พิธาเอ่ยบอกกับเคียงรักอย่างอ่อนโยน เพราะเขา้ารู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ ไม่ใช่ความรู้สึกที่สับสนว่ารักแบบพ่อลูก
“ค่ะ หนูมั่นใจแล้วค่ะ” เคียงรักพยักหน้าและมองเขาอย่าง้ายืนยันว่าเธอนั้นพร้อมที่จะตอบคำถามแล้ว
“ครับ ปะป๊ารอฟัง”
“หนู...หนูจะเสียใจค่ะถ้าที่ปะป๊าบอกหนูเป็เื่เล่น ๆ หรือพูดปลอบใจ”
“....” พิธายิ้มและเงียบเพื่อฟังสิ่งที่เคียงรักของเขาจะพูดต่อ
“หนูอยากให้สิ่งที่ปะป๊าพูดเป็ความจริง เพราะ...เพราะหนูเองก็รักปะป๊า และไม่อยากเสียปะป๊าไปค่ะ”
“....” พิธายังคงยิ้มและสายตาจดจ้องไปยังใบหน้าของเคียงรัก
“และสรุปแล้วที่ปะป๊าพูด ปะป๊าพูดเล่นหรือพูดจริงเหรอคะ”
“หึ แน่นอนว่าปะป๊าต้องพูดจริงอยู่แล้ว” เขายีผมเธอเบา ๆ
“งั้นก็แสดงว่าต่อไปนี้หนูกับปะป๊าก็...”
“ต่อไปจากนี้หนูที่เป็ลูกเลี้ยงของปะป๊า ก็จะกลายเป็เมียปะป๊าแทนไงคะ” สิ้นสุดคำพูดมือหนาก็เลื่อนลงมากุมมือเล็กมาไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา
ทั้งสองยิ้มให้กันและกัน รอยยิ้มในครั้งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความรู้สึกตรงกันที่ทั้งคู่ไม่จำเป็ต้องบอกออกมาเป็คำพูด ตอนนี้เธอและเขาก็โล่งใจที่ได้เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันเสียที