วูบ วูบ วูบ วูบเฟี้ยววววฟ้าวววเขาควงหอกไปมาคล้ายกำลังยืดเส้นยืดสาย เปรียบเสมือนกำลังวอร์มอัพก่อนลงแข่งกีฬายังไงยังงั้น บนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มยียวน เห็นแล้วน่ากระโดดถีบสักที
ในเวลานี้ความรู้สึกของเขาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงพลังงานมากมายที่กำลังไหลเวียนภายในร่างกายจนแทบจะล้นทะลักออกมา ทว่าเขาย่อมรู้ดีถึงสถานการณ์ปัจจุบัน แม้เขาจะกลับมาฟิตปั๋งดังเดิม แถมด้วยการที่ไม่ติดเชื้อและมีพลังเพิ่มขึ้น แต่ใช่ว่าเขาจะชนะพวกมันได้ เพราะความสามารของพวกมันก็ยังมากกว่าเขาเช่นเดิม กระนั้นตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยสาเหตุใด แทนที่จะรู้สึกกังวลและหวาดกลัวกลับรู้สึกสนุกและตื่นเต้นแทน ลึกๆมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าตนเองต้องชนะได้อย่างแน่นอน ซึ่งแตกต่างจากตอนแรกอย่างลิบลับที่มีแต่ความกังวลและสับสนผสมปนเปกันมั่วไปหมด อาจเพราะความสามารถใหม่ที่เขาได้รับมา มันช่วยให้เขากลับมาพลิกสถานการณ์วิกฤตของตนเองได้ละมั้ง ที่ทำให้เขารู้สึกไม่กลัวพวกมันอีก
ไม่ว่าจะด้วยสาหตุใดก็ตาม สถานกาณณ์ตอนนี้มันก็พลิกกลับมาฝั่งเขาแล้วละ เพราะความสามารถใหม่ ทำให้เขารับรู้ได้ว่ามันช่างมีประโยชน์เกินบรรยายจริงๆ ยิ่งยืดเยื้อยิ่งเสียเวลา เขาตัดสินใจลองใช้ความสามารถใหม่ที่ได้รับมาตามแบบที่เขาคิดทันที เพื่อดูว่ามันเป็นไปตามที่เขาคิดไว้หรือไม่
วูมมมมมมมมมมมมแวบบบบบบบบบบพลันเกิดประกายแสงส่องสว่างจ้าสาดกระจายออกมาจากร่างกายของเขา เสมือนเหตุการณ์ก่อนหน้าย้อนกลับมาอีกครั้ง แต่มันต่างกันตรงที่ครั้งนี้แสงจะจางกว่ามาก ทว่ามันก็ยังเปล่งประกายส่องสว่างยามค่ำคืน เปรียบดั่งแสงนำทางจากสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน ไม่หมดแค่นั้น หากลองสังเกตที่ตัวเขาดีๆจะพบประกายสายฟ้าแล่นพาดผ่านตัวเขาเป็นครั้งคราว
เหตุการณ์นี้เกิดจากที่เขาได้ลองควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนภายในร่างกาย ให้มันกระจายตัวออกไปเพื่อแทรกซึมผ่านเข้าไปยังอวัยวะและส่วนต่างๆของร่างกาย ส่งผลให้ทุกครั้งที่มันซึมผ่านไปยังส่วนใด ส่วนนั้นจะถูกช็อตและได้รับการกระตุ้นจนบริเวณดังกล่าวเกิดกระบวนการทำงานที่รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้บางครั้งมักเกิดประกายสายฟ้าโผล่พ้นออกมานอกร่างกายจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ที่สำคัญกระบวนการกระตุ้นนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด กลับกันมันกลับทำให้เขารู้สึกตัวเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก
จนในที่สุดเขาก็ได้ตื่นจากภวังค์หลังได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัว พร้อมกับฉีกยิ้มจนแก้มแทบปริ แสดงออกถึงความชอบใจในอะไรบางอย่าง
ยกระดับความสามารถทั้งหมดชั่วคราว
เสียงที่ดังขึ้นเปรียบดั่งเสียงจากสวรรค์ มันดังก้องสะท้อนไปมาตอกย้ำถึงความคิดที่ถูกต้องของการที่เขาใช้ความสามารถใหม่ในรูปแบบนี้ได้ ผลกระทบกับร่างกายที่รู้สึกได้รวมเข้ากับความรู้สึกของร่างกายที่เบาหวิวดั่งขนนกลอยละลิ่วแต่กลับหนักแน่นดั่งขุนเขา เปี่ยมล้นไปด้วยพลังอันมหาศาล มันยิ่งขับเน้นและจุดประกายถึงหนทางสู่ชัยชนะที่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือเขาเท่านั้น
ความรู้สึกอภิรมณ์ที่สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นของร่างกายในแต่ละด้านอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รับรู้ถึงทรรศนียภาพในมุมมองใหม่ๆได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งประสาทการรับรู้ การมองเห็น การได้ยิน ได้กลิ่น หรือความรู้สึกประหนึ่งยืนเหนือผู้อื่น กำลังเอ่อล้นออกมาทางสีหน้าอย่างไม่ขาดสาย ประกอบเข้ากับฉากหน้าตื่นตาตื่นใจ ปรากฎสายฟ้าแลบแปล๊บปล๊าบ พาดผ่านไปมาทั่วบริเวณร่างกาย ยิ่งขับเน้นให้ตัวเขาตอนนี้เปรียบดั่งเทพสายฟ้าก็ไม่ปาน ความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดปกปิดความหวาดหวั่นก่อนหน้าจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความตื่นเต้นยินดีถึงชัยชนะที่อยู่เพียงเอื้อมมือ ประกายตาสาดกระจายไปทางอริศัตรูที่กำลังดาหน้าเข้ามาอย่างมากมาย เสมือนมองมดปลวกกำลังดิ้นรนยังไงยังงั้น
เพราะทุกอย่างมันเป็นไปในทางที่เขาคิด เนื่องจากก่อนหน้านั้นร่างกายของเขาเปรียบดังแบตเตอรี่ที่ไร้กระแสไฟ จึงทำให้ตัวเขาไม่สามารถใช้ความสามารถใดๆเกี่ยวกับเสริมธาตุสายฟ้าได้ ทว่าพอเขาได้รับกระแสไฟฟ้าจนชาตเต็มที่ ส่งผลให้คุณสมบัติเสริมธาตุสายฟ้าทำงาน อนึ่งคือการต้านทานกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร้กังวล รวมกับปัจจุบันที่เขาได้ลองควบคุมกระแสไฟฟ้าในร่างกายเพื่อให้เกิดการกระตุ้นก็ยิ่งบ่งบอกได้ดีถึงคุณสมบัติอีกอย่างที่ได้มาคือ สามารถควบคุมสายฟ้าได้ 100 % ยิ่งเสียงตอบรับที่ได้ยินมาช่วยเน้นความคิดของเขาให้ถูกต้องได้เป็นอย่างดี
ความสามารถทางด้านร่างกาย ในส่วนของพละกำลังเพิ่มขึ้น 100 เท่าความสามารถทางด้านร่างกาย ในส่วนของความเร็วพิ่มขึ้น 100 เท่าความสามารถทางด้านร่างกาย ในส่วนของสติปัญญาเพิ่มขึ้น 100 จุดความสามารถในการฟื้นฟูตนเองเพิ่มขึ้น 100 เท่าเป็นระยะเวลา 15 นาที
ความสามารถที่ถูกยกระดับขึ้นมาแบบนี้มันยิ่งกว่าที่เขาคิดไปไกลโข เพราะทีแรกเขาคิดว่ามันจะช่วยเพิ่มแค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น ทว่ามันกลับเพิ่มให้เขาจนยกระดับไปถึง 100 ซึ่งเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเขาจะต้องสังหารพวกกลายพันธุ์ไปอีกกี่ตัวถึงจะอัพความสามารถทั้งหมดได้เท่านี้ และในตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงร่างกายที่เบาหวิวดั่งขนนก แต่แข็งแกร่งดุจหินผา มากด้วยพละกำลังเหนือคณา จนยากสรรหาคำบรรยาย
เอ่ะ!ทว่ามันยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อเขาสังเกตเห็นประกายแสงระยิบระยับ สลับกับกระแสไฟฟ้าแล่นพาดผ่านไปมาตามตัวหอกที่อยู่ในมือ เสมือนมันเองก็ได้รับการเสริมพลังเช่นเดียวกัน ทว่าเขากลับไม่ต้องคิดหาคำตอบให้มากความ เสียงปริศนาก็ดังขึ้นช่วยปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์อีกที พร้อมๆกับประกายของความตื่นเต้นฉายชัดผ่านดวงตา
หอกฟ้าคราม ได้รับการเสริมพลังธาตุสายฟ้า เพิ่มความสามารถในการทะลุทะลวง 100 %
ไม่น่าเชื่อว่าหอกเล่มนี้ที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องเผชิญกับหายนะจนแทบเอาตัวไม่รอด กลับกำลังแสดงอภิหารความสามารถที่ซ่อนเร้นของมันออกมาให้เขาได้ประจักษ์แก่สายตา เสมือนมันเองก็กำลังฟื้นตัวจากการดูดกลืนพลังงานอันมากมายอย่างอดยากมาช้านาน
ตัวหอกปรากฏประกายสายฟ้าแล่นพาดผ่านอยู่ตลอดเวลา บางครั้งคล้ายดังเสียงของปักษาร้องออกมา ทำให้มันแลดูน่าเกรงขามและสวยงามไปในตัว
ฮิฮิเขาอดที่จะยิ้มและส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้กับเหตุการณ์พลิกผันเช่นนี้ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง ทั้งหมดที่เกิดขึ้นย่อมเป็นผลดีต่อตัวเขาและด้วยมีเวลาที่จำกัด เขาจึงไม่คิดที่จะรออะไรอีกต่อไป
ฟิ้ววววววววไม่ต้องใช้ตัดระยะ! เพียงแค่วิ่งก็รวดเร็วจนยากที่จะมองตามทัน
ฟุบฉัวะฉัวะฟุบทั้งพลังโจมตี ความเร็ว ความแม่นยำและการตอบสนองของเขาในตอนนี้มากกว่าพวกมันแบบเทียบกันไม่ติด เสมือนว่าเขากำลังเล่นสนุกอยู่ฝ่ายเดียว
ตูมตูมฟุบฉัวะฟุบฉัวะด้วยขีดความสามารถในปัจจุบัน ทำให้เขาไม่ต้องกังวลอะไร จึงเลือกใช้งานความสามารถในการจุดชนวนช่วยในการจบการต่อสู้ครั้งนี้แทน เหตุที่ว่าทำไมในตอนแรกเขาจึงไม่ได้ใช้งานความสามรถนี้ เนื่องจากสถานการณ์มันไม่เป็นใจ เพราะช่วงเวลานั้นมันเป็นเวลากลางคืน ส่งผลให้เสียงระเบิดย่อมดังสะท้อนไปไกลกว่าในยามกลางวัน ซึ่งปัญหานี้อาจส่งผลให้พวกมันที่มีจำนวนไม่ทราบแน่ชัดแห่แหนมารุมกินโต๊ะเขา แต่กลับปัจจุบันมันต่างกัน ด้วยขีดความสามารถที่ยกระดับเหนือจิตนาการ มันทำให้เขาไม่มีความกังวลใดๆต่อจำนวนที่จะมาเพิ่มของพวกมันเลย กลับกันยิ่งพวกมันพากันมามากขึ้นเท่าใดย่อมเป็นผลดีต่อเขามากขึ้นเท่านั้น เพราะเขาจะทำการกวาดล้างพวกมันให้เหี้ยนก่อนที่เวลาจะหมดลง เพื่อเพิ่มความสามารถและโอกาสรอดต่อจากนี้ในอนาคตของเขาเอง มหกรรมบุพเฟ่ต์สังหารอยู่ฝ่ายเดียวจึงได้เริ่มขึ้น
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะฟุบฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะการเคลื่อนไหวของเขานั้นรวดเร็วมาก จนพวกมันแทบขยับตามไม่ทัน ส่งผลให้เขาสามารถสังหารพวกมันไปได้ 4-5 ตัวต่อการเคลื่อนไหวหนึ่งครั้ง อาจด้วยพลังโจมตีที่มากขึ้นพร้อมความสามารถในการเจาะทะลุทะลวงของอาวุธ ทำให้เวลาโจมตีพวกมันเสมือนจิ่มคมหอกลงในน้ำก็ไม่ปาน เพราะเพียงครั้งเดียวกับสามารถโจมตีมันทะลุหน้าออกหลังได้อย่างง่ายดาย แถมด้วยความเร็วและการตอบสนองของเขา รวมกลับความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาจากการยกระดับสติปัญญา คือ การอ่านการเคลื่อนไหวล่วงหน้า 3 วิ ส่งผลให้เขาโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวก็สังหารพวกมันไปได้อย่างไม่ยากเย็น ผิดกลับก่อนหน้าอย่างลิบลับ
เหตุการณ์ในตอนนี้หากมีใครมาพบเห็นจะต้องตกตะลึงมากเป็นแน่ เพราะตัวเขาที่กำลังต่อสู้อยู่ในขณะนี้เปรียบเสมือนเทพสงครามที่กำลังเข้าห้ำหั่นประหัตประหารเหล่าอสูรร้ายมากมายด้วยตัวเพียงคนเดียว ทั้งสง่างามและแข็งแกร่งดุจหน้าผาที่สูงชันยากแก่การทำลาย
วูบวาบ ฉัวะฟุบฉัวะการกวัดแกว่งหอกของเขาเป็นไปอย่างธรรมชาติ รวดเร็ว ดุดันและสง่างาม ทั้งความเฉียบขาดและท่าทางองอาจยิ่งขับเน้นให้เขาดูราวกับเทพจากสรวงสวรรค์
ฟุบฟุบตูมตูมฉัวะการต่อสู้ยังดำเนินต่อไป เนื่องด้วยจำนวนของพวกมันในตอนแรกที่น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 70 ตัวกลับลดลงเหลือเพียง 3 ตัวเท่านั้น ทำให้เขาตัดสินใจเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิม ไล่ล่าสังหารตัวอื่นตามทางที่ผ่านมาแทน เพราะเวลาที่ใช้ไปเพียงผ่านไปแค่ 3 นาทีเท่านั้นกับมหกรรมฆ่าล้างพวกมันที่มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 70 ตัวในตอนแรก
ฟุบฟุบฉัวะฉัวะตูมตูมตัวเขาทั้งเคลื่อนไหวและฟาดฟันเหล่าศัตรูอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งใช้ความสามารถจุดชนวนอย่างเมามัน ไม่ว่าเขาจะเจอกับเศษเหล็กเศษไม้หรือถ้วยชามอะไรก็ตามที่พอจะขว้างได้ เขาจะคว้ามาทั้งหมด พร้อมจุดชนวนปาใส่พวกมันทุกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ตัวอื่นๆแห่แหนมาเป็นแหล่งระบายอารมณ์ของเขาการสังหารโหดอยู่ฝ่ายเดียวยังดำเนินต่อไป เสียงระเบิด เสียงฟาดฟัน ดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน มนุษย์กลายพันธุ์ตัวแล้วตัวเล่าต่างล้มลงจนหมดสภาพทุกครั้งที่เขาเคลื่อนที่ผ่านไป ส่งผลให้ตัวเขา ณ ตอนนี้ ชะโลมไปด้วยเลือดของพวกมัน
ย๊ากฉัวะตูมตูมฉัวะฟุบฟุบในขณะที่ต่อสู้เขาพยายามสังเกตพวกอสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 และขั้น 3 ไปในตัว เพราะช่วงเวลากลางคืนแบบนี้ไม่แน่่าพวกมันอาจจะอยู่ในสภาวะคลั่งและแข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกับพวกมนุษย์กลายพันธุ์ ทว่าตั้งแต่ที่เขาเริ่มต้นสู้จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่พบเห็นพวกมันเลยแม้แต่ตัวเดียว กระทั้งร่องรอยก็หามีไม่ ซึ่งจุดนี้หากคิดในหลายๆมุมมองมีความเป็นไปได้ที่พวกอสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 และ 3 น่าจะไม่มาปรากฏตัวในช่วงกลางคืน เพราะหากพวกมันปรากฏตัวออกมาสงสัยคงเป็นเหยื่อของพวกมนุษย์กลายพันธุ์ที่อยู่ในสภาวะคลั่งจำนวนนับไม่ถ้วนเป็นแน่
เหตุผลที่เขาคิดแบบนี้เนื่องจากในช่วงที่เขาได้ปะทะพวกอสูรกลายพันธุ์ขั้น 2 และ 3 เขาเห็นว่าพวกมันไม่ถูกกับพวกมนุษย์กลายพันธุ์ เพราะเมื่อเจอกันมันจะประหัตประหารกันเองอย่างไม่ไว้หน้า เหมือนตอนที่เขาหลบหนีพวกมันในตอนแรกแล้วไปจ๋ะเอ๋มนุษย์กลายพันธุ์ระหว่างหลบหนีอสูรกลายพันธุ์ทั้งสามตัว ซึ่งเมื่อพวกมันเจอกันกลับสู้กันเองแทนที่จะหันมาร่วมมือรุมเขา แต่เขาก็ไม่ประมาทเป็นดีที่สุด เพราะไม่แน่พวกมันอาจกำลังสุ่มโจมตีเขาอยู่ก็ได้ มหกรรมล่าสังหารก็ยังดำเนินต่อไปจนครบ 5 นาที เสียงเตือนก็ดังขึ้น
ความสามารถในการต่อต้านเชื้อ 100 % ครบเวลาที่กำหนดปัจจุบัน ความสามารถในการต่อต้านเชื้ออยู่ที่ 15 % ตามปกติ
ในตอนนี้หากเขาโดนพวกมันรุมโจมตี ตัวเขาก็คงมีโอกาสติดเชื้อจากพวกมันเหมือนในตอนแรก ทว่าเขากลับไม่มีความกังวลกับเรื่องนี้เลย เพราะอย่างน้อยๆในช่วงอีก 10 นาทีที่เหลือนี้มันคงเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะโจมตีเขาโดน ด้วยความสามารถปัจจุบันของเขาที่ถูกยกระดับจนเหนือกว่าพวกมันไปไกลโขการประหัตประหารอยู่ฝ่ายเดียวของเขาเริ่มกินบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าตัวเองฆ่าพวกมันไปมากเท่าใด รู้แต่เพียงว่าต้องฆ่าพวกมันให้ได้มากที่สุดเท่านั้น
10 นาที ผ่านไปบริเวณลานประหาร ต่างเต็มไปด้วยเศษซากชิ้นเนื้อที่มีทั้งเน่าเปื่อย ขาดแหว่งและไม่สมประกอบ พร้อมรอยเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เสมือนนรกบนดินก็ไม่ปาน ทว่าภายในบริเวณนั้นกับมีบุรุษหนุ่มคนหนึ่งที่ช่างอหังการ เลือดศัตรูต่างชโลมกาย กำลังฟาดฟันเหล่าอสูรร้ายในคราบมนุษย์ อย่างองอาจ หาญกล้าและดุดัน เสมือนเทพสงครามผู้กระหายเลือด
ณ ตอนนี้เริ่มมีผู้คนโผล่พ้นจากที่หลบซ่อนออกมาดูบ้างว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น ทั้งเสียงระเบิด เสียงข้าวของแตกพัง ผสมปนเปกับเสียงร่างกายถูกเชือดเฉือน
ทว่าทันทีที่เห็นภาพตรงหน้าเหล่าผู้คนต่างสั่นกลัวและตื่นตระหนก สภาพที่เห็นมันไม่ต่างจากขุมนรก แม้จะยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาเหล่านั้นก็สามารถบอกได้ว่า บุคคลผู้ที่กำลังห้ำหั่นกับเหล่าอสูรร้ายในคราบมนุษย์อยู่นั้น ช่างแข็งแกร่งเหลือคณา แม้ทุกคนจะสั่นกลัวกับสิ่งที่เห็นแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองดู ด้วยความองอาจและกล้าหาญของชายคนนั้นช่างฝั่งตรึงลงในจิตใจของทุกผู้คนที่พบเห็นเป็นดั่งตำนานที่ไม่มีวันลืมเลือน
12 นาทีทั่วบริเวณต่อสู้ต่างมีสภาพเละไม่แตกต่างกัน รอยเลือดพร่างพรมไปทุกพื้นที่ตารางเมตร บริเวณที่เขายืนอยู่มีศพพวกมันนับไม่ถ้วน แต่ละศพต่างมีสภาพเละจนดูแทบไม่ได้ ด้วยเหตุที่ว่าหลังๆมาจำนวนพวกมันเยอะขึ้นๆ จนเขาไม่สามารถนับไหว ดังนั้นส่วนใหญ่เขาจึงสังหารพวกมันแบบไม่ไว้หน้า ทั้งฟัน แทง เชือด เฉือน สารพัดรูปแบบที่จะสามารถจัดการพวกมันได้ ส่งผลให้ร่างของพวกมันขาดกระจุยกระจาย เกลื่อนกลาดตามพื้นจนยากที่จะแยกแยะออกว่าของใครเป็นของใคร
ฉัวะฉัวะวูบๆๆๆๆฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ14 นาทีเหลือเวลาอีกไม่มาก เขาเร่งปิดฉากพวกที่เหลืออีกประมาณ 20 กว่าตัวทันที ทุกวินาทีที่เขาเริ่มขยับ ทุกๆที่ที่เขาเคลื่อนที่ผ่าน จะพบแต่เพียงเศษเนื้อหลุดกระเด็นกระจัดกระจาย พร้อมฝนเลือดที่พร่างพรมไปทั่วบริเวณ ดังเงามรณะที่ผ่านมาพร้อมกลิ่นอายแห่งความตาย
30 วินาทีฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ20 วินาทีฟุบฟุบฟุบฟุบฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะในที่สุดก็เหลือเพียง 10 วินาทีสุดท้ายพร้อมพวกมันอีก 2 ตัว เขาไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่พวกมันด้วยความเร็วจนมองตามไม่ทัน กวาดหอกฟาดฟันขา แขน ลำตัว ตัดทำลายร่างกายของพวกมันอย่างไม่ปราณี สุดท้ายจบลงที่สะบั้นหัวจนขาดออกจากร่าง พร้อมทะยานเข้าหาอีกตัวที่เหลืกระหน่ำฟันแทง เชือดเฉือนไม่แพ้กัน จนในที่สุดมันก็ดับดิ้นลงไป
5 วินาทีเขาใช้เวลาสังหารพวกมันทั้งสองร่วม 5 วินาที ก่อนที่จะตัดสินใจตัดระยะหลบออกไปจากที่เกิดเหตุใน 5 วินาทีสุดท้ายหายลับสายตาเหล่าผู้เหลือรอดที่เฝ้ามอง เพราะหากเขายังมัวชักช้าจนเวลาหมดลง เขาอาจจะโดนกำลังเสริมของพวกมันที่กำลังทยอยเข้ามารุมประชาทัณฑ์เป็นแน่
End