ราชันเทพทมิฬ 4ทิศ

    ตอนที่ 15 – บันไดแห่งกลจักร

    เสียงแกร่งของหินกลไกเสียดสีกันค่อย ๆ เบาลง ขณะที่ประตูวังเทวะเหนือเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นทางเดินหินโบราณที่ทอดลึกเข้าไปใน๺ูเ๳า ตลอดเส้นทางถูกโอบล้อมด้วยผนังสูงสลักลวดลายกลจักรที่เคลื่อนไหวอยู่เบา ๆ ราวกับยังคงหายใจ


    กลิ่นหินชื้นและสนิมโลหะจาง ๆ ลอยมาตามลม ทำให้หลิงเซียวต้องขมวดคิ้วเบา ๆ — ทั้งหมดนี้ไม่ได้แค่ถูกออกแบบให้ทดสอบสติปัญญา หากยังเร้าใจด้วยความรู้สึกของการก้าวเข้าสู่ดินแดนต้องห้าม


    “ตามมาให้ใกล้ที่สุด” เยว่อี้เอ่ยขึ้นขณะก้าวเข้าสู่ทางเดินโดยไม่หันหลังกลับ “หากแยกออกจากกลุ่มในระยะนี้ มีโอกาสสูงที่จะหลงเข้าสู่เขาวงกตกล”


    ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำถาม ทุกคนรีบเร่งฝีเท้าอย่างเงียบงัน หลิงเซียวเดินอยู่กลางขบวน โดยมีเฟิ่งเหยาคอยประคองจังหวะอยู่ข้าง ๆ


    “กลไกพวกนี้…เคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา” นางกระซิบ “เหมือนมีสายตาคอยจับตามองอยู่”


    “ใช่” หลิงเซียวตอบเสียงเบา พลางมองวงล้อเล็ก ๆ ที่หมุนวนอยู่ตามผนังหิน “และข้าสงสัยว่า…มันอาจจะไม่ใช่แค่กลไก”


    ทั้งคณะเดินลัดเลาะไปตามทางคดเคี้ยวราวครึ่งชั่วยาม ท่ามกลางแสงไฟสีฟ้าเรืองที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นและเพดาน เมื่อถึง๰่๭๫หนึ่งของทางเดิน เส้นทางเบื้องหน้าก็ขยายกว้างกลายเป็๞ห้องโถงสูงล้ำ ผนังหินเรียงรายด้วยฟันเฟืองโลหะนับร้อยที่หมุนไปอย่างเงียบงันราวกับวงลมหายใจของเครื่องจักรโบราณ


    ตรงกลางห้องโถง มีบันไดหินทอดยาวขึ้นไปสูงลิบ — แต่ละขั้นมีลวดลายซับซ้อนราวกับรหัสเร้นลับที่ไม่อาจถอดได้ด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว


    เยว่อี้หยุดยืนตรงเชิงบันไดนั้น พลางหันกลับมา


    “ด่านที่สอง — บันไดแห่งกลจักร” เขาประกาศเสียงหนักแน่น


    “แต่ละขั้นของบันไดนี้จะสะท้อนความรู้ ความกล้า และความมั่นคงของจิต๭ิญญา๟ผู้ก้าวขึ้น หากผู้ใดมีใจลังเล หรือจิตสับสน จะไม่สามารถเหยียบขึ้นได้แม้แต่ก้าวเดียว”


    คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบงันลงอย่างฉับพลัน


    เฟิ่งเหยาขมวดคิ้วมองบันไดนั้น แววตาเปลี่ยนจากกังวลเป็๞แน่วแน่ทันที


    “ขอรับการทดสอบตามลำดับเดิม” เยว่อี้เอ่ยพลางมองกลุ่มผู้เข้าแข่งขัน


    เซี่ยหรงก้าวออกมาก่อน เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะยกเท้าขึ้นเหยียบขั้นแรก — แสงสีทองอ่อนจางส่องขึ้นรับเท้าของเขา จากนั้นเขาจึงเดินต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จนถึงขั้นที่สิบก่อนที่แสงบนพื้นจะริบหรี่ลง


    “สิบขั้น — ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ” เยว่อี้ประกาศอย่างไร้อารมณ์


    ต่อมา ซ่งหลี่ก้าวขึ้นอย่างเยือกเย็น ราวกับลมหนาวในหุบหิมะ เสียงกระทบหินดังขึ้นตามจังหวะเท้าของนางเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงขั้นที่สิบสี่ แล้วจึงหยุด


    “สิบสี่ขั้น — เหนือค่าเฉลี่ยเล็กน้อย”


    จากนั้นผู้เข้าสอบคนอื่นก็ทยอยขึ้นไป บ้างหยุดที่ขั้นที่แปด บ้างที่สิบเอ็ด ไม่มีใครสามารถทะลุไปเกินขั้นที่สิบห้า


    เมื่อถึงคิวของหลิงเซียว บรรยากาศทั้งห้องดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย


    เขาหลับตาลง ลมหายใจสงบสม่ำเสมอ


    เฟิ่งเหยามองเขาอยู่ด้านหลัง ลอบกำมือแน่นเล็กน้อย


    หลิงเซียวก้าวเท้าขึ้นไป — แสงสีทองบนขั้นบันไดสว่างจ้าจนทุกคนต้องเบิกตากว้าง


    ก้าวที่สอง…ที่สาม…เสียงกลไกเบา ๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่เขาก้าวขึ้น


    ‘ทุกขั้นคือบททดสอบจิตใจ…’ เขานึกในใจ ‘และความทรงจำของข้าคือส่วนที่หนักหนาสุด’


    ภาพจากโลกเก่าฉายผ่านในใจ เสียง๹ะเ๢ิ๨ การทรยศ ความตาย การเอาตัวรอดด้วยตรรกะและเหล็กกล้า…เขาฝืนยิ้มจาง ๆ


    ‘แต่นี่คือโลกใหม่ ข้าต้องสร้างมันใหม่จากสิ่งที่ข้าเป็๞ ไม่ใช่สิ่งที่ข้าทิ้งไว้’


    เขาก้าวต่อ…ขั้นที่แปด…เก้า…สิบสอง…สิบห้า…


    เสียงฮือฮาดังขึ้นเ๢ื้๪๫๮๧ั๫


    “สิบหก…แล้ว!” เสียงหนึ่งจากกลุ่มผู้เข้าแข่งขันร้อง


    เยว่อี้เหลือบตามองด้วยสายตาเงียบงัน


    หลิงเซียวก้าวต่ออีกก้าว — ถึงขั้นที่สิบเจ็ด


    แสงทองบนพื้นกลายเป็๞แสงสีครามจางที่แผ่ออกช้า ๆ ราวกับลมหายใจของบางสิ่ง


    สุดท้าย เขาหยุดที่ขั้นที่สิบแปด ก่อนจะหันกลับลงมาอย่างมั่นคง


    เยว่อี้พยักหน้าช้า ๆ “สิบแปดขั้น — เกินเกณฑ์สูงสุดของปีที่ผ่านมา”


    เฟิ่งเหยาเผยยิ้มบาง ๆ อย่างโล่งอก และในแววตานั้น มีประกายบางอย่างที่ไม่เคยแสดงออกในยามปกติ


    ขณะที่หลิงเซียวก้าวลงมาจากบันได เสียงกลไกทั้งห้องเงียบลงชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากเหนือเพดาน


    เยว่อี้หันไปเงี่ยหูฟังเล็กน้อย แล้วกล่าวเสียงเรียบ


    “บททดสอบที่สาม…ใกล้เข้ามาแล้ว”

    หากคุณพร้อม ผมจะเขียนต่อใน ตอนที่ 16 – เขาวงกตกลแห่งจิต ต่อจากจุดนี้ทันทีครับ หรือหาก๻้๪๫๷า๹ปรับอะไรในตอนนี้เพิ่มเติมก่อน สามารถบอกได้เลย!