ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 ความกระวนกระวายของอาฉิน! คุณชายสี่หายสาบสูญ!

            “หมายความว่ายังไงที่ว่าหาไม่พบ?”

            คิ้วของอาฉินขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิมตามนิสัยของคุณชายสี่แห่งตระกูลตน หลังจากก่อเรื่องตื่นเต้นเร้าใจขนาดนี้แล้วอย่างน้อยก็ควรจะแสร้งทำเป็นวางมาดภูมิฐานกลับมาได้แล้ว!

            เลขานุการที่ยืนอยู่ข้างๆมีเหงื่อเย็นไหลซึมจนเปียกโชกไปทั้งแผ่นหลังเขาพยายามข่มความตื่นตระหนกพร้อมอธิบายว่า “คุณอาฉินครับในดันเจี้ยนนี้ตรวจไม่พบสัญญาณระบุตำแหน่งบนตัวคุณชายสี่เลยเป็นไปได้ไหมครับว่านายน้อยจะออกจากดันเจี้ยนไปที่อื่นแล้ว?”

            อาฉินส่ายหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เป็นไปไม่ได้!”

            เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของนายหญิงแห่งตระกูลเฉินในเครือเป่าลี่กรุ๊ปต่อให้คุณชายสี่จะหัวรั้นเพียงใดก็ไม่มีทางบังอาจพลาดงานเลี้ยงในช่วงค่ำเป็นอันขาด

            งานเลี้ยงของเป่าลี่กรุ๊ปนั้นจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติแม้แต่ตัวคุณชายสี่เองก็จำเป็นต้องไปลองชุดล่วงหน้า

            ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้คุณชายสี่จะขัดคำสั่งใคร แต่เขาจะไม่มีวันขัดใจนายหญิงเด็ดขาดเพราะนั่นคือบุคคลที่ตามใจ รักและถนอมเขามากที่สุดในเป่าลี่กรุ๊ป

            นายหญิงรักใคร่เอ็นดูบุตรชายคนเล็กที่มีนิสัยวิปริตผิดแผกคนนี้จนเข้าขั้นประคบประหงมเลยทีเดียว

            “สั่งให้คนของเราทั้งหมดลงไปค้นหาข้างล่าง!”

            “อย่าปล่อยให้รอดสายตาไปแม้แต่ซอกมุมเดียว ดูว่าในดันเจี้ยนนี้มีห้องลับหรือค่ายกลประเภทค่ายกลเคลื่อนย้ายบ้างไหม”

            เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่อาฉินรู้สึกถึงความลนลานเล็กๆในใจ

            วันนี้ต่อให้คุณชายสี่แห่งตระกูลเฉินจะไปก่อเรื่องฉาวโฉ่ฟ้าถล่มดินทลายเพียงใดเขาก็ยังสามารถตามล้างตามเช็ดให้สะอาดหมดจดได้

            แต่คุณชายสี่จะหายสาบสูญไปไม่ได้และจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นกับเขาไม่ได้เด็ดขาด!

            โดยเฉพาะในวันเกิดของนายหญิงเช่นวันนี้!

            อาฉินยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาขณะนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้วเหลือเวลาอีกเพียงห้าชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยง

            ก่อนจะถึงเวลานั้นเขาต้องตามตัวคุณชายสี่กลับมาให้ได้

            “ไม่ทันการแล้ว เรียกคนจากบริษัทมาที่นี่ทันที และปิดตายทางเข้าออกทั้งหมด!”

            ใบหน้าของอาฉินมืดมนลงทุกขณะความกระวนกระวายใจเริ่มถาโถมเข้ามาไม่หยุด

            ..........

            เหล่าผู้ตื่นรู้รอบดันเจี้ยนสุสานแม่ทัพโหลวหลันในวันนี้ดูเหมือนจะได้ชมละครฉากใหญ่เข้าให้แล้ว!

            หลังจากที่คนของสองสมาคมยักษ์ใหญ่อย่างสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำซึ่งปิดล้อมทางเข้าออกอยู่ได้ถอนตัวออกไปทว่าคนจากเป่าลี่กรุ๊ปกลับเข้ามาควบคุมพื้นที่ต่อเสียอย่างนั้น?

            ผู้ตื่นรู้ทุกคนที่เข้าออกต่างถูกตรวจสอบอย่างละเอียดยิบจากกลุ่มคนที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ...

            เหล่าผู้คนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่างก็เกรงว่าจะโดนหางเลขไปด้วยจึงค่อยๆ สลายตัวแยกย้ายกันไปดั่งนกกระจอกแตกรัง

            ฝ่ายเซียวเยี่ยที่ปลีกตัวออกจากพื้นที่ขัดแย้งมานานแล้วไม่ได้ตรงกลับไปยังห้องเช่ารูหนูของเขาในเมืองซ่างจิงแต่เขากลับเลือกที่จะเดินวนเวียนอยู่ในเขตเก็บค่าประสบการณ์ระดับต่ำรอบหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ใครแอบสะกดรอยตามมา

            เขาฉวยโอกาสตรวจสอบไอเทมในกระเป๋าที่แย่งชิงมาจากมือของสมาคมจอมราชันและอินทรีดำมันเป็นบอสขั้นทองคำระดับ 50 เชียวนะ!

            อย่างน้อยก็ต้องมีอุปกรณ์ทองคำดรอปมาหลายชิ้นอยู่ไม่ใช่หรือ?!

            ในตอนนั้นสถานการณ์บีบคั้นเกินไปเซียวเยี่ยจึงไม่มีเวลาเปิดดูเลยแม้แต่น้อย

            เมื่อเปิดกระเป๋าตรวจสอบดูในตอนนี้พบว่ามีไอเทมเพิ่มเข้ามาถึงสี่อย่าง!

            สามชิ้นในนั้นเป็นอุปกรณ์ที่เปล่งประกายแสงสีทองเรืองรอง!

            ชิ้นแรกคือคทาเวททรงอสรพิษที่ดูราวกับเถาวัลย์โบราณพันเกี่ยวกันเป็นเกลียว

            [คทาเวทโหลวหลันโบราณ]

            [ระดับ: ทองคำ]

            [ระดับที่ต้องการ: 50]

            [พลังโจมตีเวท: +1050]

            [คุณสมบัติ: จิตวิญญาณ: +45; มานา: +1000]

            [คุณสมบัติเสริม: สมาธิจดจ่อ... เมื่อร่ายเวทจะลดระยะเวลาการร่ายก่อนเริ่มลง 25%]

            [คำอธิบาย:คทาที่ลั่วอวิ๋นผุ้เป็นมหาปุโรหิตแห่งแคว้นโหลวหลันโบราณใช้เมื่อครั้งยังมีชีวิตสร้างขึ้นจากไม้จันทน์ไหมทองรวบรวมสรรพวิชาและไอจิตวิญญาณชั่วชีวิตของมหาปุโรหิตผู้นี้ไว้]

            “เป็นคทาเวทขั้นทองคำที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!”

            เซียวเยี่ยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งแม้คทาเล่มนี้จะไม่ใช่อาวุธที่เขาถนัด แต่นำไปลงประมูลหรือขายในตลาดมืดย่อมทำเงินมหาศาลเป็นแน่

            แม้จะเป็นอุปกรณ์ทองคำเหมือนกันแต่อาวุธมักจะมีราคาสูงกว่าอุปกรณ์สวมใส่เสมอ และยิ่งระดับสูงขึ้นมูลค่าของมันก็ยิ่งพุ่งทะยานเป็นเงาตามตัว!

            คทาเวทขั้นทองคำระดับ50ที่ทรงพลังขนาดนี้ แถมยังมีคุณสมบัติเสริมที่ช่วยลดระยะเวลาร่ายเวทต่อให้ตั้งราคาไว้สูงถึง 600,000 เหรียญมังกรก็ไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ออก!

            ชิ้นที่สองคือเกราะขาที่ประดับด้วยขนสีดำรูปลักษณ์ภายนอกอาจไม่ดูเตะตานัก แต่กลับถูกขัดเกลามาอย่างประณีตดูคล่องตัวและไม่เทอะทะ

            [เกราะขาขนนกทมิฬ]

            [ระดับ: ทองคำ]

            [ระดับที่ต้องการ: 50]

            [พลังป้องกัน: +450]

            [คุณสมบัติ: ความคล่องตัว: +45; พละกำลัง: +45]

            [คุณสมบัติเสริม: พริ้วไหวดั่งใจ... เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 15%]

            [คำอธิบาย: เกราะขาชนิดเบาที่ออกแบบโดยผู้มีรสนิยมล้ำเลิศสามารถคงพลังป้องกันที่แข็งแกร่งไว้ได้ในขณะที่ลดน้ำหนักลงเพื่อให้ผู้สวมใส่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น]

            นี่ก็เป็นอุปกรณ์ทองคำระดับ50ที่ใช้งานได้จริงอีกชิ้นหนึ่ง!

            มันคือตัวเลือกอันดับต้นๆของนักรบสายความแข็งแกร่งและคล่องตัวทว่าเซียวเยี่ยไม่ได้คิดจะเอาเกราะขาขนนกทมิฬนี้ไปฝากขายแต่เขาจะเก็บไว้สวมใส่เองเมื่อระดับถึง 50

            เพราะตอนนี้เขายังสวมใส่สนับขาไม้ผุซึ่งเป็นเพียงอุปกรณ์ศิลาดำระดับ 20 อยู่เลยช่างเทียบไม่ได้กับคุณสมบัติอันทรงพลังของอุปกรณ์ทองคำชิ้นนี้แม้แต่น้อย!

            ชิ้นที่สามเป็นสร้อยคอรูปทรงจันทร์เสี้ยวเนื้อสัมผัสใสกระจ่างดั่งแก้วผลึกและมีไอสีม่วงจางๆ แฝงอยู่

            [สร้อยคอจันทร์เสี้ยว]

            [ระดับ: ทองคำ]

            [ระดับที่ต้องการ: 50]

            [คุณสมบัติ: จิตวิญญาณ: +50; มานา: +500; อัตราคริติคอล: +15%]

            [คุณสมบัติเสริม: จันทราขับขาน... เมื่ออยู่นอกการต่อสู้ จะฟื้นฟูมานา 0.5%ของค่ามานาสูงสุดในทุกๆ วินาที]

            [คำอธิบาย: สร้อยคอรูปแบบดั้งเดิมของแคว้นโหลวหลันโบราณสร้างจากแร่แก้วผลึกที่หาได้ยากยิ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของแทนใจของเหล่าขุนนางโหลวหลันมีพลังแห่งการเยียวยาอันน่าอัศจรรย์]

            เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งยินดีและหนักใจไปพร้อมกันยินดีเพราะอุปกรณ์ชิ้นนี้คือไอเทมสำหรับการรักษามานาของนักเวทโดยเฉพาะคุณสมบัติเสริมอย่างจันทราขับขานที่ช่วยฟื้นฟูมานาอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่ได้ต่อสู้เป็นสิ่งที่นักเวททุกคนใฝ่ฝันถึง

            เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถผลาญน้ำยามานาทิ้งราวกับเศษเงินได้

            อีกทั้งด้วยพื้นที่ในกระเป๋าที่มีจำกัดต่อให้นักเวทจะร่ำรวยเพียงใดก็ไม่สามารถพกน้ำยาเข้าไปในดันเจี้ยนได้มากมายนักเมื่อมานาหมดลง อาชีพนักเวทก็ไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่ง!

            แต่ที่น่าสลดใจก็คือแม้สร้อยคอจันทร์เสี้ยวจะดีเลิศเพียงใด แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อนักเวทโดยเฉพาะค่าสถานะที่เพิ่มให้คือจิตวิญญาณและมานาสำหรับนักรบสายแข็งแกร่งและคล่องตัวอย่างเซียวเยี่ยแล้วมันดูจะไม่ตรงสายเอาเสียเลย

            หากต้องการรีดเค้นมูลค่าสูงสุดของสร้อยเส้นนี้ออกมาก็คงต้องส่งไปประมูลพร้อมกับคทาเวทโหลวหลันโบราณเท่านั้น!

            ชิ้นหนึ่งช่วยลดระยะเวลาการร่ายเวทอีกชิ้นช่วยคงระดับมานา หากนักเวทคนไหนได้ครอบครองทั้งสองชิ้นนี้พลังโจมตีของเขาจะพุ่งสูงขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับแน่นอน!

            อุปกรณ์ทองคำสามชิ้น...มีเพียงชิ้นเดียวที่เขาใช้ได้

            ในขณะที่เซียวเยี่ยกำลังรู้สึกเสียดายอยู่นั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นไอเทมชิ้นที่สี่ในกระเป๋า มันคือแหวนที่มีลวดลายก้นหอยบนตัวแหวนสลักรูปสัญลักษณ์โบราณที่ดูคล้ายกับเงาภูตผี

            แสงที่แผ่ออกมานั้นไม่ใช่สีทองเรืองรองแต่เป็นสีแดงฉานที่ดูแปลกตา!

            เพียงแค่ถือไว้ในมือและกวาดสายตาดูหัวใจของเซียวเยี่ยก็พลันสั่นระรัวด้วยความลิงโลด

            [แหวนภูตพราย]

            [ระดับ: ประกายแสง]

            “นี่มัน... อุปกรณ์ประกายแสงเลยงั้นเหรอ!”

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ! ที่คุณอ่าน