บทที่ 15
กลับมาทางด้านของโอ๊ตที่ตอนนี้เขาเดินทางมาถึงหอพักแล้ว แน่นอนว่าเขาต้องรีบเร่งเข้าแล้ว เพราะเวลานี้มันเป็นเวลากว่า 15.30 น. ถ้าจะต้องไปให้ทันขาย เขาต้องวิ่งพร้อมกับเข็นรถร้านไปด้วย ว่าไปแล้วเขาก็เปิดห้องพักของตัวเอง ก่อนจะรีบขนแป้งแพนเค้กขึ้นรถเข็น เตรียมเดินทางในทันที“เดี๋ยวก่อนตาโอ๊ต... แกล็อกรถดีหรือยัง ช่วงนี้ฉันได้ข่าวว่ามีแก๊งขโมยรถที่จังหวัดอยุธยา ไม่รู้ว่าพวกมันจะมาลักรถแพงๆนี่หรือเปล่า อีกอย่างมันก็ไม่ใช่รถของแก ฉันก็แค่เป็นห่วงเลยบอกเอาไว้หรอกนะ..” ป้าเพ็ญเจ้าของหอเอ่ยทักกับเขา แน่นอนว่ามันเกี่ยวกับรถหรูหราคันเดิมของเขาอีกเช่นเคย“ขอบคุณที่เตือนนะครับป้าเพ็ญ.. ผมล็อกเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างอาทิตย์หน้าผมก็ไม่ได้ขับให้เจ้าของรถแล้วล่ะครับ.. คงต้องคืนรถให้เขาแล้ว” โอ๊ตกล่าวไปตามมารยาท ในหัวของเขาต้องคิดหาทางวิธีการกำจัดเจ้ารถเจ้าปัญหานี้ออกไปให้ได้ ดูเหมือนป้าเพ็ญแกจะสนใจรถคันนี้เอามากๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารอยนิ้วมือที่ติดตามรถนั้นมันเป็นของใคร“อย่างนั้นเหรอ ดีแล้วล่ะ รถแพงๆอย่างนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นแกคงจะรับผิดชอบไม่ไหว เดี๋ยวมันจะส่งผลต่อการจ่ายค่าเช่าห้องของฉัน..” ป้าเพ็ญกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วของตัวเองลูบไปอย่างหลงใหล โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าเล็กน้อย เพราะเขาไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป โอ๊ตตัดสินใจแล้วว่าเขาจะย้ายมาขายที่โรงเรียนลูกคุณหนูเลยจะดีกว่า ผู้ซื้อเองก็มีกำลังเงินที่พอจะซื้อมากกว่าที่เก่า เขาอาจจะทำกำไรจากที่นี่ได้วันละ 5-6 พันบาทเลยทีเดียว สังคมโดยรอบๆก็ดีกว่า แถมยังไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องของเทศกิจพวกนั้นอีกด้วย เพราะที่นี่ขออนุญาต และจ่ายค่าธรรมเนียมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่นานโอ๊ตก็เดินทางมาถึงโรงเรียนดังกล่าว แน่นอนว่าลุงศักก็ยังคงมาเก็บค่าแผงเหมือนเช่นเคย วันนี้โอ๊ตไม่ได้ตั้งขายใกล้กับร้านป้าไก่ย่าง ระบบของที่นี่คือใครเร็วใครได้ ถ้ามาก่อนก็สามารถเลือกที่ขายได้ สำหรับโอ๊ตที่มาช้ากว่าคนอื่นๆ ร้านของเขาเลยตั้งอยู่ไกลที่สุดจากทางออกของโรงเรียน“น้องชายที่ขายแพนเค้กหรือเปล่านะ.. เมื่อวานพี่ว่าจะลองชิมอยู่ แต่ว่ามันหมดก่อนน่ะ นักเรียนหลายคนบ่นกันใหญ่เลยนะรู้ไหม ถ้าเป็นไปได้วันนี้ขอของพี่ก่อนเลยนะ เอาแบบพิเศษที่วาดรูปนั่นด้วยนะ” หญิงสาววัยประมาณ 25 ปีเอ่ยทักทายกับโอ๊ตอย่างร่าเริง โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันมากล่าวตอบ“แฮ่ๆ ได้เลยครับพี่สาว.. ผมจะทำให้อันใหญ่ๆเลยครับ ขอบคุณที่อุดหนุนนะครับ ว่าแต่พี่ขายอะไรเหรอครับ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับตบหัวเบาๆ“พี่ขายยำน่ะ สนใจไหม ยำมาม่าก็โอนะ.. ชิมแล้วจะติดใจเชียวล่ะ ว่าแต่เราชื่ออะไรเหรอ พี่ชื่อแตงกวานะ เรียกพี่แตงเฉยๆก็ได้..” แตงกวากล่าวตอบกับโอ๊ต และเมื่อโอ๊ตได้ยินอย่างนั้นเขาก็เกิดความคิดดีๆขึ้นมาได้“ครับพี่แตง ผมชื่อโอ๊ตครับ.. ถ้าอย่างนั้นเรามาแลกอาหารกันกินไหมครับ พี่ก็ทำยำมาม่าให้ผม ผมก็ทำแพนเค้กให้เป็นการแลกเปลี่ยน..” โอ๊ตกล่าวแนะนำตัว ก่อนจะเสนอความคิด“โอเคดีล..” แตงกวาตอบกลับพร้อมกับขยิบตาอย่างน่ารัก พวกเขาต่างจัดร้านเพื่อเตรียมตัวจะขาย และได้พูดคุยกันไปเรื่อย ต่างคนก็ต่างแสดงฝีมือทำอาหารของตน สุดท้ายก็ได้แลกกันตามที่ตกลงกันเอาไว้ แตงกวาชมถึงรสชาติ กับศิลปะของโอ๊ตอย่างชื่นชอบ โอ๊ตเองก็เช่นกัน มันเป็นยำมาม่าที่อร่อยสมคำแนะนำจริงๆ ไม่นานนักนักเรียนก็เริ่มเดินออกมาจากโรงเรียน แน่นอนว่าลูกค้ารายแรกของเขาก็เป็นกลุ่มห้าสาวเช่นเดิม แม้ว่าคนอื่นๆจะยืนรออยู่ แต่พวกเขาก็ไม่เดินเข้ามาสั่งแพนเค้กของเขาเลยแม้แต่คนเดียว แม้จะรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวถามออกไป“อิ่มมมจังเลย..” ฟ้ากล่าวก่อนจะลูบท้อง วันนี้เธอถึงกับอดอาหารกลางวัน และใช้เงินเกือบจะทุกบาททุกสตางค์ไปกับการซื้อแพนเค้กแบบพิเศษนี้หลายสิบชิ้น อีกสี่สาวก็ไม่ต่างกันมากเท่าไรนัก“เธอจะเสียงดังไปแล้วฟ้า.. นี่พี่ชาย เสาร์-อาทิตย์โรงเรียนปิดพี่ไปขายที่ไหนอย่างนั้นเหรอ เผื่อไม่ไกลมากพวกหนูจะได้เข้าไปอุดหนุนน่ะค่ะ” โรสหัวหน้ากลุ่มดอกไม้สวรรค์เอ่ยถามกับโอ๊ต แต่โอ๊ตก็เกาแก้มเล็กๆ เพราะว่าเขายังไม่ได้คิดเรื่องนี้เอาไว้เลย“ถ้าเสาร์-อาทิตย์ปกติพี่ชายจะหยุดน่ะครับ.. ก็เลยไม่ได้ไปขายที่ไหนเลย” โอ๊ตกล่าวตอบ ที่เก่าก็เป็นเช่นเดียวกัน วันหยุดส่วนใหญ่ก็จะเป็นวันที่ไว้สำหรับเคลียร์งาน เคลียร์การบ้าน เลยคิดว่าหยุดไปเลยก็ดีเหมือนกัน ถ้าเปิดก็ไม่รู้จะขายที่ไหนเหมือนกัน“น่าเสียดายจัง.. หนูคิดว่าพี่จะเปิดเสาร์-อาทิตย์ด้วยซะอีก” มิ้งเจ้าสาวขี้อายกล่าวอย่างเสียดาย เธอชอบแพนเค้กของพี่ชายคนนี้มาก มันให้เกิดความรู้สึกที่ว่าไม่ว่าจะหาซื้อที่ไหนก็ไม่สามารถ จะทำกินเองก็ไม่เหมือน มันต้องเป็นร้านนี้เท่านั้น เธออยากจะทานมันทุกๆวันเลยด้วยซ้ำ“แย่แล้วอย่างนี้ วันศุกร์สงสัยฉันต้องเหมากลับบ้านให้หมดแล้วสิ.. เมื่อคืนฉันก็ฝันถึงแพนเค้กนี่ด้วยล่ะ” ลินลี่กล่าว แม้มันจะดูโอเวอร์ไปสักหน่อย แต่เธอเป็นประเภทที่คิดอะไรก็พูดออกมาอย่างนั้น เพื่อนที่ฟังเธอพูดก็เริ่มไม่พอใจ“เธอจะเหมาคนเดียวอย่างนั้นไม่ได้นะ.. ต้องแบ่งเท่าๆกันสิ” ฟ้ากล่าวโวยวายกับลินลี่ ของอร่อยอย่างนี้จะแย่งไปกินคนเดียวได้ยังไง“ทำไมพี่ชายไม่ไปขายที่โรงเรียนกวดวิชาล่ะ ที่นั่นก็มีนักเรียนไปเรียนพิเศษกันเยอะนะคะ เสาร์-อาทิตย์” เฟยเฟยที่เงียบมานาน เธอกล่าวแนะนำกับโอ๊ตก่อนจะกัดแพนเค้กของเธออย่างช้าๆ“ใช่ๆ พี่ชายไปขายที่นั่นเถอะนะ ขอร้องล่ะ ขายตั้งแต่เช้ายันเย็นไปเลย..นะนะนะ” ฟ้าที่ได้ยินก็ยกมือขอร้องกับโอ๊ตด้วยอีกคนหนึ่ง สายตาคาดหวังจากสาวๆต่างมองมากดดันโอ๊ตเอามากๆ“อย่างนั้นเหรอ.. แต่ว่าเขาจะปล่อยให้พี่ชายขายบริเวณนั้นได้เหรอ” โอ๊ตกล่าว เพราะเขายังห่วงเรื่องของเทศกิจไม่น้อย ถ้าทำอะไรขัดหูขัดตาพวกเขา เขาจะไม่มีร้านให้ขายต่อ และอาจจะถึงขั้นห้ามขายในทุกๆที่อีกด้วย มันเป็นจุดเสี่ยงไม่น้อย“เรื่องนั้นพี่ชายไม่ต้องเป็นกังวล ที่ดินบริเวณนั้นเป็นของครอบครัวหนู หนูสามารถเอ่ยกล่าวกับคุณพ่อได้ ดังนั้นพี่ชายไปขายได้แน่นอน..” โรสกล่าว และเธอก็สมกับเป็นลูกหลานของขุนนางเก่าประจำเมือง ที่ดิน อิทธิพล ตระกูลของเธอมีเหลือกินเหลือใช้จริงๆ โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำท่าทางคิดสักเล็กน้อย ถ้าเป็นที่นั้นเขาอาจจะขายได้ก็ได้ จากที่เคยได้ยินจากลุงเกษมที่ขายไอติมแถวนั้นเสาร์-อาทิตย์ นักเรียนที่เรียนพิเศษมีค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนจากหลายโรงเรียนอีกด้วย นับว่าถ้าจะไปขายมันก็ไม่เลวเลยทีเดียว สาวๆต่างก็รอคำตอบของโอ๊ตอย่างใจจดใจจ่อ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มให้กับพวกเธอเล็กน้อยก่อนจะกล่าวอะไรสักอย่าง“ถ้าน้องสาวอนุญาตให้พี่ชายไปขายได้ พี่ชายก็ยินดีมากเลยล่ะครับ แต่ว่านะ วันเสาร์นี้พี่มีธุระแล้วน่ะสิ ถ้าจะขายได้ ก็คงจะเป็นวันอาทิตย์ล่ะนะ แค่อาทิตย์เดียว พอได้ไหมเอ่ย..” โอ๊ตกล่าว แน่นอนว่าสาวๆต่างก็กระโดดโลดเต้นดีใจกันใหญ่“ตกลงตามนี้ค่ะพี่ชาย หนูจะบอกที่บ้านเอาไว้ให้นะคะ.. วันอาทิตย์เจอกันนะคะ” โรสกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้อย่างสุภาพ ก่อนที่พวกเธอจะทานแพนเค้กกันจนอิ่ม และเดินจากไปในทันที โอ๊ตปาดเหงื่อของตัวเองเล็กน้อย แค่ 5 สาว เขาก็ขายไปกว่า 50 ชิ้นแล้ว นั่นเท่ากับว่าเขาได้กำไรราวๆ 1500 บาทไปแล้ว แต่ทันใดนั้นเองในขณะที่เขากำลังจะพักสักเล็กน้อย เหล่าลูกค้านักเรียน คณะอาจารย์ ผู้ปกครองอีกหลายคนก็ต่างวิ่งเข้ามาอย่างกับนักลักบี้ตรงมาทางร้านของเขา พร้อมกับเสียงของผู้คนที่สั่งแพนเค้กของเขาจนเสียงดังฟังไม่ได้ความ“ใจเย็นๆนะครับ.. ค่อยๆสั่งกันนะครับ” โอ๊ตกล่าว แน่นอนว่าเขาจะต้องทำจนกว่าแป้งจะหมดลง ดีที่มีลุงศักเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของระเบียบวินัยในการซื้อ ลูกค้าต่อแถวกันยาวจนไปถึงหน้าประตูโรงเรียนเลยทีเดียว แน่นอนว่ามีหลายคนไม่ได้ทานมัน เนื่องจากแป้งแพนเค้กหมดแล้ว เป็นเวลากว่า 1ชั่วโมงที่เป็นเวลาเหมือนนรกสำหรับโอ๊ต เขาแทบจะไม่ได้หยุดเลยแม้แต่น้อย ทั้งเหนื่อยทั้งล้า แต่เมื่อเขาเห็นเงินที่ได้ในวันนี้ ความเหนื่อยที่มีทั้งหมดมันหายไปในทันที เขาเข็นรถแพนเค้กกลับมาที่ห้องด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ระหว่างทางก็พบกับลุงเกษมที่ขายของหมดด้วยแล้วเช่นกัน พวกเขาเลยเดินกลับด้วยกัน และยิ่งเมื่อรู้ว่าแพนเค้กของเขาที่ฝากขายกับลุงเกษมหมดแล้ว เขาก็ยิ่งมีความสุข มันเท่ากับว่าเขาได้รับเงินเกือบ 7,000 บาทในวันนี้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความโชคดีมักจะพบกับโชคร้ายเสมอๆ ในขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นเอง รถคันหนึ่งก็ได้วิ่งสวนทางกับพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่ามันอันตรายอันมาก มันอดไม่ได้เลยที่โอ๊ตจะหันไปบ่นเล็กน้อย “จะรีบขับไปตายที่ไหนวะ.. หือ เหมือนรถของเราเลยแฮะ!.. เดี๋ยว! นั่นมันรถตรูนี่หว่า...”