ตอนที่ 33: อำนาจมืดแทรกซึม
บรรยากาศภายในห้องรับแขกสุดหรูหราอลังการของคฤหาสน์หลักตระกูลเซียวบัดนี้กลับตึงเครียดหนักหน่วงจนแทบจะจับต้องและสูดหายใจเข้าไปได้ยากลำบากอย่างยิ่ง บนกำแพงห้องรับแขกที่บุด้วยแผ่นหนังแท้ประดับไปด้วยภาพเขียนโบราณมูลค่าร้อยล้านและเครื่องเซรามิกโบราณจากยุคราชวงศ์ซ่งที่ตั้งเด่นเป็เกียรติยศ ทว่าเื้ัความหรูหรานั้นกลับถูกกลบด้วยเสียงประกาศสถานการณ์วิกฤต ข่าวการปล้นขบวนสินค้าวัตถุโบราณราชวงศ์ถังและยาสมุนไพรล้ำค่าประเมินมูลค่าไม่ได้รวมกว่าห้าร้อยล้านหยวนในเวลากลางวันแสกๆ ปรากฏเด่นชัดบนหน้าจอมอนิเตอร์ LED ขนาดใหญ่ั์แปดสิบนิ้วที่ฝังอยู่บนผนังปูนเปลือยหรูหรา แสดงพิกัดสุดท้ายของขบวนรถคุ้มกันบนทางหลวงมหานครปักกิ่ง ผู้นำตระกูลเซียวถึงกับเอามือกุมขมับด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไร้ทางออกและสั่นระริกชราภาพ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ของตระกูลธรรมดา แต่เป็หลักค้ำประกันสัญญาการค้าครั้งใหญ่ระดับชาติที่ตระกูลเซียวต้องนำไปส่งมอบให้แก่องค์กรของรัฐบาลเพื่อแลกกับใบอนุญาตขยายโรงพยาบาลในเครือทั้งหมดรวมถึงสัญญาสัมปทานยาหลวงสามพันล้านหยวนที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
"พวกแก๊งัทมิฬพวกนี้มันจงใจท้าทายกฎหมายและอำนาจของตระกูลเซียวเราจนเกินขอบเขตแล้ว!" อาสองเซียวรั่วหยงสบถออกมาด้วยความโกรธแค้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัวกระวนกระวาย "พวกมันมีกำลังคนติดอาวุธาครบมือและมีระบบตัดรบกวนสัญญาณดาวเทียมที่ล้ำสมัยมาก ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยและบริษัทคุ้มกันชั้นนำของเราไม่สามารถตอบโต้หรือติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทันเวลาเลย อาวุธยุทโธปกรณ์ของพวกมันอยู่ในระดับกองกำลังส่วนตัวด้วยซ้ำ พวกมันดักปิดทางหลวงด้วยรถเอสยูวีหุ้มเกราะสี่คัน ยิงยางรถขนส่งพังพินาศ และใช้ปืนข่มขู่จับคนขับรถของเราไปหมด"
คุณปู่เซียวถอนหายใจยาว แววตาที่เคยมีสง่าราศีและบารมีล้นเหลือของผู้นำตระกูลใหญ่บัดนี้ดูโรยราและสั่นคลอนลงอย่างน่าใจหายในพริบตา "แก๊งัทมิฬคือกองกำลังนอกกฎหมายที่ทรงอิทธิพลและน่ากลัวที่สุดในเขตตลาดมืดและธุรกิจสีเทาทั้งหมดของมหานครแห่งนี้ พวกมันคุมเส้นทางการค้าของเถื่อน ท่าเรือเก่า และคลังสินค้าลับ ที่สำคัญปู่ได้รับสายรายงานด่วนมาจากแหล่งข่าวลับว่า เื้ัการจ้างวานบงการเื่ใหญ่ในครั้งนี้คือตระกูลจ้าวที่เป็อริคู่แข่งชั่วนิรันดร์ของเรา พวกมัน้าบีบบังคับให้ตระกูลเซียวผิดสัญญาและเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อรัฐบาล เพื่อฉกชิงสัญญาสัมปทานยาสามพันล้านนั้นไปเอง... ตระกูลเซียวของเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่อาจส่งผลถึงความล่มสลายล้มละลายถาวรเลยทีเดียว"
ในขณะที่ทุกคนรอบตัวรวมถึงพวกบอดี้การ์ดกำลังตื่นตระหนกและสิ้นหวังหาทางออกไม่ได้ ผมกลับนั่งพิงโซฟาหนังแท้นำเข้าจากอิตาลีด้วยท่าทางที่สงบ สุขุมเยือกเย็น และเปี่ยมล้นไปด้วยบารมีสะกดข่ม ั์ตาสีทองฉายประกายแวววับดุจพญาอินทรีที่มองเห็นเหยื่อในความมืดมิดอย่างชัดเจน ความขัดแย้งของสองมหาอำนาจธุรกิจและแก๊งมาเฟียนี้คือเวทีที่ระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพกำลังรอคอยให้ผมก้าวขึ้นไปสยบระงับมันและสถาปนาอำนาจสูงสุดของผม
"คุณปู่เซียวไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนกไปหรอกครับ" ผมเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเย็นแต่แฝงพลังจิตสะกดข่มจิตใจคนฟังให้อยู่ในความสงบ "เื่ใหญ่แค่นี้ปล่อยให้ผมเป็คนออกโรงจัดการทวงคืนของประมูลโบราณและสมุนไพรทั้งหมดกลับมาให้เอง และผมจะทำให้พวกตระกูลจ้าวรวมถึงแก๊งัทมิฬต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพงที่พวกมันไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต"
"เย่เฉิน... นายจะทำยังไง?" เซียวรั่วเสวี่ยขยับก้าวเข้ามาเกาะแขนเสื้อสูทของผมไว้แน่น แววตาสวยคู่หงส์เต็มไปด้วยความห่วงใยระคนเลื่อมใสบูชาในตัวผมอย่างสุดซึ้งหลังจากที่ผมช่วยรักษาเธอ "พวกมันมีพวกนักสู้ฝีมือดีและอาวุธาครบมือเลยนะ นายคนเดียวจะสู้กับกองกำลังมาเฟียทั้งแก๊งที่คุมตลาดมืดปักกิ่งได้ยังไงกัน"
"ใช่ค่ะเย่เฉิน... ในฐานะแพทย์และคนที่เคยเห็นความโหดร้ายไร้ความปราณีของแก๊งนี้มาบ้าง ฉันไม่อยากให้นายต้องไปเสี่ยงอันตรายเพียงลำพังเลยจริงๆ" หลินซื่ออวี่ แพทย์หญิงสาวสวยระดับพรีเมียมเป้าหมายที่ 5 ที่บัดนี้มีความภักดีและเสน่หาต่อผมเต็มร้อยเอ่ยปากช่วยเสริมด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใย แววตารักซึ้งปนเสียวซ่านรัญจวนหลังผ่านบทเรียนร่วมรักบำบัดสะท้อนประกายวิงวอนให้ผมระวังตัว
ผมหันไปส่งรอยยิ้มอบอุ่น มั่นใจ และแฝงความเหนือกายมนุษย์ให้แก่สาวงามทั้งสองคน ก่อนจะลูบไล้ฝ่ามือหนาลงบนไหล่บางของเซียวรั่วเสวี่ยเบาๆ เป็การปลอบประโลม "พวกคุณเชื่อใจผมเถอะครับ ร่างกายและพลังฝีมือรวมถึงวิชาของผมในตอนนี้อยู่เหนือกว่าสิ่งที่คุณจินตนาการไว้มาก อีกอย่างการเคลื่อนไหวกันหลายคนจะทำให้เป้าหมายตื่นตระหนกและโยกย้ายวัตถุโบราณหนีไปซ่อนจุดอื่นได้ง่ายขึ้น เื่นี้ผมคนเดียวสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและเงียบเชียบที่สุดเพื่อความปลอดภัยของสินค้า"
[ระบบ: ตรวจพบสัญชาตญาณผู้นำและบารมีสะกดข่มของโฮสต์เปิดใช้งาน ความภักดีของเซียวรั่วเสวี่ยเพิ่มขึ้นเป็ 155% ความภักดีของหลินซื่ออวี่เพิ่มขึ้นเป็ 125%]
[ระบบ: ปลดล็อกภารกิจเสริมย่อย - 'ทวงคืนเกียรติยศห้าร้อยล้าน': ค้นหาและกู้คืนสินค้าวัตถุโบราณของตระกูลเซียวกลับคืนมาสำเร็จภายใน 24 ชั่วโมง รางวัล: ปลดล็อกทักษะควบคุมจิตสำนึกขั้นสูงและเงินทุนขยายอำนาจ 20,000,000 หยวน]
ผมคลี่ยิ้มแววตาปลาบปลื้มเมื่อเห็นรางวัลอันน่าดึงดูดใจจากหน้าต่างระบบโฮโลแกรมลึกลับขยับแจ้งเตือนขึ้นมา จากนั้นผมลุกขึ้นยืนจัดสูทสีดำสนิทแบรนด์เนมให้เข้าที่เรียบร้อย และเริ่มเรียกใช้งานทักษะพิเศษใหม่แกะกล่องที่เพิ่งได้รับมาหมาดๆ: "สายตาเพลิงสุริยะ" (Solar Fire Gaze) เพื่อเริ่มการค้นหาล่ารอยเท้า
พริบตานั้น ม่านตาของผมพลันเปล่งแสงสีทองแกมแดงสลัวเรืองรองชั่วครู่จนสะกดทุกสายตาในห้องตรวจ ทัศนวิสัยของผมแปรเปลี่ยนเป็โหมดสแกนความร้อนและเส้นพลังงานระดับสูงทันที ผมสแกนมองไปที่แผนที่มหานครปักกิ่งและภาพพิกัดสุดท้ายของขบวนรถบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ร่องรอยคลื่นพลังงานความร้อนจากท่อไอเสียรถบรรทุกสิบล้อคู่ใจและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการก่อกวนสัญญาณดาวเทียมที่หลงเหลือจางๆ ปรากฏเด่นชัดในสายตาของผม ร่องรอยเ่าั้ทอดสายยาวมุ่งตรงไปยังพื้นที่ท่าเรือเก่าแก่และโกดังเก็บสินค้าร้างคนแถบชานเมืองหลวงติดชายน้ำ
"ผมรู้แล้วว่าพวกมันเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหน" ผมพูดเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลังดุจประกาศิต "พวกคุณปู่เซียวเตรียมตัวรับของกลับคืนมาได้เลยค่ำคืนนี้"
หลังจากประสานงานและพูดคุยเรียบร้อย ผมปฏิเสธคำชวนของอาสองที่เสนอจะส่งหน่วยบอดี้การ์ดไปช่วยบุก และเดินก้าวออกจากคฤหาสน์หลักตระกูลเซียวมุ่งหน้าตรงไปยังลานจอดรถส่วนตัวที่กว้างขวางและเงียบสงบ ลมยามค่ำคืนพัดโชยมาปะทะใบหน้าพาเอากลิ่นอายความหนาวเหน็บลึกลับเข้ามาสะท้อนอารมณ์ดุดัน ทว่าหัวใจของผมกลับร้อนระอุด้วยความตื่นเต้นและบารมีที่พร้อมจะพิชิตศึกด่านถัดไป
ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูรถสปอร์ตพอร์ชป้ายแดงคันหรูสไตล์เศรษฐีรุ่นใหม่ของผมนั้นเอง หูประสาทััอันเฉียบคมของผมกลับได้ยินเสียงสะอื้นไห้กระซิกสั่นเครือดังมาจากมุมมืดสลัวข้างตึกจอดรถ ตามด้วยเสียงฝีเท้าก้าววิ่งอย่างซวนเซไร้ทิศทางพุ่งตรงเข้ามาหาผมด้วยความตื่นตระหนกสุดชีวิต
"เย่เฉิน!... เย่เฉิน!... ช่วยด้วย... ช่วยฉันด้วย... ฮือออ..." เสียงคร่ำครวญแหบแห้งแสนคุ้นหูทำให้ผมต้องชะงักหยุดช้าๆ และหันกลับไปจ้องมองร่างลึกลับนั้นด้วยสายตาราบเรียบไร้อารมณ์ใดๆ
ร่างของสตรีคนหนึ่งพุ่งเข้ามากอดรัดขาขากางเกงสูทราคาแพงของผมไว้แ่าแทบจะไม่ยอมปล่อย เธอสะอึกสะอื้นจนตัวโยนด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัว ใบหน้าที่เคยสวยงามแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์เนมหรูหราบัดนี้กลับบวมช้ำ ปากแตก และมีรอยนิ้วมือขยับตีรอยช้ำสีม่วงเด่นชัดทั่วแก้มสวย เนื้อตัวมอมแมมสกปรกไร้ชิ้นดี เสื้อผ้าเดรสราคาแพงขาดกะรุ่งกระริ่งจนเผยผิวช้ำแดงรอยข่วนคล้ายโดนทุบตีซ้อมทารุณกรรมอย่างไร้ปราณี ผมจ้องมองลงไปและสแกนพบใบหน้าของอดีตแฟนเก่าจอมเย่อหยิ่งทระนงตนผู้ทรยศหักหลังความรักที่แท้จริงของผมเพื่อก้าวไปหาเงินตราและคนรวย... "เยว่เยว่" นั่นเอง
เยว่เยว่กอดเรียวขาของผมไว้แ่าทั้งน้ำตานองหน้าและคราบเหงื่อไคลเปรอะเปื้อนสะอื้นไห้จนตัวสั่นระริกราวกดขี่ตนเองอยู่แทบเท้าของผมประดุจสุนัขข้างถนนที่โซซัดโซเซหนีภัยความตายมาพึ่งพาพึ่งพิงร่มเงาอำนาจและเงาของผมที่บัดนี้เปล่งรัศมีความเป็มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดอย่างเด่นชัดคาลานจอดรถหรูของคฤหาสน์ตระกูลเซียว
เธอร้องคร่ำครวญเล่าสารภาพความจริงอันโหดร้ายทั้งปวงว่าหลี่เทียนห้าวหมดตัวล้มละลายโดนฟ้องร้องหนี้สินท่วมหัวและโดนแก๊งัทมิฬทุบตีซ้อมจนปางตายเนื่องจากเป็หนี้พนันตลาดมืดก้อนโต แถมหนำซ้ำพวกมาเฟียยังลากตัวเธอไปกักขังเพื่อชดใช้หนี้ในฐานะผู้หญิงบำเรอรับใช้อารมณ์ของพวกมันอย่างหยาบช้า เธออาศัยจังหวะชุลมุนหนีเอาชีวิตรอดคลานหนีออกมาอย่างกระเสือกกระสนสะบักสะบอมและไม่มีหนทางอื่นใดในชีวิตที่จะรอดพ้นได้อีกแล้ว นอกจากกราบกรานเว้าวอนขอความเมตตาและอธิษฐานกับเย่เฉิน... อดีตพนักงานส่งอาหารส่งของธรรมดาๆ ที่เธอเคยดูถูกเหยียดหยามและเขวี้ยงทิ้งความรักอันบริสุทธิ์เพื่อแลกกับเศษเงินของคนรวยในวันวานอย่างน่าสมเพชที่สุดในสายตาของผม!