ยามสายของวันใหม่ทั้งสองคนพึ่งตื่นขึ้นใน่บ่าย และเมื่อเดินออกจากห้องก็ได้รับแจ้งจากข้ารับใช้ว่าคุณหนูเฟยเซียงกลับไปั้แ่รุ่งสางแล้ว ซือหานไม่ได้แปลกใจเลย...ก็แน่ละเฟยเซียงไม่มีทางนอนหลับได้เต็มตาอยู่แล้วก็เสียงร้องของเขาและเสียงครวญครางของจิวหรงดังลั่นตลอดทั้งคืน...
ทางด้านของเฟยเซียงนางไม่อาจข่มตาหลับได้ลงภายในใจของนางร้อนรุ่มกระวนกระวาย สองเท้าจึงก้าวเดินไปอย่างไร้จุดหมายสายลมยามเช้าพัดอ่อนกลีบดอกไม้ปลิวว่อนไปตามทางเดิน
หญิงสาวก้าวเดินไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไร้ซึ่งความรู้สึกใดหากแต่ในหัวใจเต้นระรัวจนไม่อาจควบคุมได้ นางมาหยุดเท้าอยู่หน้าจวนตระกูลเกา
ข้ารับใช้เห็นเฟยเซียงก็รีบออกมาต้อนรับ พวกเขาก้มศีรษะทำความเคารพก่อนกล่าวเสียงนอบน้อม “ท่านหญิงเฟย”
นางเพียงพยักหน้าเบา“เกาซินอยู่ในจวนหรือไม่?”
ข้ารับใช้รีบพยักหน้า“นายท่านพึ่งจะตื่นขอรับเชิญทางนี้ข้าน้อยจะนำทางไปยังเรือนรับรอง”
เฟยเซียงไม่กล่าวสิ่งใดนางเพียงเดินตามข้ารับใช้เข้าไปด้านในด้วยความเงียบ
ก้าวเข้าสู่เรือนรับรองบุรุษหนุ่มผู้เป็เ้าของจวนก็ได้ยืนรออยู่ก่อนแล้วเกาซินมองไปที่เฟยเซียงด้วยความฉงนในแววตา
“เหตุใดถึงไม่บอกก่อนว่าจะมาข้าจะได้ให้คนรถไปรับ อีกทั้งยังมาเวลาเช้าตรู่เช่นนี้??”
เฟยเซียงเม้มริมฝีปากเล็กน้อยพร้อมกับจ้องมองไปที่เกาซินด้วยแววตาที่เว้าวอนสีหน้าของนางงดงามกว่าทุกครั้ง
“ข้ารู้สึกเหนื่อยนัก...ขอเพียงได้พักสักหน่อยก็พอ” เสียงนั้น สั่นพร่าราวกับเก็บซ่อนความรู้สึกมากมายเอาไว้ภายใน
บุรุษหนุ่มสบตานางครู่หนึ่งก็พอจะเข้าใจความรู้สึก
“เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถอะ”
เกาซินเป็ผู้นำทางด้วยตนเองผ่านระเบียงทอดยาวไปยังเรือนด้านใน เขาพาเฟยเซียงไปที่ห้องนอนชั้นใน
หญิงสาวเดินตามไปด้วยหัวใจที่ยังไม่อาจสงบลงได้ทว่าเกาซินไม่ได้ก้าวเท้าตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้องเขามองเฟยเซียงพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ “เ้ารอข้าที่นี่สักชั่วยามก่อนข้ามีธุระที่ท่านพ่อมอบหมายต้องจัดการให้เสร็จ สักเดี๋ยวจะกลับมาอยู่เป็เพื่อน”
“เ้าจะไปนานมั้ย?”เฟยเซียงพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“หากไม่ใช่ธุระสำคัญจริงๆข้าคงอยู่เป็เพื่อนเ้าแล้ว...จะรีบไปรีบกลับมาแล้วกัน”เกาซินพูดด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนเขาเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลัง้าสิ่งใด จึงพยายามเร่งฝีเท้าและเดินออกไปจัดการงานของตัวเองให้เร็วที่สุด
เห็นแบบนั้น เฟยเซียงเอนตัวลงนอนไปบนเตียงนางหวนคิดเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ภาพที่ได้เห็นและเสียงที่ได้ยินทำให้นางกลับมีอารมณ์ขึ้นมา นางไม่อาจปฏิเสธตัวเองได้เพราะการที่นางไม่ยอมกลับเรือนแต่มาหยุดหน้าจวนของคู่ขาอย่างเกาซินก็เป็เพราะความ้าที่ไม่อาจข่มกลั้น
มือขวาของเฟยเซียงถกกระโปรงของตัวเองขึ้นสูงเผยให้เห็นขาอ่อนขาวดุจหยก จากนั้นก็ค่อยๆปลดผ้าคาดเอวของตัวเองออกมา ใช้มือซ้ายััยอดอก และใช้มือขวาคลึงบนเนินสวาทเบาๆ นางกดปลายนิ้วเข้าไปในกลีบกุหลาบสีชมพูอ่อนพร้อมกับนวดวนไปมา ไม่นานเกสรของกุหลาบก็ไหลเยิ้มออกมา แต่ดูเหมือนว่าเฟยเซียงจะยังไม่พอใจกับความรู้สึกเพียงเท่านี้นางสอดนิ้วเพิ่มเข้าเป็สองนิ้วพร้อมทำการดึงเข้าดึงออก
เสียงครางในลำคอดังขึ้นนางไม่แม้แต่จะสนใจว่าใครจะผ่านมาได้ยิน ภาพในหัวหวนคิดถึง ซือหานและจิวหรงที่กำลังร่วมรักอยู่ในสวนหน้าบ้านนางจินตนาการว่าตัวเองเข้าไปร่วมรักกับพวกเขาทั้งสองคน
ยิ่งคิด สองนิ้วที่กำลังล้วงเข้าล้วงออกก็เร็วขึ้นตามจังหวะของอารมณ์จากเสียงครางได้เปลี่ยนเป็เสียงกระเส่าผสมเสียงหอบหายใจ ในที่สุดร่างของเฟยเซียงก็กระตุกถี่เสร็จสมอารมณ์ไปหนึ่งครั้ง
นางหยุดมือและคิดถึงภาพในความทรงจำร่างบางของจิวหรงถูกพี่เขยกระแทกจนกระทั่งปล่อยเบาออกมาขณะร่วมรัก นางเกิดความสงสัยว่าความรู้สึกยามนั้นจะต้องเสียวซ่านมากเพียงใดกันแน่ นาง้าััและ้าที่จะเข้าใจสายตาของเฟยเซียงมองไปที่ประตู รอคอยอย่างโหยหาว่าเมื่อใด เกาซินจะกลับมา
เวลาผ่านไปครู่หนึ่งเกาซินก็ได้เปิดประตูกลับเข้ามา เฟยเซียงลุกขึ้นจากเตียงในสภาพที่เปลือยเปล่าทั้งหมด นางโผตัวเข้าใส่และบดริมฝีปากเข้ากับอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
เกาซินไม่ได้ใเพราะระหว่างพวกเขามันไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สองเกาซินดันลิ้นของตัวเองเข้าไปในปากของอีกฝ่าย เฟยเซียงดูดดื่มลิ้นของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
นางเอื้อมมือไปปลดผ้าคาดเอวของอีกฝ่ายออกจนหมดเกาซิน ตอบสนองอย่างรู้งานจับแก่นกายของตัวเองจ่อไปที่กลีบกุหลายของอีกฝ่ายเสียงอู้อี้ดังจากปากของเฟยเซียงพอจับใจความได้แค่ว่า
“ใส่เข้ามา...ใส่เข้ามา” ไม่รอให้เกาซินดันสะโพกเข้าหาเฟยเซียงใช้มือจับไปที่แก่นกายให้ตรงตำแหน่งพร้อมกับดันสะโพกตัวเองเข้าไปสุดแรงเพียงครั้งเดียวทั้งสองคนก็ประสานกันเป็หนึ่งเดียว
“อุ้มข้าพี่เกาอุ้มขาขึ้นมา”
เกาซินช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นมาอุ้มโดยที่เขาแค่ยืนเฉย เพราะคนที่ขยับสะโพกควบคุมจังหวะทั้งหมดเป็เฟยเซียงเพียงไม่กี่อึดใจเล็บมือทั้งห้าของหญิงสาวก็จิกเข้าไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วตัว
เกาซินขมวดคิ้วเล็กน้อยเนื่องจากเฟยเซียงกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความสุข กลางวันแสกๆเช่นนี้หากบ่าวไพร่มาได้ยินได้กลายเป็เื่ใหญ่แน่ เพราะถึงอย่างไรเฟยเซียงก็เป็เชื้อพระวงศ์เขาเองก็เป็ลูกแม่ทัพ การกระทำผิดประเวณีลอบสมสู่กันเช่นนี้ ไม่มีมุมไหนเลยที่ดีต่อตัวพวกเขาทั้งคู่
คิดได้แบบนั้นเกาซินจึงประกบปากเพื่อลดทอนเสียงร้องของอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุดแต่ดูเหมือนว่าเฟยเซียงในตอนนี้จะไม่ได้สนใจสิ่งใด นางเพียงแค่ขย่ม...ขย่ม และขย่ม พร้อมๆกับร้องครางออกมาตามอารมณ์ของตัวเอง
พวกเขาร่วมรักกันไปมากกว่าสามครั้งทั้งคู่เห็นอีกฝ่ายเป็เหมือนเครื่องระบายความใคร่ เป็ดั่งหุ่นฟางที่ใช้ปลดปล่อยกำหนัดของกันและกัน
“อีกสามวันข้าจะกลับสนามรบแล้วครั้งนี้ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับมาอีก” เกาซินนอนอยู่บนเตียงโดยมีเฟยเซียงนอนอยู่ข้างกาย
“ไม่ใช่เป็ครั้งแรกที่ท่านไปสนามรบสักหน่อยและทุกครั้งท่านก็ไม่เคยบอกกับข้า...หรือว่ารอบนี้พวกเราทำกันบ่อยเกินไป ท่านเลยเห็นข้าเป็คนสำคัญขึ้นมา”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้นิสัยของเ้าสักหน่อย ตัวข้านะเป็ได้แค่พี่ชายของเ้าเท่านั้น...เพียงแต่ข้าจะต้องจากไปแล้วสิ่งที่ข้าร้องขอต่อเ้า ได้หรือไม่?” เกาซินเอ่ยถาม
“ข้ารับปากก็ต้องทำได้สิ ภาพวาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังให้คน ตกแต่งให้เป็เล่มและวาดซ้ำออกมา”เฟยเซียงพูดตอบ
“เท่านี้เองเหรอ??”เกาซินเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ
“ถ้าอยากได้มากกว่านั้นก็ต้องดูว่า วันนี้ท่านจะทำให้ข้าพอใจได้มากแค่ไหน” พูดจบเฟยเซียงพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างของเกาซินเอาไว้ครั้งนี้นางเป็ฝ่ายอยู่้าคอยควบคุมจังหวะ ประหนึ่งแม่ทัพหญิงที่ได้ควบขี่อาชาท่องไปทั่วดินแดน