นอกจากซินซินตัวน้อยที่ยิ้มร่าเริงในความโชคร้ายของผู้หญิงตรงหน้าแล้วคนบ้านซูล้วนไม่ได้ใส่ใจใดๆ กับอี้เหลียนทั้งสิ้นตอนนี้ทุกคนจึงได้พากันเดินกลับมายังบ้านหลังใหม่ของตนด้วยความสุขใจที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที
ทางด้านบ้านตระกูลหลงเมื่ออี้เหลียนได้กลับไปถึงก็ได้แต่ร้องห่มร้องไห้ตัดพ้อต่อว่าต่อโชคชะตาทำไมตนถึงเป็คนที่โดนผึ้งรุมต่อยอยู่คนเดียวเหตุใดคนอื่นยืนอยู่ก็หลายคนทำไมถึงไม่มีใครโชคร้ายเหมือนเธอ
เธอจึงคิดว่าเพราะต้องเป็อดีตเมียแรกของสามีตนเป็แน่ดังนั้นเมื่ออี้เหลียนเห็นตาอี้เข้าบ้านมาเธอจึงได้ใช้มารยาของตนพูดกล่อมว่าร้ายบ้านอดีตเมียของสามีพร้อมทั้งยังบีบน้ำตาออกมามากมายอีกด้วย
ทางฝ่ายตาอี้ที่เห็นเมียรักของตนปากบวมเจ่อและน้ำตาไหลอาบใบหน้าทั้งสองข้างก็รู้สึกแค้นใจแทนเมียรักของตนเป็อย่างมากและคิดว่าจะต้องออกไปจัดการกับคนบ้านนั้นสักหน่อยแล้ว
ทางด้านฝั่งของคนบ้านซูในตอนนี้เมื่อเข้าประตูใหญ่เข้ามาแล้วก็ต้องปลดปลงกับสภาพบ้านของตนแม้จะหลังใหญ่และยังคงแข็งแรงดีอยู่แต่ว่าก็ยังมีร่องรอยของความเสียหายอยู่มากเช่นกันเพราะขาดการดูแลและซ่อมแซมมานาน
ตอนนี้ทุกคนก็ต้องพากันอาศัยอยู่ห้องทางด้านตะวันออกที่มีเพียงสองห้องไปก่อนห้องฝั่งทางนี้แม้ว่าจะมีจุดที่หลังคารั่วอยู่บ้างแต่ก็ยังมีไม่มากนักไม่เหมือนทางอีกฝั่งตอนนี้ซินซินตัวน้อยก็ได้ทำปากจุบๆจิบๆ เพราะหิว
ผู้เป็แม่จึงได้เข้ามายังห้องที่แม่สามีเตรียมไว้เป็ห้องนอนสำหรับตนและสามีแล้วโดยอยู่ข้างห้องของเยว่จินตอนนี้ซินซินตัวน้อยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเพราะเมื่อดูดน้ำนมที่เธอชื่นชอบแล้วตาก็ปรือลงแล้วก็หลับไป
เมื่อซูเหมยเห็นว่าเ้าตัวน้อยหลับไปแล้วตัวเองก็ยังคงอุ้มลูกวางพาดบ่าแล้วลูบหลังเบาๆ เมื่อเห็นว่าเ้าตัวเล็กไม่ตื่นแน่ๆ จึงได้วางเขาลงอย่างเบามือ
ในความฝันของเ้าตัวน้อยซินซินเข้ามานั่งอยู่ในศาลาท่ามกลางสวนดอกไม้ของตนในตอนที่ได้อยู่กับเ้าแม่หนี่วา เมื่อซินซินนั่งเล่นไปสักพักก็มีลมพัดพาเอากลิ่นหอมของมวลบุพชาตินานาพันธุ์ลอยมากระทบนาสิกของเ้าตัวทันที
ซินน้อยสูดกลิ่นหอมนี้ด้วยความคุ้นเคย “เป็อย่างไรบ้างเ้าตัวน้อยวันนี้ทำเื่ป่วนเขาไปแล้วซิท่าแต่ข้าเห็นว่าเ้าไม่ได้เป็คนรังแกเขาก่อนข้าจะทำเป็หลับตาข้างหนึ่งก็แล้วกัน” เ้าแม่หนี่วาที่ปรากฎกายมาพร้อมกับกลิ่นหอมนั้นได้เอ่ยหยอกเย้าซินซิน
“แหม เ้าแม่เ้าขาก็หญิงผู้นั้นปากนางไม่ดีจริงๆนี่เ้าคะโดนไปแค่นั้นก็นับว่าสมควรแล้วซินน้อยก็ตัวเล็กจิดเดียวแต่มาว่าให้ร้ายกันเสียได้” ซินซินก็พูดอ้อนเ้าแม่ขึ้นมาพร้อมทำนิ้วชี้และนิ้วโป้งมาประกบกับทำท่าทางจิดเดียวให้เจ้้าแม่ดู
เ้าแม่ก็ได้แต่อมยิ้มเอ็นดูกับเ้าเด็กแสบตรงหน้าซินซินตัวน้อยนี้แม้จะอยู่บน์อายุหมื่นปีก็จริงแต่ถ้าเทียบกับเด็กมนุษย์ก็แค่เด็กห้าขวบเท่านั้นเองเ้าแม่จึงได้เอ็นดูเ้าตัวน้อยนี้มากเพราะนางเลี้ยงเ้าตัวเล็กั้แ่ถือกำเนิดขึ้นมาจากดอกบัว์
หากไม่ใช่เป็เคราะห์กรรมครั้งเก่าก่อนเ้าตัวน้อยคงยังไม่ต้องลงไปเผชิญด้านเคราะห์เร็วนักหรอกนั่นต้องโทษเ้าเด็กหน้าเหม็นคนนั้นที่บังอาจไปร้องขอวิงวอนให้ลูกรักของตนอย่างซินซินต้องไปเกิดเร็วเช่่นนี้
นางเลี้ยงของนางมาย่อมต้องหวงแหนและรักใคร่เป็ธรรมดา “เอาล่ะที่ข้ามาวันนี้ข้าจะมามอบปานดอกบัวคืนให้แก่เ้า เ้าจงหลับตาเสีย” เมื่อสิ้นเสียงเ้าแม่ซินซินก็หลับตาลงทันที
หลับตาอยู่สักพักก็เกิดแสงสว่างมาจากหน้าผากของซินซินแสงนั้นเกิดมาจากปานรูปดอกบัวบานสีชมพูกลางหน้าผากกลมมนของเด็กน้อยมันคงรูปลักษณ์อยู่ชั่วครู่แล้วก็หายไปคงเหลือไว้แค่รอยจางๆ หากไม่จ้องมองดีๆก็ไม่มีทางเห็นได้
ซินซินมีความรู้สึกอุ่นวาบบนหน้าผากของตนเพียงชั่วครู่รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งที่เ้าแม่มามอบปานบงกชนี้ให้กับเธอภายในปานบงกชมีสิ่งของที่จำเป็หลายอย่างต่อการดำรงชีวิตมากมายที่ได้มาจากโลกยุคอนาคต
เนื่องจากก่อนที่ซินซินจะได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากดอกบัวนั้นเธอเคยได้ไปเกิดในยุคปี2000มาก่อนแล้วในยุคนั้นเธอก็ได้ฝันว่าได้มีปานดอกบัวนี้ที่หน้าผากเช่นกันคนในฝันที่เธอเพิ่งมารู้ก็คือเ้าแม่หนี่วานี้เอง
ได้มาเตือนเธอว่าให้เก็บของทุกอย่างที่จำเป็โดยเฉพาะอาหารยารักษาโรคและเครื่องนุ่งห่มเอาไว้ให้มากอะไรที่คิดว่ามีความจำเป็ต่อการดำรงชีพก็กวาดเข้ามาไว้ในปานบงกชได้เลยแต่ใครจะคาดคิดกันว่าเธอนึกว่าจะได้ไปเกิดใหม่เหมือนในนิยายหลายๆเื่ทันที
แต่เธอกลับได้มากำเนิดในดอกบัวและอยู่เป็เทพฝึกหัดของเ้าแม่่มาตลอด 10000ปีและเพิ่งจะได้มาเกิดเมื่อสามวันก่อนนี่เองรับรองต่อให้ที่เธออยู่จะกันดานมากกว่าที่เป็อยู่ในตอนนี้ยังไงก็อยู่รอดอย่างแน่นอนมีทั้งพรตามใจนึกที่เ้าแม่ให้ไว้และของที่อยู่ในปานบงกชอีกซินซินที่คิดจะทำให้ที่บ้านร่ำรวยจนตอกหน้าคนชั่วบ้านหลงให้ได้ล้างคอรอดูกันได้เลย
“เ้าตัวน้อยเ้าทำสีหน้าเ้าเล่ห์แบบนี้คิดจะทำอะไรกันอีกจะทำอะไรก็อย่าให้หนักจนเกินไปนักล่ะเดี๋ยวจะเดือดร้อนตัวเองเข้าใจไหม” เ้าแม่ก็เอ่ยเตือนขึ้นพร้อมลูบผมนุ่มของเ้าตัวน้อยไปด้วย
“เ้าคะเ้าแม่ซินซินจะเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน”ทางด้านซินซินก็กอดเอวเ้าแม่ไว้เช่นเดียวกัน
“ซินซินเ้าใจร้ายเ้าทิ้งข้าไว้ตามลำพังเ้าใจร้าย” หลังเสียงตัดพ้อนี้จบลงก็ปรากฎร่างกลมๆ สีเขียวมีตามีจมูกและมีปากเพียงเท่านั้นส่วนหัวมีใบโคลเวอร์ 4 แฉกแทนผมเพียงเส้นเดียวและเ้าตัวเล็กนี้ก็ได้ะโเพื่อนำตัวเองมาวางแปะอยู่บนหัวของซินซินแล้ว
“จิวจิวเ้าเองเหรอข้าจะทิ้งเ้าไปได้อย่างไรล่ะแต่ข้าลงไปเกิดนะเ้าจะลงไปอยู่กับข้าจริงๆ เหรอในยุคที่ซินซินไปเกิดมันค่อนข้างจะลำบากมากเลยนะ” ซินซินก็เอามือลูบหัวเ้าตัวน้อยเป็การปลอบประโลม
“ชิส์ข้าไม่สนข้าจะไปกับเ้าข้าอยู่ที่นี่ตัวเดียวข้าเหงามากเลย” จิวจิวพูดขึ้นพร้อมน้ำตาคลอหน่วยอยู่ที่ขอบตาที่กลมโตนั้นจะหยดลงมาอยู่รอมร่อ
“เ้าแม่เ้าขาจิวจิวไปอยู่กับซินซินได้ไหมเ้าคะ” ซินซินเรียกเ้าแม่ด้วยเสียงอ้อนๆ พร้อมกระพริบตาปริบๆไปด้วยเพื่อให้ดูน่าสงสาร
“เ้าทั้งสองนี่ต่างก็เ้าเล่ห์ทั้งคู่จริงๆ แล้วแต่เ้าเถอะพาไปอยู่ด้วยกันก็ได้จะได้ต่างคนต่างช่วยเหลือดูแลกันครั้งนี้ข้าได้มามอบของสำคัญให้เ้าแล้วหากไม่มีเื่ที่สำคัญจริงๆ ข้าจะไม่มาพบเ้านะเพราะข้าต้องไปบำเพ็ญเพียรฝึกตบะเช่นกันเ้าทั้งสองต้องดูแลกันให้ดีๆ ล่ะ และโดยเฉพาะเ้าซินซินจงดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดีเข้าใจหรือไม่” พอเ้าแม่พูดจบร่างกายของเ้าแม่ก็ค่อยๆเลือนหายไปคงเหลือทิ้งไว้แค่เพียงกลิ่นหอมบางเบาเพียงเท่านั้น
“ฮึกฮึก” ซินซินน้องร้องไห้ทำไมเดี๋ยวพี่ชายจะไปตามแม่มาดูน้อง
“แม่คราบ แม่น้องร้อง” พี่ชายวัย 4 ขวบรีบใช้ขาสั้นๆ ของตนวิ่งออกตามหาแม่ทันที
“ซานซานเป็อะไรไปลูกเรียกหาแม่เสียงดังเชียว” ซูเหมยกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัวได้ยินเสียงลูกชายของตนจึงรีบวิ่งอย่างเร่งรีบออกมา
“น้องร้องฮะแม่” ซานซานก็รีบบอกแม่ของตนเมื่อซูเหมยได้ยินแบบนี้จึงได้วิ่งไปทางห้องของตนและไปอุ้มลูกน้อยของตนทันทีพร้อมกับร้องเพลงกล่อมไปด้วย
ฝ่ายซานซานเ้าตัวน้อยก็ได้แต่ใช้ขาสั้นๆ ของตนวิ่งตามแม่มาทีหลัง
“ แฮกๆ มะแม่แฮกๆนะน้อง” พูดไปก็ยังคงหอบไปเมื่อเห็นลูกชายตนเป็แบบนี้ซูเหมยก็รู้สึกสงสารจึงเอามือลูบหัวปลอบลูกชายของตน
“น้องไม่เป็ไรแล้วจ้ะลูกค่อยๆหายใจเข้าลึกๆ และค่อยๆหายใจออกแบบนั้นแหละลูกชายของแม่เก่งมากเลย” ซูเหมยก็เอ่ยชมลูกชายของตน
ฝ่ายซานซานเมื่อได้รับคำชมจากแม่ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
ในขณะที่แม่กับลูกชายคุยกันอยู่ก็ใกับเสียงตบประตูหน้าบ้านที่ดังขึ้นอย่างกระทันหันทำให้ซินซินสะดุ้งใจนลืมตาตื่นทันทีซูเหมยเห็นลูกทั้งสองต่างพากันใก็ได้เอ่ยปลอบเ้าตัวเล็กก่อนแล้วจึงวางมือบนหัวคนเป็พี่ชายพร้อมลูบเบาๆ “ไม่ต้องกลัวนะลูกแม่อยู่นี่ไม่ต้องกลัว”ซูเหมยเอ่ยปลอบลูกน้อยทั้งสองของตน
“ออกมาด้วยนี้นะนางเยว่จินเราก็หย่ากันไปแล้วหล่่อนยังจะไปหาเื่อี้เหลียนอีกทำไมกันห๊ะแน่จริงก็ออกมาออกมาเดี๋ยวนี้”เสียงก่นด่าของตาอี้พร้อมทั้งเสียงตบประตูดังลั่นยังคงโหวกเหวกโวยวายอยู่อย่างนั้น
รักกันมากนักใช่ไหมงั้นก็เป็เหมือนกันท่าจะดีอยู่ดีๆกันไม่ได้งั้นซินซินจะจัดให้เ้าตัวน้อยได้แต่คิดอยู่ในใจพร้อมดวงตาที่จ้องเขม็งไปทางประตูบ้านประหนึ่งว่าจะมองให้ทะลุมองเห็นคนอีกฝั่ง
“จิวจิวคนดีช่วยไปบอกพี่ต้นไม้หน้าประตูให้ยื่นกิ่งอันสง่างามของตนไปโยนคนที่มาโวยวายหน้าบ้านของเราให้ไปไกลๆทีและก็ไหว้วานผึ้งน้อยผู้น่ารักสักสามสี่ตัวให้ไปต่อยปากอันโสมมของชายผู้นั้นด้วย”ซินซินเอ่ยขอร้องต่อเพื่อนตัวเล็กของตน
จิวจิวมีหรือจะกล้าขัดใจเพื่อนตัวน้อยเพื่อนบอกแบบไหนตนก็จัดตามที่เพื่อนร้องขออย่างนั้นเช่นกันเมื่อจัดการตามที่เพื่อนตัวน้อยบอกแล้วมันก็รีบเข้ามาหาเ้าตัวน้อยทันที
“เรียบร้อยตามเ้าปราถนาทุกประการ” มันเด้งๆตัวของมันขึ้นลงไปมาพร้อมทำใบโคลเวอร์บนหัวตั้งขึ้นด้วยประมาณว่าชมข้าสิ ชมข้า ข้าเก่งมาก
“จิวจิวของซินซินเก่งที่สุด” ซินซินก็ได้ส่งกระแสจิตออกมาพร้อมกับยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกแดงแจ๋ของตนตอนนี้จะยังไม่มีใครสามารถเห็นจิวจิวได้หากซินซินไม่ได้อนุญาติดังนั้นจิวจิวจึงกล้าออกมาปรากฎตัว
เมื่อซูเหมยเห็นว่าลูกน้อยของตนตื่นมาแล้วอารมณ์ดีแล้วจึงได้วางลูกของตนลงที่ตนไม่กล้าไปเปิดประตูหน้าบ้านเพราะว่าตนอยู่กับลูกแค่สามคนเท่านั้นสามีและแม่สามีต่างก็ขึ้นเขาเพื่อไปหาของป่าและเก็บสะสมฟืนเพราะว่าใกล้หน้าหนาวเข้ามาทุกทีแล้ว
และตอนนี้ซูเหมยคิดว่าตอนนี้เสียงหน้าประตูเงียบลงแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะซูเหมยคิดว่าอดีตพ่อสามีของตนน่าจะจากไปแล้วนั่นเอง