สองย่าหลานช่วยกันถือห่อธัญพืชและเนื้อเลวเดินเข้าไปในครัวนางหูคิดไม่ตกว่าเนื้อที่อุดมไปด้วยไขมันจะกลายมาเป็เนื้อ์ได้อย่างไรเมื่อมาถึงที่หมาย จางอี้ิจึงบอกให้ท่านย่าทำตาม ด้วยขนาดตัวที่เล็กเท่าเด็กห้าขวบจะให้มาทำอาหารก็คงจะเป็ไปไม่ได้ แค่จะจับหม้อหรือกระทะก็ยกไม่ขึ้นแล้ว เขายังไม่อยากตายซ้ำสองเร็ว ๆ นี้หรอกนะ
“ท่านย่าเตานี้สำหรับต้มโจ๊กธัญพืช ส่วนเตานี้ทำน้ำมันนะขอรับท่านย่าตัดเอาส่วนเนื้อออกไว้ก่อนนะขอรับ ส่วนวิธีทำง่ายมากขั้นแรกคือตั้งกระทะให้ร้อน ใช้ไฟแรง ๆ ในตอนแรก แล้วใส่ไขมันทั้งหมดลงไปเติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย เสียดายที่ไม่มีเกลือ แต่ไม่ใส่ก็ไม่เป็ไรขอรับแล้วค่อย ๆ คนให้ทั่ว ถ้าน้ำมันเริ่มออก เราจะเปลี่ยนไปใช้ไฟกลาง ต้องค่อย ๆ คนป้องกันไม่ให้มันแตก ความร้อนจะทำให้ไขมันละลายออกมาเราจะเอาน้ำมันที่ออกมาจากไขมันนี้ไปทำอาหารขอรับ”
“ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือิเอ๋อร์”
“ง่ายขนาดนั้นเลยขอรับท่านย่าแต่ว่าต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเจียวน้ำมันออกมาจนหมดท่านย่าอาจจะต้องเมื่อยมือหน่อยนะขอรับ ส่วนกากไขมันที่ได้ เราจะเอาไปใส่ในผัดผักบุ้งขอรับ”
ได้ยินดังนั้น นางหูก็เริ่มทำการเจียวน้ำมันตามที่หลานชายบอกถึงแม้จะเงอะงะในตอนแรก แต่จางอี้ิที่เป็นักทำอาหารมาก่อนก็คอยประกบไม่ห่างการเจียวเอาน้ำมันมาใช้จึงสำเร็จไปได้ด้วยดี
“ท่านย่าขอรับตักน้ำมันที่ได้ออกมาพักไว้ให้เย็นก่อน เราสามารถเก็บน้ำมันไว้ทำอาหารได้หลายอย่างเลยขอรับ”
“ได้ๆ แล้วกากอันนี้ละิเอ๋อร์ ต้องเอาไปทำอะไร”
“ท่านย่ากากนี้เรียกว่ากากเนื้อหมู เราจะเอามาใส่ในผัดผักบุ้งท่านย่าแยกเอาไว้ต่างหากก่อนนะขอรับ บ้านเราพอจะมีกระเทียมกับขิงไหมขอรับ”
“กระเทียมหรือมีนะ อันนี้เราหาได้ตามป่า”
“โอ้ดียิ่งขอรับ ท่านย่าทุบกระเทียมให้เป็ชิ้นเล็ก ๆ เมื่อน้ำมันร้อนแล้วเอากระเทียมลงไปเจียว พอกระเทียมเริ่มเหลือง ใส่ผักบุ้งลงไปตามด้วยเครื่องเทศสักเล็กน้อยแล้วก็คนเร็ว ๆ” ิเอ๋อร์อธิบาย “ท่านย่าสุมไฟแรงๆ เลยนะขอรับ ผัดไม่ต้องนาน”
“ิเอ๋อร์ผัดแค่นี้พอไหม” นางหูเงยหน้าขึ้นจากเตาเพื่อเอ่ยถามหลานชาย
การปรุงอาหารมาถึงขั้นตอนใส่ผักบุ้งและเครื่องเทศลงไปแล้วเด็กน้อยชะเง้อคอมอง ท่าทีราวกับพ่อครัวจากร้านอาหารชื่อดัง
“ท่านย่าพอแล้วขอรับ ผัดนานผักบุ้งจะเหนียวและไม่อร่อยท่านย่าอย่าลืมโรยด้วยกากเนื้อหมูนะขอรับ” พ่อครัวตัวน้อยเอ่ยสำทับท่านย่าอีกครั้ง
“กลิ่นอันใดถึงได้หอมออกไปถึงข้างนอก”จางอี้เทาที่เสร็จจากอาบน้ำเดินเข้ามาในส่วนครัวเพราะได้กลิ่นหอมจากอาหารมันเป็กลิ่นที่เขาไม่เคยได้ััมาก่อน
“ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือขอรับนี่คือผัดผักบุ้งไฟแดงใส่เครื่องเทศขอรับ รับรองท่านพ่อต้องเติมข้าวสองถ้วยแน่นอน”
“เช่นนั้นหรือโอ้อวดไปหรือไม่” จางอี้เทาเอ่ยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะรู้สึกทั้งขบขันและเอ็นดูบุตรชายที่ยืดอกเล็ก ๆตอบบิดาด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องเหลือเกิน
“ท่านพี่ท่านแม่ ิเอ๋อร์”
หลี่อ้ายเดินตามมานางตื่นได้สักพักแล้ว อาการไข้เริ่มดีขึ้นหลังจากที่ได้นอนพักตลอดทั้งบ่ายทำเอาสองพ่อลูกและท่านย่าพูดเป็เสียงเดียวกัน
“น้องหญิงตื่นแล้ว!”
“ท่านแม่ตื่นแล้ว!”
“สะใภ้เ้าตื่นแล้ว!”
“เ้าค่ะกลิ่นหอมปลุกให้ข้าตื่น...”
“สะใภ้เ้าไปนั่งที่แคร่ก่อน เพิ่งตื่นขึ้นมาอาจจะยังวิงเวียน แม่ทำอาหารจานเนื้อไว้ิเอ๋อร์เป็คนสอนแม่ให้ทำ มีอะไรไว้ไปเล่าตอนกินข้าว อาเทามาช่วยแม่ยกกับข้าวออกไปด้วย”
“ขอรับ”
นางหูตักโจ๊กธัญพืชใส่ถ้วยใบเล็กๆ ตามจำนวนคน และตักผัดผักบุ้งไฟแดงยื่นส่งให้ลูกชายเพื่อนำออกไปวางที่สำรับเมื่อทุกคนนั่งล้อมวงกันแล้ว จางอี้เทาจึงเอ่ยขึ้นเป็คนแรก
“กลิ่นหอมหน้าตาใช้ได้ แต่ไม่รู้รสชาติจะอร่อยหรือไม่”
“ท่านพ่อข้ารับรองว่ามันต้องอร่อยขอรับ ผัดผักบุ้งจานนี้จะอร่อยมากกว่านี้ถ้าเรามีเกลือพริกสด และเครื่องปรุงอย่างอื่น แต่แค่เครื่องเทศที่นำมาใช้แทนเครื่องปรุงก็พอได้ขอรับเครื่องเทศให้ความหอมและรสเผ็ดร้อน ถึงแม้จะไม่มีเกลือ แต่ก็ดีกว่านำมาต้มกินขอรับท่านพ่อลองดูหน่อยนะขอรับ”
จางอี้ิอธิบายให้บิดาฟังพร้อมกับใช้ตะเกียบคีบผัดผักบุ้งใส่ลงไปในถ้วยโจ๊กของบิดาดวงตาใสซื่อมองด้วยความคาดหวัง จางอี้เทาจึงปฏิเสธไม่ลงต้องหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบผักบุ้งชิ้นเล็ก ๆ ขึ้นมาลองแตะที่ริมฝีปากเมื่อได้ัักับรสชาติที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนประกอบกับบุตรชายที่กำลังมองมาด้วยสายตาลุ้นระทึก จางอี้เทาถึงกับกลั้นหายใจ พุ้ยผัดผักเข้าปากไป
“ท่านพ่อเป็อย่างไรบ้างขอรับ”
“อร่อยมันอร่อยมาก พ่อไม่เคยได้กินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย น้องหญิงเ้าลองดู อร่อยมากเชียวล่ะ”จางอี้เทาเอ่ยตอบบุตรชาย ก่อนจะคีบผัดผักบุ้งวางลงไปบนถ้วยโจ๊กของภรรยา
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“ท่านแม่เป็อย่างไรบ้างขอรับ” เด็กน้อยถามเมื่อเห็นมารดากินเข้าไปเต็มคำ
“อร่อยมากิเอ๋อร์ มันเรียกว่าอะไรนะ”
“ผัดผักบุ้งเครื่องเทศขอรับที่มันอร่อยเพราะเราปรุงอาหารด้วยการใช้น้ำมันมาผัด”
“น้ำมันเช่นนั้นเหรอมันคืออะไร แม่พลาดสิ่งใดไปหรือไม่”
ลืมไปว่าท่านพ่อกับท่านย่ารู้เื่แล้วแต่ท่านแม่ยังไม่รู้เพราะท่านแม่นอนป่วยอยู่นี่นา
“สะใภ้ไม่ต้องใไปิเอ๋อร์เล่าให้แม่ฟังว่าตอนที่ไม่สบาย ท่านเทพมาพาไป์ และสอนความรู้ต่าง ๆให้มากมาย และยังรักษาโรคให้ิเอ๋อร์ด้วย การผัดและอาหารในวันนี้ ก็เป็อาหาร์เช่นกัน”
“อะไรนะเ้าคะิเอ๋อร์ เป็ความจริงหรือลูก โอ้! ขอบคุณ์ที่คืนิเอ๋อร์ให้กับข้า”หลี่อ้ายถึงกับตาโตด้วยความใในขณะเดียวกันนางก็ดีใจจนน้ำตาคลอที่ได้บุตรชายคืนกลับมา
“น้องหญิงเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ิเอ๋อร์สบายดี อย่าได้เป็กังวลอีกเลยห่วงแต่น้องหญิงเถอะ ไม่สบายแบบนี้ต้องพักผ่อนให้มาก ๆครอบครัวเราคงจะไม่ไหวถ้าน้องหญิงล้มป่วย”
“เ้าค่ะท่านพี่ข้าจะพยายามรักษาตัวดี ๆ นอนพักสักไม่กี่วันคงจะหายดีเ้าค่ะไม่ต้องไปเรียกท่านหมอผิงนะเ้าคะ”
“ิเอ๋อร์อาหารวันนี้อร่อยมากจริง ๆ เรามีน้ำมันที่เจียวไว้อีกมาก คงกินไปได้อีกหลายมื้อผักบุ้งเราก็ไปเก็บเอาที่ริมบึง ใช่แล้ว มันยังมีผักอีกอย่างหนึ่งนี่ิเอ๋อร์ทำเป็ใช่หรือไม่” นางหูเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้นหลังจากที่ได้ลองชิมอาหาร์อย่างผัดผักบุ้งเครื่องเทศแล้วก็อยากลองผักอีกชนิดที่ว่า
“ทำเป็ขอรับท่านย่าแต่ว่าคงยังเอามาทำไม่ได้ ไข่น้ำถ้ามีเครื่องปรุงไม่ครบ มันจะมีกลิ่นคาวข้าขอหาวิธีกลบกินคาวก่อนนะขอรับ” จางอี้ิตอบท่านย่าก่อนจะเอ่ยสำทับ “อย่าลืมกินกากหมูด้วยนะขอรับมันกรุบ ๆ อร่อยใช่ไหมขอรับ”
“อืออือ อือ”
ทว่าเสียงที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงอือในลำคอเท่านั้นเพราะตอนนี้ทั้งนางหู ลูกชายและลูกสะใภ้ ต่างกำลังตั้งหน้าตั้งตาคีบผัดผักบุ้งเครื่องเทศเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยครอบครัวจางเพลิดเพลินกับรสชาติอาหาร์ปล่อยให้จางอี้ิแอบยกยิ้มคนเดียวเงียบ ๆ
ท่านพ่อ ท่านแม่ท่านย่า
ต่อไปข้าจะทำให้ครอบครัวของเราดีขึ้นแน่นอนขอรับ
ข้าสัญญา