กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 15 กรงล้อแห่งชะตาที่เริ่มหมุน

    ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน.....
    หลังจากที่มังกรสาวลิโอซานดร้าสลักวงจรเวทให้กับอิกนัส
    ในตอนนั้นเองที่อีกมุมหนึ่งของทวีปเอมาเนีย ซึ่งเป็นทวีปที่ตั้งของอาณาจักรเอเรนิกที่อิกนัสอาศัยอยู่ ณ ดินแดนที่หนาวเหน็บ บนแผนดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ในขณะที่หญิงสาวคนหนึ่งกำลังมองตรงไปที่แสงออโรร่าเพื่อชมทัศนียภาพความงดงามของปรากฎการณ์ธรรมชาติ หญิงสาวคนนี้อายุราว 18-19 ปี มีผมสีฟ้าคราม ดวงตากลมโตสีฟ้ากระจ่างใสราวกับท้องทะเล ใบหน้างามล้ำเกินคำบรรยายราวกับปฏิมากรรมแห่งเทพ เธอสวมฮู้ดเพื่อป้องกันความเหน็บหนาว เธอยืนอยู่เบื้องหน้าเมืองหิมะที่สว่างไสวราวกับแสงดาวในคืนเดือนมืด เมื่อมองโดยรวมเหมือนภาพวาดของเทพธิดาที่อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว
    “ท่านหญิงขออภัยที่ข้าต้องเอ่ยบางอย่างเพื่อขัดจังหวะการชมธรรมชาติของท่าน แต่ข้าสัมผัสได้ถึงพลังของพี่สาวของข้า นางก็ถูกเลือกขึ้นมาแล้วเช่นกัน นางคงใช้พลังบางอย่างทำให้ข้าจับสัมผัสของนางได้ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรามากเหมือนที่ผ่านมา แต่นางคงเป็นคนสุดท้ายที่ตื่นขึ้น คำทำนายแห่งโชคชะตาคงใกล้ที่จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” เสียงนี้ดังขึ้นในหัวของหญิงสาวที่มีผมสีฟ้าคนนั้น
    “ถ้าอย่างนั้นก็คงใกล้เวลาที่พวกเราจะต้องเดินทางแล้วสินะ เวริเฟีย” หญิงสาวกล่าว
    “ค่ะ ท่านหญิง”…………………………………………………..
    ณ ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บนทวีปมาเกน่าที่ห่างไกลออกไป
    ชายหนุ่มในชุดขนสัตว์ ชายคนนี้มิใช่มนุษย์ธรรมทั่วไปแต่หากเป็นมนุษย์สัตว์หรือเผ่าพันธุ์ที่มนุษย์ทั่วไปเรียกว่า บีสแมน ชายที่มีหูของหมาป่าสีเทาหม่น หางยาวสีเทา ซึ่งกำลังก่อกองไฟย่างเนื้ออยู่นั้น
    “เจ้าหนู ข้าสัมผัสได้ถึงตัวตนของน้องสาวข้า นางตื่นขึ้นมาแล้ว คำทำนายแห่งโชคชะตาได้เริ่มขึ้นแล้ว เจ้าจงเตรียมตัวรับมันให้ดีในฐานะของศิษย์แห่งข้าอัคม่าผู้นี้” เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของมนุษย์สัตว์
    “ขอรับ ท่านอาจารย์ ข้านั้นพร้อมอยู่เสมอ” มนุษย์สัตว์ร้องตอบ…………………………………………………..
    ณ พระราชวังแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใจกลางทวีปมาเกน่า
    ชายหนุ่มในอาภรอันทรงเกียรติ ดูมีสง่าราศี ใบหน้าหล่อเหลา แววตาเปล่งประกายความหยิ่งทะนงกล้าหาญ นัยน์ตาแฝงไปด้วยความทะเยอทะยาน ผมสีบลอนด์ทอง ยืนมองท้องฟ้าอยู่ที่ระเบียงของพระราชวัง
    “องค์ชาย บ่าวของพระองค์สัมผัสถึงกลิ่นอายพลังของน้องสาวได้ พะยะค่ะ นางอยู่ห่างไกลจากเรามาก แต่บ่าวของพระองค์ก็สัมผัสได้ในพริบแล้วก็หายไป นางคือตนสุดท้าย ซึ่งครบตามคำทำนายแห่งโชคชะตา พระองค์ทรงจะทำเช่นไรต่อไป” เสียงอันทรงพลังดังขึ้นในหัวของชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าองค์ชาย
    “หึหึ....ข้าลังต้องการเลยทีเดียว โลกใบนี้ข้าจะทำให้มันสั่นสะเทือนเพราะข้า นามแห่งข้าต้องถูกจารึกไว้ตราบนานเท่านานจะไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่ไม่รู้จักข้าเช่นที่ผ่านมา” ชายที่ถูกเรียกว่าองค์ชายกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นมาจากข้างในหัวใจของเขาที่มันอัดแน่นอยู่
    “น้อมรับบัญชา นายเหนือแห่งข้า” เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง”…………………………………………………..
    ภายในป่าทึบส่วนลึกของทวีปมาเกน่า
    หญิงสาวคนหนึ่งกำลังง้างคันศรเพื่อที่จะยิงเป้าที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆด้วยแผ่นไม้ ดูแล้วนางกำลังฝึกซ้อมยิงธนูอยู่ หญิงสาวนางนี้คล้ายกับมนุษย์แต่หากไม่ใช่มนุษย์ ที่ต่างคือใบหูที่เรียวแหลม ใช่แล้วนางคือเอลฟ์สาวแสนสวยที่มีเส้นผมที่ทองเป็นประกาย องค์ประกอบบนใบหน้านางนั้นงดงาม จมูกที่โด่งเป็นสัน ปากที่สวยได้รูป กับนัยน์ตาชวนฝันที่ทำให้บุรุษต้องเคลิบเคลิ้ม แววที่แฝงความเด็ดเดียว บนใบหน้าและตามร่างกายมีเม็ดเหงื่อซึ่งทำให้รู้ว่านางฝึกซ้อมอย่างหนักเพียงใด
    “ไมร่า เจ้าจงอยู่การฝึกของเจ้าลงก่อน ข้ามีเรื่องสำคัญจะกล่าว” เสียงหญิงสาวที่ราวมีอายุดังขึ้นในหัวเอลฟ์ที่ถูกเรียกว่าไมร่า
    “ค่ะ ผู้อาวุโส” ไมร่าเอลฟ์สาวกว่าวตอบรับอย่างสงบพร้อมกับหยุดการฝึกของนาง
    “คำทำนายแห่งโชคชะตาเป็นจริงแล้ว พี่สาวข้านางได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน และเมื่อนางตื่นขึ้นก็จะครบถ้วนตามคำทำนายทันที ข้านั้นไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยจริงๆ ทั้งๆที่พวกเราเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันแท้ๆ เจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่กำลังจะพลิกผันครั้งใหญ่” เสียงชราดังขึ้นให้โสตประสาทของเอลฟ์สาว
    “ข้าจะพร้อมค่ะผู้อาวุโส” …………………………………………………..
    ใจกลางทวีปมืดอันเป็นถิ่นที่อยู่ของเผ่าปีศาจ
    ปีศาจหนุ่มตนหนึ่งจ้องมองซากศพของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อย่างเฉยชา ปราศจากความโศกเศร้าเสียใจแก่การจากไปของพวกพ้อง เขามองตรงไปอย่าเงียบงัน มองไปยังกองซากศพปีศาจมากมายที่กองสูงท่วมหัวของเขาซึ่งตัวเขาเป็นผู้ที่ทำการสังหารปีศาจเหล่านี้เองทั้งหมด
    “ไอเด็กปีศาจบัดซบ เจ้านี่มัน... พี่สาวข้าตื่นขึ้นมาเป็นลำดับสุดท้ายแล้ว สงครามแห่งโชคชะตากำลังมาเยือนเจ้าแล้ว ฮาฮาฮา....” เสียงอันทรงพลังดังขึ้นในหัวของปีศาจหนุ่มตนนั้น
    “…….”
    “เห้ยเจ้าจะไม่พูดอะไรเลยรึไง ไอเด็กบ้า” เสียงทรงพลังดังขึ้นอีกครั้ง
    “……..”
    “โถ่เว้ย... ทำไมข้าถึงต้องมาอยู่กับเจ้าคนใบ้ด้วยเนี่ย...”…………………………………………………..
    ดาราจักรหมุนเวียนเปลี่ยนราตรี เป็นพิธีราชันย์อันศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิมังกรอันเรืองฤทธิ์ มีลิขิตบัญชาชะตากรรม
    หกบุตรแห่งมังกรเทพนภา ผูกชะตาชักนำให้ต้องทำหนึ่งมนุษย์หนึ่งมังกรร่วมชะตากรรม เป็นลำนำลิขิตฟ้าเทพมังกร
    ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งในห้วงโกลาหล
    “ข้าทำสิ่งใดผิดไปรึไม่สหายข้า ข้าให้บุตร บุตรีหลับใหลนับร้อยนับพันปี เพื่อให้พวกเขาห้ำหั่นกันเพื่อให้เผ่าพันธุ์ข้าดำรงอยู่ได้ แต่จะมีใครหนอที่เข้าใจถึงความหมายของพิธีราชันย์มังกรที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ที่ทำให้ชาวเราต้องสูญเสียลงทุกครั้งที่เกิดขึ้น” เสียงอันทรงพลังดังทั่วทั้งจักรวาล
    “ข้ามิอาจตอบเจ้าได้หรอกเทียแมท และเจ้าก็มิอาจตอบได้เช่นกัน เจ้าจงเฝ้ามองทุกสิ่งที่เป็นไป สิ่งใดที่เราทำได้เราก็ได้ทำไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่เราต้องรอดูผลของมันเราไม่มีสิทธ์ไปกำหนดอะไรอีกแล้ว” น้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ละลอก แต่ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ราวกับโลกหล้าเป็นเพียงเศษธุลี
    “ใช่ข้าพยายามแล้วลูกข้า ข้าพยายามแล้วจริงๆ มันควรจะจบที่รุ่นของข้า มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้เลย” เทียแมทหรือจักรพรรดิมังกรนภา ราชันย์แห่งหมู่มวลมังกร ตัดพ้อด้วยความเสียใจ
    “เจ้าจงอย่าเสียใจไปเลยอะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด สิ่งที่เจ้ากับข้าร่วมมือกันทำย่อมไม่สูญเปล่า ข้าเชื่ออย่างนั้น พิธีราชันย์มังกรครั้งนี้จะต้องไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน”