ตอนที่ยี่สิบเก้า ขบวนหางเครื่อง
..
สารานุกรมอาจกินเวลาหลายสิบปีในการทำ
แต่ไม่ต้องห่วงผมได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าเราอาจจะพิมพ์บางส่วนออกมาได้เรื่อยๆด้วยนิตยสารบุตรพยัคฆ์ที่กล่าวถึงความก้าวหน้าของการทำมหาสารานุกรม
ผมอยู่ในยุคปัจจุบัน ทำให้เข้าใจถุงความทรงพลังของ”สารานุกรมสำหรับเด็ก” หรือฉบับย่อต่างๆ
ที่เราสามารถพิมพ์ออกมาได้เรื่อยๆให้ชาวบ้านรู้ถึงความก้าวหน้าของการทำงานของเรา
สารานุกรมของหย่งเล่อ นั้นมีขนาดใหญ่เกินไปจนไม่สามารถใช้วิธีภาพพิมพ์ทำสำเนาเพิ่มได้
แต่กระนั้นเขาใช้คนงานสองพันกว่าคนเวลาห้าปี
ในโลกนี้ที่มีคนจำนวนเว่อๆกว่าโลกปัจจุบันของผมทั้งที่จำนวนคนมากขนาดนั้นควรจะมีได้แค่เมืองใหญ่ของโลกปัจจุบันเท่านั้น
แต่มันก็เป็ไปแล้วว่าเมืองใหญ่ระดับสิบล้านคนที่เป็เมืองหลวงของแคว้นนี้สามารถตั้งอยู่ได้
เรียกว่าแค่เมืองนี้ก็ราวกับประเทศย่อยๆได้เลยหากดูตามจำนวนประชากรแล้ว
ผมสันนิษฐานว่า ในด้านบุคคล ผมอาจจะไม่ต้องลำบากมากขนาดนั้น แต่อาจจะต้องลำบากในด้านเวินทุน ซึ่งผมคิดว่าเราสามารถเริ่มทำจากเล็กๆไปก่อนได้
ผมไม่คิดว่ามันจะเสร็จในวันเดียวอยู่แล้วแค่พยายามวางโครงข่าย แบ่งสายงานไว้และค่อยปรับปรุงไปตามปัญหาที่เจอขึ้นในงานก็น่าจะพอแล้ว
ทีมพัฒนาอัลฟ่าโกะหลังจากที่เอาชนะอาจารย์โกะมืออาชีพได้ ก็ยังต้องใช้เงินไปร่วมพันล้านดอลล่าห์และเวลาอีกหลายปี เพื่อที่พยายามวิเคราะห์โปรตีนในร่างกายมนุษย์
ซึ่งไม่โด่งดังอย่างการเอาชนะนักแข่งโกะมืออาชีพ แต่คือการแก้ปัญหาในโลกความเป็จริงว่า หากถอดรหัสโปรตีน ดีเอ็นเอต่างๆได้ก็จะรักษาโรคในร่างกายมนุษย์ได้
สมกับเป็อสูรผมแดงแดนไซฮก
ไม่พอใจที่แค่เอาชนะเซียนโกะมืออาชีพ แต่มองว่านั่นเป็แค่ขั้นตอนหนึ่งที่เพียงแค่ผ่านไป กลับมุ่งหน้าศึกษาเื่โปรตีนที่ดูหวือหวาน้อยกว่า แต่ให้ผลในทางปฏิบัติมากกว่าเป็ที่ชื่นชมในวงการโกะ
เต๋าในเต๋า ฟ้าเหนือฟ้า จริงๆ
ผมต้องทำใจให้กว้างได้อย่างอสูรผมแดงพวกนี้
พวกเขาสามารถทำตัวให้โด่งดังชื่อเสียงได้แต่กลับพูดว่า
“ชื่อเสียงที่มีในตอนเื่โกะเป็เื่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น พวกเรา้าทำงานอย่างเงียบๆตอนนี้นั้นถูกแล้ว”
หรือนิสัยชอบเก็บตัวของพวกอัจฉริยะมันเหมือนกันทุกยุคหว่า?
ไม่้าให้คนมายุ่มย่ามเวลาพวกเขาทำงาน และพวกเขาม่ความสุขดีอยู่แล้วที่ทำงานอยู่ตรงนั้น
ผมก็ยังอาจใจไม่กว้างแบบนั้นแต่ก็จะเอาแิของอสูรผมแดงพวกนี้มาสอนใจตนเอง
มันบอกผมว่า บางครั้งเราก็ไม่จำเป็ต้องระแวงคนฉลาด เพราะคนฉลาดบางคนเขาก็ชอบที่จะทำงานตรงหน้าของเขาเท่านั้น ตราบใดที่มีปัญหาตรงหน้า มีงานให้พวกเขาทำ พวกเขาก็จะทำงานตามที่เรา้า
ในข้อนี้อาจจะเหมือนขุนพลแม่ทัพก็ว่าได้ ตราบใดที่มีา พวกเขาก็ยังจงรักภักดี
..
ในโลกปัจจุบัน ผมอาจจะมองว่าคนมองว่ายายคนหนึ่งเป็ผีปอบนั้นเป็เื่ของความโง่เขลาของบุคคล
ยายที่หนาวสั่น มือสั่นเพราะมาลาเรียและพาร์กินสัน กลับถูกชาวบ้านขับไล่และกล่าวหาว่าเป็ผีปอบ
แต่ในโลกที่หากผีปอบมีจริง
คือข้อเท็จจริงของจักรวาลที่พิสูจน์ได้
ผมเป็คนหนึ่งที่จะนำหน้าชาวบ้านถือคบไฟและเร่งให้เผายายที่เป็ผีปอบก่อนจะถึงเวลากลางคืน ที่ยายผีปอบจะแข็งแรงขึ้นและมาฆ่าพวกเราทุกคน
แค่ความเป็จริงพื้นฐานต่างออกไป
ผมที่เป็คนเดิมทุกอย่างก็ยังมีพฤติกรรมแตกต่างกันออกไป
เมื่อมีเื่เหนือธรรมชาติมาเกี่ยว เราก็ต้องวางแผนรับมือเื่เหนือธรรมชาติ
ในเกมส์ออฟโทรน มหาศึกชิงบัลลังก์มีชาโด้เบบี้ ทารกเงาที่สามารถมาฆ่านายพลที่นำทัพได้อย่างง่ายดาย
แม้จะมีกองทหารที่มีจำนวนมากที่สุดในอาณาจักรในตอนนั้นก็ตาม
แต่คนเขียนเกมส์ออฟโทรนก็มีสติมากพอที่จะให้การใช้ชาโด้วเบเบี้ ทารกเงานั้นที่จะมาฆ่าคนที่เป็เป้าหมาย
การจะใช้ต้องบูชายัญมนุษย์
พยายามทำให้คนใช้เวทมนตร์คือพวกหลายพิษมากภัย ใส่ชุดดำ ทำตัวลับล่อ
แต่นั่นมันแดนตะวันตก ผมไม่ได้อิเซไคไปในแนวเกมส์ออฟโทรนของนักเขียนอสูรผมแดง
ดินแดนแห่งนี้
มีหมอดูตั้งโต๊ะกันอย่างเปิดเผยกลางตลาดและหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์เครื่องรางของขลังวางแผงขายไปตามร้านในตลาดตามปรกติ
มีการรับจ้างปัดเป่าคำสาป กำจัดผีร้าย กันเด่นเป็สง่า ไม่มีการหลบซ่อนแต่ประการใด
หรืออาจจะเพราะนี่เป็เมืองหลวง
ตามหลักถนนทุกสายมุ่งสู่เมืองหลวงที่จะต้องมีทุกอย่างล่ะนะ
และผมต้องแต่งองค์ทรงเครื่องแบบหางเครื่องพัทยา เอ๊ยแต่งตัวแบบัในแดนดิน
ที่ตรงหัวมีรัดเกล้าทองคำ ตรงสายรัดเอวทองคำมีตราหยก
ตรงบ่ามีัประดับที่ผมสงสัยว่ามันจะไม่จิ้มตาเราถ้าขยับตัวหรือยกแขนสูงหรือไง?
จนผมได้รู้ว่ามันต้องอาศัยคนที่มีวรยุทธพอสมควรถึงจะแต่งชุดพรรค์นี้เดินไปไหนมาไหนโดยไม่สะดุดได้ เพราะจอมยุทธจะควบคุมมือเท้าและการเคลื่อนไหวของตนเองได้ดี
แต่มีข้อดีคือ มีเกราะเสริมตรงไหล่กว้างออกมาประมาณครึ่งฟุตจากทั้งสองข้าง เพิ่มประสิทธิภาพในการเกะกะขวางทางเดินชนคนที่ผ่านไปมาหรือไม่ยอมหลบทาง
แต่อันนี้ผมชอบเพราะผมอยากลองใส่ชุดเกราะไหล่ที่คล้ายๆชาวไซย่ามานานแล้ว ประกอบกับผ้าคลุมที่สยายยาวด้านหลังมีประสิทธิภาพในการเกะกะขวางทางคนที่เดินไปมาเพิ่มขึ้นเสริมเติมไปจากเกราะไหล่อีกขั้นหนึ่ง
อี้จิงแต่งชุดสีฟ้าก้มศีรษะมองเท้าผมเดินตามมาอยู่ด้านหลัง เธอกลายเป็พวกที่อยู่ต่อหน้าผู้คนจะทำท่าว่าเป็คนตามกฎเกณฑ์ ส่วนลับหลังจะกลายเป็คนค่อนข้างงอแง ขี้อ้อนมากขึ้น
พวกหวังม่อก็แต่งเป็ธีมชุดเสือกันทั้งผู้ติดตามของผม
ที่ผมรู้สึกว่าหากเป็โลกปัจจุบัน ผมอาจจะต้องถูกฐานฆ่าสัตว์สงวนไปแล้ว
แต่คนติดตามของผมสิบกว่าคนก็เดินล้อมรอบผมกินพื้นที่การเดินเท้าของชาวบ้านเข้าไปอีก
ด้วยการสั่งสอนของผมทำให้พวกเขาเดินเป็แถวแนวอย่างทหาร เสียงตบเท้าที่พร้อมกันสร้างความแตกตื่นให้กับลูกเด็กเล็กแดงและชาวบ้านที่ผ่านไปมา
ไม่เสียแรงที่ผมก็อปปี้การตวัดเท้าการเดินจากการสวนสนามของคิมจองอิล
เดินพรรค์นี้ไม่มีใครบ้าพอที่จะอยู่ใกล้ๆพวกเราแน่นอนนอกจากจะเป็คนหูหนวก
และหวังม่อก็แต่งตัวอย่างบัณฑิต ถือพัดขนนกอยู่ข้างๆ
พวกชาวบ้านก็ทำตามที่ผมคาดการณ์ เก็บข้าวของให้พ้นทาง หอบลูกจูงหลานให้พ้นทางและชี้มือชี้ไม้ มองดูคณะหางเครื่อง เอ๊ย ขบวนผู้ติดตามของผมเดินทาง
และที่ผมต้องใส่ชุดพวกนี้มาแทนที่จะทำตัวอย่างม็อบ โอโตเมะที่ต้องทำตัวแบบไม่เด่นให้เป็แบบชาวญี่ปุ่นที่กลับชาติมาเกิดก็เพราะว่า
“หน้าตา”
หรือมุกที่ว่า “เ้าทำให้ข้าเสียหน้าต่อหน้าธารกำนัล”และไล่ฆ่าล้างตระกูลกันได้เพราะ
“เสียหน้า”หรือ “หยามศักดิ์ศรี”กันนั่นเอง
ระบบ”ชื่อเสียง”และ”หน้าตา”ที่ควบคุมสังคมนี้อยู่นั่นเอง
และไอ้พวกบ้าบอ เอ๊ย อาจารย์พวกนี้ เหล่าบัณฑิต้าให้เรามาเชิญพวกเขาด้วยตนเอง
“เล่าปี่เยือนกระท่อมขงเบ้งสามครา”และการให้เกียรติเหล่าบัณฑิตต่างๆนั่นเอง
ที่ต้องแต่งเต็มยศ มาเชิญ อาจารย์ที่ได้รับการเชิญก็จะทำท่าเคร่งขรึมแต่ในใจก็ดีใจที่ได้รับการให้เกียรติมาเชิญด้วยตนเอง
แน่นอนครับ มีคนจำนวนมากที่เป็นักเกาะกินในตึกอยู่แล้วที่ไม่จำเป็ต้องมาเชิญอย่างนี้
เหมือนกับความแตกต่างระหว่างการให้เกียรตินักศึกษาตกงานที่อยู่ในบ้านเรา กับอาจารย์ที่เปิดสำนักติวเตอร์ของตนเองได้นั่นเอง
เราไม่จำเป็ต้องไปเชิญด้วยตนเองอย่างนี้ทุกครั้งเพราะผมอาจเสียสติเองได้หากต้องทำอย่างนั้น
แต่กับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเราก็ต้องเดินด้วยระบบ”หน้าตา”เช่นนี้นั่นเอง
“นายน้อยหวังท่านให้เกียรติมา เชิญ เชิญอาจารย์หงท่านคอยอยู่แล้ว”
คนเฝ้าประตูที่จะทำท่าทางหยิ่งยโสและไล่พระเอกแนวปราณยุทธที่ใส่เสื้อผ้าไม่ดีอย่างสุกรสุนัข
ก็ทำท่าพินอบพิเทาผม
ยิ้มแป้นทำหน้ารับแขก
เป็เื่ที่ทำให้ผมดีใจขึ้นมานิดหน่อยที่ยอมลงทุนแต่งกายราวกับหางเครื่องเช่นนี้
หงซิ่วฉวน คืออาจารย์ของ จางจื่อเหลียงที่เป็คนที่ทำคุณไสยใส่นางเอก
พอจางจื่อเหลียงแพ้ ก็ได้เวลาอาจารย์ หงซิ่วฉวนออกโรงซึ่งก็แพ้ไปอีกเช่นกัน
ดังนั้นผมคิดว่าลัดขั้นตอนมาเรียนกับหงซิ่วฉวนเลยก็น่าจะดีกว่า
พวกนี้ซื้อได้ด้วยเงิน แต่ก่อนที่ใช้เงินซื้อก็ต้องทำท่าให้เกียรติพวกเขาด้วย
..