ในป่าลึก่กลางดึกที่เงียบสงัด ครานี้กลับเต็มไปด้วยแสงไฟและผู้คนมากมายส่งเสียงดังก้องป่า เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ที่ออกหากินยามค่ำคืนก็หนีเตลิดหายไปจนหมด เป็เวลากว่าสองชั่วยามแล้วที่การค้นหายังคงดำเนินไปไม่หยุด อี้หนิงหลงเองก็ไม่ยอมหยุดพักยังคงร่วมตามหาหญิงสาวอย่างสุดกำลัง ถึงแม้จะถูกองครักษ์ขอให้พักก็ตาม ในป่ากลางดึกเช่นนี้อันตรายมาก นั้นมิใช่เพราะสัตว์ป่าแต่ยังอาจมีคนร้ายลอบปลอมตัวมาก็ได้ เขาเป็ถึงองค์ชายแห่งแคว้นเป่ยเทียนเชี่ยวนะ ถึงจะมีคนคอยคุ้มกันเช่นไรก็ยังอันตรายอยู่ดี
"เยี่ยนฝาง เ้าอยู่ที่ใดกัน"
อี้หนิงหลงพึมพำออกมาด้วยความเศร้า นี่ก็ยามจื่อแล้วยังไม่พบนางอีก เขาเกรงว่านางจะกลายเป็ร่างที่ไร้ลมหายใจอย่างที่ชาวบ้านประสบอยู่
.....
ณ กระท่อมไม้กลางป่าลึก ไกลจากหมู่บ้านหลายสิบลี้ พื้นดินที่ชุ่มไปด้วยน้ำขังจากฝนที่ตกเมื่อ่หัวค่ำ ใบหน้างามครึ่งหน้าแนบลงไปกับพื้นดิน เปรอะเปื้อนจนแทบดูไม่ได้ ทั้งมือและเท้าสองข้างถูกหมัดเป็ปม ไม่สามารถขยับร่างกายไปไหนได้ เปลือกตาบางค่อยๆกระพริบไล่ภาพมั่ว เศษฝุ่นและเม็ดทรายเข้าที่ลูกตานางแดงก่ำจนภาพเลือนลาง ความทรงจำสุดท้ายอันน้อยนิดคือนางล้มตัวลงนอนที่เรือนรับรอง ความเจ็บแป๊บแล่นเข้าสู่ร่างกาย นางรับรู้ได้ทันทีว่าตนเองตอนนี้กำลังอยู่ในอันตราย
"เหตุใดนายท่านถึงไม่ให้พวกเราฆ่านางเลยเหมือนอย่างผู้อื่น"
"นั้นสิ เสียเวลาชะมัด แค่้าเืกับหัวใจเพียงเท่านั้น"
เสียงบทสนทนาของคนสองคนดังขึ้นอยู่ไม่ไกลจากหญิงสาว
"นายท่านสั่งย่ำว่าหากนางมิใช่แล้ว ก็ห้ามตาย เ้ามีหน้าที่คอยทำตามก็อย่าได้ตั้งข้อสงสัย"
"เช่นนั้นกรีดเอาเืนางเถิด จะได้พาไปซ่อนตัวทำข้าวุ่นวายเสียเวลา"
หนึ่งในชายผู้นั้นเดินมาทางหญิงสาว เยี่ยนฝางที่ฟื้นแล้วแต่ยังคงแกล้งหลับตา นางตอนนี้ทำได้เพียงอยู่นิ่งๆขยับร่างกายไม่ได้เลยด้วยซ้ำ จะให้นางหนีหรือส่งเสียงร้องให้คนมาช่วยคงเป็ความคิดที่ไม่ฉลาดเท่าใด ดูจากสถานที่นี้คงไกลอยู่พอสมควร รอบข้างทั้งเงียบสนิทและไร้เสียงผู้คน อีกทั้งจากบทสนทนาเมื่อสักครู่พวกมันคงยังไม่ได้ฆ่านางเร็วๆนี้
"นำมีดมา"
หนึ่งในคนร้ายเอ่ยขึ้น พร้อมรับมีดมา แสงสีเงินของใบมีดคมสะท้อนดวงจันทร์ยามค่ำคืนกระทบเข้าที่ดวงตางาม มือสองข้างที่ถูกมัดแน่นเสียจนยากที่จะแกะออก คงมีเพียงมีดคมเท่านั้นถึงคลายมันออกได้ แต่เป้าหมายของพวกมันไม่ได้อยู่ที่การตัดเชือก แต่คือการกรีดที่ข้อมือขาวนำเอาเืของนางไป
หัวใจของหญิงสาวเต้นรั่วด้วยความกลัว มีดคมค่อยๆกรีดลงที่ข้อมือขาวช้าๆ โลหิตสีแดงไหลออกมาไม่หยุด หยดลงวัตถุคล้ายจอกสุราเล็กๆทีละหยด ความเ็ปปานจะขาดใจ แต่ไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้เพียงนิด
"นางงดงามนัก เอาส่ะข้าอดใจไม่ไหว"
"หยุดความคิดของเ้าซะ สตรีนางนี้นายท่านสั่งห้ามเด็ดขาด ไป! ไปรอด้านนอก"
หนึ่งในคนร้ายเอ่ยอย่างเหลืออด ก่อนจะพากันเดินออกไปรอด้านนอก
หยาดน้ำตาไหลออกมาขณะที่ต้องข่มตาหลับไว้ สภาพของเยี่ยนฝางตอนนี้ชั่งดูอดสู ยามที่มีดกรีดลงที่ข้อมือนางแทบทนไม่ได้ ริมฝีปากที่ซีดเผือกตอนนี้กลายเป็สีเื กลิ่นโลหิตคละคลุ้งไปทั่วปากเนื่องด้วยนางเผลอกัดริมฝีปากตนเองเพื่ออดกั้น เล็บมือเล็บเท้าจิดเข้าที่เนื้อของตนและดิน เม็ดเหงื่อไหลออกมาตามใบหน้าและร่างกายจนเปียกโชกไปทั้งตัว
"ท่านแม่ทัพ ช่วยเยี่ยนฝางด้วย"
เสียงเบาราวกระซิบเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา หยดน้ำตาไหลออกขณะที่มองหยดโลหิตของตนที่ข้อมือหยดแล้วหยดเล่า
"ไป! นำตัวนางไปซ่อนไว้ก่อน หลังได้รับยืนยันแล้วถึงค่อยฆ่านาง"
หนึ่งในคนร้ายใช้ผ้าหยาบๆพันที่ข้อมือลวกๆอย่างไม่ใส่ใจ แบกนางขึ้นหลังหัวห้อยลงพื้นดินเดินตรงดิ่งเข้าไปยังป่าลึกเรื่อยๆ โลหิตสีแดงที่ยังไม่หยุดไหล ซึมออกมาไหลตามนิ้วเรียว หยดลงพื้นดินและพื้นหญ้าเป็ทางยาว ดวงตางามที่เต็มไปด้วยร่องรอยเขียวซ้ำจนไม่สามารถเปิดตาได้ ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่รู้อยู่ดีว่าสถานที่นี้คือที่ใด
ทางด้านจ้าวเทียนหยางเองก็กำลังเร่งเดินทางอย่างสุดกำลัง เวลากว่าสองชั่วยามจากหมู่บ้านกวนหยางไปยังหมู่บ้านเกาผิง เขาไม่คิดจะพักม้าหรือร่างกายของตนเองให้เสียเวลา ที่ไหล่ข้างซ้ายครานี้มีโลหิตสีแดงซึมออกมาจากเสื้อเป็บริเวณกว้าง ความเ็ปบริเวณที่ถูกธนูยิงยังไม่เท่าเปลวไฟที่สุ่มอยู่ในใจของเขาตอนนี้ ความกลัวที่เขาไม่อยากเผชิญคือกลัวว่าตนจะไปไม่ทันเวลา หากเป็ฝีมือของชนเผ่าเหยียนกู๋จริง ชายหนุ่มกลัวว่าตนจะไม่ได้พบนางในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่อีกแล้ว
"รอข้า อย่างพึ่งเป็อันใด"
ร่างใหญ่เอ่ยออกมาขณะที่ยังคงควบม้าเร็วเข้าหมู่บ้านเกาผิงไป
..........
"เรียนองค์ชาย แม่ทัพจ้าวเดินทางมาถึงแล้วขอรับ"
องครักษ์ส่วนตัวรายงานอี้หนิงหลงที่กำลังตามหาหญิงสาวในป่าลึก เขาเกณฑ์ชาวบ้านในหมู่บ้านทั้งหมด เพื่อออกตามหาหญิงสาวกว่าสองชั่วยามแล้ว แต่กลับยังไม่พบนาง ใบหน้าของอี้หนิงหลงเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนจากฝนที่พึ่งหยุดตก เรียกได้ว่าบุรุษที่รูปงามเยี่ยนสตรีครานี้กลับดูไม่จืดเสียเท่าไหร่ เมื่อรู้ว่าสหายของตนมาถึงแล้ว ก็รีบกลับเข้าหมู่บ้านทันที หากตามหาอย่างไร้ทิศทางเช่นนี้ต่อไปคงไม่ดีเป็แน่ เขาจะต้องวางแผนการออกตามหานางใหม่
"หยุด~~~"
จ้าวเทียนหยางหยุดม้าทันที นี่นับว่าเป็การเดินทางที่ยาวนานที่สุดในใจเขาถึงแม้ว่าระยะทางจะแค่นี้ก็ตาม ชายหนุ่มไม่อยากหยุดพักม้า เพราะฉะนั้นเขาต้องหยุดเพื่อซื้อม้าเปลี่ยนตัวให้มันสามารถวิ่งได้เร็วที่สุด
"พบนางหรือไม่"
จ้าวเทียนหยางพุ่งตรงไปหาสหายที่เพิ่งออกมาจากป่าพอดี อี้หนิงหลงส่ายหน้าด้วยแววตาที่เศร้าและรู้สึกผิด เป็คำตอบว่าครานี้ก็ยังหานางไม่พบ
ผัวะ!
เสียงหมัดกระทบเข้าที่ใบหน้าของอี้หนิงหลงเต็มแรงจนชายหนุ่มเซ
“องค์ชาย”
เสียงหยุนไฉอุทานออกมาด้วยความใ หลายคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ลอบกลืนน้ำลายไปตามๆกัน เป็เพียงแม่ทัพแต่กลับกล้าทำร้ายองค์ชาย แต่อี้หนิงหลงไม่มีท่าทีโกรธเคืองหรืออย่างไร ที่มุมปากปรากฎโลหิตสีแดง มือหนาเพียงยกขึ้นเช็ดลวกๆเท่านั้น
"เ้าหยุดก่อน ใจเย็นได้หรือไม่"
อี้หนิงหลงเอ่ยพรางดึงที่แขนของสหายเอาไว้ ใบหน้าของจ้าวเทียนหยางเต็มไปด้วยความโกรธและร้อนใจ พุ่งตัวจะเข้าป่าไปตามหาหญิงสาวทันที
"นางหายไปหลายชั่วยามแล้วยังหาไม่พบ เ้าจะให้ข้าใจเย็นได้เช่นไรกัน"
"แต่พวกข้าก็ตามหานางไปหลายชั่วยามแล้ว"
"โถ้วเว้ย!"
จ้าวเทียนหยางสบดออกมาด้วยความโมโห สะบัดมืออี้หนิงหลงที่จับตนอยู่อย่างสุดกำลัง อารมณ์ทั้งคู่อยู่ในจุดที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ คนหนึ่งเต็มไปด้วยความโกรธและหวาดกลัวในใจ ส่วนอีกคนเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและร้อนใจ เขาเหมือนน้ำกับไฟที่อยู่ท่ามกลางพายุที่อันตรายเท่ากันทั้งคู่ อี้หนิงลงก้มมองที่มือของตน มันเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงที่เมื่อสักครู่ตนได้ััที่ตัวของสหาย
"คนผู้นี้มิใช่เ้าที่ข้ารู้จัก กลับไปทำแผลกับข้าและวางแผนกันใหม่"
อี้หนิงหลงเอ่ยเตือนสติสหาย ถึงเป็เช่นนี้ไม่ดีแน่ จ้าวเทียนหยางหายใจเข้าออกลึกๆก่อนจะพยักหน้า และเดินเข้าเรือนรับรองไป
หมอหมู่บ้านถอดเสื้อของจ้าวเทียนหยางออกช้าๆ ก่อนจะพบว่าาแที่เขาได้รับเต็มไปด้วยโลหิตสีแดง เกิดการฉีกขาดจากการขี่ม้าเป็เวลานานหลายชั่วยามจนไม่น่ามอง กล้ามเนื้อที่ขาวเนียนครานี้แดงก่ำเพราะาแเกิดการอักเสบ
"ต้องทำการเย็บแผลใหม่นะขอรับ แต่ยาระงับอาการปวดตอนเย็บแผลยังมิทันได้เตรียมการ ท่านแม่ทัพจะรอ....."
"เย็บแผลเถิด ข้ามิเป็อะไร"
ท่านหมอยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดจบ จ้าวเทียนอย่างก็เอ่ยขึ้นเสียก่อนอย่างไม่ลังเล ความเจ็บที่เขาได้รับตอนนี้ ยังไม่เท่ากับความเ็ปที่อยู่ในใจเลยแม้แต่น้อย เขาไม่อยากเสียเวลาแม้เสียงเสี้ยววินาทีในการตามหาหญิงสาว
"เช่นนั้น เจ็บหน่อยนะขอรับ"
ท่านหมอเอ่ยก่อนที่นำอุปกรณ์เย็บแผลมาวาง ร้อยด้ายและฆ่าเชื้อเข็มเงิน ใครที่พบเห็นก็ต้องเบี่ยงหน้าหนีด้วยความหวาดเสี้ยว ยามที่ปลายเข็มแหลมสีเงินทะลุเนื้อที่ชุมไปด้วยโลหิต แทบอยากอาเจียนเสียให้ได้ แต่ใบหน้าคมยังคงไม่แสดงท่าทีอันใดออกมา ระหว่างเย็บแผลอยู่นั้น อี้หนิงหลงก็อธิบายการตามหาเยี่ยนฝางให้สหายฟังไปด้วยอย่างละเอียด เขารู้ดีถึงแม้ว่าที่ผ่านมาแม่ทัพแห่งแคว้นเป่ยเทียนท่านนี้จะไม่เคยกลัวสิ่งใดก็ตาม แต่ยามนี้กลับพ่ายแพ้ให้คนผู้หนึ่งเสียแล้ว
ฉับ!
เสียงกรรไกรตัดผ้าพันแผลสีข้าวสะอาดเสียงดัง เป็สัญญาณว่าการรักษาที่เต็มไปด้วยความเ็ปได้สิ้นสุดลงแล้ว ครานี้เห็นทีว่าคงเหลือเพียงาแที่บาดลึกอยู่ในใจ
"เสร็จแล้วขอรับท่านแม่ทัพ"
"ขอบคุณท่านหมอ"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยพรางยกมือคารวะ จนหมอที่รักษาต้องรีบยกมือทำท่าคารวะตอบ เขาเป็เพียงหมอชาวบ้านธรรมดา ได้มีโอกาสรักษาท่านแม่ทัพที่ปกป้องแคว้นก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก อีกทั้งยังเลื่อมใสในตัวชายหนุ่มมากขึ้น นอกจากความเก่งกาจที่มีแล้วยังถ่อมตัวอีกด้วย ส่วนด้านจ้าวเทียนหยางเขาเป็เช่นนี้อยู่แล้ว หมอทุกท่านที่รักษาเขาเปรีบยเสมือนผู้มอบชีวิตให้เขา ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็ใคร มีฐานะอันใดเขาก็ให้เกียรติเสมอ
"เรียนองค์ชาย เรียนท่านแม่ทัพ ทางทิศใต้ได้ตามหาจนไปถึงอีกหนึ่งหมู่บ้านก็ไม่พบขอรับ ท่านซีอันเองก็ช่วยตามหาอยู่ที่นั้น"
หนึ่งในองครักษ์เงาเข้ามารายงาน
"เช่นนั้นเหลือเพียงวิธีเดียวคือปูพรมตามหานาง"
จ้าวเทียนหยางเอ่ยขึ้นอย่างไม่ต้องคิดอันใด แต่ที่เขากังวลตอนนี้ คือจำนวนคนที่ออกตามหานางมีจำกัด อีกทั้งทหารก็ประจำอยู่ที่ค่ายเป็ส่วนใหญ่ จำนวนหนึ่งก็แยกประจำตามหมู่บ้านต่างๆ
"หากเ้ากังวลเื่คน เรามีมากพอ ครานี้ก็เข้าปลายยามอิ๋นแล้ว ทำเช่นนี้ย่อมได้ แต่ข้าอยากให้เ้าพักสักหน่อย"
อี้หนิงหลงเอ่ยเห็นด้วยกับสหายของตน แต่สภาพของสหายตนนั้นดูเหมือนจะแย่ไม่น้อย แต่กลับถูกใบหน้าคมส่ายหน้าเป็คำตอบว่าเขามิเป็อันใด
"ยามอิ๋นแล้ว ไม่รู้ป่านี้นางจะเป็เช่นไรบ้าง"
น้ำเสียงที่ดูเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนที่ได้ฟังถึงกับเศร้าตามไปด้วย ดวงตาคมมองเลยไปยังหน้าต่างไม้ที่เปิดอยู่ ด้านนอกถึงแม้จะจุดโคมไฟให้ความสว่างไปทั่ว แต่มันกลับดูมืดมนในใจของเขามากเหลือเกิน
"ออกตามหาเถิด"
ณ บริเวณปากถ้ำในป่าลึก
ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงน้ำหยดภายในถ้ำดังก้อง แม้เพียงเป็สายน้ำเล็กๆก็ตามแต่มันกลับเป็เสียงเดียวที่บ่งบอกว่าภายในถ้ำแห่งนี้ยังมีโลกเล็กๆอีกใบซ้อนอยู่ ภายนอกถ้ำเต็มไปด้วยเถาวัลย์และหญ้าขึ้นรกร้างจนมองไม่ออก บริเวณด้านในเต็มไปด้วยกลิ่นสาบและความชื่น เพียงเดินเข้าไปด้านในไม่กี่ก้าวแทบขาดอากาศหายใจ เป็สถานที่ที่ไม่เหมาะเข้ามาพักค้างอ้างแรมแม้เพียงเสี่ยววินาทีด้วยซ้ำ แต่นั้นไม่ใช่สำหรับเยี่ยนฝาง สถานที่ที่ไม่มีผู้ใดค้นพบและใส่ใจ กลับมีร่างเล็กที่นอนขดตัว มือไม้ถูกมัด ที่ข้อเท้าและข้อมือเกิดาแจากรอยถลอก ิัถูกใบไม้ใบหญ้าบาด เสื้อผ้าขาดรุ่ย ผมเผ้ายุ่งเยิง สภาพของนางไม่เหมือนคนแต่เหมือนศพที่ยังมีลมหายใจเท่านั้น
"ซ่อนนางไว้ที่นี่ พวกนั้นจะไม่หานางพบจริงหรือๆ"
หนึ่งในชายคนร้ายเอ่ยขึ้น หลังปิดปากนางด้วยผ้าหนาเพื่อไม่ให้นางได้ส่งเสียงใดๆออกมาได้
"หมัดแขนขาแน่นเพียงนี้จะไปที่ใดได้กัน"
"เรียบร้อยหรือไม่"
จู่ๆเสียงของสตรีนางหนึ่งก็ดังขึ้นแทรกบทสนทนาของชายคนร้ายสองคน
"นายท่าน"
ชายคนร้ายทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกันพร้อมทำท่าคารวะ
"เรียนร้อยขอรับ นางสลบไปหลายชั่วยามั้แ่พวกข้ากรีดข้อมือเพื่อนำโลหิตไปตรวจสอบ"
"ดี ใช้เวลากี่วัน"
"ยามปกติก็เพียงสามวันขอรับ"
"เช่นนั้นพวกเ้ารีบไป"
"พวกข้าขอตัว"
เอ่ยจบก็เดินออกไปตามคำสั่งทันที
ครึ่ม! คลื่น~~~ ซ่า~~~
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ตามด้วยเสียงฝนกระหน่ำตกลงมาเหมือนดั่งพายุ มือเรียวขาวของสตรีนางนั้นที่ยืนอยู่ ยื่นออกไปคลอเคลียเม็ดฝนด้านนอกถ้ำ นางสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากผีปิดบังหน้าตา ละอองจากไอฝนสาดเข้ามาประทะร่างบางที่นอนขดตัวบนพื้นแฉะ หญิงผู้นั้นถอดเสื้อคลุมของตนเองออก ก่อนจะโยนมันคลอบร่างกายของเยี่ยนฝางไว้และเดินออกไปทันที
พวงแก้มสองข้างของเยี่ยนฝางที่ซีดก่อนหน้านี้ แดงระเรื่อยิ่งกว่าผลมะเขือเทสสุกเพราะพิษไข้ นางขยับกายเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บจี๊ดเข้ากระดูก ถึงแม้ร่างกายและเปลือกตาจะไม่สามารถขยับได้ แต่ปราสาทััของนางยังรับรู้ได้ทั้งหมด รวมถึงเสียงสตรีนางนั้นด้วย
.......
"เยี่ยนฝาง! เยี่ยนฝาง! เ้าได้ยินข้าหรือไม่"
เสียงหนึ่งดังขึ้นปลุกหญิงสาวให้ตื่น เปลือกตาบางค่อยๆเปิดช้าๆ แสงของดวงอาทิตย์สาดเข้าที่ดวงตาสองข้าง จนต้องยกมือบังเอาไว้ เมื่อปรับได้แล้วพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้ คือคนที่นางอยากพบมากที่สุดในชีวิต
"ท่านแม่ทัพ ในที่สุดท่านก็มาเสียที"
ร่างบางโพล่กอดเข้าที่ร่างใหญ่พร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดเป็สาย เหมือนการได้พบชายหนุ่มอีกครั้งเป็สิ่งที่ไม่คิดว่ามันเกิดขึ้น ชีวิตนางก่อนหน้านี้ได้ตายไปแล้ว
"ในที่สุดท่านก็มา ฮือๆ"
ร่างบางร้องออกมาเหมือนคนบ้าครั้ง ปฎิหาริย์ได้เกิดขึ้นกับนางแล้ว แต่ขณะที่นางกำลังร้องออกมาไม่หยุดนั้น กลับถูกร่างใหญ่ผลักนางออกเบาๆ ลุกขึ้นเดินออกไปจากตัวหญิงสาว
"นั้นท่านแม่ทัพจะไปที่ใดเ้าคะ"
หญิงสาวะโถามตามแผ่นหลังกว้าง ชายหนุ่มเพียงหันมายิ้มให้หญิงสาว ก่อนจะเดินออกจากถ้ำไป
"พาข้าไปด้วย พาเยี่ยนฝางไปด้วยเ้าค่ะ"
หญิงสาวร้องออกมาปานจะขาดใจ แสงสว่างที่มีเมื่อสักครู่จู่ๆก็ถูกความมืดเข้าปกคลุมจนนางไม่สามารถมองเห็นอันใดได้อีก เหมือนอย่างคนตาบอด
คลึ่ม! คลื่น~~~
เสียงฟ้าร้องจากนอกถ้ำทำให้หญิงสาวที่สลบไปกว่าสองวันสะดุ้งตื่น ประสาทััยังคงทำงานได้ดีจากความเ็ป ถึงแม้ร่างบางที่จะเจ็บจนชาไปแล้วก็ตาม ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อสักครู่ถูกที่ด้วยความหนาบเหน็บและเ็ปในหัวใจ น้ำตาหยดแล้วหยดเหล่าถูกขับออกมาจากดวงตาที่แดงก่ำ ความรู้สึกหวาดกลัว โดดเดียว โลกของนางแตกสลายเมื่อรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์เมื่อสักครู่เป็เพียงความฝัน
'ข้าไม่คาดหวังให้ตัวข้ามีชีวิตอยู่ต่อ แต่ข้าคาดหวังเพียงอย่างเดียว.....ชีวิตนี้ขอพบหน้าท่านแม่ทัพอีกคราเป็พอ'
เยี่ยนฝางเอ่ยกับตนเองในใจ ก่อนที่จะหลับตาลงอีกครั้ง เพราะร่างกายที่หนักอึ้ง แค่หายใจอย่างเต็มปอดยังทำได้ยาก
……
งื้อออออออ สงสารยัยน้องจับใจ เมื่อไหร่อีพี่จะมาช่วย มั่วทำอะไรอยู่~~~~~ ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————