บทที่หนึ่ง
พี่ตรี
แตงกวาหญิงสาวที่ชะตากรรมพัดพาชีวิตให้ต้องระเห็จระเหินรอนแรมจากบ้านเกิดมาหางานทำที่เมืองกรุง ด้วยความหวังที่ว่าจะสามารถหาเลี้ยงปากท้องของตัวเองและครอบครัวได้จากงานที่มีอยู่มากมายในเมืองศรีวิไลแห่งนี้
หอบหิ้วเอาความรู้ที่จบเพียงมัธยมศึกษาตอนต้นปลายปีที่หก และเงินเพียงแค่ไม่กี่พันบาท จากการที่พ่อกับแม่บากหน้าไปขอยืมญาติมาให้ เพื่อใช้เป็เงินทุนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่ห่างไกล
แตงกวาเดินทางเข้ามาหางานทำในเมืองหลวงกว้างใหญ่ ที่ใครต่อใครก็ต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าเป็เมือง์บนดิน ด้วยต้นทุนชีวิตที่ติดลบ มีเพียงแค่ใจที่มีความหวังอยู่เต็มเปี่ยม ที่จะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่และสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตของตัวเองและครอบครัว
แตงกวาเป็เพียงหญิงสาวบ้านนอกในวัยยี่สิบสองปี ที่ชีวิตนี้ไม่เคยห่างไกลบ้านห่างไกลครอบครัว ในวันนี้กลับต้องมาใช้ชีวิตตามลำพัง ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ที่คละเคล้ากันไปด้วยทั้งคนดีและคนเลว และรู้หน้าไม่รู้ใจทั้งสิ้น
แม้จะต้องรู้สึกเหงาและหวาดกลัวกับการต้องใช้ชีวิตด้วยความโดดเดี่ยวไร้ซึ่งที่พักพิง หากแต่ก็ต้องยอมข่มใจและสะกดกลั้นความรู้สึกพวกนั้นเอาไว้ให้ลึกจนสุดใจ และฮึดสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเผชิญ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของตัวเองในวันข้างหน้า
แตงกวาเดินทางไปสมัครงานตามที่ต่าง ๆ ทันที หลังจากหาที่ซุกหัวนอนได้ ซึ่งก็เป็เพียงแค่ห้องเช่าเท่ารูหนู ที่แถมมาด้วยสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างน่ากลัว เพราะเพื่อนข้างนอกนั้น ส่วนมากมักจะเป็กลุ่มวัยรุ่นที่มาเช่าห้องเพื่อมั่วสุมเล่นยากัน
แม้จะเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายแทบจะทุกย่างก้าว หากแต่แตงกวาก็ตัดสินใจที่จะต้องเลือกห้องเช่าโกโรโกโสแห่งนี้เอาไว้เป็ที่พักชั่วคราวไปก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่าเงินที่มีติดตัวอยู่นั้นมีจำนวนจำกัด แม้จะไม่สุขสบายหากแต่พอที่จะใช้กันแดดกันฝนได้ แตงกวาก็พอใจแล้ว
และแล้วหลังจากที่เดินตระเวนไปท่ามกลางแดดที่ร้อนเปรี้ยงอยู่หลายชั่วโมง โชคก็เหมือนจะเข้าข้างแตงกวาเข้าบ้างแล้ว ร่างเล็กได้รับการตอบรับให้เข้าทำงาน เป็พนักงานเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่มีลูกค้าผลัดเปลี่ยนกันเข้ามานั่งทานอาหารั้แ่ร้านเปิดจนเวลาปิดในทุก ๆ วัน
แม้จะเป็งานที่เหนื่อยล้าจนแทบจะสลบเหมือดในทุกครั้งหลังจากเลิกงาน แต่แตงกวาก็เลือกที่จะอดทนกัดฟันสู้เพื่อเงิน เพราะการทำงานอยู่ที่ร้านอาหาร แตงกวาสามารถหารายได้ได้สองทาง
เพราะนอกจากเงินเดือนแล้ว ในแต่ละวันก็ยังได้รับทิปจากลูกค้าบ้างประปรายตามความใจดีของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ แม้จะเป็เพียงแค่เศษเงินของใครหลาย ๆ คน หากแต่สำหรับแตงกวาแล้ว ตั้งใจที่จะเก็บเล็กผสมน้อยเศษเงินเหล่านี้ ให้มันเพิ่มพูนขึ้นมาเป็กอบเป็กำในสักวันหนึ่ง
แม้จะรู้ดีอยู่เหมือนกันว่ามันเป็เื่ที่ยากมาก ๆ กับคนที่แทบจะไม่มีต้นทุนชีวิตเลยอย่างตน หากแต่แตงกวาก็พร้อมที่จะอดทนและฟันฝ่ามันไป ตั้งใจจะหอบเงินเก็บสักก้อนกลับบ้านให้ได้ และพาตัวเองคืนถิ่นกลับไปอยู่ในที่ที่ตัวเองคุ้นชิน
และด้วยความที่แตงกว่านั้นเป็คนที่ประหยัดอดออมเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว จึงสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ติดขัดแม้ว่าเงินเดือนที่ได้รับนั้นจะเป็เพียงแค่ค่าแรงขั้นต่ำเพียงเท่านั้น แต่เมื่อบวกลบคูณหารกันออกมาแล้ว ในแต่ละเดือนก็เพียงพอกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ซ้ำยังสามารถที่จะแบ่งเก็บเอาไว้หนึ่งก้อนเล็ก ๆ และส่งกลับไปให้คนที่บ้านเพื่อได้ใช้หนี้และได้ใช้กินใช้จ่ายกันไปตามอัตภาพตามความสามารถของตัวเองใน่เวลานั้นได้อีกด้วย
ความเป็อยู่แม้จะยังไม่สะดวกสบาย หากแต่ก็พอที่จะทำให้หายใจหายคอได้ถนัดมากยิ่งขึ้น ยิ่งทำให้แตงกว่ารู้สึกมีความสุขและสนุกกับงานที่ทำ เพราะรู้ว่าผลตอบแทนที่จะได้รับ มันจะช่วยพัฒนาชีวิตของตัวเองและครอบครัวไปได้ไปเรื่อย ๆ
ความหวังที่เคยริบหรี่ถูกจุดประกายให้สว่างไสวขึ้นกลางใจของเด็กสาวที่ห่างบ้านมาไกล แตงกวาขับเคลื่อนชีวิตในแต่ละวันไปด้วยความหวัง ตั้งใจทำงานของตัวเองด้วยความขยันขันแข็งอยู่เสมอ
แต่แล้ววันเวลาที่ดีของแตงกวาก็ดูเหมือนว่าจะอายุขัยสั้นเสียเหลือเกิน โชคชะตาผีซ้ำด้ำพลอยหวนกลับมาชีวิตของแตงกวาอีกครั้ง เมื่อสามีของเ้าของร้านเกิดต้องตาต้องใจในรูปร่างหน้าตาของแตงกวาขึ้นมา
ชายวัยกลางคนที่อายุอานามเหมาะที่จะเป็พ่อของแตงกวาได้คนนั้น อยากที่จะได้หญิงสาวคราวลูกที่พึ่งแตกเนื้อสาวสะพรั่ง ไปปรนเปรอบำบัดความมักมากในกามอารมณ์ของตัวเองอย่างหน้าไม่อาย
ในวันที่อีกฝ่ายเอ่ยแจ้งความ้าที่ผิดเพี้ยนของตัวเองออกมาเป็วันที่แตงกวารู้สึกหวาดกลัวจนสุดหัวใจ ั์ตากลมโตจวนเจียนจะร้องไห้ออกมารอมร่อเพราะความวิตกกังวลไปต่าง ๆ นานา
กลัวไปหมดว่าจะเกิดเื่ที่มิดีมิร้ายขึ้นกับตัวเอง และหวาดกลัวว่าอาจจะต้องสูญเสียหน้าที่การงาน ที่เปรียบเสมือนบ่อเงินบ่อทองที่ใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตัวเองและครอบครัวไปเพราะเื่นี้
แต่ถึงแม้จะหวาดกลัวว่าจะต้องตกงานสักเพียงใด แต่แตงกวาก็ไม่เคยมีความคิดที่จะเอาร่างกายเข้าแลกงาน แม้จะจนแร้นแค้นหากแต่ก็ยังคงยึดมั่นในเื่ศักดิ์ศรีจนเต็มหัวใจ
ในวันนั้นแตงกวาใช้ความกล้าทั้งหมดที่ตัวเองมี เอ่ยปฏิเสธอีกฝ่ายไปอย่างนุ่มนวล และขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ราวกับว่ามันเป็ความผิดของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
และก็ช่างโชคดีที่อีกฝ่ายไม่ได้ตีโพยตีพายออกมาให้มันเป็เื่ราวใหญ่โต ทำเพียงแค่แสดงอาการไม่พอใจ และเดินจากไปด้วยอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง ซึ่งนั่นก็ทำให้แตงกวารู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง ที่ตัวเองไม่โดนคุกคามมากไปกว่านั้น
เพราะก็ไม่รู้ว่าหากอีกฝ่ายตัดสินใจที่จะข่มเหงรังแกกัน เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างตน จะมีเรี่ยวแรงพอที่จะสามารถขัดขืน จนสามารถหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนั้นได้อย่างไร
และหลังที่ผ่านเหตุการณ์วันนั้นมาด้วยสภาพที่อกสั่นขวัญแขวน แตงกวาก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเอง และเลือกที่จะเก็บงำถ้อยคำที่เห็นแก่ตัวของชายวัยกลางคนนั้นไว้กับตัวเองและไม่คิดที่จะปริปากเล่าให้ใครฟังแม้แต่คนเดียว
เพราะรู้ดีว่าแค่เพียงถ้อยคำบอกเล่าของลูกจ้างธรรมดาอย่างเธอ คำพูดมันคงจะไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้คนอื่นเชื่อได้ และหากถ้าเป็อย่างนั้น แตงกวาก็ขอที่จะเลือกเก็บมันเอาไว้ให้กลายเป็แค่เื่ที่เคยเกิดขึ้นก็เพียงพอแล้ว
แม้จะมีบ่อยครั้งที่คนมักมากตามตื๊อตอแยเมื่อสบโอกาส หากแต่แตงกว่าก็เลือกที่จะอดทนและหาช่องทางหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ มุ่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด พยายามทำตัวไม่มีปากมีเสียงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่แล้วก็ดูเหมือนว่า การที่พยายามตีตัวออกห่างและบ่ายเบี่ยงทุกวิถีทางของแตงกวา จะส่งไปไม่ถึงใจของคนที่เห็นแก่ตัว มองเห็นแต่ความ้าของตัวเองเป็ใหญ่
ในกลางดึกของวันหนึ่ง ในขณะที่แตงกวากำลังเดินทางกลับห้องพักเท่ารูหนูของตัวเอง แตงกวาโดนฉุดกระชากลากถู เพื่อหวังที่จะทำมิดีมิร้ายด้วยฝีมือของเ้านายผู้ชาย
คำด่าทอและถ้อยคำดูถูกดูแคลนที่หลุดมาจากปากของอีกฝ่าย เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของแตงกวาซ้ำ ๆ และแม้ว่าเด็กสาว จะร้องไห้อ้อนวอนขนาดไหน หากแต่คนใจร้ายก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้คนตัวเองหมายตาเอาไว้หลุดรอดไปได้
ััที่หยาบโลนทำให้แตงกวารู้สึกกลัวจนแทบที่จะสิ้นสติ หากแต่ในเฮือกสุดท้าย ก็ตัดสินใจที่จะดิ้นรนขัดขืนอย่างเอาเป็เอาตาย และกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
ทั้งความกลัวและความโกรธเป็เหตุให้แตงกวาเลือกที่จะสู้กลับ มือเล็กควานหามีดสั้นที่พกติดตัวเอาไว้ จ้วงแทงไปที่ไหล่ของคนร้ายด้วยใจที่เด็ดเดี่ยว แม้จะรู้สึกกลัวจนตัวสั่น
ร่างเล็กที่โดนตบตีเพราะขัดขืนอย่างสุดกำลัง วิ่งหนีออกมาทางถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งสวนกันไปมาด้วยสภาพจิตใจที่พังจนยับเยิน เสื้อผ้าแสนธรรมดาที่มักจะสวมใส่อยู่เป็ประจำขาดหลุดลุ่ยจนน่าเวทนา ดวงตาบวมช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
แตงกวาวิ่งร้องไห้ด้วยเท้าเปล่าอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางมาเรื่อย ๆ เมื่อรถที่พยายามโบกขอความช่วยเหลือ ไม่มีเลยแม้แต่สักคันที่จะจอดและลงมาถามไถ่
แม้จะไร้หนทางไป แต่ในนาทีนั้นแตงกวาก็คิดเพียงแค่ว่าขอให้ตัวเองหลุดพ้นจากเื่ราวร้าย ๆ นี้ไปได้ ไม่ต้องตกเป็เหยื่อความใคร่ของคนใจร้ายก็เพียงพอแล้ว
เลือกที่จะไปตายเอาดาบหน้า แทนการที่จะยินยอมให้เื่ราวที่น่าอนาถใจเกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะไม่อย่างนั้นแตงกวาก็คงจะใช้ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ไป ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายทั้งเป็
แต่แล้วก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะยังไม่ใจร้ายกับแตงกวาจนเกินไป ในวันนั้นแตงกวาได้พบเจอใครบางคน ที่จอดรถอาเจียนจนหน้าดำหน้าแดงอยู่ข้างทางด้วยเมามายหลังจากกลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์ ให้ความช่วยเหลือเอาไว้
และนั่นก็คือ “พี่ตรี” ชายหนุ่มที่ผมยาวประบ่า มีบุคลิกตุ้งติ้งและดูเป็คนเ้าสำอาง กลายมาเป็ที่พักพิงใหม่ และเป็เหมือนแสงสว่างของชีวิตที่มืดมนของแตงกวานับจากวันนั้นเป็ต้นมา
และการบังเอิญได้พบเจอกันในวันนั้น นอกเหนือจากการที่แตงกวาจะหลุดพ้นจากโชคชะตาที่เลวร้าย ก็เป็เหมือนจุดพลิกผันครั้งยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตที่แสนรันทดของแตงกวา ที่กำลังรออยู่ในอนาคต
โดยที่เ้าตัวและผู้มีพระคุณที่แตงกวายกย่องเอาไว้เหนือหัว ก็คงจะไม่ได้คาดคิดว่าสิ่งนั้นมันจะเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ แต่เมื่อโชคชะตาฟ้าลิขิต ถูกขีดเส้นให้ดำเนินไปอย่างนั้นแล้ว
ต่อให้จะต้องเกิดเื่ที่น่าเหลือเชื่อขนาดไหน ก็คงจะต้องปล่อยทุกอย่างให้มันดำเนินไปตามโชคชะตาของเบื้องบนท่านกำหนด ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเส้นทางนั้นมันจะโรยด้วยกลีบกุหลาบหรือขวากหนาม