เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 104

    กลับมาทางด้านของไอซ์ที่นั่งอยู่บนรถ ตอนนี้เขาค่อนข้างกังวลใจไม่น้อย ไอซ์กดสายเพื่อโทรหาเกียรติไกรเป็นคนแรก เพราะคาดว่าเกียรติไกรน่าจะกำลังอยู่กับพี่ครีม สัญชาตญาณมันบอกกับเขาว่ามันจะมีเรื่องเกิดขึ้นเร็วๆนี้อย่างแน่นอน“สวัสดีครับคุณไอซ์ มีอะไรให้รับใช้เพิ่มเติมหรือเปล่าครับ..” เกียรติไกรกล่าวถามขึ้นทันทีที่รับสาย“ตอนนี้พวกนายอยู่ที่ไหนกันแล้วล่ะ ฉันอยากให้นายช่วยคุ้มครองพี่สาวของผมกลับมาอย่างปลอดภัยที” ไอซ์กล่าว และด้วยรูปประโยคมันทำให้เกียรติไกรถึงกับขมวดคิ้วขึ้นในทันที“ตอนนี้พวกเรากำลังเดินทางไปทานอาหารกลางวันกับผู้บริหารที่ได้ขึ้นมาเป็น CEO คนใหม่อยู่น่ะครับ.. มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ คุณกำลังดูกังวลไม่น้อย..” เกียรติไกรตอบกลับมาอย่างใจเย็น ไอซ์ที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะเล่าเรื่องให้กับเกียรติไกรฟัง แน่นอนว่าเกียรติไกรก็ตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว“ผมทราบแล้วครับคุณไอซ์.. ผมจะรีบเชิญตัวคุณครีมกลับเดี๋ยวนี้!..” เกียรติไกรที่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เขาก็รีบรับปากกับไอซ์ในทันที เขาประเมินในใจแล้วว่ามันค่อนข้างเสี่ยงที่จะเดินทางไปไหนมาไหนโดยไม่มีแบบแผนอย่างนี้ และมันอาจจะทำให้เข้าแผนของฝ่ายศัตรูเอาได้“ต้องรบกวนนายแล้วเกียรติไกร.. ฝากดูแลพี่สาวของผมด้วย” ไอซ์กล่าว และเขามั่นใจว่าเกียรติไกรจะพาพี่สาวของเขากลับมาอย่างปลอดภัย หลังจากนั้นค่อยคิดหาทางดำเนินชีวิตต่อไปในภายหลัง“ครับ! ไว้ใจผมได้เลย.. เอ๊ะ!..” เกียรติไกรกล่าวกลับไปให้คำมั่นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะตกใจเอามากๆ เพราะดูเหมือนว่าจะมีรถบรรทุกสิบล้อที่พุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่รถคันนั้นควรจะเบรกเพื่อหยุดให้กับไฟแดง มันช่างผิดวิสัยเอามากๆ และนั่นมันทำให้ดวงตาของเขาเบิกโต เพราะเป้าหมายของรถคันนั้นกำลังมุ่งตรงมายังรถของครีมที่อยู่ด้านหน้าของเขา“เกิดอะไรขึ้น!..ตอบผมสิ..” ไอซ์ที่ได้ยินเสียงอย่างชัดเจนในสิ่งที่เกียรติไกรอุทานขึ้น นอกจากนั้นยังได้ยินเสียงเบรกของรถยนต์หลายคัน สิ่งที่เขาเป็นกังวลมันกำลังจะเกิดขึ้น เกียรติไกรไม่ตอบเลยสักคำ มันทำให้ไอซ์ทราบได้ในทันทีว่าเขาคงจะอยู่ในสถานการณ์กดดัน ไม่สามารถตอบอะไรได้ เครื่องยนต์รถแลมโบซีนีดังขึ้นขึ้นมาทันที ก่อนที่ล้อจะฟรีมุ่งตรงออกจากร้านคาเฟ่ไปท่ามกลางความสงสัยของทั้งสี่สาว“ไอซ์มันรีบไปไหนของมันกัน..” บิวตี้ตกใจที่ได้ยินเสียงล้อฟรีรถสปอร์ตของไอซ์ อดไม่ได้ที่เธอจะต้องกล่าวบ่นออกมาอีกครั้ง ในใจยังคิดเลยว่าพักหลังนี้เธอบ่นออกมาเหมือนกับคนเฒ่าคนแก่ และมันจะทำให้เธอเสียสุขภาพจิตไปด้วย หลังจากนี้เธอต้องหาวิธีปรับปรุงความคิดใหม่แล้ว หลินฟางฟาง กับปังปอนเองก็มองตามรถสปอร์ตของไอซ์ที่พุ่งทยานตัวออกไปเช่นกัน พวกเธอต่างคิดในเชิงบวก และพยายามหาเหตุผลที่เขาต้องรีบไปขนาดนั้น ผิดกับหญิงสาวอีกคนที่พอจะคาดเดาได้ว่ามันมีเรื่องเกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน เพราะเธอก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ฟังเรื่องราวที่มันกำลังเกิดขึ้นในเมืองเชียงใหม่ กรี๊งงงง! และเสียงโทรศัพท์นี้มันก็ต้องทำให้เธอขมวดคิ้วออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เบอร์โทรที่ไม่ระบุตัวตนสำหรับเธอแล้วมันมีอยู่ที่เดียวที่จะสามารถโทรเข้ามาได้ แน่นอนว่าเป็นหน่วยข่าวกรองลับ“สวัสดีค่ะ..” มิ้งปรับน้ำเสียงตัวเองเล็กน้อยก่อนจะกล่าวพูดออกไปอย่างมั่นคง“สายข่าวลับ MI คุณยังอยู่กับคุณอนุวัฒน์หรือไม่.. บอกกับเขาว่าเรากำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ..” เสียงของผู้พันกล่าวออกมาอย่างร้อนรน สายลับหลายคนที่ประจำอยู่ในจุดต่างๆรอบเมืองต่างก็รายงานเข้ามาถึงเหตุการณ์ที่มันกำลังเกิดขึ้น เขาไม่คิดว่าพวกมันจะลงมือกันเร็วอย่างนี้“ห๊ะ! เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอคะ.. เขาออกเดินทางไปแล้วเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ” มิ้งกล่าวตอบอย่างตกใจ แน่นอนว่าเธอต้องถามกับผู้พันเกี่ยวกับเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น เพราะดูเหมือนว่าทุกๆคนกำลังตกใจกับเหตุการณ์นี้“มีอุบัติเหตุทางรถยนต์ คาดว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย พวกมันมุ่งเป้าไปที่รถของพี่สาวของเขา คุณเองก็ต้องเข้าร่วมปฏิบัติการนี้เช่นกัน.. ภารกิจของคุณคือปกป้องครอบครัวที่เหลือของเขา ผมจะส่งหน่วยสนับสนุนไปพบกับคุณเดี๋ยวนี้!” ผู้พันกล่าวเล่าอย่างย่อๆให้กับมิ้งฟัง เพราะตอนนี้เขาจะต้องแข่งขันกับเวลา“ทราบแล้วคะ.. ไว้ใจฉันได้เลยค่ะ!..” มิ้งกล่าวรับทราบภารกิจ ก่อนจะชักปืนออกมาเตรียมพร้อม และแน่นอนว่ามันสร้างความตกใจให้กับสามสาวเอามากๆ มันอดไม่ได้เลยที่บิวตี้จะกล่าวถาม“เกิดอะไรขึ้น! ทำไมคุณถึงชักปืนออกมาอย่างนั้นล่ะ..” บิวตี้กล่าวพร้อมกับคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ เพียงแค่มีคู่แข่งทางด้านความรัก ก็ถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยหรือยังไง บิวตี้พยายามยกมือขึ้นฟ้าตามเหมือนในภาพยนตร์อัตโนมัติ“ต้องขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดด้วยนะคะ.. ฉัน..ร้อยตำรวจเอกนฤมล สังกัดหน่วยข่าวกรองลับ ตอนนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกท่านโปรดทำตามคำสั่งของฉันเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง..” มิ้งกล่าวพร้อมกับหยิบตราลับให้กับทั้งสามคนดู ตามปกติแล้วตราลับนี้จะไม่มีใครเขาพกติดตัวกัน แต่มันเป็นเหตุบังเอิญที่เธอเพิ่งจะได้รับมาในวันนี้ จึงมีติดตัวเอาไว้แสดงตัวตนได้“คุณเป็นสายลับ?.. มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอคะ” ปังปอนกล่าวถามออกมาด้วยความกังวลใจ“เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว หน้าที่ของฉันคือปกป้องพวกคุณ ดังนั้นตอนนี้เชิญหลบอยู่ข้างในก่อน.. เอ๊ะ! หมอบลงเดี๋ยวนี้!.. ปัง! ปัง!” มิ้งกล่าวขึ้นมาอธิบายเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าด้านหลังของคุณเธอทั้งสามคน มีบุคคลที่ถืออาวุธปืนอยู่ เธอยิงสกัดมันเอาไว้พร้อมกับผลักโต๊ะหินอ่อนตัวใหญ่ให้กลายเป็นที่กำบังชั่วคราว อ๊ายยยยยย!! เสียงร้องของทั้งสามคนดังขั้นมา และด้วยสติที่ยังคงเหลืออยู่น้อยนิด พวกเธอหมอบลงกับพื้นไปในทันที มิ้งที่ตั้งหลักได้ก็พยายามดึงพวกเธอทีละคนพร้อมกับยิงสกัดไปด้วย แต่เธอตัวคนเดียวกับผู้ก่อการร้ายที่ปลอมตัวมาเป็นช่างฝีมือ 10 กว่าคนมันก็ย่อมมีพลาดกันบ้าง และมันทำให้เธอช่วยเหลือทั้งสามคนได้ลำบากเอามากๆ ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!เสียงกระสุนที่ออกมาจากรังเพลิงหลายนัดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีใครรู้ได้ว่ามันเป็นของใครบ้าง เพราะตอนนี้มันมั่วไปหมด แต่แล้วมันก็มีกระสุนเม็ดหนึ่งที่ทะลุไปยังขาของบิวตี้ แน่นอนว่าเธอร้องออกมาอย่างเจ็บปวด โอ๊ยยย! มิ้งที่เห็นอย่างนั้นก็รีบลากดึงตัวของบิวตี้เข้าสู่ที่กำบัง แต่ที่บังที่เป็นโต๊ะหินอ่อนนั้น ถึงจะแข็งแรงแต่ก็มีพื้นที่น้อยเกินไปมันไม่เพียงพอต่อการหลบของทั้งสี่คนได้อย่างมิดชิด ตอนนี้เธอจนตรอกเอามากๆ และเธอยังต้องออกจากที่กำบังนี้เพื่อช่วยเหลืออีกสองสาวที่ยังไม่รู้ชะตากรรม“ยอมจำนนซะ ไม่อย่างนั้นเราจะยิงสองสาวนั้นทิ้งทันที..” หัวหน้าช่างสั่งให้หยุดยิง จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาเสียงดังพอประมาณ มิ้งที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่กัดฟันด้วยความแค้นที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลยในตอนนี้“โอเค.. ฉันยอมแล้ว!...” ทางเลือกเดียวที่มิ้งสามารถตัดสินใจได้ คือการยอมจำนนเท่านั้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อช่วยเหลืออีกสองสาวที่โดนคนร้ายจ่ออาวุธอยู่ มิ้งโยนปืนออกไปข้างๆให้กับพวกผู้ร้ายเห็น ก่อนจะค่อยๆยืนขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะยกมือขึ้นสองข้างขึ้น และมองดูตัวของหลินฟางฟาง กับปังปอนว่าได้รับบาดเจ็บเหมือนกับบิวตี้หรือเปล่า แต่เธอก็ต้องโล่งใจในส่วนหนึ่ง เพราะพวกเธอสองคนปลอดภัยกันดี“ดีมาก! เข้าไปจับตัวพวกเธอเอาไว้ เรามีเวลาไม่มากแล้ว...” หัวหน้าช่างสั่งการอีกครั้ง ส่วนมิ้งหันไปมองที่บิวตี้ และเธอรู้ดีว่าบุคคลที่ผู้ก่อการร้ายต้องการตัวจริงๆก็คือบิวตี้คนนี้ หากเดาไม่ผิดทุกอย่างมันก็เพื่อกดดันไอซ์ให้บอกตัวตนของคุณเทียนหลงอย่างแน่นอน“เจ้านาย!.. ถ้ายังไงผมขอเล่นกับนางนี่จะได้ไหม มันกล้ายิงเฉี่ยวแขนของผม..”