ครั้นในตอนปัจจุบัน ผมได้เดินทางกลับมายังสำนักถิ่นอุดมอีกครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่า สำนักที่ผมเคยรู้จัก มันกลับไม่เหลือเค้าโครงอะไรเลย กลายเป็สำนักร้างคล้ายกับบ้านไม้ผุๆ เก่าๆหลังหนึ่ง ในเมือง ฟานแลนด์ แห่งนี้ ได้มีสำนักฝึกวิชาพลังวิเศษก่อตั้งขึ้นมากมาย แน่นอน.....ใช่ว่าจะมีแค่สำนักถิ่นอุดมสำนักเดียวที่ไหนละ ผมเดินผ่านประตูเข้าไปในตัวสำนัก เสียงสั่นของไม้ที่ผุและเก่าดังขึ้นเมื่อผมก้าวเท้าไปเหยียบมัน ในใจพลันนึกคิดว่า
"มันจะถล่มตอนไหนเนี้ย......."
แววตาสีน้ำเงินสีเดียวกับทรงผมกวาดตามองดูรอบๆห้องของสำนัก ในห้องแรกก็จะเป็ห้องโถงกว้างๆ พี่พวกเราเอาไว้นั่งเล่นกัน ข้างๆห้องก็จะมีเตาผิ่งขนาดใหญ่ พาให้ผมนึกย้อนคิดไปถึงอดีต....ว่าในห้องนี้แต่ละคนก็จะมีมุมที่นั่งเป็ของตัวเอง โซฟาลายดอกไม้โบราณขนาดใหญ่ตั้งไว้หน้าเตาผิ่ง เป็ที่โปรดของผมเลยล่ะ ผมมักจะขึ้นไปนอนบนโซฟารับอากาศอุ่นๆของเปรวไฟในเตาผิ่ง มุมใต้บันได้ที่ขึ้นไปบนชั้น2 ติวเตอร์มักจะเอาหุ่นยนต์ไปประกอบและประดิษฐ์อะไรแปลกๆที่มุมนั้น สายเปรที่ห้อยลงมาจากข้างบนราวบันไดมักเป็ที่นอนของ โฟโต้ เขามักจะนอนฟังเพลงกับเครื่องเล่นเพลงที่ดูแล้วน่าจะแพงอยู่พอสมควร เสียงสันของพื้นที่ดังเป็ระยะๆมาพร้อมกับเสียงเด็กที่ทะเลาะกัน เบน กับ เพนนี เธอทั้งสองคนมักจะวิ่งแย่งของกันในห้องโดยมี เนม ที่เป็คนกลาง คอยห้ามให้พวก เธอทั้งสองคนหยุดทะเลาะกันสม่ำเสมอ
รอยยิ้มจากมุมปากของผมก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวทุกครั้งที่นึกถึงภาพเมื่ออดีต ยังมีอีกมุมหนึ่งในห้อง เป็มุมที่อยู่ข้างๆเตาผิง เวลาที่ผมไปนอนบนโซฟาผมมักจะเห็นเธออยู่ที่มุมนั้นตลอด มุมโต๊ะที่มีหนังสือกองวางเต็มหลายเล่ม ตำราเล่มหนาเตอะ.....ไมน์ เธอมักจะนั่งอ่านตำราเล่มหนาๆ แบบนี้อยู่คนเดียวทุกวัน บางทีผมก็อยากจะรู้ว่า เธออ่านหมดเข้าไปได้อย่างไร........
เสียงถอนหายใจยาวๆของผมดังขึ้น กับสายตาที่ยังมองไปรอบๆ ผมอยากที่จะให้สำนักถิ่นอุดมกลับมาเป็เหมือนเดิมอีกครั้ง อยากที่จะัับรรยากาศเก่าๆ แต่มันคงเป็ไปได้ยาก เมื่องครั้งก่อนที่สำนักจะถูกปิด ผมจำได้ว่า ยามเย็นของวันที่มีความสุขพวกเรากำลังนั่งรับประทานอาหารในห้องครัวของสำนัก จู่ๆก็มพวกทหารประจำเมืองบุกเข้ามาในสำนัก ก่อนที่จะะโเสียงดัง ถืออาวุธวิ่งเข้ามาจับตัวอาจารย์ลีออนออกไป.....!!!!!
นายพลหน้าโหดร่างใหญ่ไว้หนวดยาว ผมจำหน้าไม่เคยลืม เหตุการณ์ในครั้งนั้นมันทำให้ผมยังไม่รู้เลยว่า สาเหตุที่พวกทหารประจำเมืองมาจับตัวอาจารย์ลีออนไปเพราะอ่ะไร จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน.....ก็ไร้วีแวว ว่าอาจารย์ลีออนจะกลับมา พวกผมและเพื่อนๆของผมก็ได้เเต่รอคอย
จนกระทั้ง.............!!!!!!!!!!!!!
สำนักถิ่นอุดมถูกปิด........
ผมกับเพื่อนๆ ถูกทางรัฐบาลจับแยกย้ายกันไปคนละทาง พวกทหารเอากุญแจมือกลมๆหน้าตาประหลาดมาใส่ให้พวกผม มันทำให้ผมรู้สึกอ่อนแรงหมดเรียวเเรงอย่างบอกไม่ถูก ติวเตอร์ถูกทางรัฐบาลส่งตัวกลับไปที่เมืองที่เป็บ้านเกิดของเขา โฟโต้ถูกครอบครัวมารับกลับ พ่อและแม่ของโฟโต้มาดึงแขนเขาไปจากพวกผม น้ำตาที่ไหลเสียงสะอื้นของเพื่อนๆมันก็ดังขึ้น ผมทำอะไรไม่ได้เลย มือที่ถูกกุญแจมือรูปร่างประหลาดส่วมมือผมเอาไว้ มันทำให้ผมขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย แววตาความรู้สึกกว่าจนตัวสั่นของ เบน เธอถูกทางรัฐบาลนำตัวเธอไปเข้าเป็กองกำลังในหน่วยงานตำรวจผึกหัด เพนนี และ เนม พวกเธอทั้งสองคนอยู่แยกจากกันไม่ได้ แต่ก็ถูกทางพวกกองกำลังทหารจับแยกจากกัน และให้ออกไปอยู่คนกันละเมือง ความรู้สึกโกรธของเพนนีก็เกิดขึ้น แววตาสีแดงที่ดุดันของเด็กวัย 7 ขวบ ถึงแม้ว่าตัวเธอเองจะถูกใส่กุญแจมือ มันได้ไม่ได้ทำให้แรงเธอหมดไป
"ปล่อยตัวเนมมาาาาาาาา........!!!!!!!"
เพนนีวิ่งเข้าไปกัดแขนของทหารนายหนึ่งที่กำลังจะพาตัวเนมออกไป จนเืไหลออกมาเป็ทางเธอก็ยังกัดไม่ปล่อย พวกกองกำลังทหารอีกสองนายได้วิ่งเขามาห้าม แต่ก็ไม่สามารถที่จะดึงตัวเพนนีที่กำลังกัดแขนของตำรวจออกจากกันได้ เสียงร้องลั่นด้วยความเ็ปของทหารนายนั้นก็ร้องออกมาด้วยความเ็ป
ผั๊วะ.......ผั๊วะ.......!!!!!!!!!!!
มีทหารคนหนึ่งได้กำปันหมัดแลัวต๋อยไปที่ใต้ท้องน้อยของเพนนีอย่างจัง...!!!!! ความรู้สึกจุกและเ็ปบวกกับไอ้กุญแจมือบ้าที่มันทำให้เรียวแรงของทุกคนอ่อนลง เพนนีค่อยๆเอนตัวล้มล้งหลังจากที่ถูกไอ้ทหารนายหนึ่งต๋อยเข้าอย่างแรง แววตาได้มองไปที่เนม ที่ถูกพวกทหารประจำเมืองได้ฉีดยาอะไรสักอย่างใส่ในตัวของเนม จนทำให้หลับไปและอุ้มเนมออกไปจากสำนัก ก่อนที่ตาของเพนนีค่อยๆหลับลงแล้วสลบไป........ตัวผมที่ไม่มีพลังวิเศษอะไรเลย ผมอยากที่จะช่วยเหลือเพื่อนๆให้ได้ ........
พวกกองกำลังทหารกลุ่มหนึ่งก็ได้พาตัวของไมน์ออกมา พวกนั้นพาไมน์ เดินไปหาท่านนายพลตัวใหญ่หน้าโหด คนนั้น คนที่มาในวันที่จับตัวอาจารย์ลีออนไป
"อยู่นี้เองสินะ ไมน์ แอลน์......สาวน้อยที่มีพลังวิเศษอันน่าสะพรึงกลัว....." แววตาสีน้ำตาลเหลืองของไมน์ได้มองผ่านแว่นตากลมมองไปยังใบหน้าของนายพลร่างใหญ่ที่กำลังเอามือลูบบนแก้มของเธอ ความรู้สึกกลัวที่แสดงออกมาทางแววตาทั้งสองคู่นั้นผมเห็นได้ชัด มันเลยทำให้ผมทนไม่ไหว......
"เอามือสกปรกของแกออกไปจากหน้าเธอนะ....... !!!!!!!" ตัวผมะโลั่นใส่ไอ้นายพลหน้าโหดคนนั้น ทำให้สายตายของนายพลหน้าโหดคนนั้น ได้เปลี่ยนความสนใจเเล้วมองมาที่ผม ตัวผมที่นอนคว่ำกับพื้นด้วยความอ่อนแรงกับไอ้กุญแจมือประหลาดที่ดูพลังของผมออกไปก็ได้เผชิญหน้ากับนายพลคนนั้น หางตาที่มองมาด้วยความเมินในตัวผม
ผั๊วะ.........!!!!!!!!!!!
ไอ้ท่านนายพลคนนั้นได้เอามือตบไปที่หน้าของไมน์จนทำให้เธอขาอ่อนและล้มลงท่ามกลางความใของพวกเหล่าทหารประจำเมืองที่กำลังมองดูสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น มันเลยทำทำให้ผมทนไม่ไหว ผมเลยรวบรวมเหลี้ยวแรงกำลังทั้งหมดที่ผมมี หยิบท่อนไม้ขนาดใหญ่ท่อนหนึ่งที่วางไว้ข้างหน้าผม ลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปจักการไอ้นายพลหน้าโหดคนนั้น..... "มันจะเกินไปแล้ววววววววววววว"
"เปรี้ยงงงงงงง..........!!!!!!!!!!!"
สายฟ้าสีเหลืองขนาดใหญ่ได้ผ่าลงมาข้างหน้าระหว่างตัวผมกับท่านนายพล ผมสะดุดล้มแลสั้นไปทั้งตัวกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเผชิญอยู่ข้างหน้า ความสั่นไปทั้งตัวมันทำให้ผมกลัว ผมสู้ไอ้นายพลหน้าโหดคนนั้นไม่ได้........ นิ้วมือขนาดใหญ่ที่ชี้ลงมาตรงรอยของสายฟ้าผ่า ก็ได้สวมเก็บเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสีขาวสะอาดเหมือนเดิม สายตาที่มองดูตัวของผมด้วยความเหยียดหยาม
"เด็ก....หน่อ......เด็ก......ไม่รู้จักเจียมตัวเอาสะเลย....." เสียงพูดใหญ่ๆ ของนายพลหน้าโหดคนนั้นก็ได้เปล่งออกมา พร้อมกับเดินมาที่ตัวผมที่กำลังนั่งขุกเข่าก้มหน้าด้วยความกลัว
"รู้ว่าตัวเองไม่มีพลังวิเศษอะไรสักอย่าง....แล้วยังจะอวดดีอีก...." เสียงของนายพลหน้าโหดคนนั้นพูดแล้วได้ขุกเข่านั่งอยู่ข้างหน้าผม.....ฝ่ามือที่ใหญ่โตก็ได้จิ๊กหัวผมแล้วดึงศรีษะให้ผมเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความกลัวของผมมันได้ไหลออกมาไม่หยุด ก็เพราะความกลัวนะสิ......
"ชู่..........ไม่จำเป็ต้องกลัว เด็กน้อย.......ไม่จำเป็ต้องกลัว......." สิ้นสุดเสียงของนายพลคนนั้นก็ได้มีอะไรจิ้มลงมาที่คอของผม แล้วมันทำให้ผมหลับไป..............
เสียงร้องไห้ของเพื่อนๆ......
เสียงะโลั่นของเพนนี......
น้ำตาของเพื่อนๆของผมที่ไหลออกมาในวันนั้น........ผมจำไม่เคยลืม........
.........................................................
ความทรงจำในวัยเด็กของเด็กหนุ่มคิ้วหนา ั์ตาสีน้ำเงินสีเดียวกับสีผมที่ตัดสั้น ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆก็เปลี่ยนแปลงไป กาลเวลาได้ผ่านไป เป็เวลา 10 ปี ตอนนี้ตัวของผมคนนี้อายุได้ 17 ปี ถึงแม้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไป แต่ความรู้สึกสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด สถานที่ผมอาศัยอยู่ั้แ่เด็กของสำนักถิ่นอุดมที่ผมรัก เพื่อนมิตรภาพที่ดีในตอนนั้น ในการกลับมาในครั้งนี้ ผมแค่้าหาคำตอบทั้งหมดของเื่ที่เกิดขึ้น ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ความมุ่งมั่นที่จะพาบรรยากาศเก่าๆของสำนักถิ่นอุดมหวนกลับคืนมา...........
แววตาของสตางค์ก็ได้ลืมตาขึ้นตืนอีกครั้ง เมื่อเขาใช้เวลาไม่น้อยยืนอยู่ในสำนักที่เก่าร้างพลันนึกถึงเื่ราวเก่าๆที่ผ่านมา เขายืนอยู่ท่ามกลางห้องโถงขนาดใหญ่ของสำนัก ก่อนที่จะเดินออกไปผจญภัยในครั้งนี้ เท้าของเขาก็ได้เดินไปเหยีบยกับภาพถ่ายเก่าๆใบเล็กขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่ง เขาก้มหยิบรูปถ่ายใบนั้นแล้วใช้มือปัดพวกเศษฝุ่นที่อยู่บนภาพถ่ายอยางเบาๆ มุมปากของสตางค์ก็ได้ยิ้มกว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้มองดูภาพถ่ายใบนั้น เป็ภาพถ่ายที่พวกเขาทั้ง7คนได้ถ่ายรูปด้วยกันในวันเด็ก โดยมีอาจารย์ลีออนนั่งอยู่ตรงกลาง คนแรกของภาพที่เก็กท่าหล่อ โฟโต้ "ไอ้เด็กขี้เก็กเอ๋ย...."สตางค์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆ คนที่สองที่ยืนจากไอ้หนุ่มขี้เก็กก็คือเด็กที่ยิ้มจนปากแทบซีกแล้วชูสองนี้วขึ้นมา ตัวผมเอง.... เขาอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้มองเห็นภาพของตัวเอง ถัดมาจากสตางค์คือเบนที่กำลังถูกอาจารย์ลีอองที่กำลังยืนยิ้มหน้าบานได้ยืนตรงกลางระหว่างเธอกับเพนนี ในขณะที่พวเธอทั้งสองคนกำมองตาเขม็งใส่กัน ถัดมาจากเพนนีก็คือเนมที่ยืนเกาะเสื้อเพนนีเอาไว้ตลอดเวลา เด็กตัวเล็กผมสีทองที่อุ้มหุ่นยนต์ของเขาขณะกำลังถ่ายดูด้วย ติวเตอร์ มีแค่เพียงนายคนเดียว คนสุดท้าย สาวน้อยตัวที่หน้าอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา ไมน์ เธอยืนเอามือกอดหนังสือเล่มหนาเตอะของเธอในขณะที่กำลังยืนถ่ายรูปด้วยกัน
ภาพถ่ายของทุกคนเมื่อสมัยที่ได้อยู่ด้วยกันมันคือความทรงจำที่ดีในศิษย์รุ่นที่ 3 แห่งสำนักถิ่นอุดม สตางค์ได้หยิบภาพถ่ายใบนั้นเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อนที่จะเดินออกไปจากประตูของสำนัก สายลมเเรงๆก็ได้พัดผ่านตัวเขาเมื่อเขาได้เดินก้าวออกมาจากประตูรั่วของสำนักถิ่นอุดม แสงแดดที่ปลายสุดขอบฟ้าในยามเย็น ฉายแสงสีส้มก่อนที่ตะวันจะตกดิน เขาได้มองไปตรงปลายสุดขอบฟ้านั้น แล้วได้เริ่มก้าวเท้าออกเดินทาง......
"เวลาผจญภัยได้มาถึงแล้วสิ......"