บทที่ 30 อย่าเปิดโปงกันเลย
เส้าเจี้ยนปางมองไปที่เยี่ยชิงหวนด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้นอีกหลายส่วน
ถึงแม้เขาจะมีโอกาสพูดคุยกับลูกสะใภ้คนนี้ไม่มากนัก แต่ในความทรงจำของเขา ลูกสะใภ้คนโตเป็คนที่ขี้ขลาดตาขาว แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็เื่ที่เธอ ‘บังเอิญ’ ได้คุยกับคุณซ่งหรือที่เธอเสนอตัวออกไปทำงาน เธอไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าขี้ขลาดแม้แต่น้อย
“แผนกออกแบบ?” เส้าเจี้ยนปางจับประเด็นแปลก ๆ ในคำพูดของเธอได้ทันที “ทำไมต้องเป็แผนกออกแบบ”
หัวใจของเยี่ยชิงหวนเต้นตึกตัก สีหน้าเครียดขึ้นมา ลืมเตรียมคำพูดสำหรับเื่นี้ไว้
“พ่อคะ ถ้าเธออยากไปแผนกออกแบบก็ปล่อยให้เธอไปเถอะค่ะ”
เส้าอวี่ซินวิ่งออกมาขัดจังหวะทันใด ไม่ยอมแพ้ไม่ยอมถอย “ครั้งก่อนหนูอยากได้รถคันหนึ่ง พ่อยังไม่ยอมซื้อให้เลย จะซื้ออะไรให้เธอทำไม เธอมีใบขับขี่หรือเปล่า? เธอกล้าขับรถหรือเปล่า? แล้วบ้านที่พ่อซื้อ เธออยู่หรือเปล่า?”
เส้าเจี้ยนปางเอ็นดูลูกสาวคนนี้เป็พิเศษ ถูกเธอพูดเกลี้ยกล่อมจนหัวหมุน
หลี่เหมยลี่ก็เติมน้ำมันเข้ากองไฟ “ในเมื่อเยี่ยชิงหวนอยากไปทำงานที่บริษัท ก็ปล่อยให้เธอไปเถอะค่ะ คุณไม่ได้บอกให้เธอรักษาความสัมพันธ์กับคุณนายซ่งหรอกเหรอคะ? ถ้าคุณนายซ่งรู้ว่าเธอทำงานที่บริษัท มันก็ง่ายขึ้นไม่ใช่เหรอ?”
จริง ๆ แล้วหลี่เหมยลี่แค่พูดไปอย่างนั้นเอง แต่กลับตรงกับความคิดของเส้าเจี้ยนปางพอดี ดวงตาของเขาสว่างวาบ “ใช่แล้ว นั่นสินะ”
คิดมาถึงตรงนี้ เขาจึงตกลง
“อย่างนั้น ถ้าเธออยากไปก็ไปเถอะ แต่ว่าการเป็ผู้ช่วยของแผนกออกแบบค่อนข้างเหนื่อย ถ้าวันไหนทนไม่ไหว เธอก็กลับมาได้”
เยี่ยชิงหวนดีใจ “ขอบคุณค่ะพ่อ”
พอดีกับที่คุณปู่กลับมา ในครัวจึงเริ่มเตรียมอาหาร ทุกคนย้ายไปที่ห้องอาหารเพื่อทานมื้อเย็น
เนื่องจากธุรกิจมีความหวัง วันนี้เส้าเจี้ยนปางจึงยอมรับฟังคุณปู่อย่างอารมณ์ดี ไม่ว่า คุณปู่จะต่อว่าเขาเื่การทำธุรกิจอย่างไร เขาก็ตอบกลับอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนตลอด มื้ออาหารนี้จึงผ่านไปด้วยบรรยากาศที่ปรองดองกันอย่างหาได้ยาก
ยามค่ำคืน
บนเตียงใหญ่ในห้องนอน เยี่ยชิงหวนและเส้าอวิ่นเฉินนอนเคียงข้างกัน ทั้งคู่ต่างกอดผ้าห่มของตัวเอง ไร้ซึ่งความง่วงใด ๆ ต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเองในใจ
นานผ่านไป ในตอนที่เยี่ยชิงหวนพลิกตัวเป็ครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ เส้าอวิ่นเฉินจึงถามขึ้นว่า
“เธอกำลังจะทำอะไรกันแน่”
เยี่ยชิงหวนชะงักไปเล็กน้อย “ฉันพลิกตัวแค่นี้ คุณก็จะมายุ่งอีกเหรอ”
เส้าอวิ่นเฉินมองเธออย่างเ็า
“ฉันหมายถึงเื่ที่เธอบอกพ่อก่อนมื้อเย็นว่าจะไปทำงานที่บริษัท”
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของเยี่ยชิงหวนก็ลุ่มลึกขึ้นอีกหลายส่วน
“ฉันบอกไปแล้วไงว่าอยู่บ้านเฉย ๆ มันน่าเบื่อ เลยหางานทำ”
“คำพูดนี้ของเธอ แม้แต่พ่อยังแทบจะไม่เชื่อเลย”
เยี่ยชิงหวนหันมาพอดีเจอกับดวงตาลึกลับของเส้าอวิ่นเฉิน หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นทันที
คนคนนี้คิดอะไรรอบคอบมาก ต่อให้เธอแต่งเื่โกหกมากแค่ไหน เขาก็สามารถหักล้างได้ทีละอย่าง ในที่สุดเธอก็มองตาเขาอย่างจริงจังและพูดเสียงนุ่มว่า
“คนที่ไม่ได้ทำร้ายฉัน ฉันก็จะไม่ทำร้ายเขา สิ่งที่ฉันจะทำก็แค่เอาสิ่งที่ควรจะเป็ของฉันคืนมาเท่านั้น ฉันรับรองได้ว่าจะไม่ทำให้ผลประโยชน์ของตระกูลเส้าเสียหาย ดังนั้นคุณไม่จำเป็ต้องเสียพลังงานไปกับการสืบหาต้นตอของเื่นี้หรอก”
“เอาสิ่งที่ควรเป็ของเธอคืนมางั้นเหรอ”
เส้าอวิ่นเฉินมองด้วยสายตายากที่จะอ่าน พูดตรงประเด็นว่า “เกี่ยวข้องกับตระกูลกู้เหรอ”
สีหน้าของเยี่ยชิงหวนเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
เธอไม่คิดว่าเส้าอวิ่นเฉินจะมีความคิดละเอียดรอบคอบถึงเพียงนี้ เธอยังไม่ได้ทำอะไรมากมาย แต่เขากลับเชื่อมโยงเธอกับตระกูลกู้แล้ว
“เธอมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลกู้”
“คุณคิดมากไป ตระกูลกู้อะไรกัน” เยี่ยชิงหวนหลบสายตาของเขา ปฏิเสธทันที “ฉันจะมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลกู้ได้”
“เยี่ยชิงหวน”
เส้าอวิ่นเฉินเรียกชื่อเธอ แต่เหมือนกำลังพูดกับอีกคนหนึ่ง “ั้แ่เธอกลับมา เธอก็แสดงละครต่อหน้าทุกคน เธอกำลังทำอะไรอยู่”
ไม่มีใครเชื่อง่าย ๆ ว่ามีเื่การเกิดใหม่ในโลกนี้ ดังนั้นไม่ว่าเส้าอวิ่นเฉินจะมีความคิดละเอียดรอบคอบแค่ไหน เขาก็คิดไม่ถึงความจริงที่ว่าใบหน้าเดียวกันแต่มีบุคลิกสองแบบ
เยี่ยชิงหวนสงบลงทันที
“ชีวิตเหมือนละคร ทุกคนต่างใส่ก็ใส่หน้ากากหันเข้าหากัน หรือว่าคุณไม่ใช่”
เส้าอวิ่นเฉินใบหน้าเรียบเฉย แต่มือข้างหนึ่งใต้ผ้าห่มกลับกำแน่นติดกับต้นขาทันที นี่เป็อาการเคยชินเมื่อเขาระแวดระวังตัว เมื่อก่อนตอนอยู่ในกองทัพ สิ่งที่เขากำอยู่คือปืนพกที่พกติดตัวเป็ประจำ
“ในเมื่อต่างก็ไม่รบกวนกัน งั้นก็อย่าเปิดโปงกันเลย”
เยี่ยชิงหวนซ่อนสีหน้าจริงจัง หาวอย่างไม่ใส่ใจ ทั้งตัวมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม พูดเสียงอู้อี้ว่า “ดึกแล้ว นอนเถอะ”
เส้าอวิ่นเฉินพิงหมอนเอียงหน้ามองท้ายทอยของเธอ ดวงตาที่เคยนิ่งสงบเผยแววสำรวจออกมา
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้น่าสนใจขึ้นมาแล้ว
‘เธอรู้มากแค่ไหน ตอนนี้ยังเดาไม่ออก แต่ถึงแม้ว่าเธอจะรู้แค่นิดหน่อย ท่าทางโง่เง่ากลัวเกรงที่แสดงออกก่อนนั้นจริง ๆ แล้วเป็เพราะอะไรกัน หรือว่าแค่เพื่อปกป้องตัวเองจึงต้องทำเป็โง่งม’
ตามที่เยี่ยชิงหวนคาดการณ์เอาไว้ หลังจากงานประมูลผ่านไปสองวัน คุณนายซ่งก็นัดเธอออกไปดื่มน้ำชายามบ่าย
หลังจากที่ได้ดูภาพร่างคอนเซ็ปต์เครื่องประดับอัญมณีที่เยี่ยชิงหวนออกแบบไปสองสามแผ่น คุณนายซ่งก็เต็มไปด้วยความดีใจที่ซ่อนไม่มิด
“เธอยังบอกอีกว่าเธอไม่ได้เรียนการออกแบบเครื่องประดับอัญมณีมาโดยเฉพาะ ฉันไม่เชื่อหรอก ถ้าเธอทำแค่เป็งานอดิเรกล่ะก็ เธอก็เกือบจะเป็อัจฉริยะในสายงานออกแบบแล้ว คนมากมายไม่มีพร์ทางด้านนี้หรอก”
เยี่ยชิงหวนทำท่าทางถ่อมตัว “ฉันแค่วาดเล่น ๆ น่ะ ไม่เคยทำออกมาจริง ๆ จัง ๆ เลย จริง ๆ แล้วที่ปักกิ่งฉันมีนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณีที่ชอบมาก ๆ คนหนึ่ง เครื่องประดับที่เธอออกแบบนั้นผสมผสานความคลาสสิกและความล้ำสมัยเข้าด้วยกันจริง ๆ”
“ใครหรอ นักออกแบบที่มีชื่อเสียงในปักกิ่งฉันรู้จักเกือบหมดแล้ว”
“เธอ… ไม่อยู่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้เธอเสียชีวิตโดยไม่คาดคิด”
สีหน้าของเยี่ยชิงหวนหม่นหมองลงไปสองสามส่วน
รอยยิ้มของคุณนายซ่งแข็งค้างอยู่ที่มุมปาก
“เธอพูดถึง... กู้ชิงเฉิง”
“คุณก็ได้ดูข่าวใช่ไหมคะ” เยี่ยชิงหวนถอนหายใจเบา ๆ “เธอยังเด็กมาก อายุแค่ยี่สิบกว่า ๆ มีพร์ในการออกแบบดีขนาดนั้น น่าเสียดายจริง ๆ “
“ยิ่งกว่าน่าเสียดายอีก”
ความเศร้าโศกปรากฏให้เห็นในดวงตาของคุณนายซ่ง “เธอเป็เด็กผู้หญิงที่มีจิติญญาในการออกแบบเครื่องประดับมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา ช่างเ้าเล่ห์แสนซน ไอเดียแปลก ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด...”
เยี่ยชิงหวนอดกลั้นความรู้สึกเศร้าใจ แกล้งทำเป็ประหลาดใจ “คุณรู้จักเธอด้วยเหรอคะ”
“เธอเป็เพื่อนที่ดีของฉัน ถึงแม้ว่าเราจะมีอายุห่างกันพอสมควร แต่คงหาคนที่ถูกชะตากับฉันเหมือนเธออีกคนไม่ได้แล้ว”
เวลาพูดถึงกู้ชิงเฉิง ความเศร้าที่ฉายในดวงตาของคุณนายซ่งเป็ความรู้สึกที่แท้จริง
เยี่ยชิงหวนแอบกำมือแน่น พยายามกลั้นแรงสะอื้นเอาไว้ บังคับตัวเองกลืนน้ำตากลับลงไป ก่อนจะถามเสียงเบาว่า
“ก่อนหน้านี้ฉันเห็นข่าวว่าเธอกำลังจะหมั้น ส่งการ์ดเชิญงานหมั้นออกไปแล้วด้วย ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ขึ้น ตอนนี้เธอน่าจะมีความสุขมากแน่ ๆ”
“มีความสุขงั้นเหรอ” สีหน้าของคุณนายซ่งเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ฉันว่าไม่แน่หรอก คู่หมั้นของเธอคือลู่เจิ้งหลิง ประธานของกู้กรุ๊ปในตอนนี้ไง หลังจากที่ชิงเฉิงประสบอุบัติเหตุไม่นาน เขาก็ไปแต่งงานซะแล้ว แถมยังกล้าทำหน้าด้าน ๆ ไปออกข่าวอวดความรักของตัวเองอีก บอกว่าจะทุ่มเงินตามหาภรรยา”
เยี่ยชิงหวนขมวดคิ้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“แปลกจริง ๆ”