ณลานกว้างหน้าโดมรากไม้ เสียงจ้อกแจ้ก จอแจ ของเหล่าบรรดานักเรียนคลาสธาตุดินค่อย ๆดังขึ้นเมื่อมีการรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆหลังจากที่ทุกคนทยอยเก็บกระเป๋าสัมภาระของตนเองเสร็จ
“เงียบได้แล้ว” ทันใดนั้นเสียงอาจารย์เอิร์นก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนเงียบลงแล้วหันไปยังต้นตอของเสียง
“อาจารย์จะชี้แจงก่อนนะ ในการเข้าค่ายในครั้งนี้เราจะเข้าค่ายเป็เวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วค่อยเดินทางกลับโรงเรียน”
“ดังนั้นในหนึ่งอาทิตย์ที่นี้ทุกคนจะได้รับการฝึกฝนพัฒนาพลังเวทย์ของพวกเธอเอง ฉะนั้นขอให้ทุกคนเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมด้วย” อาจารย์เอิร์นหยุดพูดแล้วหันไปมองเหล่านักเรียนของเธอที่ตอนนี้ได้แต่นิ่งเงียบยืนจ้องมายังเธอ ก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“เข้าใจหรือป่าว” อาจารย์เอิร์นเอ่ยถาม
“ครับ/ค่ะ” เหล่านักเรียนตอบเธอด้วยเสียงค่อย ๆ
“ไม่มีแรงจะตอบกันหรือไง” อาจารย์เอิร์นถามอีกครั้ง
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ อาจารย์” ครั้งนี้เหล่านักเรียนของเธอตอบเสียงดังฟังชัดขึ้น
‘อาจารย์พามาฝึกให้เป็หน่วยรบเวทย์มนต์หรือเปล่าเนี่ย’ไฮด์ได้แต่คิดในใจแต่พูดออกไปไม่ได้
“ก่อนอื่นมาทดสอบพลังเวทย์ธาตุของพวกเธอก่อนว่าหลังจากทำสัญญากับเทพปฐีแล้วพลังเวทย์พัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้วบ้าง” อาจารย์เอิร์นเอ่ยขึ้นก่อนที่จะทยอยให้นักเรียนแต่ละคนทยอยกันมาแสดงพลังเวทย์ธาตุของแต่ละคนต่อหน้าเธอ
หลังจากทดสอบพลังเวทย์ธาตุเสร็จอาจารย์ได้แบ่งนักเรียนออกไปเป็ สามกลุ่ม คือกลุ่มแรกเป็กลุ่มที่สามารถควบคุมพลังเวทย์ได้ดีทั้งพลังเวทย์ของตัวเองและพลังเวทย์ธาตุกลุ่มที่สองเป็กลุ่มที่ควบคุมพลังเวทย์ของตัวเองได้ดีแต่ควบคุมพลังเวทย์ธาตุได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆและกลุ่มสุดท้ายเป็กลุ่มที่ควบคุมทั้งพลังเวทย์ของตัวเองและพลังเวทย์ธาตุได้ไม่ดีจำเป็ที่ต้องฝึกอย่างหนักเพื่อพัฒนาให้ตัวเองสามารถควบคุมพลังเวทย์ได้ดีในระดับนึงเพื่อเริ่มฝึกในขั้นต่อไป
และในการฝึกแต่ละกลุ่มจะมีการฝึกที่แตกต่างกันไปโดยกลุ่มแรกจะได้รับการฝึกให้ขยายพลังเวทย์ของตนเองเพื่อให้สามารถใช้เวทย์มนต์ได้มากขึ้นไม่ทำให้พลังเวทย์หมดลงซะก่อนต่อมาในส่วนของกลุ่มที่สองได้รับการฝึกในส่วนของการควบคุมพลังเวทย์ธาตุเพื่อชดเชยพลังเวทย์ของนักเรียนในกลุ่มที่มีไม่พอต่อการนำมาใช้จริงและเป็การฝึกใช้พลังเวทย์ธาตุโดยเป็การยืมพลังเวทย์จากธรรมชาติ ซึ่งเป็ธาตุที่ทำสัญญาไว้กับเทพที่ตนทำสัญญา ทำให้ลดการใช้พลังเวทย์ของตัวเองลงไปเยอะทำให้มีพลังเวทย์มาชดเชยในส่วนที่ขาดไปทำให้การฝึกสามารถก้าวทันกลุ่มแรกได้สุดท้ายกลุ่มที่สาม ในการฝึกของกลุ่มนี้อาจารย์เอิร์นมาควบคุมการฝึกด้วยตัวเองโดยในการฝึกของกลุ่มนี้สิ่งแรกที่ได้รับการฝึกก็คือ การวิ่งมาราธอน นั้นเอง
“อาจารย์ครับ” บิลที่โดนจับมาอยู่กลุ่มสามยกมือขึ้นเรียกอาจารย์
“ว่าไงบิล” อาจารย์เอิร์นขานรับแล้วหันไปหาบิล
“ทำไมกลุ่มพวกเราต้องวิ่งด้วยละครับ” บิลยิงคำถามใส่อาจารย์เอิร์นเพื่อไขข้อสงสัยของตัวเอง
“นั้น ก็ เพราะพวกเธอควบคุมพลังเวทย์ได้แย่มากขนาดเป็พลังเวทย์ของตัวเองพวกเธอยังแทบจะควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำซึ่งสาเหตุของการที่ควบคุมพลังเวทย์ของตัวเองยังไม่ได้มีหลายสาเหตุแต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กรุ่นพวกเธอก็เพราะการไหลเวียนในร่างกายติดขัดทำให้ดึงเอาพลังเวทย์ออกมาใช้ได้ไม่เต็มที่” อาจารย์เอิร์นเว้นวรรคก่อนจะพูดขึ้นต่อ
“ถ้านึกไม่ออก งั้นลองฟังที่อาจารย์พูดแล้วนึกภาพตาม ให้นึกว่าพลังเวทย์ก็คือเม็ดเืแล้วท่อส่งพลังเวทย์ก็คือเส้นเืที่คอยส่งเืไปล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแต่จะเป็ยังไงถ้าเกิดมีบางจุดของท่อส่งที่มีชั้นไขมันดักอยู่ทำให้เืผ่านไปได้ไม่สะดวก”อาจารย์หยุดพูดแล้วสังเกตเหล่านักเรียนของเธอที่ค่อยๆ พยายามทำความเข้าใจ แล้วจึงพูดขึ้นต่อ
“เมื่อมีชั้นไขมันอุดตันในท่อทำให้เืเดินผ่านไปได้ไม่สะดวกนั้นก็คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้พวกเธอใช้พลังเวทย์ได้ไม่เต็มที่และเหตุผลที่ให้พวกเธอวิ่งอีกอย่างหนึ่งก็คือ การฝึกให้ท่อเ่าั้แข็งแรงขึ้นเพื่อที่จะรองรับพลังเวทย์ของพวกเธอได้มากยิ่งขึ้นไปด้วย และถ้าให้อาจารย์เดาพวกเธอหลังจากเลิกเรียนที่โงเรียนไปแล้วถ้าไม่กลับไปนอนก็นั่งกินของกินเล่นจนเพลินใช่ไหม” อาจารย์เอิร์นพูดจบก็หันไปมองเหล่านักเรียนของเธอ
“อาจารย์ครับพวกผม้าการพักผ่อนหลังจากเรียนมาหนักมาทั้งวันนะครับ” บิลตอบอาจารย์เอิร์นกลับไป
‘จริงอย่างที่อาจารย์ว่า เรากลับไปก็กินแล้วก็นอนถึงจะมีฝึกควบคุมพลังเวทย์บ้างแต่ก็ยังไม่ดีพอ เพราะสาเหตุนี้ นี่เอง’ ไฮด์คิดในใจถึงสิ่งที่ตัวเองพลาดไป
“เอาละ ไม่ต้องโอ้เอ้ ไปวิ่งกันได้แล้วอาจารย์ยังต้องไปดูนักเรียนกลุ่มอื่นอีกแล้วก็ให้ไปวิ่งตรงทุ่งกว้างตรงที่เราเคลื่อนย้ายมานะวิ่งวนจนกว่าอาจารย์จะบอกให้พอนะ” อาจารย์เอิร์นพูดตัดบทก่อนที่จะเดินไปยังกลุ่มอื่น ๆ ต่อ
“อาจารย์เดี่ยวครับ” บิลพยายามเรียกอาจารย์ให้กลับมาก่อน
“ไปเถอะบิล เราคงต้องทำตามที่แกสั่งแล้วนั้นแหละ”ไฮด์เดินเข้ามาห้ามบิลที่กำลังร้องเรียกอาจารย์เอิร์นอยู่
“แต่นี่มัน่สายอยู่เลย” บิลแย้งขึ้นมา
“อยากโดนอาจารย์แกบ่นอีกรึไง” ไฮด์พูดต่อจนบิลนึกถึงภาพที่โดนอาจารย์เอิร์นบ่นแล้วสั่งทำโทษบิลก็คงไม่อยากโดนแบบนั้นจึงจำใจวิ่งไปแต่โดยดี แล้วกลุ่มที่สามจึงทยอยวิ่งกันไปที่ทุ่งกว้างตามที่อาจารย์เอิร์นได้สั่งไว้ภายใต้แสงแดดยามสายที่ส่องแสงสาดส่องไปทั่วท้องทุ่งเขียวขจีพร้อมเสียงแมลงที่ดังอยู่รอบ ๆ ขับขานเป็ทำนอง
ในใกล้่เที่ยงอาจารย์เอิร์นได้ตามเหล่านักเรียนของเธอที่แบ่งกลุ่มกันไปฝึกกลับมารวมกันที่โดมรากไม้โดยใช้โทรโข่งเวทย์มนต์กระจายเสียงของเธอส่งไปยังเหล่าบรรดานักเรียนทั้งหมด
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบของไฮด์และเหล่าเพื่อน ๆที่ร่วมวิ่งด้วยกัน ทุกคนในกลุ่มสามต่างหน้าแดงกร่ำ หายใจหอบไม่เป็จังหวะจนเมื่อได้ยินเสียงโทรโข่งดังขึ้นทำให้ทุกคนที่วิ่งอยู่ตอนนี้นั่งทรุดลงกับพื้นเพราะไม่เคยออกกำลังมากขนาดนี้มาก่อนเสียงหายใจเข้าออกฟึด ฟัด กับเสียงหัวใจที่เต้นจนเหมือนจะทะลุหน้าอกออกมาทุกคนนั่งกันอยู่ตรงทุ่งกว้างอยู่ตรงนั้นซักพักนึงพอเรี่ยวแรงเริ่มกลับมาทุกคนจึงค่อย ๆ เดินกลับไปรวมตัวกันที่หน้าโดมรากไม้รวมกับกลุ่มอื่นๆ
“ทุกคนหยุดฝึก เดี่ยวเราจะพักกินข้าวเที่ยงกันก่อน”อาจารย์เอิร์นพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเหล่านักเรียนของเธอมากันครบทุกคนแล้วจากนั้นเธอจึงเดินไปหยิบกระเป๋าเป๋สัมภาระสีแดงใบใหญ่ของเธอมาตั้งไว้ก่อนจะล่วงเข้าไปหยิบของข้างใน โดยมีทั้งกระทะ ตะหลิว หม้อ มีด เขียงและเครื่องครัวอื่น ๆ อีกสารพัดแล้วจากนั้นจึงหยิบพวกเนื้อและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารออกมาเป็กอง ๆสุดท้ายเธอหยิบโต๊ะ เตาย่าง ออกมา ก่อนจะปิดกระเป๋าไป
“ถึงจะเป็กระเป๋าเวทย์มนต์ก็เถอะแต่นี่เล่นเก็บของใหญ่ไว้ได้ขนาดนี้เลยได้ยังไงกัน”แคลนแอบพูดเบาๆ ขึ้นมาในระหว่างที่อาจารย์เอิร์นกำลังเตรียมของสัพเพเหระอยู่
“แต่ที่น่าสงสัยคงจะเป็ทำถึงเอามาแต่อาหารสดออกมามากกว่า”ไฮด์พูดต่อ
“เจ๊แกคงไม่ได้คิดจะให้เราทำอาหารเองด้วยหรอกนะหลังจากที่เราวิ่งมาราธอนตามเจ๊แกสั่งมาขนาดนี้” บิลพูดขึ้นมาบ้าง
“วิ่งมาเหนื่อย ๆ จะขอนั่งพักกินข้าวดี ๆหน่อยก็ไม่ได้” แคลนแย้งขึ้น
“พวกเธอสามคนคุยอะไรกันอยู่” อาจารย์เอิร์นที่หันมาเห็นตอนที่สามคนนี้กำลังซุบซิบกันอยู่พอดี
“เปล่าครับ” แล้วทั้งไฮด์ แคลน และบิลก็ตอบอาจารย์พร้อมกัน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเธอทุกคนก็มาเริ่มทำอาหารกันได้แล้ว”แล้วอาจารย์เอิร์นก็หันไปสั่งเหล่านักเรียนของเธอ
“อาจารย์เราต้องทำเองหมดเลยเหรอครับ” บิลยกมือขึ้นถาม
“นี่เป็ค่ายฝึกพวกเธอก็ต้องดูแลตัวเองให้เป็ด้วยสิ” อาจารย์เอิร์นหันมายิ้มก่อนตอบบิลออกไป
“นั้นไงพูดไม่ทันขาดคำ” แคลนกระซิบกับไฮด์ก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะคิกคักกัน
หลังจากนั้นไม่นานเหล่านักเรียนทุกคนก็เขามาล้อมวงกันเพื่อแบ่งหน้าที่กันทำโดยทุกคนต่างก็อยากพักกันทั้งนั้นจึงพยายามเกี่ยงงานที่หนัก ๆ ไปให้คนอื่น ๆก่อนที่ไฮด์จะเสนอความคิดเห็นขึ้นมาว่า
“ั้แ่เราเข้าเรียนเรายังไม่เคยเลือกหัวหน้าประจำคลาสเราเลยนะทำไมเราไม่มาเลือกหัวหน้ากันก่อนละ” ไฮด์พูดจบคนในห้องต่างก็เงียบลงแล้วคิดตาม
“งั้นถ้าเงียบก็ถือว่าตกลงนะเราจะเริ่มโหวตหัวหน้าห้องกันก่อน” แล้วไฮด์ก็เริ่มพูดต่อ หลังจากนั้นไฮด์ก็เดินเข้าไปถามอาจารย์เอิร์นที่ตอนนี้นั่งมองพวกเขาอยู่ตรงเก้าอี้ใต้ต้นไม้ว่ามีกระดาษกับปากกาไหมก่อนที่อาจารย์จะหยิบของที่ไฮด์้าออกมาให้จากกระเป๋าเป๋ใบสีแดง
‘กระเป๋านั้นเก็บอะไรไว้บ้างเนี่ย’ ไฮด์คิดขึ้นในใจด้วยความสงสัยก่อนจะสลัดความคิดนี้ทิ้งไปแล้วนำกระดาษกับปากกาไปแจกให้เพื่อนในคลาสแล้วบอกให้เขียนชื่อคนที่ตัวเองอยากจะให้เป็หัวหน้า และจากการนับผลโหวตปรากฏว่าอดัม ถูกเลือกให้เป็หัวหน้าห้อง ก่อนที่ไฮด์จะเริ่มพูดต่อ
“เมื่อเสียงข้างมากตอนนี้เลือกอดัมเป็หัวหน้าห้องแล้วงั้นอดัมก็ต้องเป็คนแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนและทุกคนก็ต้องทำตามหน้าที่ที่อดัมได้สั่งไว้นะ” ไฮด์พูดขึ้นต่อก่อนจะถอยกลับไปนั่งกับ บิลและแคลน แล้วยกเวทีให้อดัมได้พูดต่อไป
“แปะ แปะ แปะ” บิลกับแคลนตบมือให้ไฮด์ที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที ก็หันไปฟังสิ่งที่อดัมกำลังจะพูดต่อไปโดยอดัมได้จัดแจงแบ่งงานให้เพื่อน ๆ ของเขาตามความเหมาะสมส่วนไฮด์นั้นได้รับหน้าที่ไปเก็บไม้ฟื้น พร้อมกับบิล และก็แคลนเพื่อนำมาทำเป็เชื้อเพลิงสำหรับทำอาหาร
‘อดัมเป็คนที่มีความสามารถทั้งการควบคุมพลังเวทย์และการเป็ผู้นำถือว่าหาได้ไม่บ่อยนักในกลุ่มนักเรียนที่พึ่งเข้ามาเรียนใหม่และไฮด์เองถึงแม้จะควบคุมพลังเวทย์ได้ไม่ค่อยดีแต่ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากับทำได้ดี’ อาจารย์เอิร์นที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตอนนี้กำลังคิดอยู่ในใจถึงสิ่งที่ได้เห็น
หลังจากนั้นใน่เที่ยงใกล้บ่ายพวกนักเรียนก็พึ่งได้เริ่มทำอาหารกันโดยใช้วัตถุดิบและเครื่องมือที่อาจารย์เอิร์นนั้นเตรียมเอาไว้ให้ซึ่งหน้าที่ในการปลุกอาหารถูกรับผิดชอบโดยแซนดี้ เจน และเพื่อน ๆในกลุ่มของพวกเธออีกสองคน และเมนูที่ได้สำหรับมื้อเที่ยงหลังจากฝึกมาเหนื่อย ๆนั้นก็คือ ข้าวหน้าเนื้อ โดยเป็ข้าวที่ถูกล้างน้ำมาอย่างดีโดยก่อนนำขึ้นไปหุงมีการใส่น้ำมะนาวไปเล็กน้อยทำให้เขาที่ได้นุ่มฟู ในส่วนของเนื้อแซนดี้กับเจนได้มีการหั่นชิ้นเนื้อเป็สเต็กก่อนจะนำไปทุบทำให้เนื้อนุ่มลงแล้วเอามาบั้งเนื้อทั้งสองข้างเพื่อให้ความร้อนเข้าถึงเนื้อส่วนด้านในแล้วจากนั้นจึงปรุงรสด้วยเกลือแหละพริกไทย ก่อนจะนำไปย่างซึ่งในขณะที่ย่างเจนได้ทาซอสเพิ่มไปด้วยทำให้กลิ่นของหมูย่างหอมลอยฟรุ้งไปทั่วทั้งบริเวณนั้นทำเอาเหล่าเพื่อนนักเรียนที่รอกินอยู่อดใจรอไม่ไหวที่จะกินกันซักที
“อาจารย์ค่ะ นี่ของอาจารย์ค่ะ” แซนดี้เดินเอาอาหารที่ทำเสร็จแล้วไปให้อาจารย์เอิร์นที่กำลังนั่งพักอยู่
“ขอบใจจ๊ะ แซนดี้” อาจารย์เอิร์นพูดขอบคุณก่อนที่จะรับอาหารจากมือแซนดี้ไปนั่งกิน
ใน่บ่ายหลังจากมื้ออาหารอาจารย์เอิร์นได้ให้ทุกคนไปแยกย้ายพักผ่อนกันตามอัธยาศัยก่อนส่วนเธอนั้นได้เดินไปร่ายเวทย์ม่านพลังตั้งไว้รอบค่าย เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆที่จะเข้ามาทำร้ายพวกเหล่านักเรียนของเธอ
“อิ่มชะมัด” บิลพูดขึ้น
“แถมอร่อยด้วยหรือเพราะเราวิ่งกันตลอดทั้งเช้าไม่รู้ถึงทำให้กินอะไรก็อร่อยไปซะหมด” ไฮด์พูดต่อ
“เดี่ยวเถอะฝีมือทำอาหารของเราเองก็ดีเหมือนกันนั้นแหละ” แซนดี้ที่ผ่านมาพอดีได้ยินเข้าจึงแย้งขึ้น
“ใครจะไปคิดว่าแซนดี้ก็ทำอาหารอร่อยเหมือนกัน”แคลนเข้ามาเสริมทัพ
“ตอนอยู่ที่บ้านเราก็ทำอาหารให้คนที่บ้านกินนะเราเลยทำอาหารเป็ไง”แซนดี้อธิบาย
“ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมฝีมือทำอาหารดี” ไฮด์พูดต่อ
“ว่าแต่เจ๊แกจะให้เราฝึกอะไร่บ่ายอีกนะ”บิลพูดขึ้น
“ไม่รู้ แต่ขอให้อย่าไปวิ่งอีกเลย” แคลนพูดโต้ขึ้นมา
“หือ นี่พวกนายวิ่งกันตลอดทั้งเช้าเลยเหรอ”แซนดี้สงสัยจึงถามขึ้นมา
“ใช่” ไฮด์ตอบแซนดี้ ก่อนจะถามกลับไป
“แล้วกลุ่มของแซนดี้ละฝึกอะไรกันบ้าง่เช้า”
“ของกลุ่มเราก็ฝึกการขยายพลังเวทย์โดยการนั่งสมาธิแล้วปล่อยพลังเวทย์ให้เป็ออร่าคลุมตัวไว้จากนั้นก็ให้ปล่อยออร่านั้นให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วคงสภาพนั้นไว้ให้นานที่สุด ตอนนั้น” แซนดี้กำลังจะเล่าให้ฟังต่อแต่แล้วอาจารย์เอิร์นก็กลับมาจากการกางม่านพลังพอดี
“นักเรียนทุกคนฟังให้ดีสำหรับการฝึกใน่บ่ายนี้”อาจารย์เอิร์นพูดขึ้นเหล่านักเรียนของเธอต่างก็ลุ้นว่ากลุ่มของตัวเองจะได้ฝึกแบบไหนกันอีกบ้าง
“สำหรับการฝึกใน่บ่ายนี้ ไม่มีนะจ๊ะขอให้ทุคนพักผ่อนกันเต็มที่” อาจารย์เอิร์นพูดออกมาแล้วยิ้มให้พวกนักเรียนของเธอที่ทำสีหน้าอมทุกข์กันอยู่ตอนนี้
“เย้” พวกเด็กนักเรียนต่างโห่ร้องกันอย่างดีใจก่อนที่เหล่านักเรียนผู้หญิงจะวิ่งไปกอดอาจารย์เอิร์นแล้วหลังจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยบางคนก็เข้าไปนอนพักในโดมรากไม้ บางคนก็ออกไปเดินเล่นกับกลุ่มเพื่อนบางคนก็ไปฝึกคนเดียว เป็ต้น