ตอนที่ 25 สำนักกระบี่ดารา์ (2)
“สะ…เสียงอะไร?”
“มีตัวอะไรอยู่แถวนี้!?”
ทุกผู้คนต่างััได้ถึงเส้นขนที่ลุกชูชันขั้นทั่วทั้งร่าง ต่างควานหาต้นกำเนิดเสียงที่ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวลึกล้ำ ทันใดนั้นเองที่ความมืดมิดเข้าปกคลุมบริเวณใจกลางเขตสำนัก สานุศิษย์และผู้าุโทั้งหมดล้วนตกอยู่ในเงาดำมืด บางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังหมู่เมฆ ยามแสงอาทิตย์ตกกระทบลงที่เกล็ดสีแดงดุจโลหิตของมันปรากฏความมันวาวที่งามล้ำ ลักษณะลำตัวยาวเหมือนงูที่กำลังเลื้อยไปมาอยู่บนฟากฟ้า ปากของมันอ้ากว้างเผยเขี้ยวขนาดใหญ่หนึ่งคู่ที่บริเวณขากรรไกร้า หนวดยาวลักษณะดุจไม้เลื้อย แผงคอเหมือนสิงโตอยู่บนคอ,คางและข้อศอก
สีหน้าของมันพาดผ่านด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวประดุจเทพพิโรธ สำเนียงขู่ขวัญของสัตว์ร้ายแผดะเืผืนดินก้องไกล ลำตัวของมันยาวมากกว่ายี่สิบกิโลเมตร เรือนร่างมหึมาที่ผู้คนมิอาจจินตนาการได้ว่าสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้านั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ คู่ั์ตาแดงฉานขนาดั์จับจ้องลงมาที่ใจกลางเก้าขุนเขา ทันใดนั้น ร่างกายมหึมาจึงเริ่มขับเคลื่อนลงมาจากนภาฟ้า
“มันจะใหญ่บ้าอะไรได้ถึงขนาดนี้วะเนี่ย….”
“มะ…ั”
“ตะ…ตายแน่…”
ศิษย์ใหม่ ศิษย์ภายนอกและศิษย์ภายในส่วนใหญ่ต่างราวกับิญญาหลุดออกจากร่าง ทั่วทั้งร่างแข็งค้างประหนึ่งก้อนหินไร้การตอบสนอง จำนวนคนที่ยังคงสติอยู่ได้นั้นสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ เฟยอวี่จ้องมองกายามโหฬารบนฟ้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก หากเป็เฟยอวี่คนเก่าคงกลัวจนฉี่ราด แต่ทว่า หลังจากผ่านขอบเหวแห่งความตายมาได้ ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัวได้อีก โลหิตของเขากำลังเดือดพลุ่งพล่าน!!
“ข้าไม่ได้ตาฝาด… หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด ัในตำนาน!”
หนิงเซียนอดไม่ได้ที่จะชี้แนะเฟยอวี่ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง “นี่ไม่ใช่ัที่แท้จริง เป็พวกัพันธุ์ทาง ัแท้จริงมีขนาดใหญ่โตยิ่งกว่านี้นับร้อยเท่าพันเท่า”
ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นกลับไม่มีอากัปกิริยาตอบสนองอันใด… สิ่งที่ควรคิดคือวิธีการรับมือกับัเบื้องหน้าต่างหาก!
เหล่าสานุศิษย์น้อยใหญ่ต่างหันมองไปทางผู้าุโสูงสุดคล้าย้าที่พักพิงจิตใจ คงไม่มีใครในที่นี้ที่แข็งแกร่งไปกว่าระดับจักรพรรดิอีกแล้ว! ผู้ชราที่เห็นเหล่าศิษย์ตั้งความหวังไว้กับตน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงธรรมดา “ข้าสู้ันั่นไม่ได้ ข้าเป็เพียงจักรพรรดิ แต่ันั่นคือราชันผู้ยิ่งใหญ่”
เสียงคำกล่าวของผู้าุโสูงสุดสะท้านก้องไปในโสตประสาทของผู้คน สมองคล้ายดับนิ่งสนิท ห้วงความคิดกลับกลายเป็ขาวโพลน ต่อหน้าัระดับราชันจักรพรรดิในตำนาน มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยเยี่ยงพวกเขาจะสามารถรับมือได้ นี่รวมทั้งพลังยุทธและสภาพจิตใจ เมื่อเผชิญพานพบต่างขวัญหนีดีฝ่อกันทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้าุโทั้งหมดมีเพียงท่าทางสุขุมสงบไร้อารมณ์อันใด
หลิวเจียนมองัั์ที่กำลังทะยานลงมาด้วยความรวดเร็วยิ่ง จากระดับที่สูงเกือบหมื่นเมตรหดลงเหลือหลักร้อยเมตรในชั่วพริบตา ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มกว้างก่อเกิดบรรยากาศหนักอึ้งประหลาด “เ้าร่วมเดินทางไปด้วยจริงๆสินะ …ตาแก่”
“เ้าหนูผมทอง เ้านี่ยังเืร้อนเหมือนเดิมนะ ความหุนหันพลันแล่นปล่อยกายไปตามอารมณ์นี่แหละคือข้อเสียใหญ่หลวงของเ้า” น้ำเสียงอันหนักแน่นดังขึ้น ไม่ทราบว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ชายชราร่างเล็กได้ปรากฏกายขึ้นข้างหลังของหลิวเจียน เสื้อผ้าอาภรณ์สามัญธรรมดายิ่ง แววตาที่ราวกับปิดอยู่ตลอดเวลาจับจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้า
หลิวเจียนหันหลังกลับมาอย่างเชื่องช้า ท่าทางเย่อหยิ่งกลับกลายเป็สีหน้าอันเรียบสงบ ซึ่งแฝงไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนหลากหลายที่ผุดขึ้นมาเมื่อเผชิญหน้ากับชายแก่เบื้องหน้า ชายหนุ่มกำหมัดแน่น “ข้าไม่ใช่เด็กอ่อนแอ …ตาแก่!”
เ้าสำนักเผยรอยยิ้มบาง ผู้เฒ่าก้าวขาครั้งหนึ่ง เพียงชั่วพริบตาเดียว ผู้ชราได้ไปปรากฏตัวอยู่ข้างหลังหลิวเจียนในทันที เขาแหงนศีรษะขึ้นมองท้องฟ้าจับจ้องไปทางัแดงฉานเบื้องบน “ไม่ต้องกลัวไปพวกเด็กน้อย นั่นสัตว์เลี้ยงของข้าเอง”
สิ้นคำกล่าวของเ้าสำนัก ประหนึ่งสายฟ้าฟาดใส่เหล่าสานุศิษย์ทั้งหมดในเขตสำนัก …สัตว์เลี้ยง? พวกเขาพยายามประคองมิให้สติสัมปชัญญะปลิวกระเด็น เหล่ารุ่นเยาว์ต่างมองับนฟ้าสลับมองกับผู้ชราแปลกหน้า หากไม่นับหลิวเจียน ทั่วทั้งสำนักย่อมไม่มีศิษย์คนใดรู้จักตัวตนของท่านเ้าสำนักแม้เพียงผู้เดียว บางคนเคยเห็นหน้าคร่าตามาบ้าง อย่างไรก็ตาม พวกเขาหาได้ทราบไม่ว่านั่นคือท่านเ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่คู่์! ภายใต้ความเงียบสงัดดุจป่าช้า เ้าสำนักเอ่ยกล่าวขึ้นต่อว่า
“เภตราแห่งราชัน”
ทันใดนั้น เภตราแห่งราชันพลันลอยออกมาจากอากาศธาตุอันว่างเปล่า เรือสำเภาลอยฟ้าขนาดใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากมิติว่าง จวบจนกระทั่ง มันเผยทุกสัดส่วนออกมาโดยสมบูรณ์ ศิษย์ใหม่,ศิษย์ภายนอกและศิษย์ภายในล้วนแข็งทื่อประดุจถูกสาปกลายเป็รูปปั้นหินต่างจับจ้องสถานการณ์เบื้องหน้าไร้การตอบสนอง
ัแดงกู่คำรามสะท้านลั่นก่อนเคลื่อนตัวไปรับเภตราแห่งราชันไว้บนลำตัว
“ไปกันเถอะ…” เ้าสำนักโบกฝ่ามือครั้งหนึ่ง ผู้คนทั้งหมดในเขตสำนักต่างลอยขึ้นไปบนเภตราแห่งราชันอย่างรวดเร็ว ทีละคนๆ เสียงโหวกเหวกโวยวายด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นเป็ครั้งคราว ในขณะที่ เ้าสำนัก ผู้าุโสูงสุดและหลิวเจียนยังคงอยู่พื้นเบื้องล่าง
“ท่านเ้าสำนัก ข้าคงต้องขึ้นเภตราแล้ว” ผู้าุโสูงสุดประสานฝ่ามืออำลา ชายชราคือผู้บรรลุระดับชนชั้นจักรพรรดิ เขาลอยเหาะไปทางเภตราแห่งราชันไม่รีรอ
“เ้าบอกเ้าไม่ได้อ่อนแอสินะ” เ้าสำนักหันมองมาทางหลิวเจียน ผู้ชราเปิดเปลือกตาขึ้นเผยแววตาคมกล้าหาใดเปรียบ แรงกดดันถาโถมเข้าใส่หนุ่มน้อยราวกับอดีตในครั้งก่อน สองขาของหลิวเจียนสั่นระริกอย่างมิอาจควบคุม ถึงกระนั้น ชายหนุ่มล้วนคงสีหน้าเ็าทำทีท่าว่าไม่เป็อะไร
เ้าสำนักกล่าวต่อด้วยสีหน้าขึงขัง “เ้าอ่อนแอเ้าหนู… ทั้งพลังยุทธทั้งจิตใจ…”
สีหน้าของหลิวเจียนบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เขาคือรุ่นเยาว์ที่ทั่วทั้งทวีปัต่างครั่นคร้ามยกย่องในพร์อันสูงส่ง เขาคือผู้ได้ลำดับที่สองจากศึกประลองยุทธรุ่นเยาว์ระดับทวีป! แต่ทว่า ผู้ชราตรงหน้ากลับบอกว่าเขาอ่อนแองั้นหรือ!?
“ข้าไม่ได้อ่อนแอ! ข้าได้ที่สองจากการประลองยุทธรุ่นเยาว์แห่งทวีปั! นี่เป็สาเหตุที่ทำให้สำนักของเ้ามีชื่อเสียงเรียงนามขึ้นมา! แล้วเ้ายังจะบอกว่าข้าอ่อนแองั้นรึ!!” หลิวเจียนแสดงท่าทีไม่พึงพอใจอย่างมาก
“นี่เ้าคิดแล้วหรือว่าพวกวังัเอาจริงแล้ว… ผู้ชนะเลิศในปีนั้นเป็แค่ศิษย์ภายในที่อ่อนแอที่สุดในวังั เ้ากลับเอาชนะมันไม่ได้ เ้าเคยประมือกับสายเืจักรพรรดิหรือไม่? เหล่าองค์ชายและองค์หญิงทั้งหลายของเ้าเทียนน้อย… เด็กพวกนั้นตอนสิบห้าปีก็ย่างก้าวสู่ระดับปรมาจารย์กันหมดแล้ว” เ้าสำนักแหงนมองขึ้นท้องฟ้าก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ปลดปลง “มุมมองข้ากับเ้าแตกต่างกันสุดขั้วเ้าหนู ข้าเห็นโลกใบนี้มามาก ข้าโลดแล่นไปทั่วทั้งโลกเซียน ชื่อเสียงกึกก้องไปทั่วทั้งมหาดินแดนทั้งสาม ทวีปัที่เ้าอยู่ไม่ต่างอันใดไปจากมดปลวก ต่อหน้าปีศาจและทวยเทพ…เ้าไม่ได้แข็งแกร่งเลย…ตาเฒ่าผู้นี้ก็เช่นกัน…”
หลิวเจียนอึ้งทึ่งอยู่พักใหญ่ขณะฟังคำกล่าวของท่านเ้าสำนัก วังัไม่ได้เอาจริง? องค์ชายและองค์หญิง? เทพและปีศาจ?
“เ้าเคยเจอ…เทพและปีศาจ?”
เ้าสำนักตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง “ผู้เฒ่าพูดมากเกินไปแล้ว อย่ามัวชักช้าร่ำรี้ร่ำไรอยู่เลย งานพิธีเริ่มตอนเย็นต้องพาไปทำความรู้จักกับพวกนั้นเสียก่อน เ้าหนูผมทองก็ควรไปได้แล้ว” ผู้ชราโบกมือ ทันใดนั้น ร่างกายของหลิวเจียนพลันลอยเหาะไปทางเภตราแห่งราชัน
สภาพของแต่ละคนบนเรือสำเภาลอยฟ้าเรียกได้ว่าสะบักสะบอมอยู่บ้าง หลายคนมีอาการปวดเศียรเวียนเกล้าขณะลอยอยู่กลางท้องฟ้า ประสบการณ์ลอยเหนือพื้นดินย่อมเป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้ัั โดยปกตินั้น การเดินทางไปสำนักกระบี่ดารา์อาศัยเภตราแห่งราชันไปก็จริง ทว่า เรือนั้นจะจอดรออยู่ที่บริเวณลานกว้างใกล้เคียงตำหนักหลัก และการอาศัยให้ัเป็พาหนะนำทางไปล้วนทำให้พวกเขารู้สึกหวาดเสียวกลัวตาย
เฟยอวี่กวาดสายตามองสำรวจบนเรือสำเภาใหญ่ท่าทางใคร่รู้ …วัตถุลอยบนฟ้าได้ยังไง? บนเภตราแห่งราชันนับว่ามีพื้นที่บริเวณกว้างขวางพอสมควร มันสามารถจุคนนับหมื่นได้อย่างสบายๆ ชายหนุ่มตัดสินใจสาวเท้าตรงไปทางขอบเรือชะโงกศีรษะมองออกไปข้างนอก เกล็ดของัแดงนั้นงดงามดุจมณี
…นี่คือสัตว์ในตำนาน
เฟยอวี่พึงตระหนักและเข้าใจ ัที่พูดกันปากต่อปาก แท้จริงแล้ว มันมีรูปลักษณ์เป็เช่นนี้นี่เอง…
การเดินทางไปสำนักกระบี่ดารา์โดยอาศัยเภตราแห่งราชันเพียงอย่างเดียวนั้นล้วนใช้เวลาไปมากถึงสามชั่วโมง ปีนี้นับว่ามีความพิเศษ แม้ขนาดของัแดงจะใหญ่โตมหึมา ทว่ากลับเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วยิ่ง มันแหวกว่ายผ่านเมฆาประดุจปลาว่ายทวนกระแสน้ำ ระยะเวลาที่ใช้นั้นยากจะคาดเดาได้ มันอาจหดสั้นลงจนน่าเหลือเชื่อ
เมื่อครึ่งชั่วโมงผ่านพ้นไป…
บริเวณแห่งนี้ปราศจากหมู่เมฆที่บดบัง ท้องนภากระจ่างใสงดงาม เมื่อลองทอดสายตามองลงไป พวกท่านมิอาจปรารถนาที่จะเห็นสีของพื้นดินอันใดนอกจากสีขาวบริสุทธิ์ ไม่ใช่สีเขียว ไม่ใช่สีน้ำตาล แต่เป็สีขาวล้วน… ผู้คนบนเรือต่างเริ่มสังเกตเห็นูเาสูงหกลูกที่โผล่พ้นเมฆหมอกเบื้องล่างขึ้นมา มันสามารถมองเห็นตัวของอาคารปลูกสร้างที่ตั้งไว้ตรงใจกลางขุนเขา มีูเาห้าลูกโอบล้อมูเาตรงกลาง ซึ่งูเาตรงกลางนั้นคือที่ตั้งของสำนักกระบี่ดารา์
มีอาคารที่สูงที่สุดถูกออกแบบมาให้เป็คอหอยสูงเหมือนของสำนักกระบี่คู่์ แต่ทางสำนักกระบี่ดารา์นั้นเป็ตำหนักหลักที่สูงเพียงสิบชั้น สถานที่แห่งนี้ประหนึ่งหมู่บ้านขนาดย่อมๆไม่มีผิด อาคารบ้านเรือนพบเห็นได้โดยง่าย เส้นทางปูไว้ดิบดี แตกต่างจากสำนักกระบี่คู่์ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ
โฮกกกกกกกกกก
เสียงกู่คำรามของัดังก้องกังวาลไปถึงอีกฟาก ทางสำนักกระบี่ดารา์คล้ายเตรียมพร้อมมาอย่างดีเช่นกัน ัย่อมถือเป็สัตว์ที่มีสติปัญญาสูง ทันทีที่มันบรรลุระดับราชันจักรพรรดิ ความแข็งแกร่งอันเป็รองมาจากเซียนซึ่งเป็ระดับพลังขั้นสูงสุด แน่นอน พวกสัตว์อสูรบางชนิดสามารถจำแลงกายมาเป็มนุษย์ได้…
เมื่อัแดงลอยตัวอยู่เหนือสำนักกระบี่ดารา์ มันพลันจำแลงกายแปรเปลี่ยนสู่อัตภาพมนุษย์ปรากฏรูปลักษณ์ของมนุษย์ร่างสูงใหญ่กว่าสามเมตรในสภาพผิวขาวผ่องดุจหิมะ ั์ตาแดงฉานดุจโลหิต เผ้าผมสีแดง ขนตาสีแดง ริมฝีปากสีแดง…
ถึงแม้ัแดงจะเปลี่ยนอัตภาพไป เภตราแห่งราชันยังคงไม่ตกสู่พื้นดิน สืบเนื่องจากมันเป็เรือสำเภาลอยฟ้ามาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว สีหน้าของสานุศิษย์เผยออกซึ่งความตกตะลึงพรึงเพริด ัที่มีขนาดลำตัวยาวกว่ายี่สิบกิโลเมตรกลับกลายเป็มนุษย์เสียอย่างนั้น
“ัแปรเปลี่ยนเป็มนุษย์…”
“นี่คือครั้งแรกที่ข้าได้เห็นภาพเช่นนี้…”
“…เหลือเชื่อ!!”
เภตราแห่งราชันลอยตรงไปทางลานกว้างของสำนักกระบี่ดารา์ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อรองรับมันโดยเฉพาะ เภตราแห่งราชันค่อยๆ ลดระดับความสูงลงมาอย่างเชื่องช้า ทันใดนั้น เมื่อเรือสำเภาลอยฟ้าแตะััพื้นอย่างนิ่มนวล มันปรากฏเรือนร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งลอยขึ้นมาในระดับเดียวกันกับเหล่าผู้คนจากสำนักกระบี่คู่์
นางมีผิวพรรณขาวผ่องราวหิมะ เผ้าผมสีดำพริ้วไหวเบาบาง เสื้ออาภรณ์สีน้ำเงินขาวประดุจเกล็ดน้ำแข็ง ชายกระโปรงกระเพื่อมไหวตามแรงพลัง คิ้วคงรูปดุจใบหลิวหนักแน่น แววตาที่งดงามจับจ้องมาทางผู้คนในเภตราแห่งราชัน ริมฝีปากทรงเสน่ห์เปิดขึ้น “สำนักกระบี่คู่์ ข้ามาต้อนรับพวกท่านทุกปีคงจำกันได้”
เมื่อนางกวาดสายตาไปทางเหล่าบุรุษและสตรีบนเภตรา สายตาคู่นั้นจำต้องหยุดชะงักงันตรงผู้ชราเฒ่ารูปร่างเล็กผู้หนึ่ง เขาส่งรอยยิ้มเป็มิตรให้ นางเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ “ทะ…ท่านเ้าสำนัก!”
หญิงสาวผู้นี้คือเ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่ดารา์ นางเคยพบพานกับเ้าสำนักกระบี่คู่์ครั้งหนึ่ง นางเคารพเทิดทูนเ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่คู่์อย่างเชิดชูบูชา ผู้เฒ่าไม่ได้เพียงความแข็งแกร่งไร้ต้านในทวีปั เขายังเป็ผู้มีจิตใจดีงามอีกด้วย นางลอยเหาะลง ฝีเท้าบอบบางกระทบพื้นเรืออย่างนุ่มนวล นางวิ่งตรงไปทางเ้าสำนักไม่สนใจภาพลักษณ์ของตน
“ข้าไม่ทราบว่าท่านมาด้วยตัวเอง ท่านควรแจ้งข่าวกับทางเราล่วงหน้า” น้ำเสียงของนางนั้นนอบน้อมสุภาพเป็อันมาก ความสวยงามของนางต่างสะกดสายตาเหล่าบุรุษหนุ่มบนเรือโดยทั่วกัน แม้พวกเขาหาได้รู้ไม่ว่านางนั้นมีอายุร้อยสิบห้าปีแล้ว นางราวกับสาวแรกแย้มประดุจบุปผาที่บานสะพรั่ง
“โฮ่ๆ ผู้เฒ่าคงทำเ้าหนูประหลาดใจ” เ้าสำนักหัวร่อเล็กน้อย ผู้ชรากวาดสายตาไปทางสานุศิษย์และผู้าุโในสำนักและสั่งการว่า “ลงกันได้แล้ว ถึงที่หมายแล้ว พวกเ้าจะทำอะไรกันก็ได้ใน่เช้า ตอนบ่ายเจอกันที่ตำหนักนั่น” เ้าสำนักชี้ปลายนิ้วไปทางอาคารที่สูงที่สุดของสำนักกระบี่ดารา์
“ไปกันเถอะ! นางคงรอข้าเต็มแก่แล้ว!!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า คิดถึงที่นี่เป็บ้า! ถ้านางกลับมากับข้าเหมือนคนอื่นบ้างก็ดี!”
“เก็บอาการหน่อย! เสียภาพลักษณ์บุรุษที่ดีกันหมด!”