บทที่ 26
แย่งเหยื่อ
พวกลูกศิษย์รุ่นเยาว์แห่งสำนักหุบเขากระบี่ปรากฏกายออกมาภายในบริเวณนี้พวกมันแสดงใบหน้าหิวโหยร่างกายบาดเจ็บจากการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านพ้นมา
พวกมันเองปรากฏกายเข้ามาบริเวณจุดที่ลู่หมิงกำลังยืนอยู่หลังจากที่เห็นพวกมันสภาพแบบนั้นลู่หมิงซึยะยิ้มที่มุมปากภายในใจของมันรู้ได้ในทันทีว่าเหยื่อติดกับแล้ว
เจ้าคนพวกนี้สภาพเช่นนี้อย่างไรเสียก็ไม่สามารถต่อกรกับตัวของมันได้อย่างแน่นอนลู่หมิงมันใช้ดวงตาของตนเองประเมินพลังของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
เจ้าคนพวกนี้สภาพแบบนี้ถึงแม้ว่าจะมีพลังขอบเขตที่เหนือกว่าแต่มันเองก็คงจะไม่สามารถเอาชนะลู่หมิงได้อย่างแน่นอน
หลังจากที่ใช้ดวงตาสังเกตดูแล้วพบเห็นว่าเจ้ากลุ่มคนที่เป็นพวกลูกศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักหุบเขากระบี่พวกนี้มันเป็นเพียงแค่คนที่อยู่ในขอบเขตเริ่มต้นระดับสีเขียวเท่านั้น
ให้คาดการณ์พวกมันคงจะจับกลุ่มกันแล้วก็ช่วยกันโจมตีพวกคนภายในสำนักคนอื่นในตอนนี้หลังจากผ่านพ้นการต่อสู้มาทำให้ตัวของพวกมันนั้นได้รับบาดเจ็บ
มันมองเห็นเศษไก่ที่ตกอยู่ที่พื้นและมองว่าผู้ที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของมันคือเจ้าขยะลู่พวกมันทำการขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน
ลู่หมิงเห็นมันอยู่ในสภาพแบบนั้นตัวของมันจึงทำการยื่นมือเข้าไปภายในโพรงไม้ที่อยู่บริเวณด้านหลังก่อนที่จะนำไก่อีกตัวนึงออกมา
เจ้าคนพวกนั้นเมื่อเห็นไก่ตัวใหญ่ที่อยู่ภายในมือดวงตาของพวกมันเองก็เปล่งประกายขึ้นมาได้ทันทีพึมพำออกมา “อาหาร อาหาร ”
แน่นอนว่าพวกมันต้องการอาหารที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้ดวงตาของพวกมันลายหิวโหยเป็นพิเศษราวกับว่าจะคลุ้มคลั่ง
ลู่หมิงมองเห็นพวกมันเป็นแบบนั้นจึงได้โอกาสโยนไก่ตัวใหญ่ภายในมือของตนเองขึ้นไปบริเวณด้านบนเจ้าคนพวกนั้นมองเห็นอาหารถูกโยนขึ้นบนอากาศพวกมันพรุ่งทยานเข้าไปอย่างรวดเร็ว
พวกมันทุกคนเอื้อมมือหวังจะคว้าจับไก่ตัวโตที่กำลังลอยอยู่บริเวณด้านบนอากาศนั้นเอาไว้แต่ในขณะที่พวกมันนั้นใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปที่อาหารอันโอชะโดยที่ไม่สนรอบกายเลยแม้แต่น้อย
มันเป็นโอกาสให้ลู่หมิงได้เริ่มทำการโจมตีลู่หมิงแสยะยิ้มที่มุมปากหมัดของมันทำการรวบรวมพลังวิญญาณจำนวนมากออกมาก่อนที่จะพุ่งทะยานออกไปและโจมตีโจมตี
หนึ่งหมัดกระแทกเข้าใส่ร่างกายของพวกมัน ผัวะ!!!!แรงของหมัดกระแทกผู้ที่โดนหมัดนั้นเข้าไปร่างกายของมันกระเด็นถอยไปด้านหลังกระอักโลหิตออกมาเป็นจำนวนมาก
พวกที่เหลือมองเห็นสหายของตนเองโดนหมัดของลู่หมิงเข้าไปช่วงวินาทีนั้นดวงตาของพวกมันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกตกใจแต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเองพวกมันเองก็ไม่มีโอกาสได้โต้ตอบแล้วลู่หมิงลงมืออย่างรวดเร็วมอบหมัดใหักับพวกมันคนละหมัด
ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!!! ด้วยสภาพร่างกายที่บาดเจ็บโดนหมัดของคนที่มีขอบเขตพลังเดือนกว่าตนเองทำร้ายเข้าไปไม่มีทางที่พวกมันนั้นจะสามารถต้านทานได้
พวกมันโดนโจมตีในขณะที่ตนเองนั้นไร้การป้องกันกลุ่มลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่พวกนั้นนอนแน่นิ่งลงไปกับพื้นกระอักโลหิตออกมาเป็นจำนวนมากพวกมันทุกคนอยู่ในสภาพไม่สามารถต่อสู้ได้
พวกมันยังคงมีสติเลือนลางสามารถใช้พลังวิญญาณของตนเองถ่ายทอดเข้าไปภายในสายรัดข้อมือของตนเองได้
หลังจากที่พลังนั้นถูกถ่ายทอดเข้าไปภายในสายรัดข้อมือร่างกายของพวกมันทั้งหมดที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันค่อยค่อยจางหายไปถูกทำการเคลื่อนย้ายออกจากสถานที่แห่งนี้
ลู่หมิงมองเห็นร่างกายของพวกมันทั้งหมดโดนเคลื่อนย้ายออกไปจากสถานที่อย่างนี้ก็พึมพำกับตัวเอง“ นี่คือความสามารถของอักขระเคลื่อนย้ายอย่างนั้นหรอสามารถทำให้เขื่อนย้ายออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้”
“ นั่นสินะการต่อสู้ภายในสถานที่แห่งนี้ถ้ารู้ขีดจำกัดของตนเองอย่างไรเองก็ไม่ถึงชีวิตอย่างแน่นอนขอเพียงแค่ถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไปภายในสายรัดข้อมือร่างกายก็จะถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากสถานที่แห่งนี้แต่ว่าการที่ใส่พลังวิญญาณเข้าไปภายในบ้านและถูกเคลื่อนย้ายออกไปมันเองก็จะทำให้ถูกตัดสิทธิ์แล้วถือว่าเป็นคนพ่ายแพ้”
“ กำจัดพวกมันได้แล้วในตอนนี้คะแนนมีเท่าไหร่กัน ”ลู่หมิงยกสายรัดข้อมือที่ถูกมัดอยู่บริเวณข้อมือข้างซ้ายของตนเองขึ้นมาดู
มันแสดงตัวเลขให้มองเห็น “ ห้าสิบแสดงว่าเจ้าพวกเมื่อกี้การเอาชนะพวกมันได้ได้คนละ 10คะแนนสินะ ”
“ เอาละก็เริ่มทำการเล่าต่อกันก็แล้วกันเพราะว่าในตอนนี้มันเองก็เป็นโอกาสที่จะลงมือในขณะที่พวกมันกำลังเหนื่อยล้ากันอยู่”
ลู่หมิงเริ่มทำการเคลื่อนที่ออกไปจากสถานที่แห่งนี้มันเคลื่อนที่ออกไปจากสถานที่แห่งนี้มุ่งตรงไปยังทิศตะวันออก
นี่คือโอกาสเพราะว่าพวกที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้เพิ่งผ่านพ้นการต่อสู้มาทั้งวันทั้งคืนในตอนนี้มันคงจะเริ่มทำการพักผ่อนเพราะร่างกายนั้นอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมถ้าลงมือในตอนนี้มีโอกาสที่จะสามารถเก็บเกี่ยวคะแนนได้มาก
ลู่หมิงทำการเคลื่อนที่อยู่บนต้นไม้ใหญ่มันใช้วิชาตัวเบาของตนเองเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วอยู่บริเวณด้านบนต้นไม้
ผ่านไปสักพักนึงทำการเคลื่อนที่อยู่บริเวณด้านบนต้นไม้ก็ไปพบเจอเข้ากับเสียงการต่อสู้ที่ดังขึ้นจากบริเวณด้านหน้า มันสามารถได้ยินอย่างชัดเจนเสียงการต่อสู้จากกระบี่ที่กำลังปะทะกับบางอย่างอยู่
“ ลงมือซะ!!!อีกนิดเดียวพวกเราจะสามารถสังหารมันได้แล้ว ”เสียงของใครซักคนดังมาจากบริเวณด้านหน้าลู่หมิงที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนต้นไม้ตัดสินใจตามเสียงนั้นไป
หลังจากที่ตัดสินใจทำการเคลื่อนที่ตามต้นเสียงนั้นไปมันเองก็ไปพบเข้ากับบางอย่างสิ่งที่พบเจอบริเวณด้านหน้ากลุ่มคนประมาณสิบคนกำลังล้อมโจมตีสัตว์อสูรอยู่
สัตว์อสูรร่างกายใหญ่โตมีรูปลักษณะเป็นหมาป่าตัวใหญ่มีขนสีดำสนิทมันมีขนาดร่างกายใหญ่กว่ามนุษย์เป็นอย่างมากความสูงจากพื้นขึ้นไปน่าจะสักสามเมตร
ร่างกายของมันเต็มไปด้วยเลือดโดนโจมตีจากพวกผู้ฝึกตนที่มันล้อมรอบร่างกายของมันทำการต่อสู้มาสักพักใหญ่ใหญ่สภาพร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรต้นนี้ไม่ไหวแล้วชัยชนะกำลังจะเป็นของพวกมนุษย์ที่ทำการล้อมรอบอยู่
ลู่หมิงมองดูเจ้าสัตว์อสูรตนนั้นที่พวกคนอื่นๆกำลังล้อมแล้วก็โจมตีอยู่จำได้ว่ามันเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรที่ถูกบันทึกอยู่ภายในตำรา“ รู้สึกว่าเจ้านั่น… ”
“ หมาป่าอสูรดำมันเป็นสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าสัตว์อสูรระดับธรรมดาขึ้นมาแน่นอนว่าความแข็งแกร่งของมันที่อยู่ในระดับนี้จำเป็นจะต้องใช้ผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีระดับขอบเขตเริ่มต้นประมาณ10 คนในการเอาชนะ ”
“ จำนวนพวกที่ล้อมรอบอยู่อยู่ในระดับขอบเขตเริ่มต้นสีเขียวประมาณ10 คนแถมยังมีเจ้าหมาป่าตัวนั้นที่เป็นคะแนนให้อีก ”
“ ถ้าเกิดว่าสามารถสังหารสัตว์อสูรตนนั้นได้และยังสามารถกำจัดพวกนั้นทั้งสิบคนได้ละก็” ลู่หมิงนึกถึงแต้มคะแนนที่มันปรากฏขึ้นมาภายในหัว
พวกกลุ่มลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ที่ล้อมรอบอยู่ประมาณ 10 คนพวกมันหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณกันและกันก่อนที่จะตัดสินใจเตรียมตัวพรุ่งทะยานเข้าไปเพื่อปิดฉาก
ในขณะที่พวกมันจะปิดฉากการต่อสู้ในขณะที่เจ้าของพวกนั้นพรุ่งทะยานตรงเข้าไปมีเงาบางอย่างปรากฏขึ้นบริเวณด้านบนหัวของพวกมัน
พวกมันพากันเงยหน้าของตนเองขึ้นไปมองร่างของเงาปริศนาที่พุ่งทะยานผ่านหัวของมันไปคือลู่หมิง ลู่หมิงพุ่งทะยานใส่ร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรบริเวณด้านหน้า
หลังจากที่พุ่งทะยานตรงเข้าไปหมัดที่ปกคลุมพลังวิญญาณมหาศาลทำการซัดตรงเข้าไปที่ใบหน้าของสัตว์อสูรตนนั้นตรึง!!!!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวหมัดกระแทกเข้าที่ใบหน้ายังเต็มเต็มแต่ว่าการโจมตีไม่ได้จบเพียงแค่นั้นมีดเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งถูกนำออกมาจากภายในเสื้อก่อนที่จะปักเข้าไปที่หัวของสัตว์อสูรฉึก!!!!
ร่างของหมาป่าอสูรดำส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแห่งความตายเครื่องสุดท้ายก่อนที่มันจะล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นแน่นอนว่าคนที่สามารถกำจัดได้จะเป็นคนที่ได้รับคะแนน
ลู่หมิงแย่งชิงคะแนนการสังหารสัตว์อสูรมาได้อย่างง่ายดาย “โอ้!!!! นี่มัน ร้อยคะแนน!!!! ”
จบบท