“พวกมันโฉบมาไม่กี่นาทีแค่2 เครื่อง จมเรือรบเราไป 2 ลำ เรือดำน้ำที่จอดไว้เสียหาย 3 ลำ ... หุ่นวาสเชอร์ปกป้องเรือรบเสียหาย 8เครื่อง เครื่องบินต่อสู้อากาศยาน 14 ลำ นี่ยังไม่นับเกราะแขนของเจมินีและโล่ของมิวนิทีของพวกคุณอีกนะผู้พันแมกไกว” ...
ผู้ที่บ่นคือ พลเอก กาซี่ โอเลอาร์ อายุ 56 ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรอล
“ศัตรูเร็วมากทั้งยังสามารถรบระยะประชิดได้บ้าง หากมันบกเราสำเร็จเรื่อยๆ ทาง เดอ ลุคท์ อิมพีเรียมต้องนำมันไปสู่การลดสเปคและผลิตจำนวนมากแน่นอนค่ะ เราลำบากแน่” ... พ.ท.จูลลี่ออกความเห็น
“ท่านนะ ดิฉันอยากจะขอใช้ศูนย์วิจัยยุทโธปกรณ์ของฐานทัพจะได้มั้ยคะ?” ... เคทยกมือขึ้นมาในที่ประชุม
“คุณคือ......” ... พล.อ.กาซี่ ถาม
“เคท ลิสบอน วิศวกรบริษัท ฟอยล์ อินดัสทรี่ ผู้ดูแลโปรเจค G•I•R•L และดูแลส่งมอบตรวจเช็คเจมินีค่ะ”
“อืม...เยี่ยมเลย คุณนี่เองงั้นคุณจะใช้ศูนย์วิจัยทำอะไรล่ะ?”
“อยากแรก เราต้องมีอาวุธที่ยิงโดนมันแล้วสอยมันร่วงได้ทันที ศัตรูเริ่มมีอาวุธบีมใช้แบบเราแล้ว บีมของศัตรูครั้งแรกที่เราเจอคือดัสเทลมาร์คทูว์ ก่อนจะลงมาที่ดาวค่ะ มันมีบีมกัน ปืนบีมที่แม้ประสิทธิภาพน้อยกว่าไฮบีมไรเฟิลอย่างเกอเวียร์ของเจมินี แต่มันใช้งานสะดวกกว่ามาก ครั้งแต่มาก็เ้าตัวที่มันประกาศว่าชื่ออูล์ฟาฮ์แม้บีมของมันจะไม่แม่นยำ และพลังในการเจาะทำลายไม่สูงนัก แต่ยิงตัวเกราะของโลหะเกอร์ลาแมนเทียมเข้าอยู่บ้างดังนั้นเกราะโลหะเหล็กหนา ... ไม่สิ ต่อให้เกราะไทเทเนียมก็เจาะเข้าสบาย”
“คุณ้าใช้ศูนย์วิจัยสร้างปืนบีมที่หุ่นทั่วไปพอจะใช้ได้ขึ้นมา ใช่มั้ย?”
“ค่ะท่าน! หากใช้ได้ ฐานทัพของท่านก็จะสามารถผลิตจำนวนมากส่งให้วาสเชอร์ทั่วไปได้ใช้ ดิฉันขอแค่ข้อมูลให้กับบริษัท หากฐานทัพอื่นๆ ของสหพันธมิตร้าก็สั่งจากบริษัท แต่ท่านสามารถผลิตมันใช้กันเองได้”
“อืม...จริงๆข้อเสนอคุณเอาเปรียบผมนิดๆ นะ แต่สภาพการณ์นี้ไม่ทำก็ไม่ได้ ตกลงผมจะยกศูนย์วิจัยให้คุณชั่วคราว หวังว่าวิศวกรของเราจะพอช่วยคุณได้”
“ขอบคุณค่ะท่าน ยังมีอีกค่ะ...”
“ยังมีอะไร?”
“ดิฉันขอจิฟอร์นสักเครื่องสองเครื่องได้มั้ยคะ?”
“เอาไปเลย ดีว่าให้มันพังเพราะไอ้ตัวสีส้มสองตัวนั้นไปเปล่าๆ”
.............................
ศูนย์วิจัยฐานทัพกรอล
“เพื่อตัดปัญหาการยิงโดยสิ้นเปลืองพลังงาน เราจะใช้ระบบะุ” ... เคทกำลังกลุ้ม
และประชุมกับทีมวิศวกรของฐานทัพ
“วาสเชอร์ไม่เพียงเตาพลังงานไม่พอจ่ายอาวุธบีม ยังมีแรงไม่พอยกปืนบีมกระบอกใหญ่ๆ หนักๆ นานๆด้วย”
วิศวกรของฐานทัพออกความเห็น
“ปืนพกสิครับ ทำแบบพิสทอล” ...แมกซ์เสนอ
“พิสทอล?”
“ใช่ครับ ถ้าทำแบบนั้นแม้การยิงหวังผลระยะไกลจะทำไม่ได้ แต่การรบระยะประชิดกับระยะกลางล้วนทำได้ ส่วนการยิงระยะไกลนั้นเรามีบีมสไนเปอร์ไรเฟิลแบบเครื่องของจิมมี่เป็ต้นแบบแล้ว อันนั้นปรับแต่งแบคแพคเสริมพลังงานให้วาสเชอร์ก็สามารยิงได้หลายนัดแล้ว”... แมกซ์แนะนำ
“ไม่มีเวลาแล้วเอาตามนี่เรามาเริ่มกันเลย เพราะนอกจากปืนแล้ว เรายังมีแบคแพคเสริมต้นแบบที่จะทดลองสร้างไว้บินสู้อยู่”... เคทเปิดไฟล์ส่วนตัวของตัวเองออกมา
ทุกคนอึ้งในแปลนเหล่านี้
“นี่คุณเคทเอาของบริษัทมาเผยให้ลูกค้าผลิตกันเองแบบนี้ ไม่มีความผิดเอาเหรอครับ?” ... แมกซ์ถาม
“จะมีได้ไง นี่มันงานส่วนตัวฉัน เคยเสนอแล้ว แต่ไม่อนุมัติโปรเจคสร้างให้ ดี! ถ้าฉันทำสำเร็จบริษัทจะได้เห็นวะทีว่าพลาดอะไรไป” ... เคทพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด
และบ่นต่อ
“จุดอ่อนพวกนี้ฉันแย้งหลายรอบแล้ว แต่เพราะบริษัทเรามีการเล่นพรรคเล่นพวกภายในมีระบบเส้นสาย ใครทำตัวเด่นก็เป็ภัย ระบบโบราณต่ำตมเหล่านี้ยังไม่เลิก มันถึงตามเดอ ลุคท์ อิมพีเรียมไม่เคยทันไงล่ะ ดีว่าโปรเจค G•I•R•L นั้นคืองานแอบสร้างของคณะกรรมการบางชุด ตอนนี้กรรมการบริษัทกลุ่มที่ว่าคงโดนตั้งกรรมการสอบไล่ความผิดอยู่โทษฐานนำทรพยากรของบริษัทไปทดลองสร้างโดยไม่ได้รับการอนุมิตจากคณะกรรมการทั้งหมด
“ทั้งที่ทำประโยชน์ให้บริษัทน่ะเหรอครับ?”
“ใช่ .. ที่ไหนๆมันก็มีทั้งนั้นแหล่ะ อยู่ที่ว่าจะมีมากมีน้อยและที่ไหนจะดันไอ้คนพวกนี้ขึ้นมาหรือไม่ดันขึ้นมา คนพวกนี้มันไม่สนความเจริญขององคกรหรอก มันสนแค่ตัวพวกมันเท่านั้น นายเองก็ระวังไว้ เรียนจบแล้วเดี๋ยวทำงานจริงก็ต้องเจอคนแบบนี้เข้าสักวัน”
แมกซ์อึ้งกับโลกของผู้ใหญ่
“แต่...มีแบบในการสร้างแล้ว ก็ไม่ต้องออกแบบใหม่แต่แรก ค่อยยังชั่วนะครับ”
“อื้ม...นายอยู่นี่ช่วยฉันทดสอบของหน่อย ส่วนผู้กอง เอ่อ...ผู้พันบนชูจะฝึกอิงฟ้าและเพื่อนของนายเอง”
“ครับ”
“เอ่อ...เมื่อวันก่อนกัปตันถามฉันถึงเื่นายด้วย”
“เอ๋ ... เอ่อ..กัปตันน่ะเหรอครับ?”
แมกซ์ยังไม่ทันรู้ว่าถามเื่อะไร หัวใจก็พองโต
“ก็ พอพักจากหอบังคับการ เราออกมากดตู้กาแฟกัน เอถามถึงนายด้วยนะ ว่าไปเจอนายได้ยังไงแล้วพาขึ้นยานกันมายังไง ฉันก็เล่าตามที่เกิดขึ้นนั่นแหล่ะ”
“เหรอ...เหรอครับ” ... แมกซ์อยากถามกลับใจจะขาดว่ากัปตันจุลลี่มีปฏิกิริยายังไงกับเื่ของเขา
“เธอ..บอกว่า นายเป็คนดี จิตใจมุ่งมั่น ดูภายนอกเหมือนไม่ใช่พวกมีความมั่นใจ แต่เอาเข้าจริงกล้าหาญมาก”
“ผ...ผม..ก็แค่...อยากช่วยครับ เอาจริงๆกลัวก็กลัว....แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ช่วยจนมาถึงตรงนี้”
“หึ..นั่นเพราะความกลัวล่ะมั้ง”
“ความ...กลัว?”
“คนเรา ไม่สิ สิ่งมีชิวิตถ้ามีแต่ความกล้าจะทำเื่เสี่ยงแต่ประมาทออกมา ความกลัวจะทำให้เราทำอะไรระวังมากขึ้น แต่เมื่อกลัวอะไรสักอย่างเพื่อให้รอดจากสิ่งนั้น เราจะกล้าทำอีกอย่างเพื่อให้พ้นอันตรายมาได้ กรณีของนายคงเป็แบบนั้นล่ะมั้ง ชิชิโอเบลด”
“แหะๆ...เจอคนในยานกันเองเรียกฉายาแบบนี้เขินเลยครับ”
แมกซ์อมยิ้มจนหุบไม่ลงหลังรู้ว่ากัปตันจูลลี่ถามเื่ของตนพยามหุบยิ้มจนแก้มจะปริ แม้แต่ทีมงานในศูนย์วิจัยที่ไม่รู้อะไรแต่แรก ยังมองออก
ปัง ปัง ปัง ปัง
โดรนเป้าบินโดนยิงตก
จี•วาสเชอร์ใช้ปืนยิงทีละนัดใส่เป้าเคลื่อนที่เร็ว
“คุณบนชู ทำได้ไงคะ?ยิงทั้งที่เป้ายังไม่ลอคออน ขนาดหนูที่มีเจมินี่ลอคให้ยังยิงไม่ทันเลย!!” ...อิงฟ้าทั้งทึ่งและบ่น
“ทำความคุ้นเคยกับการเล็งศูนย์หยาบบนจอซะ เราที่ตามไอ้ตัวส้มสองตัวนั้นไม่ทันต้องอาศัยะุนี่ล่ะที่ยิงสอยพวกมันแทนบูสเตอร์ของเรา อย่าพึ่งพาเซนเซอร์ให้มากเกินไป” ... พ.ต..บนชูสอน
“คนอะไรเนี่ย? เล็งยิงเองเปล่าๆจากในคอกพิทได้” เหล่าทหารชุดเตรียมการฝึกให้ ถึงกับทึ่ง
“เป็ผู้หญิงที่น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆเลยนะครับ ผู้พัน” ... จิมมี่บอก
“ไอ้อ้วน! เดี๋ยวจะโดน!.. นายเองก็เล็งด้วย ใช้ตาเล็งแทนเซนเซอร์ด้วย ถ้าทำได้พวกนายจะยิงได้ไวและแม่นกว่าไพลอตทั่วไปมาก” ... พ.ต.บนชูแนนำ
“จิมมี่เว้ย แกชอบคุณบนชูเหรอ?” ... เอคิจิถาม
“ทำไมคิดงั้นวะ?”
“ก็..ปกติแกไม่สามารถคุยกับผู้หญิงคนไหนได้ อย่าว่าแต่อิงฟ้าที่วางตัวกันเองสนิทกับพวกเราเลย แม้แต่กับป้าเจสสิก้า เอ็งยังพูดไม่ออกเลย ข้าเลยงงไง?”
“ไม่รู้ดิ คงเพราะนับถือและกลัวมากกว่าจะมองคุณบนชูแกเป็ผู้หญิงมั้ง?”
“เอ้า..เหรอ..ตรรกะอะไรของมันวะ” ...เอคิจิบ่น
“เฮ้ย! จะนินทาฉันก็ปิดคลื่นสื่อสารก่อนเว้ย!! ได้ยินกันทั้งค่ายแล้วมั้ง” ...พ.ต.บนชูด่า
“คร้าบบบบ!!!” ... ทั้งสองรีบรับคำแล้วฝึก
[ไอ้บ้าจิม แล้วไปนะที่แกไม่ได้ชอบผู้พันของข้า นางเป็ของข้าเท่านั้น กลีบฉิ๋มนางข้าก็ดมผ่านกางเกงในนางมาแล้วเว้ยยยยย!!] … เอคิจิหึงหวงบนชู
“ไอ้แว่น นายเองก็อย่าพึ่งพาศักยภาพของมินิทีมากไป เซนเซอร์เ้าอ้วนนี่ ฉันลองทดสอบดูแล้วมันช้า นายต้องฝึกยิงเองให้ไว เข้าใจนะ” ... พ.ต.บนชูสั่ง
“จ้ะ ... เอ้ย ครับ!”
...................................................
เอวตะบันเอว ในคอกพิทที่เปิดประตูฝาบนไว้ของอูล์ฟาฮ์ที่นั่งชันเข่าอยู่ในทะเลโผล่พ้น่อกของหุ่นขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อรอทำภารกิจ มือของมันโดนยกมาบังบนคอกพิทที่เปิดไว้
ลมทะเลกรรโชก ลมธรรมชาติที่เย็นสบายทำให้ ร.อ.นบีฮะแหกหว่างขาอ้ากลับหนีบรัดรับการสอดใส่กระแทกแท่งของ ร.อ.โรดี้ได้อย่าถนัดในคอกพิทที่แคบนี้ทั้งคู่ถอดชุดนอมอลสูทแล้วเสียบแทงกันอย่างสะใจ
โรดี้เค้นนมของนบีฮะแล้วจูบปากแลกลิ้นอย่างถึงใจ จากนั้นน้ำเชื้อแตกในกระฉูดล้นหลาม
“อ่าห์...บอกแล้วให้ชัออกมาแตกในปาก”... ร.อ.นบีฮะ บ่น
“ผมต้องชักออกมาแล้วยืนยัดแท่งเข้าปากคุณ มันยืนลำบากนะในคอกพิทของเ้านี่น่ะ” ... ร.อ.โรดี้เองก็บ่น
“แก้ตัวชัดๆ ผู้ชายก็แบบนี้ หาเื่แตกในรูผู้หญิงตลอดแหล่ะถ้าฉันท้องทำไง?”
“คุณก็กลับขึ้นไปอวกาศกับผมสิ”
“เพ้อเจ้อ พ่อหนุ่ม ฉันย้ายเองไม่ได้ นายก็ทำได้แค่กลับอวกาศทิ้งฉันเลี้ยงลูกแค่นั้นแหล่ะ”
“ผมจะให้พ่อทำเื่พาคุณไป ... ถ้า ..คุณท้องนะ”
“ไอ้หนุ่มเด็กเส้นเอ้ย”
“อย่าดูถูกผมนะ”
“อ๊อยห์...”
ที่ร.อ.นบีฮะร้องออกมาเพราะโรดี้ยัดแท่งพรวดซ้ำเข้ารูไปอีกรอบ
“ผู้พันยูโกะ เยอราซิมอฟชมพวกเราใหญ่เลยที่บินเข้าขากันดีกว่าที่คาด เธอไม่รู้เคล็ดลับพวกเรา ว่าเราเข้าถึงกันและกันขนาดไหน จึงบินประสานกันได้ดี”
“เ้าหนุ่ม นายเองก็มีฝีมือ แค่ใจร้อนเอาแต่ใจ ตัดตรงนี้ไปได้ นายก็ไม่ได้ด้อยกว่าเอสคนไหนในกองทัพหรอก”
“เรียกเ้าหนุ่มอยู่ได้ คุณห่างผมแค่ 6 ปีเองนะ”
“ฉัน 31 แล้วนะ”
“31 แล้วไง ยังไม่แก่สักหน่อย”
“รู้ได้ไงว่ายังไม่แก่?”
“ก็ผมลองกับสาว 31 ที่ว่าอยู่ตอนนี้ไง ใครจะมารู้ดีเท่าผม ซี๊ด โอยยย เสียวคุณตอดผมดีจัง”
“จะเอาอีกน้ำเหรอ เดี๋ยวแรงไม่เหลือทำงานนะอ่า...อ่าห์...อื้ม..ห์”
“ผมจริงจังนะ นบีฮะ”
โรดี้พูดไปจูบกับนบีฮะไปแล้วซอยแท่งเข้าออกรูกลีบไม่หยุดจนได้อีกน้ำเชื้อแตกออกมา
“จิ๊ส์... น้ำแรกฉันยังพอเช็ดได้ ดูสิ น้ำสองล้นแล้ว”
“เดี๋ยวผมเช็ดให้” ...ร.อ.โรดี้ลุกขึ้นคร่อมเบาะเพื่อหยิบทิชชูจากด้านหลังเบาะ
แท่งชี้หน้าแตะแก้ม ร.อ.นบีฮะ เธอครอบปากอมแท่งดูดรูดแท่งให้ร.อ.โรดี้ทันที โรดี้เข่าออกน้ำที่ค้างท่ออกมาไม่หมด ก็พุ่งออกมาหมดใส่ปากใส่คอนบีฮะทันที
ทั้งคู่ทำความสะอาดคอกพิทร.อ.โรดี้ จากนั้น ร.อ.นบีฮะสวมชั้นในแล้วสวมชุดนอมอลสูทสำหรับไพลอต ปีนขึ้นไปยืนบนอกของ อูล์ฟาฮ์ ของโรดี้
“รีบส่งฉันข้ามไปหุ่นของฉันซะที” ...ร.อ.นบีฮะยิ้มสั่ง
“คร้าบๆ” ... ร.อ.โรดี้บังคับแขนอูล์ฟาฮ์ที่ยกป้องคอกพิทไว้แล้วหงายมือให้นบีฮะโดดไปยืนจากนั้นเลื่อนไปส่งที่คอกพิทเครื่องของเธอ
นบีฮะหย่อนตัวลงคอกพิทแล้วกดปุ่มปิดประตูคอกพิททั้งชั้นในชั้นนอก แล้วสตาร์ทเครื่อง
โรดี้เองก็ปิดคอกพิท จากนั้นลอยตัวขึ้นแล้วแปลงร่างพากันไปไปยังฐานย่อยอื่นๆ บนดาวนี้แล้วโจมตี
.................................
ข่าวฐานทัพอื่นโดนโจมตีนับเป็ข่าวร้ายต่อกองทัพบนดาวไพรส์แต่มันกลับเป็ข่าวดีของศูนย์วิจัย ยิ่งที่อื่นโดนโจมตี พวกเขายิ่งมีเวลาทำของ การโจมตีแต่ละรอบของอูล์ฟาฮ์้าพักทุกรอบหลังโจมตี เชื้อเพลิงพลังงานที่หมดไปมากมาย อาวุธที่บรรจุไปได้ไม่มากนัก ทำให้บินต่อเที่ยวไม่คุ้ม หากปฏิบัติการไม่คุ้มค่า จึงต้องบินไกลเพื่อทำลายเป้าหมายที่ไกลจริงๆแล้วหนีกลับมาอย่างสบายๆ โดยที่ศัตรูไล่ตามมาไม่ได้
เคทไม่เคยคิดว่าจะต้องมาอยู่ในจุดที่มองการตายของคนอื่นเป็เื่ดีของตัวเองมาก่อน
………………
4 วันต่อมา
ในห้องประชุม
ทุกฝ่ายกำลังเครียดกับรายงานการที่ฐานทัพอื่นๆโดนถล่ม แม้ไม่ถึงกับพังพินาศ แต่ก็เสียหายไม่น้อย
ทุกฝ่ายประเมินแล้วว่าการที่หุ่นรบที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็ยานบินบนท้องฟ้าได้ที่ชื่ออูล์ฟาฮ์เครื่องสีส้มทั้ง 2 เครื่องไล่โฉบทำลายเสียหายไปมาก แต่ไม่มาโจมตีที่ฐานเดิมซ้ำ คาดว่าน่าจะพยามทำให้ทัพสหพันธมิตรร้อนรนจนไม่รู้จะป้องกันยังไงจะมาเมื่อไหร่ ต่อไปจะเล็งฐานไหน
“เราจะบุก”
นั่นคือมติที่ประชุม
แน่นอนว่าหัวหอกไม่พ้นยานซิกนัส
พ.ท.จูลลี่ปั่นป่วนที่ท้องมาสักพักั้แ่เริ่มประชุม กับศัตรูที่ยังไม่มีใครเอาอยู่ นี่จะให้พวกตนไปบุกยานบัญชาการของศัตรู เท่าที่ทราบมา พวกมันมีเป็กองยาน และยานชั้นซีรุส เป็ยานรบที่มีขนาดไม่แพ้ยานซิกนัส
แน่นอนว่ายุทธการวนการบุก ทางยานซิกนัสขอกำหนดเองในฐานะหัวหอก ซึ่งไม่พ้นหน้าที่ของ พ.ต.บนชู
“เราจะบินต่ำค่ะ จริงอยู่ว่าใต้ท้องยาน เราจะมีปืนต่อต้านอากาศยาน แต่ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าปืนของยานรบยิงได้ 2ตัวนั่นไม่โดน รังแต่จะเปิดพุงให้มันงับเล่นเปล่า กลับกัน เราจะสอยมันจากด้านล่าง เมื่อได้สองตัวนั่นมา คนที่ทำหน้าที่ไล่บี้มันคือ แมกซ์ เบอร์นาร์ดที่ขับวาสเชอร์สีชาวติดยูนิตบาฮามุทไล่ขี้มัน จมมันได้ก็ทำจมไม่ได้ก็ขอแค่ตรึงไว้ไม่ให้มายุ่งกับซินัส อีกเครื่องจะโดนไล่บี้และตรึงโดนสไนเปอร์วาสเชอร์ที่ขับโดย จิมมี่ อู๋ ...บินเร็วยังไง จะมาไวกว่าลำแสงบีมไม่ได้ ยิงโดนได้ให้ทำ ถ้าไม่ได้ ก็ยิงไล่ไม่ให้มันมายุ่งกับซิกนัส”
พ.ต.บนชูเริ่มบรรยายแผนยุทธการณ์เข้มข้น
“ส่วนดิฉันที่จับจี•วาสเชอร์กับมิวนิทีที่ยึดมาได้ของเอคิจิ ลอนโด จะทำการใช้ปืนใหม่ยิงสกัดทุกอย่างที่เข้ามาก่อนกวนยานซิกนัส”
จากนั้น พ.ต.บนชู เปิดภาพผืนป่าที่จะทำการดักยานซีรุส
“เกิร์ลเจมินีของอิงฟ้า นากาอิจะทำการยิงไฮบีมไรเฟิลเกอเวอร์เต็มกำลังไปที่ยานซีรุสของยูโกะ เยอราซิมอฟ มันต้องหันมาสนใจเอแน่ และจะระดมยิงมาเป็ห่าฝนด้วยมิสไซล์ มืออีกข้างที่ว่างของเธอจะใช้ปืนพิสทอลยิงสกัด แน่นอนว่าวาสเชอร์ของฐานทัพและรถเกราะติดปืนต่อสู้อากาศยานของพวกคุณต้องรายล้อมคุ้มกันเธอ”
อธิบายถึงตรงนี้นายทหารของฐานกรอลโวยวายยกใหญ่
“นี่เอาเราไปล่อเป้าพร้อมหุ่นตัวแดงนั่นเหรอ? บ้าไปแล้ว”
“แผนเสี่ยงขนาดนี้ใครจะไปทำ”
“ไปอยู่ใต้มันให้มันถล่มเราเปล่าๆ คนของผมต้องเสี่ยงแค่ไหนรู้มั้ย?”
“แล้วยานซิกนัสล่ะทำอะไร?”
นายทหารแต่ละนายโวยวายยกใหญ่
“กระจอก!”
เสียงดังสนั่นห้องประชุม พ.ต.บนชูะโจนทุกคนอึ้งเงียบ ทั้งใทั้งอึ้งโดยไม่คิดว่าเธอจะกว้าด่าแบบนี้ในที่ประชุม
“ถึงว่ามีแต่พวกเราที่ชนะ อย่ามาอ้างว่ายุทโธปกรณ์ดอ้ยว่าจริงอยู่ด้อยกว่า แต่พวกคุณมีเต็มฐานทัพ พวกเรามีแต่ 5 เครื่อง ... 3 ใน 5 นั้นเป็หุ่นตกรุ่นแบบที่พวกคุณมี แต่พวกเขาที่ไม่ใช่ทหารกลับกล้าเข้าประชิดหุ่นระดับสูงๆ ทั้งที่ทหารอาชีพพอเห็นพวกมันก็ร้องไห้หาแม่ อยากชนะเหรอ? ฝันหวาน!! ถ้าไม่มีปัญญาสู้ ก็ยกหุ่นมาให้เราเราจะให้ทหารบริการของเราหัดขับแล้วออกไปสู้ ฐานทัพกรอลอะไรเนี่ย ไม่ต้องมีหรอกหุ่นรบน่ะ”
เป็การด่าที่ไม่มีการไว้หน้าใดๆอีก นายทหารในฐานทั้งโกรธทั้งอับอายจมมือไม้สั่น
นายทหารประจำพลหุ่นรบยกมือขึ้น
“พวกเราของฟังแผนต่อ ยานซิกนัสจะทำอะไร?”
“ดี .. มีคนพูดรู้เื่แล้ว ...คืองี้ค่ะ ... ระหว่างที่ชุลมุนนี้ ยานซิกนัสจะแอบแหงนหน้าขึ้นแล้วยิงไฮเปอร์บีมแคนนอนใส่ยานซีรุสทรงหัวไชเท้าของยูโกะ เยอราซิมอฟ เชื่อว่ากองยานมันต้องเสียหายหนักจนต้องถอนทัพ แล้วไปซ่อมบำรุงเติมเชื้อเพลิงที่ฐานทัพที่ใกล้ที่สุดของมัน ยานซิกนัสที่มีพลังในการบินสูงที่สุดจะตามกวดมันไม่ใช่จมยาน แต่จะล่อฐานทัพของมัน กราดยิงไฮเปอร์บีมแคนนอนและมิสไซล์ใส่จนพินาศ ยานที่พังแล้วไม่มีที่ซุกตัวจะไปไหนนอกจากสู้ตาย เราจะให้มันตายสมใจ ถึงเวลาแล้วที่พวกมันต้องรู้ตัวว่าไม่ควรอยู่บนดาวที่ไม่ใช่ของพวกมัน!!”
พ.ต.บนชู คิดแมนอธิบายฉาดฉาน
ทุกคนเงียบ
“ใครอยากร่วมแผน ยกมือใครไม่อยากร่วม ผมอนุญาตให้ลากลับบ้านได้”
พลเอก กาซี่ โอเลอาร์ ยืนพูดด้วยทีท่าที่นิ่ง ไม่กร้าวและไม่น้อบน้อม
นายทหารหน่วยรบแนวหน้าต่างพากันยกมือ ฝ่ายยุทธการ์อื่นๆ เองก็ต้องยกมืออย่างเสียมิได้
“เอาล่ะ เริ่มยุทธการณ์ ขูดหัวไชเท้าได้!!”
พ.ต.บนชูประกาศลั่น