ทันทีที่รถยนต์คันหรูสีดำสนิทแล่นผ่านประตูรั้วเหล็กดัดลายโบราณเข้ามา หลี่เฟยเฟยก็รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง คฤหาสน์ตระกูลจ้าวตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณผสมผสานความทันสมัยได้อย่างลงตัว ตัวอาคารสีขาวงาช้างสูงสามชั้นประดับลวดลายัทองอร่าม หลังคาทรงจั่วซ้อนกันหลายชั้น สวนหย่อมรอบบ้านตกแต่งอย่างร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด งดงามราวกับภาพวาด
หลี่เฟยเฟยมองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจ "บ้านของคุณป้าใหญ่โตมากเลยนะคะ"
หลินซูเหมยผู้เป็คุณนายรองของตระกูลจ้าวยิ้มอย่างใจดี ใบหน้าอิ่มเอิบแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์บางๆ แม้เธอจะมีอายุมากแล้วก็ก็ยังดูสง่างาม
"นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นจ้ะ ข้างในยังมีอีกหลายส่วนที่กว้างขวางกว่านี้ ป้าให้คนรับใช้จัดเตรียมห้องนอนไว้ให้หนูแล้ว อยู่ชั้นสอง วิวสวยมากมองเห็นสวนดอกไม้ทั้งหมดเลย"
หลี่เฟยเฟยรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ในมือเธอถือกระเป๋าเดินทางไว้แน่น "คุณป้าจัดห้องธรรมดาให้หนูก็ได้ค่ะ หนูเกรงใจ"
หลินซูเหมยหัวเราะเบาๆ "ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ ถือเสียว่าบ้านหลังนี้เป็บ้านของหนูด้วย ป้าเองก็อยู่ตึกทางด้านทิศตะวันตกคนเดียว ลูกสาวของป้าเสียไปั้แ่เธออายุ 10 ขวบ ถ้าเธอมีชีวิตอยู่น่าจะอายุพอๆ กับหนูนี่ละ" น้ำเสียงของผู้เป็คุณนายรองของบ้านจ้าวแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย ดวงตาคู่สวยที่ผ่านวันเวลามามากฉายแววหม่นหมองเมื่อนึกถึงเื่ราวในอดีต
หลี่เฟยเฟยมองใบหน้าที่แฝงความโศกเศร้าของหญิงสูงวัยแล้วรู้สึกเห็นใจ เธอเองก็เป็เด็กกำพร้า การได้มาอยู่ที่นี่ ได้พบกับคุณป้าที่แสนจะใจดี ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีครอบครัวอีกครั้ง
"เฟยเฟย เดี๋ยวหนูเอาของไปเก็บไว้ในห้องก่อนนะ เดี๋ยวป้าพาไปแนะนำกับบ้านใหญ่" หลินซูเหมยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ค่ะคุณป้า" หลี่เฟยเฟยรับคำ ก่อนจะเดินตามสาวใช้ไปยังห้องนอนที่จัดเตรียมไว้ ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มขัดเงาเข้ากับผ้าม่านสีครีมอ่อน เตียงนอนขนาดใหญ่ดูนุ่มนิ่มน่าทิ้งตัวลงนอน หญิงสาววางกระเป๋าเดินทางลงข้างเตียง
หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินออกมาสมทบกับหลินซูเหมยที่รออยู่หน้าตึก
"เดี๋ยวป้าพาหนูไปที่ตึกใหญ่นะ" หลินซูเหมยพาหลี่เฟยเฟยเดินไปตามทางเดินในสวน ก่อนจะทะลุไปยังตึกใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ภายในตึกใหญ่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ โคมไฟระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ ผนังประดับประดาด้วยภาพวาดลายเส้นงดงาม และแจกันลายครามโบราณ ล้วนแล้วแต่ประเมินค่ามิได้ หลี่เฟยเฟยรู้สึกตัวเล็กลงทันทีเมื่อก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่
"เฟยเฟย นี่คุณชายใหญ่ จ้าวเหวิน" หลินซูเหมยแนะนำชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทสีกรมท่า ที่นั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำ
"ลูกเหวินนี่หลี่เฟยเฟย คนที่แม่จะพามาอยู่ด้วยที่ตึกเล็ก
หลี่เฟยเฟยรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อสบตากับดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขา จ้าวเหวินมีใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพบุตร ผิวขาวเนียนละเอียด จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางเฉียบได้รูป บุคลิกสุขุม เยือกเย็น ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ยากจะเข้าถึง
"สวัสดีค่ะคุณชายใหญ่" เธอกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
จ้าวเหวินเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สบตากับหลี่เฟยเฟย ดวงตาคมกริบนั้นดูเรียบเฉย
"สวัสดีครับ คุณหลี่เฟยเฟย" เขาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"แล้วอาหู่..ไปไหนแล้ว" หลินซูเหมยกำลังจะเอ่ยถามจ้าวเหวิน ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมา พร้อมกับเสียงะโโหวกเหวก
"พี่ใหญ่ได้ยินว่ามีสาวสวยมาบ้านของพวกเราเหรอ"
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ วิ่งลงบันไดมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายคล้ายกับจ้าวเหวิน แต่ดูมีชีวิตชีวากว่า ดวงตาเป็ประกาย รอยยิ้มสดใส
"เบาๆ หน่อยสิ หูแม่จะแตกแล้ว" หลินซูเหมย พลางเงยหน้ามองลูกชายคนรอง "แล้วใครบอกลูกเื่สาวสวย?"
"เมื่อกี้อาผิงบอกผมว่าพี่มีแขกเป็สาวสวย ผมเลยรีบวิ่งกลับมาดูครับแม่รอง"
จ้าวเหวินส่ายหน้าให้น้องชายก่อนจะเอ่ยแนะนำ"คุณหลี่ นี่จ้าวหู่ น้องชายผมครับ ส่วนนี่คุณหลี่เฟยเฟย" จ้าวเหวินกล่าวแนะนำ
"สวัสดีค่ะคุณชายรอง" เธอเอ่ยทักทาย
"สวัสดีครับ ผมจ้าวหู่ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณหลี่เฟยเฟย คุณสวยมากเลยครับ" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้
หลี่เฟยเฟยหน้าแดงก่ำ รู้สึกประหม่าขึ้นไปอีก เธอไม่คุ้นเคยกับการได้รับคำชมแบบนี้
"เอ่อ... ขอบคุณค่ะ" เธอตอบกลับเสียงแ่
"ว่าแต่ พี่ใหญ่พวกเราชวนคุณหลี่ไปดูหนังดีไหม วันนี้มีหนังฝรั่งสนุกๆ เข้าโรงด้วยนะ ฉายรอบทุ่มตรงเลย" จ้าวหู่ถามอย่างตื่นเต้น เขาอยากใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับหลี่เฟยเฟยให้มากขึ้น
"พี่ไม่ว่างนะ อาหู่ คุณหลี่เธอเป็แขกของแม่รอง นายอย่ามาเล่นๆ กับเธอ" ชายหนุ่มปรามน้องชาย
"อ้าว เหรอ น่าเสียดายจัง" จ้าวหู่ทำหน้าผิดหวัง
ทันใดนั้น บานประตูห้องรับแขกอันโอ่อ่าก็เปิดออก คุณนายใหญ่ของบ้านเดินเข้ามาในห้องรับแขก ทำให้บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปทันที
จ้าวหู่เมื่อเห็นคุณนายใหญ่เดินเข้ามา ลุกขึ้นโค้งให้คนเป็แม่เล็กน้อยแล้วขอตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับหนูเห็นแมว
คุณนายใหญ่จ้าวมองตามร่างของจ้าวหู่ที่รีบร้อนออกไปด้วยหางตา ก่อนจะหันมาจ้องมองหลินซูเหมยด้วยสายตาเหยียดหยาม ริมฝีปากแดงสดเคลือบลิปสติกเม้มเข้าหากันแน่น
"น้องซู นี่เธอเอาใครเข้ามาบ้าน?" ดวงตาคมกริบของเธอจ้องมองไปยังหญิงสาวแปลกหน้าที่นั่งอยู่ข้างหลินซูเหมย สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
หลินซูเหมยยืดตัวตรง "นี่หลี่เฟยเฟยค่ะ คนที่ช่วยชีวิตฉันไว้นะคะคุณพี่ ฉันเลยชวนเธอมาทำงานที่บ้านในฐานะเลขา"
หยูหลินผู้เป็คุณนายใหญ่ของตระกูลจ้าวหรี่ตาลง "เลขาหรือ? แค่เด็กสาวหน้าตาบ้านๆ แบบนี้เนี่ยนะจ๊ะเป็เลขาเธอ?" เธอหัวเราะในลำคอ "อย่ามาตลกหน่อยเลยน้องซู เธอมันก็ยังใสซื่อเหมือนเดิม โดนหลอกง่ายจริงๆ"
หลินซูเหมยหน้าเสียเล็กน้อยกับคำพูดของคุณนายใหญ่ แต่เธอก็ยังคงปกป้องเด็กสาว "เฟยเฟยไม่ใช่เด็กสาวธรรมดา ๆ นะคะพี่สาวหลิน เธอเรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเชียวนะคะ"
"มหาวิทยาลัยปักกิ่ง? " คุณนายใหญ่หัวเราะเสียงดัง "แล้วไง?ต่อให้เรียนจบที่ไหน ก็แค่คนจน ๆ ที่หวังจะมาเกาะผู้ชายรวย ๆ ฉันเห็นมาเยอะแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่า 'นักล่าแต้ม' รู้จักไหม? หวังจะจับลูกชายฉันสินะ ฝันไปเถอะ "
หลี่เฟยเฟยกำมือแน่น ใบหน้าเรียบเฉย เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับผู้หญิงปากร้ายไร้มารยาทแบบนี้ เธอแค่อยากทำงานสุจริตตอบแทนบุญคุณของคุณป้าซู แต่ดูเหมือนคุณนายใหญ่จะไม่ยอมรับเธอง่าย ๆ
คุณนายใหญ่หรี่ตามองหลี่เฟยเฟยั้แ่หัวจรดเท้า ใบหน้าที่ไร้การเครื่องสำอาง อาภรณ์ที่สวมใส่ก็ดูไม่มีราคา ไม่อาจปกปิดร่องรอยของความเป็คนชั้นต่ำได้ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มหยัน
“นี่น้องซูแน่ใจแล้วเหรอว่าจะให้เธอมาเป็เลขา ฉันละกลัวเธอทำให้ภาพลักษณ์ตระกูลจ้าวเสื่อมเสีย เธอเคยทำงานเป็เลขาที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าน่ะ รู้จักมารยาทในบ้านผู้ดีหรือเปล่า”
หลินซูเหมยยิ้มบาง “พี่สาวหลินคะ เฟยเฟยเธอเรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งเชียวนะคะ เื่ความสามารถไม่ต้องห่วงเลยค่ะ”
คุณนายใหญ่หัวเราะเสียงแหลม “มหาวิทยาลัยปักกิ่ง หึ สมัยนี้ใครๆ ก็เข้าได้ แค่เรียนเก่งก็ใช่ว่าจะทำงานเป็ ยิ่งเป็งานเลขา ต้องรู้จักกาลเทศะ รู้จักวางตัว ไม่ใช่แค่หน้าตาสวยๆ ก็ทำได้หรอกนะ”
หลี่เฟยเฟยรู้สึกถึงสายตาเหยียดหยาม แต่เธอก็ยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา ดวงตาคู่สวยสบตากับคุณนายใหญ่
“หนูเพิ่งเรียนจบ และยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนค่ะ แต่หนูมีความตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้ และหนูเชื่อว่าหนูจะสามารถทำงานนี้ได้เป็อย่างดีค่ะ”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเธอทำให้คุณนายใหญ่ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายพูดจาดูถูก "ปากก็ดีนี่ หวังว่าฝีมือจะดีเหมือนปากนะ ฉันหวังว่าหล่อนจะไม่ทำให้ตระกูลจ้าวเสื่อมเสียล่ะ"
ทันใดนั้น จ้าวเหวิน บุตรชายคนโตของตระกูลจ้าวเอ่ยขึ้น"คุณแม่ครับ ลองให้โอกาสเธอดูก่อนก็ได้นะครับ อีกอย่างงานเลขาแม่รองก็ไม่ได้หนักหนาอะไร นานๆ ทีแม่รองจะเข้าไปดูงานในบริษัท"
คุณนายจ้าวเมื่อเห็นบุตรชายคนโตเอ่ยปากเธอสะบัดหน้า "ตามใจลูกก็แล้วกัน"
หลี่เฟยเฟยเพียงแค่ยิ้มรับ แต่ในใจกลับคิด ‘ฉันจะทำให้คุณต้องประหลาดใจให้ได้คอยดู’