วันนี้ถือเป็วันแรกที่สายฝนไปโรงเรียน นับจากวันที่สายฝนประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากสายฝนจดจำใครไม่ได้เลย และดูเหมือนเพื่อนในชั้นเรียนก็ดูจะไม่ค่อยสนใจเธอด้วยเหมือนกัน นอกจากไผ่ เอม และแพรวที่เรียกเธอเข้ามาในกลุ่มเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ โดยสายฝนได้สอบถามชื่อเพื่อนๆใหม่อีกครั้ง เนื่องจากตนความจำเสื่อม
“ฝน! เป็ไงบ้างล่ะ ดีขึ้นแล้วหรอ” ไผ่สอบถามด้วยความเป็ห่วง
“ร่างกายดีขึ้นแล้ว แต่จำอะไรไม่ได้เลยนี่สิ” สายฝนตอบอย่างเหนื่อยใจ
“ฉันก็เตือนเธอแล้ว ว่าอย่าหนีเรียนออกไปเที่ยว ถึงเธอจะได้สามีรวยก็เถอะ” เอมพูดแนวสั่งสอน
“ฉันเป็ขนาดนั้นเลยหรอ” สายฝนถามอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นิสัยของตัวเอง
“ฉันเห็นเธอดูสบายอย่างนี้ ก็เลยว่าจะทำตามบ้างน่ะ” แพรวเห็นดีเห็นงามกับสายฝนคนก่อน
“อย่าเลยแพรว ยืมจมูกเขาหายใจยังไงก็หายใจไม่ทั่วท้องหรอก ถ้าเรายืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ก็ไม่ต้องไปง้อคนอื่นน่ะ” สายฝนไม่อยากให้เพื่อนทำตามอย่างตนเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ตนทุกข์ใจแค่ไหน
ระหว่างที่สนทนากันสักพัก ก็มีกลุ่มเด็กเรียนเดินผ่านกลุ่มสายฝนแล้วมองมาอย่างดูถูกดูแคลน
“ทำไมพวกเขามองเราแบบนั้นล่ะ” สายฝนแปลกใจ
“ก็พวกเราเป็เด็กเกเรไม่ตั้งใจเรียน เขาก็เลยมองเราแบบดูถูกไง” ไผ่อธิบาย
“คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ ฉันอกหักเพราะแฟนหันไปคบเด็กเรียนแทนด้วยล่ะ” แพรวพูดแบบแค้นใจ
“แต่ฉันอิจฉาพวกเขานี่สิ ถ้าเรียนดีอย่างพวกเขาบ้าง ฉันก็คงสามารถไปสอบชิงทุนไปเรียนมหา’ลัย แต่เพราะฉันจนก็คงไม่ได้เรียนต่อแล้วน่ะ” เอมพูดอย่างทดท้อ
“เอาน่า เผื่อมีหนทางอื่น อย่าเพิ่งทดท้อเลยนะ” ไผ่พยายามให้ความหวังเพื่อน
“พวกเราเข้าเรียนเถอะ ถึงเวลาแล้ว” แพรวพยายามตัดบทเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูแย่
พอถึงเวลาเข้าเรียน กลุ่มของสายฝนได้นั่งเรียนหลังสุดของห้อง แต่ที่น่าแปลกก็คือไม่ว่าเรียนวิชาอะไร สายฝนก็สามารถยกมือขึ้นตอบคำถามอาจารย์ได้เกือบทุกข้อ จนกระทั่งกลุ่มเพื่อนเด็กเรียนเริ่มหันมาสนใจสายฝนมากขึ้นเพราะเวลาสอบเก็บคะแนนหรือสอบกลางภาค สายฝนกลับได้คะแนนระดับท็อบแซงหน้าเด็กเรียนบางคนด้วยซ้ำ โดยเฉพาะวิชาคอมพิวเตอร์เหมือนเป็วิชาที่เธอถนัดที่สุด ซึ่งสายฝนก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน เพราะตัวเธอรู้สึกว่านี่เป็ชีวิตปกติของตัวเธอเอง ดังนั้นเมื่อสายฝนมั่นใจตัวเองแล้วว่าสายฝนสามารถเรียนเข้าใจเกือบทุกวิชา และในอีกสามเดือนข้างหน้าจะเปิดสอบชิงทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อมหา’ลัยฟรี สายฝนจึงยอมติวให้เอมทุกวันเพื่อให้เธอชิงทุนมาให้ได้โดยมีแพรวกับไผ่ไปร่วมนั่งติวด้วย และแล้วเอมก็สามารถสอบชิงทุนการศึกษาได้สำเร็จ เอมถึงขั้นเลี้ยงไอศกรีมเพื่อนๆกันเลยทีเดียว ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็มีผลการเรียนดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้กลุ่มเพื่อนกลุ่มอื่นเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อกลุ่มของสายฝนใหม่หมด
**********************************************
ตลอดระยะเวลาที่สายฝนไปเรียนแบบมุ่งเรียนอย่างเดียวไม่สนใจสามีของเธอเลย แม้ณัฒวัฒน์จะรู้สึกโล่งใจแต่ก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นสายฝนเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้แม่ของสายฝนจะพยายามเสี้ยมให้ลูกสาวสนใจสามีของเธอแค่ไหน สายฝนก็ไม่สนใจที่จะทำ
“นี่ลูกทำแบบนี้ไม่ได้รู้มั้ย สามีของลูกมีสิทธิ์หย่ากับลูกได้นะ”
“ฝนก็อยากหย่าค่ะแม่”
“แล้วพวกเราจะเอาเงินมาจากไหนกันล่ะ”
“ฝนมั่นใจว่าฝนมีหนทางหาเงินเองได้ค่ะ”
“แกยังเป็แค่เด็กม. 6 จะมีความสามารถอะไรอย่างนั้นได้ ห๊า” แม่เริ่มพูดขึ้นเสียงใส่ลูกสาว
“งั้นแม่ก็คอยดูแล้วกันค่ะ” สายฝนยังคงพูดแบบใจเย็น
**********************************************
ทางด้านพ่อสามีพอเห็นณัฒวัฒน์ไม่ยอมสนใจภรรยาตัวเองเลย ก็เลยเตือนลูกชายบ้าง
“ลูกควรเอาใจใส่สายฝนบ้างนะลูก ยังไงเธอก็เป็ภรรยา”
“พวกเราไม่มีอะไรกันสักหน่อยครับ สองแม่ลูกนั่นจัดฉากเพื่อจับผมก็เท่านั้น”
“แต่อย่างไรลูกก็เป็นักธุรกิจชื่อดังที่นักข่าวคอยติดตาม หากพวกเขาเห็นลูกปล่อยปะละเลยน้องเขา พวกนักข่าวอาจลงข่าวเสียๆหายๆได้นะลูก”
“เอาเป็ว่า ่นี้ผมเริ่มมีงานน้อยลง ผมจะเป็คนไปส่งสายฝนไปโรงเรียนเองก็แล้วกัน” ณัฒวัฒน์พยายามตัดบทให้จบเื่
**********************************************
สายฝนใอย่างมากที่ณัฒวัฒน์เป็คนไปส่งตัวเองไปเรียน สายฝนคิดแล้วก็เครียดต้องมาทนอึดอัดกับสามีของตัวเอง พอเธอขึ้นไปบนรถของณัฒวัฒน์ก็เงียบไม่ยอมพูดอะไรเลย ณัฒวัฒน์เลยพยายามชวนคุย
“ไปเรียนเป็ไงบ้างล่ะ”
“ก็ดีค่ะ”
“อย่างงั้นก็ดี ได้ข่าวว่าผลการเรียนของเธอดีขึ้นมากเลยนี่”
“ค่ะ” “ฝนว่าคุณไม่ต้องฝืนใจมาส่งฝนไปเรียนก็ได้นะคะ”
“ทำไมล่ะ ยังไงก็เป็หน้าที่สามีที่ดีไม่ใช่หรอ” “เอาเถอะ ่นี้ทนหน่อยแล้วกัน สักพักฉันก็ไม่ว่างแล้ว”
พอเพื่อนๆเห็นสามีของสายฝนมาส่งฝนที่โรงเรียนก็พากันฮือฮา บางคนก็อิจฉาที่ฝนมีสามีหล่อเหลาแถมรวยอีกต่างหาก แต่ในใจฝนกับอยากหลุดจากพันธะนี้ให้รู้แล้วรู้รอดเลย ฝน้าจะหลบเสียงแซวของเพื่อนฝูงเลยเดินเลยไปยังด้านหลังของโรงเรียนก็ไปพบกับอาคารหลังหนึ่ง ซึ่งป้ายเขียนบอกว่าเป็ชมรมนักสืบ ในใจฝนแปลกใจมากว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นนักว่าตัวเองเคยเป็นักสืบมาก่อน แต่วัยประมาณฝนจะเป็นักสืบได้ยังไง ดังนั้นฝนจึงตัดสินใจขึ้นไปดูชมรมนี้