.....
"ฮ่าๆ ดูหน้ามันดิจะร้องไห้แล้วว่ะ"
ชายคนหนึ่งที่มีอายุประมาณ16-17ปีหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ หลังจากที่มันเพิ่งจะตบหัวของภาคินไป มันก็อดไม่ได้ที่จะพูดล้อเลียนออกมาอีกครั้ง และการกระทำของมันในครั้งนี้ยังทำให้นักเรียนคนอื่นๆในห้อง ต่างก็พาหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานเช่นกัน
แต่ในขณะที่พวกมันหัวเราะกันอย่างสนุกสนานนั้น พวกมันกลับไม่ทันได้สังเกตเลยว่า ภายในดวงตาของคนที่พวกมันเพิ่งจะตบไปนั้น มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นมากแค่ไหน
"พวกแกเป็คนเริ่มก่อนเองนะ..."
ปัง!!!!!!!
ชายหนุ่มที่กำลังยืนหัวเราะอยู่ข้างๆภาคินอย่างอารมณ์ดีนั้น จู่ๆก็ถูกฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงตบเข้าไปที่ใบหน้าอย่างแรง
การลงมือของภาคินทั้งรวดเร็วและรุนแรงเป็อย่างมาก และทันทีที่ฝ่ามือของเขาััเข้ากับใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น มันก็เกิดเป็เสียงที่ดังก้อง จนทำให้หูอื้อของมันขึ้นมาทันทีทันใด
"เห้ย!!! นี้แกกล้าตอบโต้เหรอว่ะ พวกเราตืบมันเลย!!"
เมื่อกลุ่มเด็กเกเรที่เข้ามาหาเื่ เห็นว่าภาคินกล้สลงมือกับเพื่อนของพวกมัน พวกมันจึงรู้สึกโกรธมาก และรีบวิ่งกรู่เข้ามาหมายจะรุมทำร้ายคนที่พวกมันคิดว่าเป็เหยื่อตัวเล็กๆแสนอ่อนแอทันที
"โอ้ สายน้ำที่รินไหลจงมะ..."
ปัง!!!!!!!!!!
ภาคินเริ่มโจมตีใส่คนที่กำลังร่ายเวทย์ก่อนเป็อันดับแรก เพราะเด็กหนุ่มคนนี้เป็คนจำพวกที่2 หรือก็คือคนพวกนี้ใช้เวทย์มนตร์ได้แต่ร่างกายกลับอ่อนแอ ดังนั้นแค่ทำการโจมตีก่อนที่มันจะร่ายเวทย์เสร็จ เพียงเท่านี้มันจึงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
แต่กลุ่มเด็กเหล่านี้ก็ใช้จะโง่ซะทีเดียว เมื่อพวกมันเห็นว่าไม่สามารถร่ายเวทย์ได้ทัน เนื่องจากถูกขัดขวาง พวกมันจึงหันมาใช้กำลังแทน แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังคิดผิดอยู่ดีที่เลือกทางนี้
ก็เพราะร่างกายของภาคินมันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง ที่ไม่ด้อยไปกว่าพวกนักรบระดับสูงเลย ดังนั้นมันจึงเป็เื่ที่ยากมากๆ ที่กลุ่มเด็กเหล่านี้จะสามารถเอาชน่ะได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว
"บ้าเอ้ยทำไมมันเก่งแบบนี้ว่ะ!!?? มันแทบจะไม่ใช่เวทย์มนตร์เลยด้วยซ้ำ อะโอ้ยย!!!"
ตอนนี้พวกมันทำได้แค่ะโออกมาเหมือนคนบ้า ซึ่งแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง โดยก่อนหน้านี้พวกมันเข้ามาหาเื่คนอื่นด้วยท่าท่างสูงส่งและน่าเกรงขาม แต่ในตอนนี้พวกมันกลับไม่มีแม้โอกาศ แม้แต่จะร่ายเวทย์มนตร์ที่พวกมันถนัดเลยด้วยซ้ำ
"พวกแกชอบแกล้งคนที่ด้อยกว่าสินะ? อยู่ดีๆก็ดีอยู่แล้ว แต่กลับแส่หาเื่เอง.."
กร๊อบ!!!
ภาคินพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่จะกระทืบเท้าลงไปที่แขนของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของคนพวกนี้อย่างรุนแรง จนทำให้แขนของมันแตกร้าวและส่งเสียงโหยหวนออกมาทันที
ตอนนี้นักเรียนทุกคนในห้องล้วนเงียบกริบ.. ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาเลยซักคน คนที่เห็นดีเห็นงามกับคนกลุ่มนี้และช่วยกันนินทาลับหลังก่อนหน้านี้ ก็พากันเงียบและก้มหน้าลง พวกมันไม่กล้าที่จะสบสายตาเลยด้วยซ้ำ
แต่..ถึงแม้พวกมันจะแสดงท่าท่างที่เจียมตัวและน่าสงสารมากแค่ไหน แต่ภาคินกลับไม่ได้เห็นใจพวกมันเลย เพราะคนพวกนี้ก็เป็คนประเภทที่เขาเกลียดเหมือนกัน ทั้งๆที่พวกมันก็เป็เพียงแค่คนอ่อนแอเท่านั้น แต่กลับชอบเลียแข้งเลียขาคนที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง และหันมาช่วยกันซ้ำเติมคนที่อ่อนแอนกว่า
ดังนั้นภาคินจึงจำหน้าตาพวกมันได้ดีทุกคน ว่าคนบ้างไหนที่ล้อเลียนเขาในก่อนหน้านี้ ภาคินเริ่มเดินเข้าไปหาพวกมันทีละคนๆ แล้วตบไปที่ใบหน้าของพวกมันอย่างแรง จนใบหน้าของพวกมันกลายเป็รอยฝ่ามือสีแดงเข้ม บวมเต่ง จนร้องโหยหวนออกมา
"ทำไมไม่ล้อเลียนอีกละ..? ล้อเลียนออกมาสิ..ปากว่างนักไม่ใช่เหรอ?!!"
ภาคินไล่ตบใบหน้าของนักเรียนในชั้นไปหลายคนจนครบ ส่วนคนที่ไม่ได้ล้อเลียนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเขานั้นไม่ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าหากไม่จำเป็
"นี้มันเกิดอะไรขึ้น??!!!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวนั่น จู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา ซึ่งเสียงนี้ก็คือรองผู้อำนวยการแพนเตอร์นั่นเอง
ก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน
ภายในห้องทำงานของรองผู้อำนวยการแพนเตอร์
"อาจาร์ยแย่แล้วๆ ท่านภาคินกำลังมีเื่!!!"
เมสันที่กำลังเดินมาหาภาคินที่ชั้นปี1 เพราะเขาเพิ่งจะเรียนเสร็จ แต่เขากลับเห็นพวกลูกหลานชนชั้นสูงของเมือง กำลังจะรุมทำร้ายภาคิน เมสันที่เห็นดังนั้นจึงได้รีบวิ่งมาบอกอาจารย์ของตัวเอง เพราะถึงแม้คนกลุ่มนั้นจะไม่ได้แข็งแรงอะไรเลย แต่เื้ัของพวกมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เมสันจะสมควรเข้าไปยุ่ง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจรีบวิ่งมารายงานอาจาร์ยของตนทันที
กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง
"ท่านรองผู้อำนวยการแพนเตอร์ จะเ้าเด็กนี่ๆ.."
เมื่อกลุ่มเด็กเกเรเห็นรองผู้อำนวยการเดินเข้ามา พวกมันจึงเริ่มที่จะฟ้องและใส่ร้ายภาคินทันที แต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้พูดอะไรออกมา จู่ๆรองผู้อำนวยการแพนเตอร์ก็ตวาดออกมาด้วยความโกรธทันที
"นี้พวกเ้ากำลังจะทำอะไร ใครหาเื่เขา!!!??"
แพนเตอร์ะโออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปความโกรธ เพราะเขากังวลเกี่ยวกับเื่นี้มาโดยตลอด ั้แ่วันแรกที่ภาคินเข้ามาที่โรงเรียนแห่งนี้แล้ว และเื่ที่เขากังวลก็เกิดขึ้นมาจนได้ ดังนั้นเขาจึงอยากจะรู้นักว่านักเรียนหน้าโง่คนไหนกันแน่ที่มันบังอาจไปหาเื่ว่าที่วีรชนคนใหม่ของอาณาจักรเพนดราก้อนคนนี้
การแสดงออกของรองผู้อำนวยการทำให้นักเรียนหลายๆคนในห้อง ล้วนกลายเป็เงียบกริบและมึนงง พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมอาจารย์แพนเตอร์ ถึงได้ดูโกรธแค้นมากขนาดนี้
"ข้าถามว่าใครหาเื่เขา!!!??"
แพนเตอร์ถามออกมาอีกครั้ง และครั้งนี้ทุกคนในห้องก็ชี้ไปยังกลุ่มของเด็กเกเร ที่เข้ามาหาเื่ภาคิน ทำให้คนพวกนั้นล้วนตัวสั่นและเต็มไปความหวาดกลัว
"พวกเ้าตามข้ามาที่ห้อง..เดี๋ยวนี้เลย" หลังจากที่แพนเตอร์พูดเสร็จ เขาจึงเดินนำไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที
"หนอย!!เป็แค่รองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน แต่กล้ามาตวาดใส่ข้าข้าจะบอกให้ท่านพ่อของข้ามาจัดการกับเ้าและเ้าเด็กนี้คอยดู!!"
ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วบความคับแค้น และชายคนนี้ๆเองที่เป็ตัวการสำคัญในการล้อเลียนภาคินในครั้งนี้ และหลังจากที่กลุ่มเด็กเกเรเดินตามรองผู้อำนวยการออกไปแล้ว ภายในห้องเรียนก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าล้อเลียนเด็กตัวน้อยๆอย่างเช่นภาคินอีกเลย
…
หลังจากเลิกเรียนภาคินก็กลับมายังห้องพักตามปกติ และคิดทบทวนเกี่ยวกับพลังเวทย์อีกครั้ง เพราะในวันนี้เขาเริ่มวางแผนที่จะกลับไปยังโลกปัจจุบันแล้ว การใช้เวทย์มนตร์ของเขาในตอนนี้ ถึงแม้จะไม่ต้องพึ่งพาวงเวทย์และบทเวทย์ก็จริง แต่การใช้เวทย์มนตร์ก็ยังคงมีขีดจำกัดอยู่ดี
ยกตัวอย่างเช่นสามารถเรียกเปลวเพลิงออกมาได้ทันที แต่มันก็เท่านั้น เพราะหากไปเจอพวกนักรบเวทย์ หรือจักพรรดิ์เวทย์เข้า ไฟพวกนี้ก็คงจะไม่สามารถทำอัตรายต่อคนพวกนั้นได้อยู่ดีแม้ซักเล็กน้อย
ดังนั้นปัญหาของภาคินในตอนนี้ก็คือบทเวทย์ บทเวทย์ถ้าจะให้พูดแบบเข้าใจง่ายๆก็คงเป็เหมือนสกิลหรือทักษะในเกมนั่นแหละ ถ้าเราไม่เอ่ยหรือเรียกใช้มันๆก็จะไม่ทำงาน และหากภาคินยังไม่สามารถหาบทเวทย์ที่เหมาะสมกับตัวเอง เขาก็จะไม่มีวันพัฒนาได้เลย
และอีกอย่างภาคินก็ไม่อยากจะร่ายบทเวทย์ยาวๆเหมือนนักเวทย์คนอื่นด้วย แต่ก็ใช่ว่านักเวทย์ทุกคนในโลกนี้จะต้องร่ายบทเวทย์ที่ยาวเสมอไป ทุกคนล้วนมีความสามารถไม่เหมือนกัน มันอยู่ที่ว่าใครจะสามารถควบคุมเวทย์มนตร์ของตัวเองได้ดีขนาดไหน
บางคนที่มีความสามารถควบคุมเวทย์มนตร์ของตัวเองได้ดี คนๆนั้นก็จะสามารถร่ายบทเวทย์ข้ามขั้นตอนได้เลยหรือพูดง่ายๆคือนักเวทย์ระดับสูงนั้นสามารถย่อบทเวทย์ เพื่อให้มันสั้นและกระชับลงได้ และยิ่งนักเวทย์คนไหนสามารถย่อบทเวทย์ได้มากเท่าไหร่ พลังของเขาก็จะยิ่งน่ากลัวขึ้นเท่านั้น
"ไหนๆก็วางแผนจะกลับไปยังโลกปัจจุบันแล้ว ลองไปซื้อพวกหนังสือนิยาย ที่เกี่ยวกับเวทย์มนตร์กลับมาด้วยดีกว่าเพื่อจะมีบทเวทย์ดีๆที่บนโลกนี้ยังไม่มี อย่างเช่นพวกคาถาอัญเชิญัอะไรพวกนั้น..ฮ่าๆน่าสนุกจังแหะ...."
ภาคินหัวเราะออกมาอย่างอารมร์ดี เมื่อคิดถึงเื่สนุกๆที่ยังไม่ได้ทำอีกมากมาย และในวันนี้ก็เป็วันที่เขาตัดสินใจจะกลับไปยังยุคปัจจุบันเพื่อเริ่มแผนการแรก เนื่องจากหากเขาปล่อยให้คนพวกนั้นเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียว มันอาจจะแย่เอาได้ถ้าไม่ลงมือทำอะไรเลย
ที่สำคัญตอนนี้ภาคินก็สามารถควบคุมพลังงานธรรมชาติ ได้ดีกว่าเดิมเยอะแล้ว แถมยังมีพลังงานสนามแม่เหล็กอีกด้วยและพลังงานสนามแม่เหล็กระดับสูงนี้เอง ที่คือไพ่ตายลับสุดยอดในตอนนี้
"เอาละเตรียมของพร้อมแล้ว...หวังว่าแผนการในครั้งนี้คงเป็ไปได้ด้วยดีน่ะ.."
ภาคินบ่มพึมพัมออกมา ในขณะที่ เอามือลูบไปที่แหวนบนนิ้วอย่างแ่เบา
"พ่อ แม่ ผมขอตัวไปสืบข่าวก่อนนะครับ..."
หลังจากภาคินพูดจบเขาก็กดลงไปที่ลูกกลมๆสีฟ้าบนหน้าอก แล้วแสงสีฟ้าที่คุ้นเคยก็ส่องแสงสว่างจ้าออกมา และเมื่อแสงสีฟ้าได้หายไป ร่างของเด็กน้อยที่เคยนั่งอยู่บนเตียงก่อนหน้านี้ ก็จางหายไปจากห้องพักของตัวเองทันที