ตอนที่ 27 หลอมอาวุธอักขระขั้นสีฟ้า
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ยิ่งมอนสเตอร์ตัวนั้นขัดขวางไม่ให้เข้าใกล้มากเท่าไหร่ เฟิร์สก็ยิ่งอยากรู้
ทว่าในตอนนี้พวกเขาทั้งสองต่างเป็พวกที่ไม่มีใครยอมใคร และพวกเขาก็ไม่สามารถคุกคามซึ่งกันและกันได้ด้วย
“ถ้าฉันบอกให้มันหยุด มันจะหยุดให้ฉันไหมนะ” เฟิร์สเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย
แต่ทว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นกลับไม่มีการยอมความเลยแม้แต่น้อย
มือทั้งสิบของมันเปลี่ยนเป็ปลายแหลมคม ยังคงโจมตีไปที่ม่านพลังสีฟ้าอย่างต่อเนื่อง
จนเฟิร์สไม่กล้าที่จะหยุดทำมุทราเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ม่านพลัง
“หากเป็อย่างนี้ต่อไปอาจไม่ดีแน่ ดูเหมือนว่าหากฉันไม่สู้ ฉันจะไม่มีวันออกไปจากที่นี่ได้”
เฟิร์สในตอนนี้ไม่มีกำลังรบที่จะคุกคามมอนสเตอร์ตัวนั้นได้ ดังนั้นเขาจึงต้องหาการโจมตีที่แข็งแกร่งกว่าการใช้พลังอักขระ
“เดิมทีพลังอักขระไม่ใช่พลังที่จะนำมาใช้โจมตีอยู่แล้ว หากฉันมีกระบี่ดีๆ สักเล่มแล้วล่ะก็ ...”
ตอนนั้นเองสายตาของเด็กหนุ่มร่างผอมบางก็เหลือบไปเห็นซากมอนสเตอร์ที่ตายอยู่เกลือนกลาด ซึ่งเป็ฝีมือของเขาที่นำพวกมันออกมาจากถุงไข่เพื่อชำแหละเอาแกนสปีริต
“จริงสิ ถ้าหากไม่มีฉันในตอนนี้ก็สร้างมันขึ้นมาได้”
เฟิร์สเกือบลืมไปแล้วว่าตนคือผู้ใช้อักขระ
สำหรับผู้ใช้อักขระแล้ว นอกจากการสร้างม่านพลังคุ้มกันเมือง อีกอย่างหนึ่งที่พวกเขาเป็ที่้าตัวคือการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์
แม้ที่นี่จะไม่มีพลังเวทย์ แต่มันก็ยังมีพลังสปีริต
ไอเทมสปีริตที่ติดตัวมากับเขานั้นอ่อนแอเกินไป หากเขาสามารถสร้างอาวุธสปีริตอีกชิ้นขึ้นมาได้ นั่นอาจทำให้เขาสามารถเอาชนะมอนสเตอร์ตัวนี้ก็เป็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นเฟิร์สจึงทำการขยายม่านพลังออกแล้วเคลื่อนที่ไปยังซากศพกองโตของเหล่ามอนสเตอร์ทันที
ม่านพลังสีฟ้าครอบคลุมพื้นที่บริเวณหนึ่งเอาไว้ ก่อนที่เขาจะนำแกนสปีริตกำหนึ่งออกมาแล้วเชื่อมมันให้กลายเป็ต้นกำเนิดของม่านพลัง
“มาดูกันว่าซากศพมอนสเตอร์เหล่านี้จะสร้างอาวุธสปีริตที่แข็งแกร่งขนาดไหน”
ครั้งหนึ่งเด็กหนุ่มเคยเป็ถึงผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว การสร้างอุปกรณ์อักขระย่อมสามารถทำมันได้อย่างง่ายดาย
ด้วยองค์ความรู้ที่มีมาก่อนหน้านี้แล้วการสร้างวงแหวนหลอมแปรสำหรับเขาย่อมไม่ยากนัก
แม้เขาไม่มีความคิดที่จะหลอมสร้างอะไรตอนกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจขนาดนี้ แต่เขาก็จำเป็ต้องทำมัน
ซากศพของมอนสเตอร์หลายร้อยตัวถูกทำให้ลอยมารวมอยู่ในจุดเดียวกันด้วยพลังอักขระของเฟิร์ส
ด้วยความสามารถของผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าแล้ว การจะควบคุมวัตถุให้ลอยกลางอากาศนั้นนับว่าง่ายดุจพลิกฝ่ามือ
เมื่อซากศพนับร้อยได้มากองรวมกันแล้ว เขาก็ไม่ลังเลที่จะทำการหลอมแปรร่างเหล่านี้ในทันที
“ในอีกโลกหนึ่ง ผู้ใช้อักขระสามารถหลอมแปรชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ได้ อาจารย์ของฉันกระทั่งสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาจากซากศพเ่าั้ได้ ต่อให้นั่นเป็ข่าวลือแต่ฉันก็เชื่อว่ามันคือเื่จริง ดังนั้นแล้วฉันเองก็น่าจะสร้างอาวุธจากซากศพเหล่านี้ได้” เฟิร์สเรียกความเชื่อมั่นให้กับตนเอง
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขานั้นชื่นชมในตัวของอาจารย์มาก อีกทั้งเขายังสามารถจดจำทุกเื่ราวในโลกก่อนได้ แต่น่าแปลกที่ตอนนี้เขาจะไม่สามารถเอ่ยนามของอาจารย์ท่านนี้ได้ ราวกับว่ามันมีกฎเกณฑ์บางอย่างขวางกั้นเอาไว้ ทำให้อาจารย์ของเขาเป็ผู้ไม่อาจจะเอ่ยนาม
ในจุดนี้เฟิร์สกระทั่งไม่สามารถจำได้ว่าอาจารย์ของเขาเป็ชายหรือหญิง เยาว์วัยหรือชรา รูปลักษณ์หรือท่าทางเป็อย่างไร เขาไม่สามารถอธิบายตัวตนของอาจารย์ท่านนี้ได้ ซึ่งเป็เื่ที่น่าแปลกเป็อย่างมาก
สิ่งเดียวที่เขาจำได้ก็คือ ... เขาคืออาจารย์
เสียงคำรามและการโจมตีของมอนสเตอร์นางพญายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ไม่สามารถฝ่าม่านพลังสีฟ้าเข้ามาได้
เฟิร์สมั่นใจในม่านพลังของตนเองมาก เขาไม่ได้ใส่ใจกับนางพญาเลยแม้แต่น้อย แต่กำลังจดจ่ออยู่กับพิธีกรรมการหลอมสร้าง
วงแหวนอักขระวงแล้ววงเล่าค่อยๆ ปรากฏออกมา
แน่นอนว่าผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าสามารถสร้างวงแหวนอักขระเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย หากเป็ผู้อื่น พวกเขาอาจจะใช้เวลาสร้างวงแหวนอักขระแต่ละวงเป็เวลานาน แต่ในตอนนี้เขาสามารถสร้างมันขึ้นมาได้เพียงแค่คิดเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังช้ากว่าผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวอยู่ดี เพราะผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวสามารถสร้างวงแหวนอักขระซับซ้อนได้ในพริบตา
การสร้างวงแหวนอักขระซับซ้อนดูจะเป็เื่ยุ่งยาก แต่เขาก็จำเป็ต้องทำมัน เพราะการจะหลอมสร้างอุปกรณ์จากซากศพนั้นจำเป็ต้องใช้ขั้นตอนที่ซับซ้อน
หากเป็มนุษย์พวกเขาจะต้องนำเอาส่วนต่างๆ ของมอนสเตอร์ไปตัดแต่งหรือหลอมแปรก่อน ถึงจะมาประกอบและรังสรรค์ให้กลายเป็อุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง
ซึ่งขั้นตอนต่างๆ เ่าั้ จำเป็ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็เครื่องเจีย เตาหลอม เครื่องตี เครื่องขึ้นรูป และยังมีอุปกรณ์อีกมากในการตกแต่งให้วิจิตรงดงาม
ทว่าผู้ใช้อักขระสามารถใช้วงแหวนอักขระทำทุกสิ่งที่ว่ามาได้อย่างเสร็จสรรพ
ซากมอนสเตอร์มากมายลอยขึ้นแล้วค่อยๆ หมุนกลายเป็วังวนอันน่าหวาดหวั่น
วงแหวนอักขระส่องแสงสว่างจ้า กลางอากาศปรากฏวงแหวนอักขระแยกออกมามากมาย
วงแหวนอักขระเ่าั้ส่งพลังอันพิศวงหลอมแปรมวลร่างของเหล่ามอนสเตอร์ จนพวกมันกลายเป็กระแสพลังอย่างหนึ่ง
เด็กหนุ่มใช้สองมือขยับสร้างผนึกมุทราอย่างรวดเร็ว
การหลอมแปรเปลี่ยนแปลงไปมาไร้รูปแบบ
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไปจำนวนไม่น้อยเพื่อที่จะกลั่นการหลอมแปรทรัพยากร มวลซากมอนสเตอร์กำลังถูกกลั่นจนกลายเป็พลังงานบริสุทธ์
พลังอักขระจำนวนมากถูกใช้ในขั้นตอนนั้นนี้
เมื่อพลังงานเ่าั้ถูกกลั่นมาถึงจุดหนึ่ง แววตาของเฟิร์สก็สว่างขึ้น ก่อนที่เขาจะประกบฝ่ามือสร้างผนึกมุทราแล้วชี้ออกไป
“ควบรวม!”
“ก่อรูป!”
พลังงานกลุ่มนั้นขยับเคลื่อนไหวตามจินตนาการ
มันกำลังก่อรูปร่าง
เฟิร์สรีบนำเอาแกนสปีริตนับร้อยก้อนออกมา
่วินาทีนี้เข้าจำเป็ต้องใช้พลังงานมหาศาลเพื่อควบแน่นการก่อรูปร่าง
พลังสปีริตถูกชักนำให้กลายเป็อักขระนับไม่ถ้วนแล้วหลอมรวมเข้ากับก้อนพลังงานเ่าั้
วูมมมมมมมมมมมม
บนอากาศปรากฏอักขระนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าไปในก่อนพลังงานนั้น
แสงสว่างที่เจิดจ้าบาดตาวาบขึ้น
ตอนนั้นเองเมื่อแสงสว่างเหล่านี้อ่อนแรงลง ก็ปรากฏให้เห็นร่างเงาของกระบี่สีแดงที่มีลวดลายอักขระสีฟ้าไหลเวียนอยู่โดยรอบ
นี่ก็คืออาวุธอักขระขั้นสีฟ้า
ร่างของเฟิร์สทะยานขึ้นไปคว้ากระบี่เล่มนั้นไว้ในมือ
โฮกกกกกกกกกกกกกกก
ทันทีที่มือของเขาัักับกระบี่เล่มนั้น เสียงคำรามของสัตว์ร้ายนับร้อยก็เปล่งออกมา
เฟิร์สรู้สึกเหมือนมีร่างเงาของมอนสเตอร์นับร้อยรายล้อมเขาเอาไว้
ดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายขึ้นมา
“ฉันจะตั้งชื่อมันว่า ‘กระบี่ร้อยอสูร’ ก็แล้วกัน”
ทันทีที่เอ่ยจบเด็กหนุ่มก็สะบัดกระบี่ในมือไปข้างหน้า
โฮกกกกกกกกกกกกกกก
ภาพเงาของมอนสเตอร์นับร้อยพลันปรากฏขึ้นมา แม้จะเป็แค่ภาพมายา แต่มันก็น่าหวาดหวั่นเป็อย่างมาก
“เป็กระบี่ที่ดี ... ตอนนี้ดูเหมือนฉันจะมีอาวุธที่เหมาะกับการสังหารเ้านั่นแล้ว”
สายตาของเฟิร์สมองตรงที่มอนสเตอร์นางพญาอันมีร่างปราดเปรียว
ซูม!
ร่างอันผอมบางพุ่งตัวออกไปพร้อมกับคลายม่านพลังสีฟ้าที่ขวางกั้นเอาไว้ออก
ชวีดดดดดดดด
มอนสเตอร์นางพญาส่งเสียงคำรามก่อนจะโจมตีด้วยมืออันแหลมคมทั้งสิบของมันไปที่เด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ปัง! ปัง! ปัง!
หนึ่งกระบี่กับสิบมือปะทะกันเกิดเสียงดังราวกับการปะทะของเหล็กกล้าดังอย่างกึกก้อง
แม้ร่างกายของนางพญาจะแข็งแกร่งมาก แต่กระบี่สีแดงในมือของเฟิร์สก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
แม้สิบมือของนางพญาจะโจมตีอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็น แต่ท่วงท่าการออกกระบี่ของเฟิร์สเองก็รวดเร็วไม่แพ้กัน
โจมตีทับซ้อน!
ปัง! ปัง!
่เวลานั้นเองเด็กหนุ่มพลันออกกระบี่แสดงกระบวนท่าที่เขาฝึกฝนมา
ออกกระบี่เพียงหนึ่งครั้ง แต่กลับเกิดเสียงดังขึ้นถึงสองครั้ง!
ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ ...
แขนถึงสามข้างของมอนสเตอร์นางพญาถูกตัดออกไปในคราเดียว
มิหนำซ้ำกระบี่ร้อยอสูรยังสามารถทนต่อการออกกระบวนท่านี้ได้อีกด้วย