ตอนที่ 30 ข้อมูลที่ผิดเพี้ยน
หลินเฟยตรงไปยังจุดแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่มีป้ายขนาดใหญ่แขวนอยู่ริเวณ้าด้วยจำนวนจอมยุทธนักล่าหลายสิบคนเขาจึงต้องรอด้วยความเบื่อหน่ายอยู่นานสองนาน
"ยินดีต้อนรับท่านวันนี้มีอะไรมาแลกเปลี่ยนหรือ"
ชายร่างกำยำกล่าวด้วยท่าทางนอบน้อมนับว่าการอบรมของทางสมาคมดีอยู่ไม่น้อยที่กวดขันเื่มารยาทให้กับคนของสมาคมที่รับหน้าที่ต่างๆได้เป็อย่างดี
"เอ่อ ข้าไม่ได้มาแลกเปลี่ยนหรอกพี่ชายแต่มารับทรัพยากรตามที่ผู้าุโซื่อตงบอกให้มา" หลินเฟยกล่าวพลางหยิบผลึกที่มีอักษรคำว่ามนุษย์ขึ้นมายื่นให้กับคนของสมาคม
ชายร่างกำยำออกจะงุนงงไม่น้อยที่ผู้ที่พึ่งเข้าร่วมสมาคมนั้นระดับนักล่ากลับอยู่ที่ระดับมนุษย์แต่ให้นึกถึงผู้าุโซื่อตงที่มีตำแหน่งอันสูงส่งจึงพอเข้าใจได้ว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาจนเป็ที่ถูกอกถูกใจเป็แน่
"สหายนักพรตโปรดรอสักครู่"
ชายร่างกำยำค้อมหัวให้หลินเฟยหนึ่งครั้งก่อนจะถอยออกไปทางประตูด้านหลังไม่ปล่อยให้หลินเฟยต้องรอนานไม่นานชายร่างใหญ่ก็เดินยิ้มออกมาพร้อมกับถาดที่มีสิ่งของวางอยู่้า
"ทรัพยากรแรกเข้านั้นหากเป็ระดับดินเช่นปกติจะไม่ได้รับเงินสนับสนุนแต่จะได้เป็โอสถเสริมพลังสามเม็ดแต่คุณชายอยู่ที่ระดับมนุษย์
จึงได้รับเงินจำนวนห้าสิบเหรียญทองอันเป็เงินสนับสนุนทุกเดือนของนักล่าระดับมนุษย์และยังมีโอสถอีกสองชนิดคือโอสถเสริมพลังสามเม็ดและโอสถฟื้นฟูพลังปราณอีกสามเม็ด"
หลินเฟยรับผลึกยืนยันตัวตนและสิ่งของเก็บเข้าสู่แหวนมิติมันอดที่จะลอบชื่นชมทางสมาคมถึงโอสถทั้งสองชนิดแม้จะเป็เพียงโอสถระดับสองแต่ความบริสุทธิ์นั้นไม่ธรรมดาเฉกเช่นโอสถทั่วไป
ด้วยความที่ฝึกฝนศาสตร์แห่งการปรุงยาจึงอดที่อมยิ้มชื่นชมกับโอสถที่มีความเข้มข้นถึงเจ็ดส่วนปลายๆนี้ไม่ได้ผู้ที่หลอมโอสถนี้ขึ้นมาย่อมหมายถึงนักปรุงยาที่ไม่ธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน
"หลีกทางๆ เร็วเข้า!"
หลินเฟยหันไปมองตามเสียงเอะอะโวยวายจากทางด้านหลังภาพที่เห็นก็ทำให้หัวคิ้วเลื่อนมาชนกันเล็กน้อย
"เกิดอะไรขึ้นพี่ติงเหตุใดนักล่าท่านนั้นถึงาเ็สาหัสเยี่ยงนั้น"
ชายร่างกำยำพุ่งกายไหววูบผ่านหน้าหลินเฟยไปอย่างรวดเร็วเข้าช่วยปะคองร่างกายที่เต็มไปด้วยาแฉกาจฉกรรณ์ของนักล่าคนนั้นอย่างรวดเร็ว
'แม้แต่คนแจกทรัพยากรยังไม่ธรรมดา'
หลินเฟยคิดอยู่ภายในใจเมื่อได้เห็นความเร็วของชายร่างใหญ่ใกล้ๆ
"น้องฉู่จอมยุทธนักล่าท่านนี้และสหายไปเจอสัตว์อสูรปักษาวายุเข้าโดยบังเอิญขณะที่มันกำลังโจมตีหมู่บ้านไผ่เขียวจึงคิดเข้าช่วยเหลือ
แต่ระดับพลังที่มันแสดงออกมาไม่ธรรมดาตอนนี้ผู้าุโฝ่ายภารกิจจัดตั้งภารกิจล่ามันขึ้นมาแล้วแต่ก่อนอื่นเราพาจอมยุทธคนนี้ไปที่ห้องยาก่อน"
หลินเฟยมองตามร่างของชายที่ถูกหิ้วปีกไปด้วยแววตาสงสัย
'จอมยุทธคนนั้นมีระดับพลังที่ปราณยุทธขาวขั้นต้นก็เพียงพอที่จะรับมือกับปักษาวายุแล้วไม่ใช่รึแม้จะมีหลายตัวก็ไม่น่าที่จะมีสภาพเช่นนั้นได้'
หลินเฟยหลับตานึกถึงข้อมูลของปักษาวายุที่เคยอ่านผ่านตาในหอตำราชั้นล่างของสำนักโลหิตั
'จากที่ได้ยินว่าระดับพลังไม่ธรรมดามันจะขนาดไหนกันโดยธรรมชาติสัตว์อสูรชนิดนี้จะมีพลังการบ่มเพาะไม่สูงกว่าปราณยุทธขาว่ต้นหรือมันจะพัฒนาตนเองได้เหนือกว่าบรรพบุรุษ? ไปดูหน่อยดีกว่าหัวใจของมันเป็วัตถุดิบชั้นดีในการทำโอสถระดับสามซะด้วย'
เมื่อตัดสินใจได้หลินเฟยไม่รอช้ามุ่งตรงสู่ฝ่ายแจกแจงภารกิจทันที
ระยะเวลาที่นักล่าที่ถูกทำร้ายาเ็สาหัสกลับมาแน่นอนว่าเป็เพียงไม่นานแต่ห้องขนาดใหญ่ของฝ่ายภารกิจกลับคราคร่ำไปด้วยผู้คนกว่าครึ่งร้อย!
จอมยุทธนักล่าเหล่านี้ต่างได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็วจากสหายของตนบ้างหรือจากที่บังเอิญอยู่บริเวณนี้พอดิบพอดีจนได้ยินหรือเห็นเื่ราวเกี่ยวกับภารกิจเร่งด่วนที่ผู้าุโหัวหน้าของฝ่ายภารกิจประกาศภารกิจใหม่ออกมา
ตอนนี้ภายในห้องที่กว้างขวางจึงดูคับแคบลงไปถนัดตาหลินเฟยเข้าไปยืนรอต่อแถวแถวหนึ่งจากห้าแถวเพื่อรอรับภารกิจเช่นทุกคนอย่างไม่รีบร้อนรออยู่กว่าหนึ่งชั่วธูปในที่สุดก็ถึงคิวของเขา
"สหายนักพรต ท่านเลือกรับภารกิจอะไรดี"
คนของสมาคมยิ้มกล่าวแม้จะมีหลายคนที่เลือกรับภารกิจสดใหม่แค่ก็มีหลายคนที่ไม่ได้สนใจเช่นกันคนของสมาคมจึงต้องถามออกมา
"ข้าเลือกภารกิจนี้พี่ชาย"
หลินเฟยชี้นิ้วไปที่ด้านข้างของคนของสมาคมที้มีกระดานขนาดใหญ่พร้อมกับรายละเอียดภารกิจต่างๆและข้อมูลจำนวนดาวที่กำหนดขอบเขตความยากง่าย
"ภารกิจกำจัดปักษาวายุ"
*กำจัดปักษาวายุที่บุกรุกหมู่บ้านไผ่เขียวจำนวน...[ไม่ทราบ]
*รางวัล : ห้าสิบทองต่อปักษาวายุหนึ่งตัว :แต้มนักล่า1000แต้ม
*ภารกิจเร่งด่วนหากมีผู้กำจัดปักษาวายุหมดสิ้นและได้รับการยืนยันแล้วภารกิจกำจัดปักษาวายุจะหายไปจากผลึกประจำตัวนักล่า
หลินเฟยเร่งออกเดินทางทันทีหลังจากได้รับการประทับตราข้อมูลภารกิจเข้าสู่ผลึกยืนยันตัวตนของตัวเองหากมันช้าไปคงเป็ไปได้มากที่จอมยุทธนักล่าจำนวนมากจะตัดหน้าจัดการสัตว์อสูรปักษาวายุไปจนหมดเสียก่อน
เดินทางขึ้นเหนือไปอีกกว่าสามชั่วยามหลินเฟยจึงมองเห็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยป่าไผ่ขนาดใหญ่ดูแข็งแรงพริ้วไหวน้อยๆตามแรงลม มันคงจะเป็ภาพที่ดูสบายตาหากไม่นับกลุ่มควันไฟที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่หลายจุดภายในหมู่บ้านไผ่เขียวแห่งนี้
"อ้าก! ข้อมูลผิดพลาดมันแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร!"
"พวกมันต่างมีระดับการบ่มเพาะมากกว่าที่พวกเราเคยรับรู้หลายเท่า!"
"ไหนสหายของเ้าที่าเ็บอกว่าพวกมันมีพลังบ่มเพาะเพียงปราณยุทธ่ต้นถึงกลางเท่านั้น!"
"หนี! พวกเราต้องหนีไปตั้งหลักก่อน!"
ชายที่ดูเป็ผู้นำของจอมยุทธทั้งหมดกว่าสิบห้าคนเอ่ยขึ้นเสียงดังน้ำเสียงเต็มไปด้วยเค้าลางแห่งความหวาดกลัว
"หืม?"
หลินเฟยขมวดคิ้วมุ่นมันได้ยินทุกสิ่งอย่างทันทีที่เดินเข้ามาถึงบริเวณหน้าหมู่บ้านที่กลายเป็สนามรบขนาดย่อมๆ
เสียงร้องโอดโอยด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับภาพสัตว์อสูรปักษาวายุที่มีร่างกายเฉกเช่นมนุษย์แต่มีจงอยปากและปีกที่บ่งบอกถึงชาติพันธุ์แห่งปักษาผิวสีดำทมิฬมันเลื่อมเต็มไปด้วยมัดกล้ามทำให้เหล่าจอมยุทธนักล่าต่างต้องรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
หลินเฟยพบว่าไม่ถูกต้องเป็ดังเช่นคำกล่าวของจอมยุทธคนอื่นๆด้วยปักษาวายุตามตำรับตำรานั้นจะมีระดับบ่มเพาะไม่สูงมากอาจจะพอมีบ้างที่สามารถขยับมาอยู่ที่ปราณยุทธขาวระดับต้นได้
แต่จากััที่หลินเฟยได้รับปักษาที่บินฉวัดเฉวียนอยู่้าพร้อมกับโจมตีลงมาด้วยความแข็งกร้าวนั้นระดับต่ำสุดของมันก็ไม่ต่ำกว่าปราณยุทธขาวขั้นที่สองแล้ว!
'ชะรอยเผ่าของพวกมันคงได้พบเจอกับโชคบางอย่างถึงทำให้พวกมันแข็งแกร่งมากขึ้นขนาดนี้จนกล้าที่จะขยายอาณาเขตของพวกมันออกมาจากแนวป่า'
ความคิดของหลินเฟยนับว่าเข้าเค้าอย่างที่สุดแต่ถึงแม้พวกมันจะแกร่งขึ้นด้วยระดับพลังของสัตว์อสูรปักษาสิบกว่าตัวในบริเวณนี้ย่อมไม่อาจคณามือชายหนุ่มได้
ที่น่ากังวลคือพวกปักษาระดับสูงที่ยังไม่เผยตัวต่างหาก!
ตู้มม!!
หลินเฟยพุ่งตัวหลบกรงเล็บจากขาทั้งสองข้างของปักษาวายุอย่างฉิวเฉียดก่อนจะสบัดตัวพุ่งเข้าใส่ปักษาตัวดังกล่าวที่กำลังจะทะยานขึ้นจากพื้นดินเมื่อการจู่โจมด้วยเล็บเหล็กของมันพลาดเป้า
"ฮ่า!"
หลินเฟยระบายลมหายใจออกมาก่อนจะะโขึ้นสูงพลิกตัวฟาดลำแข้งที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงสีส้มสุกใสบริสุทธิ์เข้ากับศรีษะของปักษาตัวนั้นทันที
ลูกเตะเพลิงพิฆาต!
ตู้ม!
ศรีษะของปักษาตัวนั้นะเิออกจากพลังโจมตีที่ราวกับลูกะเิขนาดย่อมแน่นอนว่าหลินเฟยยัง้าชิ้นส่วนร่างกายของมันอยู่ไม่เช่นนั้นเปลวเพลิงสีส้มอาจแผดเผาทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
กี๊!!!!
เสียงของปักษาอีกตัวที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลกู่เสียงร้องแหลมเล็กดังกังวานแม้แต่หลินเฟยยังถึงกับมึนงงไปชั่วขณะจนต้องส่ายหน้าไปมารัวๆ
ไม่ต้องพูดถึงเหล่านักล่าที่มีพลังบ่มเพาะต่ำกว่าปราณยุทธขาวขั้นกลางกว่าสิบคนที่เป็ลมสิ้นสติทันทีพร้อมกับโลหิตไหลรินออกจากหูทั้งสองข้างดูน่าหวาดกลัว
"พวกท่านช่วยคนที่สลบออกไปก่อนข้าจะถ่วงเวลาให้!"
หลินเฟยะโบอกนักพรตอีกห้าคนที่เหลือพวกมันแม้จะไม่สลบแต่ลมปราณภายในร่างกับตีกลับไม่สามารถโคจรลมปราณใช้ออกได้ดั่งใจพวกมันจึงไม่ลังเลที่จะปฏิบัติตามเสียงะโของผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์เบื้องหน้า
แต่ละคนต่างหอบหิ้วพรรคพวกที่สลบสไลไปคนละสองคนก่อนจากไปพวกมันต่างจดจำใบหน้าของรุ่นเยาว์ที่กล้าเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยคุณธรรมเช่นนี้ ทั้งห้าคนต่างคิดสำนึกบุญคุณไว้ภายในใจก่อนจะพุ่งตัวออกจากสมรภูมิขนาดย่อมนี้ไป
"ท่านมีชื่อว่าอะไร"
"ข้า...จางหลิน"
หลินเฟยตอบกลับก่อนจะหันกลับไปสนใจเหล่าอสูรปักษาที่ตอนนี้กำลังมารวมกลุ่มกันเตรียมโจมตีหลินเฟยที่บังอาจสังหารพวกพ้องของมัน
"จางหลิน...ข้าจะจดจำไว้พวกเรากลุ่มอาชาฟ้าเป็หนี้ท่าน"
ชายร่างเล็กที่กำลังแบกคนสองคนไว้บนหลังให้ดูแปลกตายิ่งนักกล่าวก่อนจะพุ่งตัวติดตามจอมยุทธคนอื่นไป
ใบหน้าของกลุ่มคนที่หลบหนีออกไปต่างเต็มไปด้วยความซาบซึ้งหากเด็กหนุ่มไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือลำพังพวกมันทั้งห้าคงจะหยัดยืนได้ไม่นานนัก คงจะต้องตกตายลงไปอย่างอนาถแน่นอนไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้จิตใจของคนทั้งห้าจะคิดสำนึกบุญคุณต่อหลินเฟย
พวกมันต่างรีบเร่งกลับไปยังสมาคมเพื่อรายงายสถาการณ์และตามผู้ที่แข็งแกร่งกลับมาข่วยหลินเฟยให้เร็วที่สุด!
ระหว่างทางยังบอกกล่าวแก่ผู้ที่กำลังเดินทางไปทำภารกิจให้ระวังตัวให้ดีแน่นอนว่าพวกที่ออกเดินทางล่าช้าและมีระดับพลังต่ำกว่าปราณยุทธขาวขั้นกลาง ต่างสำนึกขอบคุณตนเองกันไม่น้อยที่ไม่รีบเร่งออกเดินทางมาเป็ชุดแรกบางคนถึงกับเดินทางกลับพร้อมกลุ่มคนทั้งห้าที่หลบหนีมาก็มี
ระหว่างทางพวกมันยังพูดถึงความกล้าหาญและคุณธรรมอันสูงส่งของผู้เยาว์นามจางหลินกันอย่างไม่ขาดปาก
"เฮ้อ~ ไปกันหมดสักทีข้าจะได้ไม่ต้องแบ่งชิ้นส่วนสัตว์อสูรพวกนี้กับใคร"
หลินเฟยเลียริมฝีปากเมื่อนึกถึงเม็ดเงินที่จะได้รับมันปลดปล่อยพลังลมปราณออกมาจนแทบจะมองเห็นระลอกคลื่นของพลังด้วยตาเปล่าหมุนวนอยู่รอบตัว
ราวกับจะฉีกกระชากความว่างเปล่าให้ขาดออกลมปราณที่หนาแน่นเกินกว่าระดับปราณยุทธขาวขั้นกลางทั่วไปพึงจะมีมากมายนัก!
ปักษาทั้งหมดหาได้หวั่นเกรงพวกมันต่างเต็มไปด้วยไฟแห่งโทสะะเิพลังขยับปีกกว้างพุ่งเข้าใส่หลินเฟยอย่างพร้อมเพรียง!
"ข้าอยากลองกินปากปักษาทอดอยู่พอดีคงจะรสดีไม่น้อย!"
หลินเฟยะโกร้าวพุ่งสวนขึ้นไปหาเหล่าปักษาที่กำลังกระพือปีกเหยียดกรงเล็บอันแหลมคมของพวกมันลงมา
แววตาของหลินเฟยฉายแววคมกล้าปักษาวายุกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในสายตามันเลยแม้แต่น้อยแต่มันต้องรีบจบการต่อสู้ตรงนี้ให้เร็วที่สุด!
หากไม่แล้วมันจะต้องพบเจอกับการรวมกลุ่มของปักษาชุดที่สองที่กำลังตรงมาที่นี่อย่างแน่นอน
ด้วยเคล็ดลมปราณหวนท้า์ที่ตอนนี้สามารถแผ่พลังออกไปตรวจจับได้กว้างไกลอย่างมากการมาของปักษาชุดใหม่จึงทำให้หลินเฟยรับรู้ได้ั้แ่เนิ่นๆ
และระดับพลังของตัวที่นำกลุ่มมายังอยู่ที่ปราณยุทธเงินขั้นที่หนึ่งเป็อย่างน้อย!
หากมันปล่อยให้ทั้งสองกลุ่มรวมกันได้ยังไม่แน่ว่าใครจะได้กินใครที่ทำได้ตอนนี้คือจัดการสัตว์อสูรปักษาวายุที่อยู่ตรงหน้านี้ให้ไวที่สุดเท่านั้น!
.
.
.