“แต่มิตา...”
“ไม่มีข้ออ้างอะไรทั้งนั้น... อย่าลืมสิว่าตอนนี้เรามากกว่าเป็แฟนกันแล้วนะ” รมิตาทอดสายตาไปยังชายหนุ่ม ก่อนจะส่งยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนเช่นเดิม
“ไปอยู่คอนโดฯ ของพี่นะ”
“ก็ได้ค่ะ” คำตอบรับของหญิงสาวทำให้นคินทร์เดินเข้าไปดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอด ก่อนจะก้มลงจูบเธออย่างกระหายอีกครั้ง มือหนาค่อย ๆ เลื่อนปลดกระดุมเม็ดเล็ก แล้วซุกไซร้ไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น
“พี่คินทร์คะ อย่าค่ะ” รมิตากล่าวห้ามไว้
“ทำไมล่ะ”
“พี่คินทร์ขับรถมาเหนื่อยแล้วไม่ใช่เหรอคะ” คำอ้างของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มบางเบา
“บ่ายเบี่ยงใช่ไหม” รมิตายกมือติดกระดุมเสื้อโดยไม่ตอบโต้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะรั้งมือเธอไว้ แล้วดันร่างเล็กลงนอนราบกับเตียง เขาปลดเสื้อเธอออกช้า ๆ อีกครั้ง แล้วยิ้มหวานให้หญิงสาว
“พี่ขอนะ” เขาพูดจบจึงทำตามหัวใจตัวเอง โดยที่อีกฝ่ายไม่อาจทัดทานได้ ความกระหายของเขาทำให้หญิงสาวยอมจำนนเพราะความรัก เธอปล่อยให้นคินทร์มีความสุขบนเรือนร่างอันบอบบางโดยไม่ขัดขืน
เวลาผ่านไปไม่นานร่างของหญิงสาวก็ถูกเขารวบเข้าไปสวมกอดพร้อมกับก้มลงจูบหน้าผากเธอ ด้วยความรักเหมือนเช่นที่ผ่านมา
“มิตารู้ไหมว่าพี่มีความสุขแค่ไหน ถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าพี่ขอแต่งงาน มิตาจะยอมไหม” เขาหยั่งเชิงอีกฝ่าย ในขณะที่เธอนิ่งเงียบไม่ต่อต้านเหมือนที่ผ่านมา ก่อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของชายหนุ่มจะค่อย ๆ เผยออกมา
“ว่าไงครับ จะยอมแต่งงานกับพี่ไหม” ทว่าหญิงสาวยังคงเงียบกริบ ก่อนที่เขาจะรู้สึกแปลกใจจึงพลิกกายเธอ แล้วจ้องมองใบหน้าอมยิ้มของหญิงสาวพลางขมวดคิ้ว
“มิตาแกล้งพี่เหรอ ถึงไม่ยอมตอบ” เขาเห็นใบหน้าอมยิ้มของเธอ จึงหลุดยิ้มตาม แล้วยีแก้มเธอเบา ๆ พร้อมกับก้มลงหอมด้วยความรัก
“ตกลงว่าไง จะแต่งกับพี่ไหม ถ้าไม่ตอบพี่จะลงโทษให้มิตาต้องเหนื่อยอีกครั้ง” เขาเตรียมโน้มศีรษะลงมาจูบเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะดันกายเขาไว้ได้ทัน
“มิตาตอบแล้วก็ได้ค่ะ” เธอพูดตัดบท ก่อนชายหนุ่มใช้สายตาคาดคั้น
“ถ้าพี่คินทร์อยากแต่งงานกับมิตา มิตาก็ไม่ขัดค่ะ” คำพูดของเธอทำให้เขายิ้ม แล้วดึงร่างเล็กสวมกอดทันทีด้วยความโล่งใจ
“ขอบคุณนะ ที่ไว้ใจแต่งงานกับพี่ พี่รับรองเลยว่า...จะทำให้มิตามีความสุขมากที่สุด” เขาพูดพร้อมกับแววตาซ่อนบางอย่างไว้ ขณะที่หญิงสาวตอบรับกอด และคิดว่านั่นคือรักบริสุทธิ์ที่ชายหนุ่มมอบให้
นคินทร์ช่วยรมิตาเก็บเสื้อผ้าและข้าวของบางอย่างอีกเล็กน้อย
“จะเอาไปด้วยเหรอ” นคินทร์เอ่ยถาม เมื่อเห็นรมิตาหยิบกรอบรูปที่มีพี่สาวของเธอขึ้นมามอง
“มิตาไม่รู้ว่าจะเอาไปด้วยดีไหม หรือจะเอาไว้ที่นี่” เขาเดินเข้ามาแล้วหยิบกรอบรูปนั้นวางไว้ที่เดิม
“ไม่ต้องเอาไปหรอก เอาไว้ที่นี่แหละ ถ้ามิตาอยากได้จริง ๆ วันหลังพี่จะเข้ามาเอาให้” เขาพูดจบจึงเบี่ยงกายหันไปทางอื่น ก่อนหญิงสาวจะหันไปยังสมุดบันทึกของเธอ แล้วเก็บใส่กระเป๋า โดยที่นคินทร์ไม่ทันสังเกต ไม่นานนักร่างของทั้งสองก็เดินลงมาจากห้องพัก
“พี่คินทร์ไปรอที่รถก่อนก็ได้ค่ะ มิตาขอไปลาพี่นกก่อน” เขาพยักหน้าแล้วหิ้วกระเป๋าของเธอไปที่รถ ปล่อยให้หญิงสาวเดินตรงไปยังร้านขายน้ำเต้าหู้ตามลำพัง
“เก็บเสื้อผ้าจะไปไหน” แม่ค้าเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“มิตาคงไม่อยู่ที่นี่สักพักค่ะ”
“ทำไมล่ะ” อีกฝ่ายทำตาโต
“พอดีพี่คินทร์ให้มิตาไปอยู่คอนโดฯ ของเขาค่ะ มันใกล้ที่ทำงานกว่านี้ จะได้ไม่ต้องเทียวรับเทียวส่งไกล ๆ” แม่ค้าได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจ
“งั้นพี่ก็คงคิดถึงมิตาแย่เลยสิ เห็นกันมาั้แ่สมัยเรียน ตอนนี้ มีงานทำมั่นคง ก็ไม่อยู่ให้ชื่นใจซะละ” รมิตาได้ยินดังนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้ แล้วจับมือหญิงกลางคนขึ้นมา
“ขอบคุณพี่นกมากนะคะ ที่คอยดูแลมิตามาตลอด มิตาได้กินน้ำเต้าหู้ฟรีบ่อย ๆ แถมยังยืมเงินพี่ใช้บ่อย ๆ อีกด้วย”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า...เื่เล็กน้อย ตอนนี้มิตาเจริญก้าวหน้าขึ้น พี่ก็ดีใจด้วย ว่าง ๆ ก็แวะมาหาพี่บ้างนะ อย่าหายไปเลยล่ะ”
“ค่ะ ถ้างั้นมิตาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้พี่นกด้วยกิริยาอ่อนหวาน ก่อนจะหันตัวเดินกลับไปยังนคินทร์ที่ยืนรออยู่ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้
ภายในห้องทำงานของศิวกร เขาง่วนอยู่กับงานตรงหน้าและพึ่งวางสายจากเพื่อนนักธุรกิจด้วยกันไป ก่อนร่างของนคินทร์จะเดินเข้ามาหาบิดาด้วยรอยยิ้มสดใส
“คุณพ่อเรียกผมมามีอะไรเหรอครับ”
“ไปคุยงานมาเป็ไงบ้าง ลูกค้ายอมเซ็นสัญญาไหม”
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ” ชายกลางคนได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าขึ้นลง ก่อนจะจับจ้องลูกชายด้วยสายตาแน่วแน่ พลางวางปากกาในมือ แล้วเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
“นุวัตรบอกฉันว่า นายพา รมิตามาอยู่ที่คอนโดฯ เหรอ”
“ครับ” เขาตอบรับไปตามความจริง
“ตกลงแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเป็คนนี้”
“แน่ใจครับ” คำตอบของนคินทร์ทำให้ผู้เป็บิดาพยักหน้าขึ้นลง พลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินตรงมายังลูกชายคนเดียวของเขา
“จะให้ฉันจัดงานแต่งเมื่อไหร่”
“อีกไม่นานครับ”
“มันก็อาจจะดูแปลกไปหน่อย ที่ระยะเวลาเพียงไม่นาน ลูกชายหัวดื้อของฉัน ที่อกหักมาจากต่างประเทศ ตัดสินใจแต่งงานกับพนักงานคนสวย อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่...ใครจะว่ายังไงฉันไม่สน ฉันสนอยู่อย่างเดียว ถ้านายแต่งงานแล้ว ช่วยมีหลานให้ฉันไว ๆ ด้วย และขอเป็หลานชายนะ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีรังเกียจรมิตาแม้แต่น้อย
“คุณพ่อครับ”
“มีอะไร”
“ถ้าการแต่งงานของผมในครั้งนี้ ไม่เป็ไปอย่างที่พ่อหวัง พ่อจะเสียใจไหม ถ้าวันหนึ่ง ผมต้องเลิกรากับรมิตาไป พ่อจะผิดหวังไหม” ก่อนเสียงหัวเราะของศิวกรจะดังขึ้น