บทที่ 13 เขาเสนอให้เยอะเกินไป
ลู่เฉิงเฟิงยืนขึ้นและเดินไปหาฝ่านจื้อเหว่ยแล้วดึงมีดบินออกมา
ฝ่านจื้อเหว่ยตัวกระตุกด้วยความเ็ป กรีดร้องเสียงดัง
“รองผู้จัดการทั่วไปฝ่าน ผมจะทำงานในสำนักงานของประธานตอนนี้ อีกหนึ่งชั่วโมง ผม้าดูข้อมูลโครงการล่าสุดของบริษัททั้งหมด”
ฝ่านจื้อเหว่ยพยักหน้าอย่างสั่นเทา
ลู่เฉิงเฟิงตบไหล่ของเขาแล้วพูดว่า “ไปห้องพยาบาลแล้วเอาผ้าพันแผลซะ คุณเืออกเยอะมากดังนั้นการดูแลตัวเองเป็สิ่งสำคัญที่สุด”
หลังจากพูดอย่างนั้นเขาก็ไปหาซวีหลี่ิ ดึงมีดบินออกแล้วหันไปมองจางเหวินไห่ที่หวาดกลัวอยู่ “ผมจะให้งานคุณทำ”
จางเหวินไห่สะดุ้งโหยง มองไปที่ลู่เฉิงเฟิงด้วยความกลัว “คุณลู่ออกคำสั่งมาได้เลยครับ”
“จากนี้ไปผมจะให้สิทธิพิเศษแก่คุณ คุณจงติดตามผู้จัดการซวีไปเพื่อดูว่าเขายักยอกไปเท่าไหร่ แล้วดูเขาคืนเงิน ถ้าคุณทำได้ดี ผมจะให้รางวัลคุณหนึ่งล้านเมื่อถึงเวลา”
ทันใดนั้นดวงตาของจางเหวินไห่ก็สว่างขึ้น “ขอบคุณคุณลู่! ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน”
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ
“คนที่เหลือก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีต่อไป... อ้อ! จริงสิ ก่อนที่จะออกไปก็ช่วยกันเช็ดเืบนโต๊ะด้วยนะ เืมันเลอะไปหมดแล้ว”
มุมปากของทุกคนกระตุก นี่คือคำพูดของมนุษย์เหรอ?
ลู่เฉิงเฟิงออกไปและตรงไปห้องทำงานของฟรานซิส เริ่มแฮ็กคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะ
ฟรานซิสคงทุจริตมาหลายปีแล้ว น่าจะมีเงินจำนวนมากเก็บไว้ในบัญชีของดาร์กเว็บเขาตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ชั้นใต้ดินเมื่อคืนนี้แล้วแต่ไม่พบอะไรเลย
แม้ว่าลู่เฉิงเฟิงจะไม่เก่งเท่ากับแฮ็กเกอร์ชั้นนำ แต่เขายังสามารถถอดรหัสรหัสผ่านเข้าสู่ระบบเล็ก ๆ ได้
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถอดรหัสรหัสผ่านเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของฟรานซิสได้ และเข้าสู่ระบบดาร์กเว็บติดตามร่องรอยกิจกรรมของฟรานซิสในดาร์กเว็บ
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นทันที “เจอแล้ว!”
เขาพบเลขบัญชีดาร์กเว็บของฟรานซิส แต่เขาไม่มีรหัสผ่านจึงไม่มีประโยชน์แม้จะรู้เลขบัญชี
เขาพยายามถอดรหัสรหัสผ่าน แต่รหัสผ่านบัญชีดาร์กเว็บนั้นแฮ็กยากกว่ารหัสผ่านเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างเทียบกันไม่ได้ เขาใช้ความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนเป็เวลานาน แต่ทุกครั้งก็จบลงด้วยความล้มเหลว
ดูเหมือนว่าเขาจำเป็ต้องตามหาแฮกเกอร์ชั้นนำ
ลู่เฉิงเฟิงจดหมายเลขบัญชีดาร์กเว็บของฟรานซิสจากนั้นจึงลบร่องรอยการใช้งานในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
ขณะนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นขึ้นมา
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู มีข้อความเข้ารหัสดิจิทัลจำนวนหนึ่งเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ของเขา
มันเป็ข้อความที่เด้งมาจากกลุ่มแชตของกลุ่มสิบสองนักษัตรทมิฬที่เตือนเขา หากเขาไม่ได้ล็อกอินอยู่ในระบบ กลุ่มแชตจะส่งข้อความแจ้งเตือนมา
ลู่เฉิงเฟิงล็อกอินเข้าไปในกลุ่มแชต พบว่าคนที่ทักหาเขาคืองูแบล็กแมมบา
[งูแบล็กแมมบา: ั พรุ่งนี้ฉันจะไปแดนั เมืองเหยียนเฉิง ฉันไม่คุ้นเคยกับแดนัเท่าไหร่คุณช่วยมารับฉันได้ไหม]
ลู่เฉิงเฟิงมุมปากกระตุกแล้วตอบว่า [ลืมไปได้เลย!]
‘ให้ตายเถอะ ไอ้สารเลวเหล่านี้ยังคงมุ่งมั่นที่จะฆ่าเขา’ ลู่เฉิงเฟิงบ่นในใจ
[งูแบล็กแมมบา: ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่ฆ่าคุณหรอก ฉันเป็คนที่อ่อนโยนมากที่สุด]
‘คิดว่าฉันเป็เด็กสามขวบที่ถูกหลอกได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?’ ลู่เฉิงเฟิงบ่นในใจ
ดูเหมือนว่าครั้งที่แล้วเขาจะประสบความสำเร็จอย่างมากในการแกล้งเป็ผู้หญิง และงูแบล็กแมมบาก็คิดว่าเขาเป็ผู้หญิง
อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าลักษณะการพูดคุยของงูแบล็กแมมบาเป็แบบผู้ชาย แต่เขาไม่แน่ใจ บางทีอีกฝ่ายอาจจงใจทำให้เขาสับสนเช่นกัน
[งูแบล็กแมมบาส่งข้อความมาอีก: ข่าวดีสำหรับคุณ พยัคฆ์โลหิตได้ไปถึงแดนัแล้ว]
ทันใดนั้นสีหน้าของลู่เฉิงเฟิงก็แข็งค้างและเขาก็ตอบกลับทันที [เขามาทำอะไรที่นี่?]
[งูแบล็กแมมบา: คุณคิดว่าไงล่ะ?]
เดากับแม่แกเถอะ! ลู่เฉิงเฟิงตอบกลับ [ฆ่าฉันเหรอ?]
[งูแบล็กแมมบา: ยินดีด้วย คุณตอบถูกแล้ว!]
ลู่เฉิงเฟิงตอบด้วยใบหน้าที่มืดมน [คุณทรยศฉันเหรอ? คุณยังมีจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่ไหม?]
[งูแบล็กแมมบา: เดิมมี แต่เขาเสนอให้เยอะเกินไป ก็เขาแค่ถามว่าเป็ที่ไหนโดยยื่นข้อเสนอตั้ง 50 ล้าน แต่ฉันบอกเขาแค่ว่าคุณอยู่ในแดนัไม่ได้ถูดถึงเมืองเหยียนเฉิง]
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุกและเขาก็พิมพ์ตอบว่า [คุณมันน่าสมเพช!]
[งูแบล็กแมมบา: ขอบคุณ!]
ลู่เฉิงเฟิงพิมพ์ตอบด้วยสีหน้าไร้คำพูด [ฉันควรได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของ 50 ล้าน!]
[งูแบล็กแมมบา: เมื่อเราพบกันฉันจะมอบทุกอย่างให้กับคุณ]
ลู่เฉิงเฟิงออกจากระบบอย่างเงียบ ๆ
เขาคิดเกี่ยวกับเื่นี้ในใจ ตอนนี้พยัคฆ์โลหิตรู้แล้วว่าเขาอยู่ในแดนัและงูแบล็กแมมบาก็รู้มากกว่า ถึงขนาดรู้ว่าเขาอยู่ในเมืองเหยียนเฉิง
ครั้งนี้เพื่อขอความช่วยเหลือจากงูแบล็กแมมบา เขาเผยข้อมูลมากเกินไปจริง ๆ
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เมืองเหยียนเฉิงมีประชากรเกือบสิบล้านคน หากใครก็ตาม้าค้นหาเขามันย่อมไม่ต่างจากการงมหาเข็มในมหาสมุทรอย่างไม่ต้องสงสัย
วิธีเดียวที่งูแบล็กแมมบาจะค้นพบตัวเขาได้คือผ่านทางซูอี้จวิน ดูเหมือนว่าเขาจะต้องสื่อสารกับซูอี้จวินเพื่อปิดกั้นช่องโหว่นี้
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ลู่เฉิงเฟิงเก็บความคิดของเขาแล้วะโตอบ “เข้ามา”
ประตูเปิดออก มือของฝ่านจื้อเหว่ยถูกพันด้วยผ้ากอซสีขาวแล้วแต่ยังมีเืไหลซึมออกมา เขาเดินเข้ามาพร้อมเอกสารจำนวนมากและมองที่ลู่เฉิงเฟิงด้วยความกลัวบนใบหน้าของเขา “คุณลู่ เอกสารเหล่านี้คือข้อมูลของคนที่สำคัญที่สุดในของโครงการลงทุนของบริษัทเรา”
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจแล้วเริ่มอ่าน
ฝ่านจื้อเหว่ยไม่กล้าเดินหรือนั่ง เขารอให้ลู่เฉิงเฟิงอ่านเอกสารทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ
“รองผู้จัดการทั่วไปฝ่าน ภายในสามวัน โครงการลงทุนเหล่านี้ควรถูกโอนย้ายและโครงการที่สามารถขายออกไปได้จะถูกขายออกไป ผม้าให้แน่ใจว่าเงินจะถูกถอนออกมาภายในสามวัน”
ฝ่านจื้อเหว่ยดูกระอักกระอ่วน “คุณลู่หากเราทำเช่นนั้น เราจะสูญเสียเงินจำนวนมาก”
“นั่นไม่สำคัญ แค่ทำตามที่ผมบอก จำไว้ว่านี่คือคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ คุณและผมแค่ต้องปฏิบัติตาม”
ฝ่านจื้อเหว่ยพยักหน้า “ได้ครับ ผมจะดำเนินการทันที”
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจ “รองผู้จัดการทั่วไปฝ่าน ผมรู้ว่าคุณทำเงินได้มากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่นั่นไม่สำคัญหรอก ผมจะไม่สืบสาวเื่เ่าั้ ถ้าคุณทำเื่นี้ได้ดี ผมจะใส่ชื่อคุณในผลงานนี้ให้สำนักงานใหญ่ได้ทราบด้วย หลังจากนี้สำนักงานใหญ่จะไม่ปฏิบัติต่อคุณอย่างเลวร้ายแน่นอน”
ดวงตาของฝ่านจื้อเหว่ยเป็ประกาย และเขาก็พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ขอบคุณครับคุณลู่!”
ในขณะนี้โทรศัพท์มือถือของลู่เฉิงเฟิงดังขึ้นอีกครั้ง
ลู่เฉิงเฟิงโบกมือ และฝ่านจื้อเหว่ยก็ออกไปอย่างชาญฉลาด
สายนี้มาจากซูอี้จวิน ลู่เฉิงเฟิงรับสายและพูดติดตลก “ที่รัก คุณคิดถึงผมหลังจากที่เราแยกจากกันเหรอ?”
“ฉะ… ฉะ… ฉัน… ฉันมีความร่วมมือที่สำคัญมากที่จะต้องหารือในภายหลัง คุณไปกับฉันได้ไหม?”
ซูอี้จวินพูดติดอ่าง
ลู่เฉิงเฟิงนึกภาพออกว่าตอนนี้ใบหน้าสวยของซูอี้จวินต้องเป็สีแดง
ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้เธอกลัวจริง ๆ แต่อันที่จริงแล้ว่นี้เธอยังปลอดภัยอยู่แน่นอน สาขาในเมืองเหยียนเฉิงขององค์กรถูกเขาถอนรากถอนโคนไปเมื่อคืนนี้ ไม่มีใครจะเป็ภัยคุกคามต่อเธอในขณะนี้
“โอเค งั้นผมจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้”
“ลู่เฉิงเฟิง ขอบคุณนะ!”
ลู่เฉิงเฟิงพูดติดตลกสองสามคำและหลังจากวางสายเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอก
เมื่อเขาเดินไปที่ประตู เขาก็หันกลับมา ถอดฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์แล้วนำมันไปด้วย แม้ว่าเขาจะลบร่องรอยทั้งหมดแล้ว แต่เขาก็ยังสามารถสืบหาบัญชีดาร์กเว็บของฟรานซิสได้ ดังนั้นมันไม่มีการรับประกันว่าคนอื่นจะหามันไม่เจอ
หลังออกจากบริษัท เขาก็โยนฮาร์ดดิสคอมพิวเตอร์ลงในท้ายรถโดยตรง จากนั้นจึงขับรถไปที่บ้านตระกูลซู
เมื่อเขาไปถึงบ้านตระกูลซู ลู่เฉิงเฟิงก็ลงจากรถ แต่ก่อนที่เขาจะผ่านเข้าประตู เขาเห็นผู้เฒ่าซูสวมชุดถังจวง*[1] กำลังรำไทเก๊กอย่างช่ำชองภายใต้แสงพระอาทิตย์ตกดิน
ไม่ไกลจากผู้เฒ่าซู มีชายหนุ่มอายุสามสิบเศษ ผิวคล้ำ ผมสั้นเรียบร้อย ยืนตัวตรงราวกับหอก ถือผ้าเช็ดตัวไว้ในมือ
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตาลงและมองเห็นขมับของชายคนนั้นมีเส้นเืปูดขึ้น อีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ชายคนนี้ต้องเป็ปรมาจารย์แน่ ๆ!
“คุณปู่ซูดูแข็งแรงมากจริง ๆ”
ลู่เฉิงเฟิงก้าวไปข้างหน้าและทักทายผู้เฒ่าซูด้วยรอยยิ้มที่สดใส
[1] ชุดถังจวง คือ เสื้อคอจีนสมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย