ตอนที่ 14 — เงาหลังสะพาน
สายฝนยังตกต่อเนื่องทั้งคืน
เมฆาและทีมกลับมาที่สะพานอีกครั้ง โดยไม่มีวีรดามาด้วย โดยครั้งนี้พวกเขาเตรียมพร้อมกว่าทุกครั้ง —
มีเครื่องสแกนภาพความร้อน กล้องอินฟราเรด และชุดสื่อสารไร้สาย
แต่วรุฒยังคงพกสิ่งที่เขาคิดว่า “สำคัญที่สุด” — ขวดกาแฟเย็นกับถุงขนมปังสังขยา
“ผีไม่กลัวเหรอวรุฒ ที่นายถือของกินมาแบบนี้” จิตราหันมาถามพลางกางร่ม
“ผีไม่กลัวหรอกครับ แต่ถ้าผีอยากกินด้วย ผมก็แบ่งได้ ไม่ใช่เื่ใหญ่” วรุฒตอบอย่างภูมิใจ
เมฆาเดินนำข้ามสะพานโดยไม่พูดอะไร แสงไฟฉายของเขาสะท้อนกับผิวน้ำที่ขุ่นข้นจากฝน
เสียงรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตดังเป็จังหวะคงที่ นิ่งจนน่าขนลุก
“พี่เมฆา...” จิตรากระซิบ “เมื่อคืนตอนเรากลับจากบ้านร้าง ฉันเห็นคนยืนตรงฝั่งนี้จริง ๆ นะ เห็นเงาชัดเลย”
“อืม” เขาพยักหน้า “ฉันก็เห็น แต่ไม่ใช่ผี — มันขยับช้าเกินกว่าจะเป็คนหนี หรือผีล่องหนได้… เหมือนจงใจให้เราเห็น”
วรุฒเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดสนิท “งั้นสรุป... เราโดนสะกดรอย?”
“ไม่แน่” เมฆาว่า “แต่มีบางคนอยากรู้ว่าเรารู้ถึงไหนแล้วแน่ ๆ”
ทั้งสามเดินไปถึงโคนสะพาน — จุดที่รดาปรากฏตัวในคืนนั้น
เมฆาใช้กล้องอินฟราเรดส่องรอบ ๆ ก่อนนิ่งไป “มีร่องรอยความร้อน... อยู่หลังตอไม้ตรงนั้น”
วรุฒรีบยกกล้องขึ้นตาม “พี่อย่าบอกนะว่าผีมีอุณหภูมิร่างกาย!”
“ไม่ใช่ผี” เมฆาเดินตรงไปทันที “เป็คน — อยู่เฉย ๆ สิ”
เขาผลักพุ่มไม้เบา ๆ เผยให้เห็นชายวัยกลางคน สวมเสื้อกันฝนสีดำ มีบัตรแขวนคอที่เลือนจนแทบอ่านไม่ออก
“อย่ายิงนะ ผมแค่... แค่ดูแลพื้นที่นี้!” ชายคนนั้นร้องเสียงสั่น
เมฆาหรี่ตา “เ้าหน้าที่ดูแลสะพาน?”
“ใช่ครับ... ผมมาเปลี่ยนคนเก่าที่หายไปนานแล้ว—แต่...” เขากลืนน้ำลาย “แต่ผมได้ยินเสียงเด็กทุกคืน... เสียงเรียกชื่อ ‘รดา’...”
วรุฒพูดเบา ๆ “เอาแล้วไงพี่ ผีเด็กเวอร์ชันรีรันทุกคืนเลยเหรอ”
“ไม่ใช่ผี” เมฆาตอบทันควัน “เป็เสียงจากระบบท่อน้ำเก่า—เสียงสะท้อนตอนฝนตก ทำให้เหมือนเสียงร้องเด็ก”
ชายคนนั้นสั่นหัว “ไม่ใช่ครับคุณ ผมเห็นกับตา — มีคนมาโยนอะไรบางอย่างลงน้ำ ทุกสามวัน... แล้วมีรถมารับอีกฝั่งหนึ่ง”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งสามมองหน้ากันทันที
“รถ?” เมฆาทวน
“ครับ รถตู้สีดำ ไม่มีป้ายทะเบียน”
เมฆาเงียบไปครู่หนึ่ง “แปลว่ามีคนใช้สะพานนี้ขนของบางอย่าง... อาจไม่ใช่ของธรรมดา”
วรุฒเบิกตา “อย่าบอกนะว่าผีเด็กเป็แค่พยานคดีค้ามนุษย์!”
“ยังไม่แน่” เมฆาตอบ “แต่ฉันเชื่อว่าเธอตายเพราะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น”
ทันใดนั้น เสียงโลหะกระทบกันดัง กัง! จากใต้สะพาน
วรุฒสะดุ้งโยนขนมปังสังขยาทิ้ง “เฮ้ย ผีมาตบขวดเหรอ!”
เมฆาก้มลงมอง “เสียงนั้น... ไม่ใช่ผีแน่ เป็เหล็กกระทบกัน มีแรงะเืจากฝั่งตรงข้าม”
เขาคว้าไฟฉายแรงสูงแล้วส่องไป — เงาของคนวิ่งหนีในสายฝน
“ตามมันไป!”
วรุฒะโ “พี่! ผมยังไม่ได้เก็บขนมเลย!”
“ปล่อยไว้ เดี๋ยวผีเด็กกินแทน” เมฆาตอบเฉย ๆ
ทั้งสามวิ่งข้ามสะพานไปอีกฝั่ง ฝนกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นทาง
แต่พอถึงปลายสะพาน — เงานั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงรอยเท้าโคลนลึก ๆ ที่มุ่งเข้าสู่ป่าข้างทาง
จิตราเอามือแตะรอยเท้า “ขนาดฝนตกขนาดนี้ยังเห็นชัด... แปลว่ามันเพิ่งวิ่งไปเมื่อไม่กี่วินาที”
เมฆามองรอบ ๆ ก่อนพูดเบา ๆ “เขารู้แล้ว... ว่าเรารู้”
วรุฒหอบหายใจแรง “พี่... ถ้ามีใครจงใจให้ผีเด็กเป็ข่าว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเื่จริง ผมนี่จะซื้อพวงมาลัยไหว้เธอเลยนะ”
“ไม่ต้องไหว้” เมฆายิ้มมุมปาก “แค่ช่วยกันหาว่า... ใคร ‘สร้าง’ ผีเด็กขึ้นมาก็พอ”
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นเหนือสะพาน
และตรงเงาใต้คานเหล็ก — กล้องของวรุฒจับภาพได้เพียงเสี้ยววินาที
ใบหน้าของเด็กหญิง... แต่คราวนี้ ดวงตาเธอไม่ได้เศร้าเหมือนเดิม — เธอกำลัง ‘ยิ้ม’
*โปรดติดตามตอนต่อไป*