โดยอนพารินรดาปลอมตัวเป็ชาวบ้านออกไปเดินตลาดฮันยังเพื่อตามหาเบาะแส พฤติกรรมตื่นตาตื่นใจกับของโบราณของรินรดาสร้างยิ้มแรกให้กับขุนนางหนุ่มผู้เ็า
ท้องฟ้าเหนือฮันยังยามสายสดใส แสงแดดอุ่นส่องกระทบหลังคากระเบื้องและเรือนไม้ที่ตั้งเรียงราย ยอดตึกและตลาดทงแดมุนในยุคปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยความคึกคักของ ตลาดฮันยัง โบราณ
เสียงพ่อค้าแม่ค้าะโร้องขายสินค้า กลิ่นหมูย่างบนเตาถ่านผสมกลิ่นเครื่องเทศ และผู้คนที่เดินขวักไขว่ในชุดฮันบกหลากสีสัน ทำเอาสาวไทยยุคใหม่ในชุดฮันบกสีนวลอย่างรินรดาถึงกับตื่นตาตื่นใจ พลอยลืมความอุดอู้ตลอดหลายวันที่ผ่านมาไปจนสิ้น
ข้างกายของเธอคือร่างสูงใหญ่ของ สืบฮยอง โดยอน ในชุดขุนนางสีเข้มเรียบหรู ใบหน้าคมคายยังคงคีบลุคเ็าและเคร่งขรึม ทว่าสายตาคมกริบกลับคอยกวาดมองไปรอบกายและรักษาระยะห่างไม่ให้ใครเดินมาชนร่างบางแม้แต่น้อย
"เดินระวังหน่อย ตลาดฮันยังยามสายผู้คนจอกแจกจอแจ หากหลงไป ข้าจักหาเ้าไม่พบ"
โดยอนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามือหนากลับยื่นมาจับข้อมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อย
"ฉันไม่ได้เด็กๆ แล้วนะคะ ไม่หลงง่ายๆ หรอก"
รินรดาย่นจมูกใส่ แต่ก็ยอมให้เขากุมมือเดินแต่โดยดี ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาทำเอาหัวใจของเธอแอบกระตุกไหว
การออกมาข้างนอกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเที่ยวชม แต่โดยอนพารินรดามาสืบหาเบาะแสของ พ่อ (อาจารย์ซง) ตามที่ตั้งใจไว้ ทั้งสองเดินลัดเลาะเข้าไปในย่าน ยุกอึยจอน (ตลาดหกย่านหลัก) เพื่อไปยังร้านขายกระดาษสาโบราณที่พ่อของเธอเคยติดต่อเมื่อยี่สิบปีก่อน
ทว่าเมื่อไปถึง ร้านค้ากลับปิดเงียบ... บนประตูไม้มีตราซาฮอนบูประทับไว้ พร้อมกลุ่มชาวบ้านที่ยืนมุงส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความตื่นตระหนก
"เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?" รินรดาชะงัก ชะโงกหน้ามองผ่านหลังชาวบ้าน
โดยอนใช้อำนาจขุนนางพาเธอแทรกผ่าน เข้าไป ด้านในร้านข้าวของถูกค้นกระจัดกระจาย และบนโต๊ะไม้กลางร้าน มี อักขระโบราณสีดำ เขียนด้วยหมึกพู่กันทิ้งไว้—มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในสมุดบันทึกปกหนังของพ่อ!
"คดีกระดาษสาสมุนไพร..." โดยอนย่อตัวลงพิเคราะห์ร่องรอยด้วยสายตาที่เฉียบคม"
เถ้าแก่ร้านนี้หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อคืนก่อน เช่นเดียวกับหมอหลวงอีกสองคนที่หายสาบสูญไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว"
"หมายความว่า... คนที่จับตัวเถ้าแก่ไป ต้องเป็ กลุ่มเดียวกับที่จับตัวพ่อของฉันใช่ไหมคะ?"
รินรดากระซิบถามด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น
"มีความเป็ไปได้สูง"
โดยอนยืนขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าคมคายตึงเครียดขึ้นมาทันที
"พวกมันกำลังตามกวาดล้างและเก็บรวบรวมเบาะแสเกี่ยวกับ 'สมุดบันทึก' เล่มนั้น... และเบาะแสทั้งหมดเริ่มชี้ไปที่ฝั่งของ อัครมหาเสนาบดีคิม"
รินรดาขนลุกซู่ นึกถึงใบหน้าเหยียดหยามของ ท่านหญิงคิมแชวอน บุตรีของเสนาบดีคิมที่เพิ่งมาบุกเรือนเมื่อวันก่อน ปริศนาข้ามภพที่เริ่มจากพ่อ หายตัวไป บัดนี้เริ่มเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมและการเมืองในราชสำนักโชซ็อนอย่างแยกไม่ออก!
เมื่อกลับมาถึงเรือนไม้ยามโพล้พละ แสงตะวันสีส้มรำไรคล้อยต่ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนมา แต่ความตึงเครียดกลับทับถมลงในใจของคนทั้งคู่ โดยอนนั่งนวดขมับอยู่บนโต๊ะไม้ รินรดาเห็นดังนั้นจึงก้าวเข้าไปใกล้ นั่งลงตรงข้ามแล้วยื่นมือไปแตะหลังมือหนาของเขาเบาๆ เพื่อเปิดใจและขอบคุณที่เขาคอยปกป้องเธอมาตลอด
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนเป็ความหวานซึ้งและอบอุ่น...
ฉึก!
ลูกธนูติดเพลิงพุ่งเจาะเข้าที่เสาเรือนไม้ข้างระเบียงอย่างจัง เปลวไฟลุกโชนพรึ่บพรั่บ! โดยอนตระกอง กอดรินรดาลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว ชักดาบเล่มยาวข้างเอวออกมาด้วยสายตาฆาตกร
"พวกมันตามมาถึงที่นี่แล้ว!"
โดยอนกระชับมือรินรดาแน่น
" จับมือข้าไว้ให้มั่น... ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ห้ามปล่อยมือจากข้าเด็ดขาด!"