หลังจากที่สวี่เจ๋อและหลงอี้ฟางทำสัญญากันเสร็จ
สวี่เจ๋อก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยล้า ‘ ตอนนี้เ้าก็สามารถเรียกใช้พลังเทียบเท่าจิ้งจอกเก้าหางได้วันละ 10 ลมหายใจแล้ว เอาละข้าเสียพลังไปกับการให้เวลาบริเวณนี้หยุดมานานแล้ว คงต้องขอตัวก่อน เ้าก็ดูแลตัวเองด้วยหลงอี้ฟาง ’
หลงอี้ฟางได้ยินเช่นนั้นนางก็รู้สึกกังวลขึ้นมาจึงรีบพูดขึ้น ‘ เ้าจะทิ้งข้าให้อยู่ที่แห่งนี้ผู้เดียวงั้นรึ อีกอย่างไหนบอกว่าข้าต้องไปขโมยโชคจากลูกรัก์ที่เ้ากำหนด 5 คนนั่นอีก ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็ผู้ใด ’
‘ ใครบอกว่าข้าจะจากไป ข้าแค่นอนพักเท่านั้นเอง ฮิ ๆ ’ สวี่เจ๋อพูดขึ้นด้วยความอารมณ์ดี
หลงอี้ฟางได้แต่ตอบกลับด้วยความเหนื่อยใจ ‘ กวนประสาทจริง ๆ เ้านี่ เฮ้อ... ช่างเถอะไปพักผ่อนซะ ’
หลงอี้ฟางแม้จะรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างกับการที่สวี่เจ๋อลากนางจากโลกนภามายังโลกมหาเทพแบบนี้ ทั้งยังลากมาเพียงิญญาแล้วให้นางเข้าร่างกายของผู้อื่น
แต่เมื่อนางมองเห็นหนทางที่สามารถแก้แค้นหลูเฟยฉีได้ ก็ทำให้หลงอี้ฟางเลือกที่จะปล่อยเื่นี้ไป แต่ถ้าหากมีโอกาสเอาคืนสวี่เจ๋อ หลงอี้ฟางก็ไม่คิดปล่อยโอกาสนั้นให้สูญเปล่าไปเหมือนกัน
หลังจากสวี่เจ๋อพูดจบพลังของเขาที่ใช้หยุดเวลาบริเวณนี้ก็ค่อย ๆ หายไป สิ่งต่าง ๆ รอบตัวทั้งมนุษย์และสัตว์ก็เริ่มขยับ
หวงอี้ฟางหันไปมองทางหลูเฟยฉีด้วยแววตาเครียดแค้น หลูเฟยฉีไม่สนใจแววตาที่หลงอี้ฟางมองมา อีกทั้งยังโอบกอดหญิงงามข้างกายแน่นมากขึ้นกว่าเดิม
หลูเฟยฉีพูดขึ้นผ่านของวิเศษที่ช่วยให้เสียงของเขาดังมากขึ้น “ เป็จิ้งจอกเก้าหางผู้นี้ที่นางบังอาจมาล่อลวงข้าให้เข้าใจเยี่ยนชงอิ่งผิด ทั้งยังทำให้ประชาชนดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก มีเพียงความตายเท่านั้นที่นางสมควรได้รับ ปะา!! ”
เมื่อคำว่าปะาดังขึ้นหลงอี้ฟางก็ปลดปล่อยพลังของจิ้งจอกเก้าหางออกมา พร้อมพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเ็า “ ร้อยปีแก้แค้นก็มิสายกับคนสารเลวเยี่ยงเ้า ข้าหวังว่าเ้าคงมิตายง่าย ๆ จนกว่าข้าจะกลับมาจัดการเ้าด้วยตัวเอง ”
หลูเฟยฉีที่เห็นพลังของจิ้งจอกเก้าหางเขาก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและกังวล ‘ นี่มันเื่อันใดกัน มิใช่ว่าเยี่ยนชงอิ่งหลอกขโมยพลังของนางมาหมดแล้วงั้นรึ ’
แต่เมื่อเขาหันไปทางเยี่ยนชงอิ่งก็พบว่านางมีสีหน้าใไม่ต่างกัน ทำให้เขาเริ่มระวังตัว เพราะหากจิ้งจอกเก้าหางปล่อยพลังโจมตีมาทางเขาย่อมมีโอกาสตายได้
แต่ทางด้านหลงอี้ฟางนางมิเคยคิดเื่โจมตีพวกเขาเลยสักนิด เพราะนางรู้ว่าระดับโชคของลูกรัก์มันห่างกันเกินไป แม้หลงอี้ฟางจะปลดปล่อยพลังของจิ้งจอกเก้าหางไปทั้งหมด แต่มันก็คงเกิดเหตุการณ์บางอย่างเพื่อช่วยชีวิตพวกตัวเอกเหล่านี้ไว้
ก่อนที่หลงอี้ฟางจะพุ่งตัวเพื่อหลบหนีจากที่นี่ นางก็ไม่ลืมที่จะด่าหลูเฟยฉีโดยการชูนิ้วกลางให้ แต่หลงอี้ฟางกลับพบว่าเมื่อนางทำเช่นนั้น ทุกคนรวมทั้งหลูเฟยฉีต่างมองมาที่นางด้วยแววตาสงสัย และพากับเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้าเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง
เมื่อเื่ราวกลายเป็เช่นนี้ทำให้หลงอี้ฟางหงุดหงิดเป็อย่างมาก แต่นางก็ไม่คิดจะรั้งตัวอยู่ที่นี่นาน แล้วรีบใช้พลังที่มีเวลาจำกัดพุ่งตัวออกไปจากลานปะาแห่งนี้ให้เร็วที่สุด
หลงอี้ฟางที่สามารถใช้พลังของจิ้งจอกเก้าหางแม้จะเป็่เวลาสั้น ๆ แต่นางก็ใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่
ในขณะที่หลงอี้ฟางพยายามออกห่างจากเมืองที่หลูเฟยฉีอยู่ นางก็ใช้พลังค้นหาเมืองที่ไม่ไกลจากนี้ด้วย เพราะการอยู่ในที่ที่คนเยอะย่อมง่ายต่อการหาพวกที่มีโชคของลูกรัก์มากกว่า
เมื่อนางเริ่มเข้าใกล้อีกเมืองที่อยู่ห่างจากเมืองของหลูเฟยฉีพอสมควร พลังจิ้งจอกเก้าหางก็หมดเวลาลงพอดี หลงอี้ฟางตัดสินใจนั่งพักเหนื่อยก่อนจะเดินทางเข้าเมือง
‘ นี่เ้าไปใช้วิธีชูนิ้วกลางในโลกแห่งนี้ไม่คิดว่ามันน่าตลกรึไง ทำอย่างกับพวกนั้นจะเข้าใจความหมายงั้นแหละ ฮ่า ๆ ๆ ’ สวี่เจ๋อพูดหยอกล้อ
‘ มิใช่ว่าเ้าต้องนอนพักหรือไง เหตุใดถึงได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ทั้งยังอุตส่าห์พูดจาเยาะเย้ยข้าอีก ’ หลังจากหลงอี้ฟางพูดจบก็ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับนาง
ทำให้หลงอี้ฟางได้แต่ถอยหายใจออกมา แล้วลองนั่งสมาธิเพื่อบ่มเพาะพลังดู
หลงอี้ฟางพบว่าร่างกายของจิ้งจอกเก้าหางที่นางอยู่มีพร์เป็อย่างมาก ทำให้หลงอี้ฟางสามารถบ่มเพาะพลังได้ง่ายและรวดเร็ว
เพียงเวลาผ่านไปไม่นานหลงอี้ฟางก็หายเหนื่อยทั้งยังสามารถเป็ผู้ฝึกปราณขั้นต้นได้อีกด้วย
ทั้งที่ก่อนนางจะลองบ่มเพาะหลงอี้ฟางคาดว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะสามารถเป็ผู้ฝึกปราณขั้นต้นได้ เมื่อความเร็วในความฝึกตนมากกว่าที่นางคาดไว้ ทำให้หลงอี้ฟางรู้สึกอารมณ์ดีเป็อย่างมาก
หลงอี้ฟางที่ไม่้านอนกลางป่า เพราะติดความสบายจากโลกนภา นางจึงเลือกลุกขึ้นเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมือง เพราะหากปล่อยให้เวลาผ่านไปมากกว่านี้ ประตูเข้าเมืองอาจจะปิดเสียก่อน