หลายเดือนผ่านไปนับจากการต่อสู้กับหมูป่าเขี้ยวตัน ชีวิตในหมู่บ้านจันทร์เสี้ยวกลับคืนสู่ความสงบสุขดังเดิม แต่สำหรับเฟยหลงแล้ว โลกของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วีรกรรมเล็กๆ ในวันนั้นได้มอบบางสิ่งที่มีค่ามากกว่าเนื้อหมูป่าหรือคำชื่นชม...มันมอบความมั่นใจให้แก่เขา เขากลายเป็หนึ่งในหนุ่มฉกรรจ์ของหมู่บ้านอย่างเต็มตัว ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้ร่วมทำงานที่ต้องใช้พละกำลังและความรับผิดชอบมากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสะพานแห่งความเข้าใจที่ทอดขึ้นระหว่างเขากับมารดา แม้จะไม่มีการเอ่ยถึงเื่การฝึกฝนของเขาอีกเลย แต่เฟยหลงก็รู้สึกได้ว่าสายตาของนางที่มองมานั้นเปลี่ยนไป...มีความกังวลฉายชัดอยู่ก็จริง แต่ก็มีความอบอุ่นที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนแฝงอยู่ด้วย
ทุกรุ่งสาง การฝึกฝนที่ลานหินลับยังคงดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็เพียงการเลียนแบบท่าจามฟืนอีกแล้ว เฟยหลงเริ่มทดลอง...เขาเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ ปล่อยให้ร่างกายนำพาไป สังเกตการไหลเวียนของลมปราณอุ่นๆ ในกายที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขาลองะโจากก้อนหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนหนึ่ง ฝึกฝนการทรงตัวบนขอนไม้ลื่นๆ เหนือลำธาร การเคลื่อนไหวของเขากลายเป็ส่วนหนึ่งของป่า...เงียบเชียบ, ลื่นไหล และทรงพลัง
ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนพร้อมกับสายลมที่เย็นลง และนำพาผู้มาเยือนที่ทุกคนรอคอยมาด้วย
"ลุงเหอมาแล้ว! พ่อค้าเร่มาแล้ว!" เสียงเด็กๆ ในหมู่บ้านะโโห่ร้องอย่างดีใจ
ชายชราผมสีดอกเลาจูงล่อที่บรรทุกสินค้าจนหลังแอ่นเดินเข้ามาในหมู่บ้านด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตร เขาคือ ลุงเหอ พ่อค้าเร่ที่เดินทางมายังหมู่บ้านจันทร์เสี้ยวปีละสองครั้ง เขาคือหน้าต่างบานเดียวของหมู่บ้านที่เปิดออกสู่โลกภายนอก
ชาวบ้านต่างพากันมาห้อมล้อม แลกเปลี่ยนหนังสัตว์ สมุนไพร และของป่ากับเกลือ เครื่องเทศ ผ้าผืนใหม่ และเครื่องมือเหล็กต่างๆ เฟยหลงกับอาิก็ไปมุงดูกับเขาด้วยเช่นกัน
"เป็ไงบ้างเ้าหนุ่ม" ลุงเหอทักทายเฟยหลงอย่างคุ้นเคยพลางลูบเครา "ได้ยินข่าววีรกรรมของเ้าเื่หมูป่าเขี้ยวตันแล้วนะ เก่งไม่เบาเลยนี่!"
เฟยหลงได้แต่ยิ้มเขินๆ
"พูดถึงเื่ฝีมือแล้ว" ลุงเหอหันไปพูดกับกลุ่มชาวบ้านที่รายล้อม "ปีนี้ดูจะคึกคักเป็พิเศษ ข้าเดินทางผ่านเมืองหินขาว พวกเขากำลังจะจัด 'การประลองแห่งหุบเขาจันทรา' กันอีกแล้ว"
คำพูดนั้นดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที โดยเฉพาะเฟยหลง
"การประลองอะไรหรือขอรับลุงเหอ?" อาิถามด้วยตาเป็ประกาย
"มันเป็การประลองยุทธ์สำหรับคนหนุ่มสาวอายุไม่เกินสิบแปดปีน่ะ" ลุงเหออธิบายอย่างออกรส "พวกตระกูลเล็กๆ หรือสำนักต่างๆ ในแถบหุบเขาเรานี่แหละจะส่งศิษย์ของตัวเองเข้าแข่งขันกัน ถือเป็การแสดงฝีมือและสร้างชื่อเสียง ใครที่ชนะเลิศหรือแสดงฝีมือได้โดดเด่น ก็จะได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมเป็ศิษย์ในของตระกูลหินขาวโดยไม่ต้องเสียค่าทดสอบที่แพงหูฉี่เลยนะ!"
คำว่า "ประลอง" "สำนัก" "วิชา" แต่ละคำที่หลุดออกมาจากปากของลุงเหอ ราวกับเป็สายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของเฟยหลง เขาที่ฝึกฝนอย่างไร้ทิศทางมาตลอด เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่าโลกภายนอกนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า 'วิชา' และ 'สำนัก' อยู่ด้วย การฝึกของเขาเป็เพียงการเล่นสนุกของเด็กน้อยเมื่อเทียบกับพวกเขาเ่าั้
หัวใจของเขาเต้นรัว...ความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนได้ถือกำเนิดขึ้นในใจ
วันนั้น เฟยหลงใช้เงินเก็บเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการช่วยงานในหมู่บ้าน แลกซื้อของสิ่งหนึ่งจากลุงเหอ มันไม่ใช่ขนมหรือของเล่น แต่เป็ตำราเล่มเล็กๆ เก่าคร่ำคร่าที่เย็บด้วยเชือกป่าน หน้าปกเขียนว่า 'สิบแปดท่าพื้นฐานสำนักวายุ' ภายในมีเพียงภาพวาดลายเส้นหยาบๆ ของมนุษย์ในท่วงท่าต่างๆ เท่านั้น
ลี่อินเฝ้ามองทุกอย่างอยู่ห่างๆ จากหน้าต่างกระท่อม นางเห็นแววตาของบุตรชายที่จดจ้องไปยังพ่อค้าเร่คนนั้น...แววตาที่เต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน นางเห็นตำราเล่มเล็กในมือของเขา...และหัวใจของนางก็เย็นเยียบลง
คืนนั้น หลังจากเฟยหลงหลับไปแล้ว ลี่อินแอบเข้าไปในห้องของเขาอย่างเงียบเชียบ นางหยิบตำราเล่มนั้นขึ้นมาดู แสงจันทร์สาดส่องลงบนภาพวาดลายเส้นที่อธิบายท่าร่างต่างๆ...ในสายตาของนางแล้ว มันช่างเต็มไปด้วยข้อบกพร่องและจุดอ่อน การโคจรพลังก็ผิดเพี้ยน นี่ไม่ใช่วิชาที่ดีเลยแม้แต่น้อย
มือของนางสั่นเทา...นางสามารถสอนวิชาที่เหนือกว่านี้ให้เขาได้เป็ร้อยเป็พันเท่า...วิชาที่แท้จริง วิชาที่สืบทอดมาจากสายเืของนาง แต่การทำเช่นนั้น ก็เท่ากับการยอมรับอดีตที่นางหนีมาตลอดชีวิต...เท่ากับการผลักเขาลงสู่เส้นทางเดียวกับบิดาของเขา...เส้นทางแห่งการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น
นางวางตำราลงที่เดิมอย่างแ่เบา แล้วหันหลังกลับออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงหยดน้ำตาหยดหนึ่งที่ร่วงหล่นลงบนพื้นไม้
รุ่งสางวันต่อมา ที่ลานหินลับหลังม่านน้ำตก การฝึกของเฟยหลงเปลี่ยนไป
เขาไม่ได้เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณอีกต่อไป แต่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะลอกเลียนแบบท่าร่างจากตำราเล่มนั้น...ท่ายืนที่มั่นคง...ท่าตั้งรับ...ท่าจู่โจม...
แต่ทุกอย่างกลับดูติดๆ ขัดๆ ไปหมด มันฝืนธรรมชาติและไม่เข้ากับร่างกายของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาพยายามจัดท่วงท่าให้เหมือนในภาพ แต่กลับรู้สึกว่าการไหลเวียนของลมปราณที่เคยราบรื่นกลับติดขัดและอ่อนแรงลง
ทำไมกัน? ทำไมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้?
ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม นี่เป็ครั้งแรกที่เขาตระหนักได้อย่างแท้จริงถึงความแตกต่างระหว่าง 'พร์' กับ 'การฝึกฝนที่เป็ระบบ' เขามีพลัง แต่เขาไม่รู้วิธีที่จะใช้มันอย่างถูกต้อง
เฟยหลงหยุดฝึก เขายืนนิ่งอยู่บนลานหิน ปล่อยให้ละอองน้ำเย็นๆ จากน้ำตกปะทะใบหน้า เขาทอดสายตามองออกไปนอกป่า...ไปยังทิศที่ลุงเหอจากไป...ทิศของเมืองหินขาว...ทิศของโลกภายนอก
เมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาได้หยั่งรากลึกลงในใจของเขาแล้ว
ตอนนี้เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็ครั้งแรกในชีวิต...การประลองแห่งหุบเขาจันทรา
แต่หนทางที่จะไปถึงจุดนั้น...ยังคงมืดมนและมองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย