ตอนที่ 7 ใจเด็ด (1)
ทุกอย่างเป็ไปตามที่เยี่ยสุยคาด ถึงเยี่ยอันซื่อจะไปเรือนเหยียนกวงก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด
พอได้ยินว่าทางเรือนสามไม่ยอมสละสิทธิ์การสอบคัดเลือก เยี่ยจวีเฉียวก็ตีสีหน้าคร่ำเครียด เอ่ยเสียงเย็นว่า “เื่นี้ข้าจัดการเอง พวกเ้าแค่ทำตามก็พอ”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจท่าทีของเยี่ยอันซื่ออย่างยิ่ง
ก่อนมาหาท่านพ่อ เยี่ยอันซื่อคาดไว้แล้วว่าท่านพ่อคงจะเข้าข้างเรือนใหญ่ แต่นึกไม่ถึงว่าที่แท้เื่นี้ท่านพ่อเป็ผู้ตัดสินใจเอง!
พริบตานั้นเขารู้สึกหัวใจเย็นเฉียบ เพลิงโทสะพลุ่งพล่านเต็มอกจนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
ท่านพ่อไม่ชอบเขาก็ไม่เป็ไร แต่เหตุใดจึงปฏิบัติต่ออวี้เอ๋อร์เช่นนี้
ท่านพ่อจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรก็ได้ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เคยสนใจนัก แต่ในฐานะพ่อคนหนึ่ง เขาไม่อาจปล่อยให้บุตรชายตนเองเสียใจด้วยเื่นี้!
อวี้เอ๋อร์มีโอกาสเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนชัดๆ เหตุใดต้องสละสิทธิ์ ช่างน่าขันยิ่งนัก!
เยี่ยอันซื่อจ้องมองเยี่ยจวีเฉียว ตอบกลับด้วยเสียงเย็นปานเดียวกัน “ท่านพ่อ เกรงว่าลูกคงไม่อาจรับปากท่านขอรับ”
เยี่ยจวีเฉียวนึกไม่ถึงว่าเยี่ยอันซื่อจะปฏิเสธตรงๆ เช่นนี้ ถึงกับนิ่งอึ้งไป
ที่ผ่านมา แม้เขาจะไม่สนิทชิดเชื้อกับบุตรคนนี้ แต่ก็น้อยนักที่จะโดนบุตรคนนี้ขัดใจ ยามนี้เหตุใดเป็เช่นนี้ไปได้
แต่ไม่ว่าเยี่ยอันซื่อจะคัดค้านอย่างไร เื่ที่เขาตัดสินใจแล้วย่อมไม่อาจแก้ไขได้อีก
เยี่ยจวีเฉียวตวัดสายตามองเยี่ยอันซื่ออย่างตำหนิแล้วกล่าวว่า “หากอวี๋เกอสละสิทธิ์ เจิงเกอก็จะเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนได้ นี่เป็ผลดีต่ออนาคตบ้านตระกูลเยี่ย”
ความหมายก็คือให้เยี่ยเซี่ยงอวี๋เปิดทางให้เยี่ยเซี่ยงเจิง
ในฐานะลูกหลานตระกูลเยี่ยเช่นเดียวกัน เยี่ยเซี่ยงอวี๋มีความสามารถเหนือกว่าเยี่ยเซี่ยงเจิงหลายขุม เหตุใดต้องยอมเป็อิฐรองเท้าให้ผู้อื่นด้วย
เยี่ยอันซื่อโกรธจัดจนหัวเราะออกมา แต่กลับเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงนิ่งว่า “ลูกโง่เขลายิ่งนัก ไม่เข้าใจว่าการทำเช่นนี้เป็ผลดีต่ออนาคตอย่างไรขอรับ”
เยี่ยจวีเฉียวแค่นเสียงกล่าวว่า “หลายปีมานี้เ้าเก็บตัวอยู่ที่กองงานทรัพย์สินส่วนพระองค์โดยไม่มีผลงานจะไปเข้าใจอะไรได้ อวี๋เกอมีความสามารถ ต่อให้ไม่เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนก็ยังมีโอกาสได้ดิบได้ดีด้านการทหาร เช่นนี้พวกเขาพี่น้องล้วนมีตำแหน่งในกองทัพ จึงนับว่าเป็เื่ที่ดีต่อตระกูล”
สุดท้ายยังกล่าวเชิงสั่งสอนว่า “คนเป็ผู้นำต้องคิดวางแผนให้ยาวไกล เ้ามักเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยตรงหน้า แล้วมาเอะอะโวยวายต่อหน้าข้า มันสมควรแล้วหรือ”
เยี่ยอันซื่อไม่สนใจคำกล่าวตักเตือนของบิดา และไม่คิดจะวางแผนยาวไกล เขาผงกศีรษะกล่าวว่า “ท่านพ่อ เป็ข้าเองไม่เข้าใจความคิดของท่าน”
เยี่ยจวีเฉียวเข้าใจว่าเยี่ยอันซื่อยอมเชื่อฟังแล้ว แต่กลับได้ยินเขากล่าวต่อ “แต่การสอบคัดเลือกครั้งนี้ อวี๋เอ๋อร์จะไม่ยอมสละสิทธิ์เด็ดขาดขอรับ”
ั้แ่เล็กจนโต เยี่ยอันซื่อฟังเหตุผลว่า “ทำเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล” มามากเกินพอแล้ว ที่ผ่านมาเขารู้สึกว่าเป็เื่ถูกต้องอย่างยิ่ง และปฏิบัติเช่นนั้นมาโดยตลอด
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ดูข้ามหน้าข้ามตาพี่ชาย เขายอมสละโอกาสเลื่อนตำแหน่งนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อบ้านตระกูลเยี่ย...
แล้วตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง
เรือนใหญ่ข่มพวกเขาเรือนสามในทุกทาง บุตรภรรยาของเขาจำต้องยอมถูกเอาเปรียบ พลทหารเล็กๆ ในกองทัพกับองครักษ์อี๋หลวนมันเทียบกันอย่างไรได้ บุตรชายเขาจะถูกเหยียบย่ำเช่นนี้ได้หรือ
เยี่ยอันซื่อนึกถึงภรรยาแล้วน้ำตาไหล เขามีบุตรชายเก่งกาจปานนี้ ทั้งยังมีบุตรสาวคนโตที่อยู่ในวังหลวง...
เขาไม่ได้รับความรักและดูแลเอาใจใส่จากบิดา จึงไม่้าให้บุตรธิดาเป็เช่นเดียวกับตนเอง เขาจะไม่ยอมเป็เหมือนบิดาเด็ดขาด!
ช่างแผนอนาคตยาวไกล ช่างประโยชน์ของตระกูลมันปะไร ยามนี้เขาเพียง้าเป็บิดาที่เห็นแก่ตัวเท่านั้น!
บิดาที่เห็นแก่ตัวคิดวางแผนอนาคตให้บุตรธิดา ่ชิงโอกาสความก้าวหน้าให้บุตรธิดาของตนเอง
หน่วยองครักษ์อี๋หลวนเป็องครักษ์หน้าพระพักตร์ นับเป็โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ทั้งเป็บันไดสู่ความเจริญก้าวหน้าในอนาคต อย่างไรก็ไม่ยอมสละสิทธิ์เด็ดขาด!
เยี่ยอันซื่อยืนขึ้น ทำความเคารพบิดา “ท่านพ่อ ลูกขอตัวก่อน”