มรรคาสยบฟ้า ท้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 15: เล่ห์กลใต้เงาและคมดาบที่โดนสะกด

    ความพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียวของหวังเกาส่งผลสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเขาสายนอก กระแสซุบซิบเกี่ยวกับ ‘เศษขยะจากยอดเขาศาสตราวุธดับสูญ’ เริ่มแพร่สะพัดดุจไฟลามทุ่ง แม้คนส่วนใหญ่จะยังคงเชื่อว่าหลินซานชนะได้เพราะหวังเกาประมาทและฝักดาบไม้ดำของเขาแฝงกลไกโกงบางอย่าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของหลินซานได้เข้าไปอยู่ในสายตาของยอดฝีมือสายนอกหลายคนแล้ว

    ณ ห้องลับใต้ตำหนักคุมสอบสายนอก

    ‘หลี่เหวิน’ ศิษย์พี่ใหญ่ใบหน้าเขียวคล้ำ จ้องมอง ‘ผู้ดูแลสุน’ ที่คุกเข่าตัวสั่นระริกอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย

    “มันใช้เพียงฝักดาบกระแทกหวังเกาจนซี่โครงหักงั้นรึ?” หลี่เหวินเค้นเสียงต่ำแฝงไอพลังที่แหลมคม “ขยะระดับสองไม่มีทางมีพละกำลังและความเร็วเช่นนั้นได้ ดาบสีดำผุๆ บนหลังของมันต้องไม่ใช่เหล็กธรรมดา แต่เป็นอาวุธวิเศษที่ปิดบังระดับพลังเอาไว้แน่!”

    “ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก!” ผู้ดูแลสุนรีบประจบประแจง “มันไม่มีรากวิญญาณสวรรค์แล้ว ย่อมต้องพึ่งพาของนอกกายอย่างอาวุธระดับสูงเป็นแน่ หากเราปล่อยให้มันใช้ดาบเล่มนั้นประลองรอบต่อไป แผนการที่เราจะ ‘จัดฉากอุบัติเหตุ’ เพื่อกำจัดมันต่อหน้าผู้อาวุโสอาจเกิดความผิดพลาดได้ขอรับ”

    หลี่เหวินแค่นเสียงหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม แววตาของมันทอประกายเล่ห์เหลี่ยม “ในเมื่อมันอยากใช้ของวิเศษนัก... เช่นนั้นในรอบที่สอง ข้าจะริบกรงเล็บของมันเสีย! เจ้าจงใช้กฎเรื่อง ‘ความยุติธรรมในการประลอง’ สั่งยึดอาวุธของมันก่อนขึ้นสังเวียน และเปลี่ยนอาวุธของมันให้เป็นเพียงเศษเหล็กผุพังซะ!”

    “รับบัญชาขอรับศิษย์พี่ใหญ่! รอบต่อไปข้าจะจัดให้มันได้เจอกับ ‘จ้าวหง’ ลูกพี่ลูกน้องของจ้าวไห่ ยอดฝีมือระดับ รวบรวมลมปราณขั้นที่แปดขั้นกลาง ด้วยดาบเศษเหล็กผุๆ มันไม่มีทางรอดพ้นจากคมดาบสายลมของจ้าวหงไปได้แน่!” ผู้ดูแลสุนแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

    วันต่อมา แสงแดดยามสายส่องกระทบลานประลองศิลาขาวที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงผู้ประกาศประกาศคู่ประลองดังลั่นขึ้นอีกครั้ง

    “การประลองรอบที่สอง... หลินซาน ปะทะ จ้าวหง!”

    หลินซานในชุดผ้าป่านซอมซ่อก้าวเดินขึ้นสู่สังเวียนช้าๆ ทว่าก่อนที่เท้าของเขาจะทันได้แตะพื้นศิลาขาว ร่างของผู้ดูแลสุนและศิษย์คุมกฎสี่คนก็พุ่งเข้ามาขวางทางเอาไว้ทันที

    “ช้าก่อน!” ผู้ดูแลสุนตวาดเสียงดังจงใจให้ได้ยินกันทั่วลาน “หลินซาน! ทางนิกายตรวจพบว่าดาบสีดำบนหลังของเจ้าแผ่กลิ่นอายประหลาดที่อาจแฝงกลไกหรือพิษร้ายแรงอันละเมิดกฎเกณฑ์การประลอง เพื่อความยุติธรรม เจ้าต้องส่งมอบดาบเล่มนั้นให้ผู้คุมกฎเก็บรักษาไว้ชั่วคราว และใช้อาวุธมาตรฐานที่ทางนิกายจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น!”

    คำประกาศนี้ทำให้ผู้ชมรอบสนามแตกตื่นและพากันหัวเราะเยาะเย้ย

    “ฮ่าๆๆ! โดนริบดาบโกงแล้วไง!” “คราวนี้ไม่มีดาบระดับสูงคอยช่วย ไอ้ขยะนั่นโดนจ้าวหงสับเป็นชิ้นๆ แน่!”

    หลินซานหยุดนิ่ง ภายใต้ปีกหมวกฟาง แววตาของเขายังคงเยือกเย็นไร้ความหวาดกลัว เขารู้อยู่แล้วว่าพวกสุนัขรับใช้พวกนี้ย่อมต้องมีแผนสกปรก เขาเอื้อมมือไปถดถอน ‘ดาบสยบวิญญาณคร่ำคร่า’ ส่งมอบให้ศิษย์คุมกฎไปอย่างว่าง่าย

    ผู้ดูแลสุนแสยะยิ้มสะใจพลางโยน ‘กระบี่เหล็กธรรมดาที่ขึ้นสนิมเขรอะและแตกร้าวรอยใหญ่’ ลงบนพื้นแทบเท้าของหลินซาน “นี่คืออาวุธของเจ้า... จงใช้มันประลองซะ!”

    กระบี่เล่มนี้เปราะบางจนแทบจะหักเป็นสองท่อนเพียงแค่ฟันโดนสายลมแรงๆ ชัดเจนว่าพวกมันจงใจเตรียมขยะชิ้นนี้มาเพื่อส่งเขาไปตาย!

    หลินซานก้มลงหยิบกระบี่สนิมกรังขึ้นมา แววตาคมกริบทอดมองเนื้อเหล็กที่แตกร้าว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น จิตวิญญาณของเขาที่เชื่อมต่อกับ ‘เตาหลอมมารเก้าตะวัน’ บนหอคอยบรรพกาลชั้นที่ 2 พลันส่งเสียงครางอย่างตื่นเต้นในหัวสมอง!

    ‘กระบี่ผุพังงั้นรึ?... พวกเจ้าช่างโง่เขลานักที่มอบ ‘สื่อนำพาไฟมาร’ มาให้ข้าถึงมือ!’

    วิชาหลอมรวมบรรพกาลของหลินซานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การหลอมในห้องลับ แต่เขาสามารถ "ดูดกลืนไอศาสตรารอบตัวและแร่ธาตุจากอาวุธของศัตรูมาอัปเกรดอาวุธในมือได้ทันทีระหว่างการปะทะ!"

    บนสังเวียน จ้าวหงก้าวขึ้นมาพร้อมดาบยาวประกายสีเงินระดับมนุษย์ขั้นสูงที่แผ่รังสีคมดาบวายุที่รุนแรง แววตาของมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้นพยาบาทแทนจ้าวไห่ที่บาดเจ็บสาหัส “ไอ้หนู! วันนี้ไม่มีดาบโกงๆ คอยปกป้องแกแล้ว เตรียมตัวพิการคาสังเวียนเถอะ!”

    “เริ่มการประลองได้!”

    “ตายซะ! ‘วิชาดาบตัดวายุคลั่ง’!” จ้าวหงคำรามลั่น ทะยานร่างพุ่งเข้าใส่หลินซานด้วยความเร็วที่เหนือกว่าหวังเกาหลายเท่า คมดาบสีเงินสะบัดฟันเป็นสายลมพายุคมกริบนับสิบสาย บดขยี้เข้าหาจุดชีพจรทั่วร่างของหลินซานอย่างบ้าคลั่งหมายจะสังหารในกระบวนท่าเดียว!

    หลินซานยืนนิ่งสงบ มือขวาที่กุมกระบี่เหล็กผุพังพลันปรากฏ วังวนปราณมารสีดำเส้นบางๆ ไหลเวียนเข้าสู่อักขระแตกร้าวบนตัวกระบี่อย่างเงียบเชียบเพื่อพยุงเนื้อเหล็กไว้ เขาสืบเท้าหลบหลีกคมพายุอย่างเฉียดฉิวดุจใบไม้ที่ลอยตามสายลม ก่อนจะยกกระบี่ขึ้นต้านรับการโจมตีตรงๆ!

    เคร้ง!!!

    ประกายไฟกระจัดกระจาย คมดาบสีเงินปะทะเข้ากับกระบี่เหล็กขึ้นสนิมอย่างจัง ทว่าภาพที่ทุกคนคิดว่ากระบี่ของหลินซานจะหักสะบั้นกลับไม่เกิดขึ้น! และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นคือ...
    ในวินาทีที่โลหะปะทะกัน ปราณมารสีดำจากมือของหลินซานเริ่มสูบกลืน ‘แก่นแท้โลหะสวรรค์’ จากดาบสีเงินของจ้าวหงเข้ามาหลอมรวมเข้ากับกระบี่ขึ้นสนิมของเขาโดยตรง!