วิชาไท้เก๊ก ก่อกำเนิดสรรพสิ่ง
พลังไท้เก๊กปกติเน้นการตั้งรับ ตอนนี้มันกำลังรับพลังลมปราณอันมหาศาลของเจียงเยี่ยน จากนั้นสะสมกำลังสะท้อนกลับไป เจียงเยี่ยนแม้ไม่เคยต่อสู้กับวิชาไท้เก๊ก แต่ก็ทราบดีว่าพลังมันกำลังถูกฝ่ายตรงข้ามสะสมไว้ เจียงเยี่ยนชูอีกมือขึ้นฟ้า ก่อเกิดพลังสายฟ้าสีทองเส้นหนึ่งพุ่งสู่อากาศจากนั้นแตกออกเป็นร้อยสายจู่โจมลงมาจากฟากฟ้าดุจอัสนีบาตพิโรธ
‘อัสนีแห่งทวยเทพ’
นักพรตหลิวคงตื่นตระหนกไม่น้อย วิชาไท้เก๊กของท่าน ป้องกันลมปราณศัตรูอยู่เบื้องหน้า แต่ศัตรูแบ่งกำลังจู่โจมจากด้านบน นับเป็นหมากที่คาดไม่ถึง ขณะที่สายฟ้านับร้อยสายจะจู่โจมท่าน ฟางอี้ไต้ซือเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินพลันยกมือขึ้นฟ้าใช้ออกด้วยยอดวิชาป้องกันของเส้าหลิน ‘ระฆังทองคุ้มกาย’ระฆังทองขนาดใหญ่กางปกป้องเจ้าสำนักทั้งสาม สายฟ้าสีทองฟาดใส่ระฆังสีทองจนเกิดเป็นเสียงดังลั่น คล้ายกับมีคนกำลังตีระฆังเสียงดังนับร้อยครั้งในชั่วอึดใจ ทำเอาชาวยุทธ์ต่างต้องยกมือขึ้นอุดหูฝ่าเหลียนซือไท่ เจ้าสำนักง้อไบ๊กระแทกฝ่าออกอย่างรุนแรง เกิดเป็นคลื่นพลังไร้สภาพลูกใหญ่คล้ายคลื่นทะเลคลั่งพุ่งใส่เจียงเยี่ยน นี่คือวิชาฝ่ามือที่เกรี้ยวกราดที่สุดของง้อไบ๊นาม ‘คลื่นธรรมสดับหล้า’ พลังนี้เปรียบเสมือนเสียงธรรมขององค์พุทธเจ้าที่ส่งไปให้ได้ยินทั่วหล้าคลื่นพลังกระแทกใส่เจียงเยี่ยน ยังดีที่ตัวมันมีพลังไอเพลิงทมิฬคุ้มครองกายไว้จึงไม่เป็นไร แต่ก็รู้สึกลมปราณปั่นป่วนพลังมังกรเพลิงทมิฬเริ่มไม่ต่อเนื่อง วิชาไท้เก๊กเห็นจุดอ่อนศัตรูก็แสดงเดช ผลักมังกรเพลิงทมิฬกลับเข้าหาเจียงเยี่ยนทันที!เด็กหนุ่มเห็นพลังมังกรของตัวเองย้อนกลับมาก็ตวาดดังลั่น มันยื่นสองมือรับพลังมังกรไว้ ทันใดนั้นมังกรก็ค่อยๆ สลายไป กลายเป็นไอสีดำไปรวมไปอยู่กับร่างมันอีกครั้ง!หลักการดูดพลังนี้เจียงเยี่ยนเคยใช้มาแล้วหลายครั้ง ในตอนต่อสู้กับหลี่กวนหยาง ยิ่งพลังมังกรทมิฬเป็นของมันเอง การจะดูดเข้ามาย่อมง่ายดายกว่าดูดพลังผู้อื่นนัก
เจ้าสำนักเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง ง้อไบ๊ ล้วนใจสั่นสะท้าน ตั้งแต่เกิดมาท่านยังไม่เคยเห็นวิชาเช่นนี้มาก่อน ฝ่าเหลียนซือไท่พยักหน้าชมเชย นางพุ่งเข้าหาเจียงเยี่ยนใช้ออกด้วยเพลงฝ่ามือง้อไบ๊ซึ่งเปิดเผยเที่ยงธรรม แต่ก็รวดเร็วนุ่มนวลตามแบบฉบับสตรี เพลงฝ่ามือฝ่าเหลียนเริ่มพลิกแพลงว่องไวขึ้น คล้ายวานรชิงผลไม้ นักพรตหลิวคงก็เข้าไปใช้หมัดไท้เก๊กจู่โจม เพลงหมัดของท่านเชื่องช้าเนิบนาบ ใช้หลักช้าสยบเร็ว ส่วนฟางอี้ไต้ซือใช้เพลงฝ่ามืออรหันต์ของเส้าหลินเข้าหักหาญ กระบวนท่าไม่เร็วไม่ช้า แต่หนักแน่นเข้มแข็ง เจียงเยี่ยนรีบร่ายรำเพลงหมัดเข้าต่อต้าน เด็กหนุ่มใช้หลักกระบวนท่าพิชิตเทพ ไม่ยึดติดรวดเร็วหรือเชื่องช้า อยากเร็วก็เร็ว อยากช้าก็ช้า ศัตรูจู่โจมมาอย่างไรก็คลี่คลายอย่างนั้น ตนเองตั้งรับอย่างรัดกุมแต่พลังลมปราณของสามปรมาจารย์ฝ่ายธัมมะสูงส่งยิ่ง เริ่มกดดันจนเจียงเยี่ยนอึดอัด ได้ยินเสียงผัวะไม่หยุดยั้ง ทั้งสี่คนต่อสู้กันไปกว่าสี่สิบกระบวนท่าแล้วชาวยุทธ์ฝ่ายธัมมะหน้าซีดเผือดเหงื่อไหลซึม สามเสาหลักฝ่ายธัมมะต้องร่วมมือกันโค่นล้มเด็กหนุ่มคนเดียว ต่อให้ชนะก็ไม่ภาคภูมิ หากพ่ายแพ้ยิ่งเสื่อมเสียหน้าระหว่างรับมือ เจียงเยี่ยนอดร้อนรุ่มเล็กน้อยไม่ได้ มันได้แต่ภาวนาให้ซูโหยวเสวียนรีบช่วยไป๋เหวินโจวออกมาก่อนที่มันจะรับมือไม่ไหว
ขณะที่เฮ่อจวงและพวกชมดูการต่อสู้อย่างเคร่งเครียด ก็มีศิษย์บุรุษวังนิรมลผู้หนึ่งมารายงาน สีหน้าร้อนรน“เรียนท่านเฮ่อจวง มีคนผู้หนึ่งฝ่ากองกำลังของเราขึ้นเขาบู๊ตึ๊งไปแล้ว”เฮ่อจวงใจหายวาบ มันวางกองกำลังนับร้อยในแต่ละจุด ไหนเลยจะมีคนฝ่าขึ้นไปได้ มันรีบสั่งให้ศิษย์วังนิรมลพามันไปดูทันทีเฮ่อจวงไปถึงก็พบเห็นคนของเขาคุนหลุนบาดเจ็บหลายสิบคน โดยเฉพาะลามะตาลาซึ่งเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งที่เคยต่อสู้กับเจียงเยี่ยน ลามะตาลากุมแผลยาวที่แขนแผดด่าว่า“มารดาปีศาจมัน วิชาลมปราณของมันร้ายกาจยิ่ง ข้ายังไม่ทันมองทันก็บาดเจ็บแล้ว”เฮ่อจวงใจเต้นตึกตัก แม้ลามะตาลาจะไม่ใช่ยอดฝีมือสูงส่ง แต่ฝายตรงข้ามถึงกับโจมตีลามะตาลาโดยที่มันไม่ทันรู้ตัว นับว่าร้ายกาจสุดยอด ผู้ฝ่าขึ้นเขาเป็นผู้ใดกันแน่? หากเผชิญูซูโหยวเสวียน นางใช่จะเป็นอันตรายหรือไม่?
สำนักบู๊ตึ๊งหลังจากถูกเจียงเยี่ยนนำกำลังล้อมเขาไว้ ก็ทุ่มเทกำลังเกือบทั้งหมดลงไปยังเชิงเขา เหลือศิษย์อยู่เล็กน้อยยิ่ง เห็นสตรีนางหนึ่งทะยานกายมาที่หน้าสำนักนักพรตผู้หนึ่งถามว่า “เจ้าเป็นใคร?”สตรีนางนั้นคือซูโหยวเสวียน นางรีบกล่าวว่า “ข้าซูเฟินเป็นศิษย์ง้อไบ๊ ท่านนักพรต ตอนนี้ฝ่ายศัตรูยกพวกบุกขึ้นมาที่เขาบู๊ตึ๊งแล้ว มันแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปชิงตัวไป๋เหวินโจว ตอนนี้เหล่าเจ้าสำนักกำลังต่อต้านอย่างสุดกำลัง ขอให้ท่านยกกำลังไปช่วยต่อต้านศัตรูที่กำลังชิงตัวไป๋เหวินโจวด้วย"นักพรตทั้งหลายหันไปมองหน้ากัน นักพรตอาวุโสผู้หนึ่งถามว่า “ศัตรูเป็นใคร?”“เป็นพวกเขาคุนหลุน ข้าไม่ทราบแน่ชัด”ซูโหยวเสวียนยังแสร้งกล่าวอย่างร้อนรนว่า “ข้าต้องไปช่วยอาจารย์รับศึก ขอลา”กล่าวจบนางก็ทะยานกายลงจากเขาบู๊ตึ๊งไป
เหล่านักพรตอาวุโสปรึกษากันเล็กน้อย จากนั้นรีบยกกำลังอีกยี่สิบกว่าคนไปเดินทางไปที่ถ้ำน้ำตกซึ่งคุมขังไป๋เหวินโจวอยู่ ส่วนซูโหยวเสวียนซึ่งแสร้งทำเป็นลงเขาไปแล้ว นางยืนอยู่บนต้นไม้สังเกตแต่ไกล ใช้วิชาตัวเบาอันเลิศล้ำสะกดรอยตามไปทันทีซูโหยวเสวียนติดตามขบวนนักพรตไปจนถึงน้ำตกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนักพรตเทียนตี้ผู้อาวุโสลำดับหนึ่งของบู๊ตึ๊งเฝ้าอยู่ ที่นั่นยังมีศิษย์บู๊ตึ๊งอีกราวเจ็ดสิบคน รวมกับนักพรตอีกยี่สิบคนก็กลายเป็นเก้าสิบคนเทพธิดาเขาคุนหลุนอดขมวดคิ้วมิได้ ฝ่ายตรงข้ามมีกำลังถึงเก้าสิบกว่าคน คิดจะโค่นล้มนับว่าไม่ง่าย นางกรอกตาคิดหาอุบาย ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งจึงกระโดดลงจากต้นไม้
ซูโหยวเสวียนซัดอาวุธลับลูกดอกสีทองใส่ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ไกลไปหลายสิบวา ได้ยินเสียงดังฉึก นักพรตเทียนตี้มีโสตประสาทว่องไว ได้ยินเสียงอาวุธลับ จึงกล่าวกับศิษย์ว่า“จินเล่อ เจ้านำศิษย์ห้าคนไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น” ศิษย์บู๊ตึ๊งนามจินเล่อรีบนำกำลังไปดู เมื่อเหล่านักพรตเข้ามาแล้ว ซูโหยวเสวียนซึ่งซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้รีบกระโดดลงมา สะบัดกระบี่ควับๆ โจมตีใส่เหล่านักพรตอย่างไม่ทันตั้งตัว นักพรตบู๊ตึ๊งทั้งหกคนเห็นสตรีชุดชมพูจู่โจมมาก็แทงกระบี่ใส่ซูโหยวเสวียนอย่างร้อนรนเทพธิดาเขาคุนหลุนกวาดมือคราหนึ่ง ยอดวิชาสลายดาราก็สลายกระบวนท่าศัตรูไปสิ้น กระบี่พวกนักพรตเบี่ยงเบนออกไปราวกับถูกควบคุม ซูโหยวจี้กระบี่สกัดจุดพวกมันไว้ ทั้งหมดต่างยืนนิ่งเฉยคล้ายเป็นหิน ผ่านไปสักพัก นักพรตเทียนตี้เห็นพวกตนยังไม่กลับมาก็ร้อนรุ่ม ซูโหยวเสวียนรอให้มันส่งคนเข้าป่ามาอีก นางจะค่อยๆ จัดการศัตรูทีละกลุ่มพลันมีซุ่มเสียงอ่อนโยนดังขึ้นที่ข้างหลังนาง“อุบายแบ่งกำลังอันร้ายกาจ”
ซูโหยวเสวียนใจหายวาบ เหตุใดมีคนอยู่ข้างหลังนาง โดยนางไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย นางรีบสะบัดกระบี่กลับหลังไปจู่โจมคนผู้นั้นทันทีคนผู้นั้นพลันหายวับไปอย่างรวดเร็ว!ซูโหยวเสวียนมองขึ้นฟ้า พบหลวงจีนชุดเหลืองลอยอยู่กลางอากาศราวกับเป็นพระอรหันต์ซึ่งบรรลุธรรม หลวงจีนผู้นี้พลันกล่าวว่า“แม่นางเป็นใคร?”“หลวงจีน เจ้าเป็นใคร?” ซูโหยวเสวียนถามกลับ“อาตมาเว่ยเต๋อแห่งเส้าหลิน หากท่านคิดช่วยเหลือไป๋เหวินโจว ขออภัยที่อาตมาต้องขัดขวาง” เว่ยเต๋อกล่าววาจานอบน้อมแต่น้ำเสียงหนักแน่นซูโหยวเสวียนไม่พูดมาก ทะยานกายขึ้นกลางอากาศ นางทราบว่าต้องรีบจัดการหลวงจีนผู้นี้ก่อนที่นักพรตเทียนตี้จะยกกำลังมาสมทบ เพลงกระบี่ซูโหยวเสวียนคล้ายบุปผาคลั่งนับหมื่นกระจายทั่ว นางสะบัดกระบี่เกิดเป็นเงานับร้อยพัน เว่ยเต๋อขยับกายหลบหลีกกลางอากาศอย่างคล่องแคล่ว กระบี่ซูโหยวเสวียนมิอาจกระทบถูกท่านแม้แต่ชายเสื้อเว่ยเต๋อพลันสะบัดฝ่ามือเกิดเป็นพลังลมรุนแรงใส่ซูโหยวเสวียน นางกวาดมือใช้ยอดวิชาสลายดาราชักจูงฝ่ามือฝ่ายตรงข้ามเบี่ยงเบนไป เว่ยเต๋อผงกศีรษะชื่นชม มือซ้ายท่านต่อยออกเกิดเป็นพลังหมัดนับร้อยจู่โจมซูโหยวเสวียนในคราเดียว
กระบวนท่าพุทธะ หมัดกำราบมาร
ซูโหยวเสวียนรีบตีลังกากลับหลังพลิ้วกายลงสู่พื้น เว่ยเต๋อร่างตกถึงพื้นเช่นกัน ท่านผลักสองฝ่ามือออกไปเกิดเป็นพลังครอบคลุมไปทั่ว ซูโหยวเสวียนรีบกางสองมือใช้ยอดวิชาสลายดาราสลายพลังฝ่ามือของเว่ยเต๋อ แต่พลังของเว่ยเต๋อยิ่งใหญ่ไร้ประมาณ มิอาจสลายได้โดยง่าย ซูโหยวเสวียนต้องใช้วิชาสลายดาราอย่างสุดกำลังค่อยสลายพลังเว่ยเต๋อจนหมดชั่วพริบตาดุจประกายไฟ เว่ยเต๋อก็พุ่งเข้ามา ท่านประณมมือขึ้น เกิดเป็นแสงสีทองขึ้นรอบมือ จากนั้นแสงสีทองกลายเป็นรัศมีสีทองกระจายไปทั่วทุกทิศ กระแทกใส่ซูโหยวเสวียนจนต้องถอยกายไป
กระบวนท่าพุทธะ นมัสการพุทธองค์!
ซูโหยวเสวียนเห็นเว่ยเต๋อพุ่งมาอีกครั้ง นางรีบแทงกระบี่สวนกลับ เว่ยเต๋องอนิ้วยิงดรรชนีกวนอิมดีดใส่ตัวกระบี่ซูโหยวเสวียนเกิดเป็นเสียงดังดุจมังกรคำราม ตัวกระบี่หักสะบั้นลอยสู่ฟ้า ส่วนมือของนางก็สั่นสะท้าน เว่ยเต๋อสะบัดฝ่ามืออย่างรวดเร็วยิ่งกว่าแสงจู่โจมใส่ใบหน้าซูโหยวเสวียนทันทีเทพธิดาเขาคุนหลุนรีบใช้ท่าสะพานเหล็กเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบ มิคาดฝ่ามือนี้เป็นแค่ท่าหลอกล่อ เว่ยเต๋อพลันเกี่ยวเท้าใส่ขาซูโหยวเสวียนอย่างรวดเร็ว แต่ซูโหยวเสียนก็ปฏิกิริยาว่องไว พอเท้าเว่ยเต๋อกระทบถูกขานาง เทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนรีบสะกิดเท้าดีดกายขึ้นกลางอากาศเว่ยเต๋อรวดเร็วยิ่งกว่า ท่านลอยกายดุจพญาปักษาเหิน จากนั้นสะบัดฝ่ามือใส่ท้องซูโหยวเสวียน พลังฝ่ามือคล้ายโซ่ตรวนสะกดจนซูโหยวเสวียนขยับกายไม่ได้ นางถึงกับอึดอัดหายใจไม่ออก ขณะที่ฝ่ามือจะกระทบถูกท้องนาง พลันมีดรรชนีกระบี่ไร้สภาพพุ่งมาอย่างรวดเร็วแทงใส่ระหว่างคิ้วเว่ยเต๋อ หลวงจีนรีบยกมืออีกข้างขึ้นป้องกัน มิคาดดรรชนีกระบี่พลันแยกกระจายเป็นหลายสิบสาย อ้อมไปจู่โจมด้านหลังเว่ยเต๋อแทนเว่ยเต๋อรีบกวาดฝ่ามือกลับหลังสลายพลังกระบี่ทั้งหมด ร่างของท่านตกลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา เห็นคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากดงไม้ สวมใส่ชุดยาวสีเหลือง ใบหน้าหล่อเหลาอบอุ่น ยิ้มให้ท่านเล็กน้อย ซูโหยวเสวียนหันไปมองก็มีสีหน้ายินดี คนผู้นี้นับเป็นยอดผู้ช่วยอันเข้มแข็ง
เทพกระบี่หวงเทียนเหยา!
----- จบตอน -----เทพกระบี่หวงเทียนเหยามาแล้วหลังจากหายไปนาน เมื่อมาจะกระจอกได้ไง โปรดติดตามผลการประลองใครจะแพ้ชนะตอนหน้าขอบริจาค 3 กำลังใจนะคร้าบ ขอบคุณมากเลย!