แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้อง
กระทบกับใบหน้าเด็กสาว เผยให้เห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงเก่าๆ
ซึ่งเป็ร่างของเด็กสาวคนนึงที่มีร่างกายค่อนข้างผอมบาง
" เสี่ยวหลง พี่สาวลูกไปไหนมา พอกลับมาถึงบ้านถึงได้คิดสั้นอยากจะฆ่าตัวตายแบบนี้ "
แม่หลิวเอ่ยถามลูกชายของตนด้วยหน้าตาเคร่งเครียด เพราะไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับลูกสาว
พอกลับมาถึงบ้าน ก็คิดสั้นจะฆ่าตัวตาย ไม่บอกไม่กล่าวอะไรกับคนในครอบครัวเลยแม้แต่น้อย
หากอยากถามเื่ที่เกิดขึ้นกับเด็กสาว ก็ไม่รู้จะถามอย่างไร เพราะตอนนี้เด็กสาวนอนหลับหมดสติอยู่บนเตียง
" ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับแม่ ผมเห็นพี่สาวได้รับจดหมาย พี่สาวบอกว่าเป็จดหมายจากพ่อ ผมเห็นว่าพี่สาวเหมือนไม่อยากบอกอะไรผมผมจึงไม่ได้ถามเธอต่อ "
เด็กชายเอ่ยต่อผู้เป็แม่ตามความเป็จริง ตอนที่พี่สาวได้จดหมายมาก็เก็บไว้เป็อย่างดี
ซึ่งดูจากท่าทีของพี่สาวเหมือนไม่อยากให้เขารับรู้ถึงเนื้อหาในจดหมาย
เขาเองก็เข้าใจ และคิดว่าเป็เื่ส่วนตัวของพี่สาว แต่พี่สาวเพียงแค่บอกว่าเป็จดหมายจากผู้เป็พ่อส่งมาให้
" แม่เองก็ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น เมื่อวันก่อนเสี่ยวเหมยบอกแม่ว่า จะออกไปข้างนอกไม่นาน เดี๋ยวก็กลับ แต่แม่รอจนค่ำเสี่ยวเหมยก็ยังไม่กลับมา แม่จึงได้ชวนลูกออกไปตามหาพี่สาวของลูกไง "
แม่หลินพูดออกมาด้วยความกังวล เพราะเมื่อคืนนี้เธอและบุตรชายช่วยกันตามหาลูกสาวทั้งคืน
และยังให้คนในหมู่บ้านช่วยตามหาอีกด้วย
ตามหาอยู่จนถึงเช้าแต่ก็ยังไม่พบตัวคน
และในเวลา 9 โมงเช้า เด็กสาวก็เดินกลับมาบ้านคนเดียว
แม่หลินที่เห็นลูกสาวเดินกลับมาบ้าน ก็รีบวิ่งไปกอดลูกสาวด้วยความดีใจ
แต่เด็กสาวกลับนิ่งราวกับหุ่นตุ๊กตา ผู้เป็แม่เอ่ยถามเด็กสาวก็ไม่ตอบอะไร
แม่หลินเองก็ไม่ได้สนใจอะไร เพียงแค่คิดว่าลูกสาวคงไปค้างที่บ้านเพื่อนมาและเพิ่งกลับมาจากบ้านเพื่อน
เพราะเด็กสาวมีเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกันในตัวอำเภออยู่หลายคน ทำให้ในบางครั้งเด็กสาวก็มักจะไปนอนค้างบ้านเพื่อนในอำเภอ
แต่ทุกครั้งเด็กสาวจะบอกผู้เป็แม่ก่อนเสมอ ทำให้ไม่เกิดเื่ขึ้นแบบนี้ แต่ครั้งนี้เด็กสาวไม่ได้บอกใคร จึงไม่มีใครรู้
แม่หลินคิดว่าลูกสาวคงเหนื่อย จากการเดินไกลจากตัวอำเภอกลับมาที่บ้าน แม่หลินจึงให้ลูกชายพาลูกสาวกลับไปพักผ่อนที่ห้อง
จากนั้นแม่หลิงจึงเอ่ยขอบคุณชาวบ้านที่มาช่วยตามหาจางเหมยด้วยกัน
และบอกเหตุผลกับชาวบ้านว่า จางเหมยไปค้างที่บ้านเพื่อนแล้วลืมบอกตน ทำให้ตนเป็ห่วง
และขอโทษที่ทำให้ชาวบ้านลำบาก
แต่ชาวบ้านที่มาช่วยตามหาจางเหมย ก็เป็ชาวบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีกลับบ้านจาง ทำให้ชาวบ้านที่มาช่วยทุกคนเข้าใจเื่ที่เกิดขึ้น จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานของตน
หลังจากคุยกับชาวบ้านเสร็จ แม่หลิวก็กลับมาที่บ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นลูกชายกำลังทำอาหารให้พี่สาวอยู่ในครัว
แม่หลินเองก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรลูกชาย แต่เดินเข้าไปที่ห้องของลูกสาว เพื่อจะถามลูกสาวว่าเมื่อคืนไปไหนมากันแน่
แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าลูกสาวของตนผูกคอตนเองกับคานบ้านแล้ว
แม่หลิวจึงรีบนำของมีคมไปตัดเชือก จากนั้นก็รับร่างเด็กสาวมาตรวจดูว่าจางเหมยยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่
แต่เมื่อตรวจดูก็พบว่าจางเหมยยังมีลมหายใจอยู่ แม่หลิวจึงวางจางเหมยไว้บนเตียง
จากนั้นก็เดินออกมาข้างนอก เพื่อจะถามเื่ต่างๆเกี่ยวกับลูกสาว เผื่อว่าลูกชายจะรู้เื่
แต่เมื่อได้มาถามก็พบว่าลูกชายของตนก็ไม่รู้ ตนเองที่เป็แม่ก็ไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นกับลูกสาว
ทำให้แม่หลิวเสียใจและร้องไห้อยู่นาน และเมื่อตั้งสติได้อีกครั้งจึงเอ่ยถามลูกชายเผื่อจะได้เื่บางอย่าง
แต่คั้นจะเอ่ยถามลูกสาว ก็ไม่สามารถถามได้ เพราะตอนนี้จางเหมยยังหมดสติอยู่เลย
" ช่างเถอะ พี่สาวลูกไม่เป็อะไรแล้ว เดี๋ยวฟื้นมาค่อยถามว่าเกิดอะไรขึ้น "
แม่หลินคิดว่าคงไม่สามารถถามสาเหตุจากลูกชายได้
คงมีแต่ต้องรอให้คนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมาพูดเท่านั้น
" ครับแม่ แม่สาเหตุที่พี่คิดสั้นฆ่าตัวตาย อาจจะเป็เพราะจดหมายที่พ่อส่งมาหรือเปล่าครับ "
เมื่อพูดถึงพ่อ เด็กชายก็พยายามกดเสียงให้ต่ำลง
เพราะหลังจากพ่อทิ้งครอบครัว และกลับเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเมือง คำว่าพ่อก็เป็เหมือนคำต้องห้ามสำหรับบ้านหลังนี้
ดีหน่อยที่แม่หลิวเป็คนทำงานเก่ง และขยันสู้งานไม่ว่าจะเป็งานหนักแค่ไหนก็ทำได้หมด
แม่หลิวจึงเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาปีกว่าแล้ว
ส่วนสามีที่ทิ้งครอบครัว และกลับไปใช้ชีวิตในเมืองเธอก็ไม่สนใจ และตั้งใจดูแลลูกสาวและลูกชายทั้งสอง
เพราะคิดว่าสามีที่กลับเข้าไปใช้ชีวิตในเมือง ไปนานหลายเดือน แต่กลับไม่ติดต่อกลับมาที่บ้าน ทำให้แม่หลิวคิดได้ว่าอาจจะเป็เหมือนหลายๆคนในหมู่บ้านที่ทิ้งครอบครัวตนเอง แล้วกลับไปใช้ชีวิตในเมืองเหมือนแต่ก่อน
แม่หลิวจึงไม่คิดอะไรมาก และคิดเสียว่าสามีตายไปแล้ว
แม่หลิวจึงเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาปีกว่า
เมื่อได้ยินลูกชายบอกว่าผู้เป็พ่อส่งจดหมายกลับมาให้ลูกสาว เธอเองก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่ามันใช่เื่จริงหรือเปล่า
แต่ลูกชายเองก็ไม่แน่ใจ คงมีแต่ต้องรอถามลูกสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงเท่านั้น ถึงจะสามารถทราบเื่ที่เกิดขึ้นได้
" เอาเถอะแม่ต้องลงไปทำงานที่ไร่แล้ว ลูกก็ดูแลพี่สาวลูกหน่อยแล้วกัน แม่ดูอาการของพี่สาวลูกแล้วไม่ได้เป็อะไรมาก อีกไม่นานก็คงจะฟื้นขึ้นมาเอง "
แม่หลิวเอ่ยพูดกับลูกชายด้วยท่าทางจริงจัง พร้อมกับหันไปมองดูลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงภายในห้อง
ถึงแม้ลูกสาวจะไม่สบายแต่เธอก็ต้องไปทำงานที่ไร่ เพราะถ้าหากเธอไม่ทำคนทั้งบ้านก็จะไม่มีอะไรกิน
และแม่หลิวก็ตรวจดูอาการของลูกสาว ตามที่ตนเคยเรียนรู้มาจากหมอในหมู่บ้านแล้ว ก็คิดว่าลูกสาวคงไม่เป็อะไรมาก
และคิดว่าลูกชายคงมีความรับผิดชอบมากพอ สามารถดูแลพี่สาวได้
" แม่ไปเถอะ เดี๋ยวผมจะดูแลพี่สาวเอง "
เด็กชายหันไปมองพี่สาวที่นอนอยู่บนเตียง แล้วก็เอ่ยตอบแม่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เพราะรู้ดีว่าแม่จำเป็ต้องไปทำงานที่ไร่ ไม่สามารถดูแลพี่สาวที่ป่วยได้
" เอาเถอะถ้ามีอะไรก็ไปตามแม่ที่ไร่แล้วกัน แม่ไปก่อนล่ะ "
แม่หลิวเมื่อพูดกับลูกชายเข้าใจแล้ว เธอก็เดินไปหยิบอุปกรณ์การเกษตรที่หลังบ้านเพื่อที่จะเตรียมไปไร่
ตอนนี้อยู่ในฤดูเก็บเกี่ยว หากเก็บเกี่ยวช้า ผลผลิตก็จะไม่ได้ตามที่คาดเอาไว้
ยามที่ส่วนกลางแบ่งปันผลผลิต ตนก็อาจจะได้น้อยลง และอาจไม่พอให้ทั้ง 3 ใช้ประทังชีวิตในยามหนาว