ทะลุมิติมาเป็นคนรวยในยุค70

    ตอนที่1- คิดสั้น

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้อง

    กระทบกับใบหน้าเด็กสาว เผยให้เห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงเก่าๆ

    ซึ่งเป็๲ร่างของเด็กสาวคนนึงที่มีร่างกายค่อนข้างผอมบาง

    " เสี่ยวหลง พี่สาวลูกไปไหนมา พอกลับมาถึงบ้านถึงได้คิดสั้นอยากจะฆ่าตัวตายแบบนี้ " 

    แม่หลิวเอ่ยถามลูกชายของตนด้วยหน้าตาเคร่งเครียด เพราะไม่รู้ว่าเกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นกับลูกสาว

    พอกลับมาถึงบ้าน ก็คิดสั้นจะฆ่าตัวตาย ไม่บอกไม่กล่าวอะไรกับคนในครอบครัวเลยแม้แต่น้อย

    หากอยากถามเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นกับเด็กสาว ก็ไม่รู้จะถามอย่างไร เพราะตอนนี้เด็กสาวนอนหลับหมดสติอยู่บนเตียง

    " ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับแม่ ผมเห็นพี่สาวได้รับจดหมาย พี่สาวบอกว่าเป็๞จดหมายจากพ่อ ผมเห็นว่าพี่สาวเหมือนไม่อยากบอกอะไรผมผมจึงไม่ได้ถามเธอต่อ "

    เด็กชายเอ่ยต่อผู้เป็๲แม่ตามความเป็๲จริง ตอนที่พี่สาวได้จดหมายมาก็เก็บไว้เป็๲อย่างดี 

    ซึ่งดูจากท่าทีของพี่สาวเหมือนไม่อยากให้เขารับรู้ถึงเนื้อหาในจดหมาย 

    เขาเองก็เข้าใจ และคิดว่าเป็๲เ๱ื่๵๹ส่วนตัวของพี่สาว แต่พี่สาวเพียงแค่บอกว่าเป็๲จดหมายจากผู้เป็๲พ่อส่งมาให้ 

    " แม่เองก็ไม่รู้ว่าเกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้น เมื่อวันก่อนเสี่ยวเหมยบอกแม่ว่า จะออกไปข้างนอกไม่นาน เดี๋ยวก็กลับ แต่แม่รอจนค่ำเสี่ยวเหมยก็ยังไม่กลับมา แม่จึงได้ชวนลูกออกไปตามหาพี่สาวของลูกไง " 

    แม่หลินพูดออกมาด้วยความกังวล เพราะเมื่อคืนนี้เธอและบุตรชายช่วยกันตามหาลูกสาวทั้งคืน 

    และยังให้คนในหมู่บ้านช่วยตามหาอีกด้วย 

    ตามหาอยู่จนถึงเช้าแต่ก็ยังไม่พบตัวคน 

    และในเวลา 9 โมงเช้า เด็กสาวก็เดินกลับมาบ้านคนเดียว

    แม่หลินที่เห็นลูกสาวเดินกลับมาบ้าน ก็รีบวิ่งไปกอดลูกสาวด้วยความดีใจ 

    แต่เด็กสาวกลับนิ่งราวกับหุ่นตุ๊กตา ผู้เป็๞แม่เอ่ยถามเด็กสาวก็ไม่ตอบอะไร 

    แม่หลินเองก็ไม่ได้สนใจอะไร เพียงแค่คิดว่าลูกสาวคงไปค้างที่บ้านเพื่อนมาและเพิ่งกลับมาจากบ้านเพื่อน 

    เพราะเด็กสาวมีเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกันในตัวอำเภออยู่หลายคน ทำให้ในบางครั้งเด็กสาวก็มักจะไปนอนค้างบ้านเพื่อนในอำเภอ 

    แต่ทุกครั้งเด็กสาวจะบอกผู้เป็๲แม่ก่อนเสมอ ทำให้ไม่เกิดเ๱ื่๵๹ขึ้นแบบนี้ แต่ครั้งนี้เด็กสาวไม่ได้บอกใคร จึงไม่มีใครรู้ 

    แม่หลินคิดว่าลูกสาวคงเหนื่อย จากการเดินไกลจากตัวอำเภอกลับมาที่บ้าน แม่หลินจึงให้ลูกชายพาลูกสาวกลับไปพักผ่อนที่ห้อง

    จากนั้นแม่หลิงจึงเอ่ยขอบคุณชาวบ้านที่มาช่วยตามหาจางเหมยด้วยกัน 

    และบอกเหตุผลกับชาวบ้านว่า จางเหมยไปค้างที่บ้านเพื่อนแล้วลืมบอกตน ทำให้ตนเป็๞ห่วง

    และขอโทษที่ทำให้ชาวบ้านลำบาก 

    แต่ชาวบ้านที่มาช่วยตามหาจางเหมย ก็เป็๞ชาวบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีกลับบ้านจาง ทำให้ชาวบ้านที่มาช่วยทุกคนเข้าใจเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้น จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานของตน

    หลังจากคุยกับชาวบ้านเสร็จ แม่หลิวก็กลับมาที่บ้าน

    เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นลูกชายกำลังทำอาหารให้พี่สาวอยู่ในครัว

    แม่หลินเองก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรลูกชาย แต่เดินเข้าไปที่ห้องของลูกสาว เพื่อจะถามลูกสาวว่าเมื่อคืนไปไหนมากันแน่

    แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าลูกสาวของตนผูกคอตนเองกับคานบ้านแล้ว 

    แม่หลิวจึงรีบนำของมีคมไปตัดเชือก จากนั้นก็รับร่างเด็กสาวมาตรวจดูว่าจางเหมยยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่

    แต่เมื่อตรวจดูก็พบว่าจางเหมยยังมีลมหายใจอยู่ แม่หลิวจึงวางจางเหมยไว้บนเตียง

    จากนั้นก็เดินออกมาข้างนอก เพื่อจะถามเ๱ื่๵๹ต่างๆเกี่ยวกับลูกสาว เผื่อว่าลูกชายจะรู้เ๱ื่๵๹

    แต่เมื่อได้มาถามก็พบว่าลูกชายของตนก็ไม่รู้ ตนเองที่เป็๞แม่ก็ไม่รู้เ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นกับลูกสาว 

    ทำให้แม่หลิวเสียใจและร้องไห้อยู่นาน และเมื่อตั้งสติได้อีกครั้งจึงเอ่ยถามลูกชายเผื่อจะได้เ๱ื่๵๹บางอย่าง

    แต่คั้นจะเอ่ยถามลูกสาว ก็ไม่สามารถถามได้ เพราะตอนนี้จางเหมยยังหมดสติอยู่เลย 

    " ช่างเถอะ พี่สาวลูกไม่เป็๲อะไรแล้ว เดี๋ยวฟื้นมาค่อยถามว่าเกิดอะไรขึ้น " 

    แม่หลินคิดว่าคงไม่สามารถถามสาเหตุจากลูกชายได้

    คงมีแต่ต้องรอให้คนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้นมาพูดเท่านั้น 

    " ครับแม่ แม่สาเหตุที่พี่คิดสั้นฆ่าตัวตาย อาจจะเป็๞เพราะจดหมายที่พ่อส่งมาหรือเปล่าครับ " 

    เมื่อพูดถึงพ่อ เด็กชายก็พยายามกดเสียงให้ต่ำลง 

    เพราะหลังจากพ่อทิ้งครอบครัว และกลับเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเมือง คำว่าพ่อก็เป็๞เหมือนคำต้องห้ามสำหรับบ้านหลังนี้

    ดีหน่อยที่แม่หลิวเป็๲คนทำงานเก่ง และขยันสู้งานไม่ว่าจะเป็๲งานหนักแค่ไหนก็ทำได้หมด

    แม่หลิวจึงเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาปีกว่าแล้ว 

    ส่วนสามีที่ทิ้งครอบครัว และกลับไปใช้ชีวิตในเมืองเธอก็ไม่สนใจ และตั้งใจดูแลลูกสาวและลูกชายทั้งสอง

    เพราะคิดว่าสามีที่กลับเข้าไปใช้ชีวิตในเมือง ไปนานหลายเดือน แต่กลับไม่ติดต่อกลับมาที่บ้าน ทำให้แม่หลิวคิดได้ว่าอาจจะเป็๞เหมือนหลายๆคนในหมู่บ้านที่ทิ้งครอบครัวตนเอง แล้วกลับไปใช้ชีวิตในเมืองเหมือนแต่ก่อน

    แม่หลิวจึงไม่คิดอะไรมาก และคิดเสียว่าสามีตายไปแล้ว 

    แม่หลิวจึงเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาปีกว่า 

    เมื่อได้ยินลูกชายบอกว่าผู้เป็๲พ่อส่งจดหมายกลับมาให้ลูกสาว เธอเองก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่ามันใช่เ๱ื่๵๹จริงหรือเปล่า 

    แต่ลูกชายเองก็ไม่แน่ใจ คงมีแต่ต้องรอถามลูกสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงเท่านั้น ถึงจะสามารถทราบเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นได้

    " เอาเถอะแม่ต้องลงไปทำงานที่ไร่แล้ว ลูกก็ดูแลพี่สาวลูกหน่อยแล้วกัน แม่ดูอาการของพี่สาวลูกแล้วไม่ได้เป็๲อะไรมาก อีกไม่นานก็คงจะฟื้นขึ้นมาเอง " 

    แม่หลิวเอ่ยพูดกับลูกชายด้วยท่าทางจริงจัง พร้อมกับหันไปมองดูลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงภายในห้อง 

    ถึงแม้ลูกสาวจะไม่สบายแต่เธอก็ต้องไปทำงานที่ไร่ เพราะถ้าหากเธอไม่ทำคนทั้งบ้านก็จะไม่มีอะไรกิน 

    และแม่หลิวก็ตรวจดูอาการของลูกสาว ตามที่ตนเคยเรียนรู้มาจากหมอในหมู่บ้านแล้ว ก็คิดว่าลูกสาวคงไม่เป็๞อะไรมาก

     และคิดว่าลูกชายคงมีความรับผิดชอบมากพอ สามารถดูแลพี่สาวได้

    " แม่ไปเถอะ เดี๋ยวผมจะดูแลพี่สาวเอง " 

    เด็กชายหันไปมองพี่สาวที่นอนอยู่บนเตียง แล้วก็เอ่ยตอบแม่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    เพราะรู้ดีว่าแม่จำเป็๞ต้องไปทำงานที่ไร่ ไม่สามารถดูแลพี่สาวที่ป่วยได้

    " เอาเถอะถ้ามีอะไรก็ไปตามแม่ที่ไร่แล้วกัน แม่ไปก่อนล่ะ " 

    แม่หลิวเมื่อพูดกับลูกชายเข้าใจแล้ว เธอก็เดินไปหยิบอุปกรณ์การเกษตรที่หลังบ้านเพื่อที่จะเตรียมไปไร่ 

    ตอนนี้อยู่ในฤดูเก็บเกี่ยว หากเก็บเกี่ยวช้า ผลผลิตก็จะไม่ได้ตามที่คาดเอาไว้ 

    ยามที่ส่วนกลางแบ่งปันผลผลิต ตนก็อาจจะได้น้อยลง และอาจไม่พอให้ทั้ง 3 ใช้ประทังชีวิตในยามหนาว